“นี่มันคืออะไรล่ะเนี่ย”
เซี่ยปู้เอ้อร์ยกกล่องใส่แหวนขึ้นมาดม แต่แคปซูลทั้งสามเม็ดไม่มีกลิ่นอะไรเลย ชวี่เจียหลี่พูดต่อว่า “มีความเป็ไปได้อยู่ 2 อย่างนะ อย่างแรกมันคือยารักษาไวรัส และอย่างที่สอง มันคือสารที่เป็ที่มาของไวรัส ฉันว่าน่าจะเป็อย่างหลังมากกว่านี่แหละ ไม่งั้นหัวหน้าซอมบี้มันคงไม่พลิกแผ่นดินตามหาขนาดนี้”
“หรือว่ามันจะตกลงมาพร้อมกับเครื่องบิน…”
เซี่ยปู้เอ้อร์ก้มมองแคปซูลในกล่องด้วยสายตาแปลกประหลาด ในขณะที่ชวี่เจียหลี่ตอบว่า “ไวรัสน่าจะแพร่ระบาดมาจากเครื่องบิน ตอนที่เครื่องบินะเิ สัมภาระที่อยู่ในกระเป๋าเดินทางก็ะเิด้วย น่าจะมีคนขึ้นูเาไปเก็บกระเป๋าออกมาที่นี่ และสุดท้าย มันก็ตกมาอยู่ในมือของหม่าอู”
“อย่าบอกใครเื่นี้เด็ดขาด คุณก็รู้ว่ามันจะเป็ยังไง...”
เซี่ยปู้เอ้อร์นำแหวนมาใส่กล่องเข้าที่เดิมและยัดกล่องใส่แหวนเก็บเข้ากระเป๋า ชวี่เจียหลี่พูดเหมือนอ่านใจเขาออก “ฉันรู้ว่านายจะต้องพูดแบบนี้ แล้วถ้าฉันเดาไม่ผิด นายจะใช้มันล่อให้หัวหน้าซอมบี้ออกไปจากที่นี่ใช่ไหม?”
“ผมตายคนเดียว ก็ดีกว่าให้ทุกคนตายกันหมดนะ”
เซี่ยปู้เอ้อร์เอนหลังพิงกำแพงและจุดบุหรี่สูบในความเงียบ ชวี่เจียหลี่ถอนหายใจออกมายาวแรง “ปู้เอ้อร์ นายเป็คนดีจริงๆ นะ เป็เกียรติมากที่ได้รู้จักกับนาย แต่โชคไม่ดีที่ฉันช่วยนายได้แค่นี้ ขอให้นายโชคดี”
“ไม่ต้องคิดมาก แค่ทุกคนปลอดภัยผมก็พอใจแล้ว”
เซี่ยปู้เอ้อร์ยิ้มกว้างแล้วส่ายศีรษะ หลังจากที่ชวี่เจียหลี่สวมกอดเขาอีกครั้ง เธอก็เดินถอนหายใจออกไปจากห้อง หลังจากที่ัักับกล่องใส่แหวนแล้ว ดวงตาของเซี่ยปู้เอ้อร์ก็เป็ประกายแวววาว เขาส่งเสียงะโขึ้นว่า “ครูเฉิน เท้าผมเจ็บ ครูช่วยมาดูให้หน่อยสิครับ”
“ห้ามหลอกครูนะ…”
เฉินจิงฮัวเดินออกมาจากห้องด้านข้างและจ้องมองเขาหน้าดุ แต่เซี่ยปู้เอ้อร์ก็ลากเธอเข้ามาในห้องและดันหลังไปชนกำแพง เขาพูดพร้อมกับยิ้มอย่างร้ายกาจ “ฮัวฮัว ผมอยากใช้ชีวิตร่วมกับคุณ ความจริงแล้ว ผมอยากจะเป็คนรักของคุณมาตลอด”
“ห้ามเรียกฉันว่าฮัวฮัว ต้องเรียกว่าคุณครู…”
เฉินจิงฮัวผลักเขาออก และพูดเหมือนอ้อนวอนว่า “ปู้เอ้อร์ ครูขอร้องเถอะนะ ปล่อยครูไปเถอะ เราไม่เหมาะสมกันสักนิด ที่นี่ไม่ใช่ประเทศที่ครูกับนักเรียนจะรักกันได้ ถ้าครูอยู่กินกับเธอ สังคมจะมองยังไง ครููจะใช้ชีวิตต่อไปยังไง”
“ดีเลย งั้นผมอยากให้ครูพูดออกมา ครูชอบผมหรือเปล่า ห้ามโกหกเด็ดขาดนะ”
เซี่ยปู้เอ้อร์มองตาเธออย่างจริงจัง ใบหน้าที่สวยงามของเฉินจิงฮัวกลายเป็สีแดงขึ้นมาแล้ว เธอกัดริมฝีปากขบคิดอยู่นาน ก่อนที่เซี่ยปู้เอ้อร์จะพูดด้วยความมั่นใจว่า “ไม่ตอบแบบนี้แสดงว่าครูชอบผม แต่ครูไม่กล้าพูดมันออกมา แค่นี้ผมก็พอใจมากแล้ว”
“พอใจบ้าอะไรกัน! คิดเองเออเองอยู่คนเดียว…”
เฉินจิงฮัวผลักอกเขาออกมาอีกครั้งด้วยความเขินอาย เด็กหนุ่มยังคงดื้อดึง แต่ทันใดนั้นทั้งสองคนก็ได้ยินเสียงร้องไห้กระซิกๆ เฉินจิงฮัวพูดออกมาด้วยความประหลาดใจว่า “ทำไมซงเจี่ยเหวินถึงยังร้องไห้อยู่อีกล่ะ? ตอนที่นายเข้าไปในห้อง พวกจ้าวหงซินมันได้ทำลงไปแล้วหรือยัง?”
“ผมไม่เข้าใจเลย ฮัวฮัว พวกเขาทำอะไรกันเหรอครับ ช่วยสอนผมหน่อยสิ…”
เซี่ยปู้เอ้อร์ยิ้มออกมาอย่างเ้าเล่ห์ เฉินจิงฮัวยกขาเตะหน้าแข้งเขาด้วยความโกรธ แต่เซี่ยปู้เอ้อร์ชี้มือไปที่เตียงแล้วพูดว่า “เอ๊ะ คุณครูครับ ครูรู้ไหมว่าไอ้ดุ้นๆ นั่นเขาเอาไว้ทำอะไรน่ะ ดูเหมือนว่ามันจะสั่นได้ด้วยแฮะ ครูรู้ไหมว่ามันคืออะไร?”
“น่าจะเป็อุปกรณ์ไฟฟ้านะ ถ้ามันสั่นคงจะเตือนว่าแบตจะหมดแล้ว”
เฉินจิงฮัวมองวัตถุรูปทรงแแท่งที่วางอยู่บนเตียงด้วยสายตาไม่แน่ใจ เซี่ยปู้เอ้อร์หัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่ไหวจนแทบจะสำลักน้ำลายตัวเอง เด็กหนุ่มพูดอย่างยากลำบากว่า “เครื่องวัดไฟอะไรจะสั่นได้ครับ นี่เขาเรียกว่าจู๋ปลอม ลืมมันเถอะ! ดูเหมือนครูจะยังไม่เคยใช้มาก่อนใช่ไหม ผมพูดถูกหรือเปล่า?”
“เซี่ยปู้เอ้อร์ ห้ามพูดกับครูแบบนี้อีกเด็ดขาด ไม่งั้นครูจะฉีกปากเธอ”
เฉินจิงฮัวยกมือบิดหูเด็กหนุ่มด้วยความเขินอาย แต่เซี่ยปู้เอ้อร์อาศัยจังหวะนี้ก้มลงจูบริมฝีปากเธอ
คุณครูสาวขยับตัวหนีด้วยความโกรธและทุบตีเขา ก่อนที่จะเดินหนีมาพร้อมกับใบหน้าและหูที่แดงแจ๋ หลังจากนั้นก็ยืนสูดหายใจเรียกสติอยู่พักใหญ่
“ไปเลย เข้าไปดูข้างในกันครับ”
เซี่ยปู้เอ้อร์จูงมือเธอเดินไปฝั่งตรงข้าม แต่เมื่อเปิดประตูห้องออก ก็พบกับซงเจี่ยเหวินนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่บนพื้นเพียงลำพัง เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ฉีกขาดไม่มีชิ้นดี ซงเจี่ยเหวินยามนี้ไม่ต่างจากเด็กน้อยหลงทาง เธอร้องไห้ออกมาโดยปราศจากการเสแสร้ง
“ครูซง เป็อะไรหรือเปล่า”
เฉินจิงฮัวรีบเดินเข้าไปดึงผ้าห่มมาคลุมร่างกายที่เปลือยเปล่าของซงเจี่ยเหวิน แต่เมื่อซงเจี่ยเหวินเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับน้ำตา เฉินจิงฮัวก็ต้องตกตะลึง สองแก้มของซงเจี่ยเหวินบวมแดงจากการถูกตบ แม้แต่จมูกก็มีร่องรอยของการถูกทำร้าย
“ครูซง ไม่เป็ไรนะครับ ผมไล่พวกมันไปแล้ว”
เซี่ยปู้เอ้อร์ย่อกายลงมาด้านข้าง แต่ทันใดนั้น ซงเจี่ยเหวินก็โผเข้ากอดเขาและร้องไห้ออกมาเสียงดัง จากนั้น เธอก็ส่ายหน้าพูดทั้งน้ำตาว่า “ปู้เอ้อร์ เธอจะตบตีครูจนตายก็ได้ ครูหักหลังเธอ ครูมันเป็หญิงแพศยา”
เซี่ยปู้เอ้อร์รู้อยู่แล้วว่าไม่ช้าก็เร็วเขาต้องได้ยินสิ่งนี้ เด็กหนุ่มจึงไม่มีความโกรธเคืองซงเจี่ยเหวินเลยแม้แต่น้อย เขาลูบหลังปลอบใจเธอว่า “ลืมมันไปเถอะครับ ผมไม่โกรธคุณหรอก ยังไงผมก็ได้บทเรียนแล้ว แต่ผมขอบอกเลยนะว่างานนี้ผมไม่ปล่อยหวังเอ้อโกวไว้แน่!”
“ความสัมพันธ์ที่ขึ้นอยู่กับแค่ร่างกาย มันพังทลายได้ง่ายดายแบบนี้นี่เองสินะ”
เฉินจิงฮัวถอนหายใจออกมาแ่เบาและมองซงเจี่ยเหวินด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ตอนนั้นเอง หลี่โหยงเดินเข้ามาในห้อง พูดว่า “เซี่ยปู้เอ้อร์ นายจะใจดีไปถึงไหน นายก็รู้ดีว่าเธอหลอกใช้นาย จะไปทำดีกับเธออีกทำไม”
“คุณ…”
เฉินจิงฮัวมองหลี่โหยงด้วยความสงสัย เธอไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็ใคร หลี่โหยงยกมือชี้ไปที่ซงเจี่ยเหวินพูดว่า “เธอเป็ชู้รักของหวังเอ้อโกว ก่อนหน้าที่เธอจะมาอยู่กับนาย ทั้งสองคนแอบได้เสียกันมาเป็ร้อยครั้งแล้ว พวกเขารวมหัวกันหลอกนาย ถ้าปล่อยผ่านเื่นี้ไปโดยไม่ทำอะไร นายก็อย่าเรียกตัวเองว่าลูกผู้ชายเลยแล้วกัน”
“คุณหลี่คะ อย่าเข้ามากวนน้ำให้ขุ่นได้ไหม เราไม่ได้สนิทกับคุณสักหน่อย”
เฉินจิงฮัวลุกขึ้นยืนและจ้องมองหลี่โหยงั้แ่หัวจรดเท้า แต่หลี่โหยงยิ้มออกมาอย่างใช้ความคิด “อ๋อ คุณก็คือเฉินจิงฮัว ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ได้มาแย่งแฟนเด็กของคุณหรอก ไม่ต้องมองฉันด้วยสายตาแบบนี้ก็ได้ ฉันแค่อยากมาเล่นงานนังงูพิษคนนี้เท่านั้น”
“เขาเป็ลูกศิษย์ฉันค่ะ อย่ามาพูดจาไร้สาระ”
เฉินจิงฮัวขยี้เท้าด้วยความเขินอายผสมความโกรธ แต่ในตอนนั้นเอง เซี่ยปู้เอ้อร์ก็ลุกขึ้นและหยิบเช็คเงินสดออกมาฉีกจนเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย เขาจ้องมองหลี่โหยงด้วยความโกรธขณะพูดว่า “คุณชนะ ไม่ต้องจ่ายเงินผมอีกแล้วนะ”
“จะมาโกรธฉันทำไมยะ ฉันมาช่วยนายนะ อย่าได้หลงกลแม่นี่อีก...”
หลี่โหยงจ้องมองเด็กหนุ่ม ชี้หน้าซงเจี่ยเหวินด้วยความไม่พอใจ “ยังมีหน้ามานั่งร้องไห้อีกเหรอ ครูอย่างเธอมันแตกต่างจากอีตัวตรงไหนรู้ไหม? เธอมันแย่กว่าคนที่เป็อีตัว เพราะอย่างน้อยคนที่เป็อีตัวก็ยังเชื่อใจได้มากกว่าเธอซะอีก ถ้าฉันเป็เธอนะ ฉันะโตึกตายไปแล้ว!”
“งั้นเหรอ…”
ทันใดนั้น ซงเจี่ยเหวินลุกขึ้นจากพื้น วิ่งร้องไห้ไปที่หน้าต่างเหมือนคนบ้า ในขณะที่เซี่ยปู้เอ้อร์ยังไม่ทันตั้งตัว คุณครูสาวก็ะโออกไปจากหน้าต่าง เกิดเสียงดัง “ตุบ” ตามมา หลี่โหยงและเฉินจิงฮัวยืนตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก
“ครูซง…”
เซี่ยปู้เอ้อร์รีบวิ่งมาที่หน้าต่างและเห็นร่างกายของซงเจี่ยเหวินบิดงอผิดรูปอยู่บนพื้น เืกองใหญ่ไหลทะลักออกมาจากศีรษะของเธอ ในวินาทีนั้น ปรากฏเงาดำวิ่งออกมาจากข้างตึกพุ่งเข้าใส่ซงเจี่ยเหวินอย่างรวดเร็ว มันคือหมาซอมบี้ที่เซี่ยปู้เอ้อร์เคยพูดถึงนั่นเอง
“พอใจแล้วใช่ไหม”
เซี่ยปู้เอ้อร์หันหน้ากลับมาคำรามใส่หลี่โหยงด้วยความโกรธแค้น แต่ใบหน้าที่สวยงามของหลี่โหยงพลันซีดขาวและเธอก็โบกมือด้วยความตื่นกลัว “ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ ฉันไม่นึกว่าเธอจะะโออกไปจริงๆ ขอโทษด้วยก็แล้วกัน”
“คนตายไปแล้ว คำขอโทษจะมีประโยชน์อะไร”
เซี่ยปู้เอ้อร์กำหมัดพุ่งเข้ามาหาเธอ หลี่โหยงล้มลงไปบนเตียง แต่เซี่ยปู้เอ้อร์ที่มีสีหน้าเดือดดาลยังคงกำหมัดอยู่ เขาหันกลับเดินมาที่ประตู ก่อนที่จะต่อยกำปั้นเข้ากับประตูเต็มแรง