ตอนที่ 11 เดินทาง (1)
“หากเอาอย่างเ้าว่า ข้าพูดเพราะๆ กับเ้าไม่กี่คำก็พอแล้ว”
ซ่งจื่อเฉินส่ายหน้าพลางยิ้มอย่างจนใจ ฉีกแป้งทอดในมือออกมาเป็ชิ้นเล็กๆ แล้วจุ่มลงบนน้ำแกง พอเห็นมู่ชิวมองมาด้วยสีหน้าสงสัยเขาจึงยิ้มพลางพูด “นี่เป็วิธีกินที่ข้าเอาอย่างพวกเขา ได้ยินว่ากินแบบนี้จะช่วยเพิ่มอรรถรสยิ่งขึ้น เ้าก็ลองดูบ้างสิ”
“กระหม่อมอิ่มแล้ว ไว้มื้อหน้ากระหม่อมจะขอคำชี้แนะจากท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ”
มู่ชิวยิ้มพลางส่ายหน้า ตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ซ่งจื่อเฉินมองรูปร่างที่ผอมบางของเขา อดขมวดคิ้วเล็กน้อยไม่ได้ “เ้าผอมขนาดนี้ควรกินบำรุงให้มากหน่อย กินน้อยขนาดนี้ ร่างกายจะหายไวขึ้นได้อย่างไร”
เดิมทีมู่ชิวไม่มีความอยากอาหารสักเท่าไร พอได้ยินซ่งจื่อเฉินพูดแบบนี้กลับไม่อยากให้เขาเป็ห่วงตัวเองอีก จำต้องฉีกแป้งทอดออกมาอีกครึ่งแผ่น เลียนแบบท่าทางของซ่งจื่อเฉินจุ่มลงไปในน้ำแกงที่เหลืออยู่กว่าครึ่งชาม ตบแขนของซ่งจื่อเฉินเบาๆ สองที “เอาละๆ กระหม่อมกินแล้ว ท่านอ๋องอย่าเป็กังวลมากเกินไป อันที่จริงถ้ากระหม่อมหิวก็จะไปหากินเอง ไม่มีทางปล่อยตัวเองลำบาก...”
“ถ้าอย่างเ้าไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองลำบาก บนโลกนี้ก็ไม่มีใครที่ปล่อยให้ตัวเองลำบากแล้ว”
พลันนึกถึงภาพคนตรงหน้าในสภาพหนาวเย็นตัวซีดที่อยู่ในความทรงจำขึ้นมาอีกครั้ง ในใจของซ่งจื่อเฉินเ็ปอย่างอดไม่ได้ เถียงกลับเสียงเบา พลางจับมือที่อยู่บนแขนของเขา “มือยังเย็นอยู่อีก หนาวหรือไม่”
“เดิมทียังหนาวอยู่บ้าง แต่พอได้ดื่มน้ำแกงก็ดีขึ้นมากแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
่หลายวันมานี้ มู่ชิวเริ่มชินกับการเป็ห่วงจนเกินเหตุแบบนี้ของซ่งจื่อเฉินแล้ว หากเขาเอาแต่พูดว่าไม่เป็ไร คนผู้นี้ก็อาจกลายเป็ไม่เชื่อเสียด้วยซ้ำ จะต้องคิดแน่นอนว่าเขาปิดบัง มีเพียงการพูดแบบจริงบ้างเท็จบ้างเช่นนี้ถึงจะปลอบโยนท่านอ๋องที่กังวลจนเกินเหตุของเขาได้
ไม่เหนือความคาดหมาย สีหน้าของคนตรงหน้าเริ่มดีขึ้น ทว่ายังคงลูบเสื้อผ้าของเขาอย่างเอาใจใส่แล้วพูดอย่างจริงจัง “เสื้อผ้าบางไปหน่อย ก่อนเดินทัพจำไว้ว่าต้องรีบเปลี่ยนไปใส่ชุดที่ข้าให้คนจัดไว้ เดี๋ยวจะไม่สบาย ตอนนี้ร่างกายของเ้าจะเป็หวัดไม่ได้”
ความหนาวเย็นที่มู่ชิวพูดถึงแท้จริงแล้วไม่ใช่ความหนาวเย็นจากสภาพอากาศ แต่เป็อวัยวะภายในร่างกายเสื่อมโทรม เืลมติดขัดอันเกิดจากพิษในร่างกาย ทำให้เืลมไหลเวียนไม่สะดวก ถึงได้รู้สึกหนาวอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่เขาย่อมไม่มีทางบอกเื่นี้กับซ่งจื่อเฉินตามตรง เขาแค่อมยิ้มพลางพยักหน้าเบาๆ พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ท่านอ๋องโปรดวางพระทัย กระหม่อมจะเปลี่ยนพ่ะย่ะค่ะ”
ซ่งจื่อเฉินพยักหน้า มองเขาจิบน้ำแกงทีละคำราวกับกำลังทำภารกิจอะไร ในที่สุดก็อดยิ้มอย่างจนใจไม่ได้ ส่ายหน้าอย่างระบายอารมณ์ “เอาละ กินไม่ลงก็ไม่ต้องฝืน กินมากไปเดี๋ยวกลางคืนจะนอนไม่หลับอีก ข้าจะให้พวกเขาเตรียมอาหารวางไว้ในรถม้าให้เ้าอยู่ตลอด เ้าหิวก็เอามากิน ถ้าขาดเหลืออะไรก็ให้คนมาบอกข้า”
มู่ชิวโล่งอกราวกับถูกปลดปล่อย วางชามน้ำแกงในมือลงเบาๆ ยิ้มพลางพูดอย่างจริงจัง “ค่อยยังชั่ว เมื่อครู่กระหม่อมยังคิดอยู่ว่า หากท่านอ๋องยังไม่บอกให้พออีก ต่อไปกระหม่อมควรอดสักสองมื้อแล้วค่อยมากินข้าวเย็นเป็เพื่อนท่านอ๋องดีหรือไม่...”
“ในหนึ่งวันมีแค่สามมื้อ เ้ายังคิดจะอดสองมื้อเชียวรึ” ซ่งจื่อเฉินได้ยินเขาพูดเลยเถิดไปไกลก็ขมวดคิ้วตบโต๊ะอย่างเป็จริงเป็จัง “หากทำเช่นนี้เ้าก็ไม่ต้องไปทำากับข้าแล้ว ไม่สู้ไปฝึกตบะอยู่ในเขา!”
มู่ชิวอยู่กับเขามาหลายปี ย่อมรู้ว่ายามไหนที่เขาโกรธจริง ยามไหนที่แกล้งทำ พอเห็นเขาถลึงตาใส่เช่นนี้ก็แค่ส่ายหน้าหลุดหัวเราะ ยกมือคารวะขออภัยอย่างอารมณ์ดี “มิกล้า อย่างไรเสียการฝึกตบะก็ลำบากเกินไป เงียบเหงาปานนั้น กระหม่อมมิอาจทนไหว ตามท่านอ๋องไปทำาดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ อย่างน้อยก็มีน้ำแกงใส่เนื้อสัตว์ให้กิน...”
“ทำเป็เล่น”
ซ่งจื่อเฉินเหลือบมองมู่ชิว ตัวเขาเองที่ทนปั้นปึ่งต่อไปไม่ไหว ส่ายหน้าหลุดหัวเราะออกมาก่อน กินน้ำแกงกับแป้งทอดที่อยู่ตรงหน้าจนหมด จากนั้นก็หยิบชามน้ำแกงที่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่งตรงหน้ามู่ชิวมาไว้ตรงหน้าตัวเอง ท่าทางเป็ธรรมชาติเสียมู่ชิวแทบจะไม่รู้สึกตัว มองเขากินน้ำแกงที่เหลือลงไปอย่างหน้าตาเฉย มู่ชิวพลันรีบยกมือห้าม “ท่านอ๋อง ไม่เหมาะ...”
“ไม่มีอะไรไม่เหมาะ ในค่ายทหารถือสาอะไรขนาดนั้นที่ไหน ทิ้งขว้างอาหารต้องถูกลงโทษ”
ซ่งจื่อเฉินยิ้มพลางตอบ มองใบหน้าซีดเผือดของมู่ชิวที่ยากจะเห็น แววตาเจือไปด้วยความอบอุ่นยิ่งกว่าเดิม เขาลุกขึ้นจับบ่าของมู่ชิวพลางพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ข้าจะไปลาดตระเวนค่าย เ้ารออยู่ในกระโจม ถ้าหนาวก็ผิงไฟ เดี๋ยวข้ากลับมา”
“ท่านอ๋องโปรดวางพระทัย กระหม่อมจะไม่เดินเพ่นพ่านพ่ะย่ะค่ะ”
มู่ชิวกระแอมเล็กน้อย ยิ้มพลางพยักหน้า หยิบชุดคลุมที่อยู่ข้างๆ คลุมให้ซ่งจื่อเฉิน ซ่งจื่อเฉินไปตรวจอุณหภูมิของเตาไฟอีกครั้ง ถึงวางใจกดให้มู่ชิวนั่งลงบนเตียงแล้วสาวเท้าออกจากกระโจมไป
มองตามหลังของเขาที่หายไปนอกกระโจม สายตาของมู่ชิวเจือไปด้วยรอยยิ้มที่ทั้งอบอุ่นและจนใจ หลับตาลงถอนหายใจเล็กน้อย นั่งกอดเข่าอยู่ที่ขอบเตียง ดึงผ้าห่มหนังสัตว์ขึ้นมาบนตัว