วันนี้่เช้าภัควริณย์มีสอนหลักสูตรนักเรียนผู้ช่วยทันตแพทย์เธอขออาสาสมัครสองคนมาช่วยเตรียมงานกีฬาสีในตอนเย็นของทุกวันเนื่องจากผู้ใต้บังคับบัญชาคนอื่นๆ ไม่มีใครสะดวกช่วยงานนอกเวลา นักเรียนที่มาช่วยเตรียมงานชื่อฟ้ากับน้ำหวานทั้งคู่มาก่อนเวลาเลิกงานเล็กน้อย
“พี่ขอย้ำกติกาของเรานิดนึงนะว่า งานของเราเป็ความลับจะไม่มีการถ่ายรูปหรือเผยแพร่ภาพและเสียงที่เห็นในห้องนี้ผ่านทางโซเซียลใดๆทั้งสิ้น”
“ได้ค่ะพี่ไม่มีปัญหา” สองสาวรับคำเป็มั่นเหมาะทั้งที่ไม่รู้ว่ามีอะไรเป็ความลับนักหนา
“สวัสดีครับ” ชยณัฐมาถึงห้องซ้อมคนแรก
“สวัสดีค่ะ หมอมาเร็วกว่าเพื่อนทุกวันเลย น่ารักที่สุด”
“น่ารักขนาดนี้เมื่อไหร่พี่จะนัดเลี้ยงข้าวผมสักที คิวผมว่างแล้วนะ”มั่นหน้ามากเดินมาทวงถึงหน้าโต๊ะทำงาน
“งานเสร็จยังล่ะ ผลงานยังไม่ปรากฏมาขอรางวัลซะแล้ว”
“ผมอุตส่าห์งดคลินิกเกือบเดือนเพื่ออยู่ซ้อมลีดให้พี่เลยนะรายได้หายไปตั้งเท่าไหร่ เลี้ยงบุฟเฟต์มื้อเดียวจะสักกี่ตังค์เชียว”
“เื่เข้าใจผิดเถอะตั้งใจที่ไหน อีกอย่างคิวพี่ยาวถึงเมื่อไหร่แล้วจะบอก”
“ไอ้คนหัวแถวมันขยับหรือยัง” หมอหนุ่มกระซิบถาม “ผมรู้นะพี่เป็คนไปรับไอ้ไวน์เมื่อคืนวันศุกร์ จ่ายค่าปิดปากมาซะดีๆ”
“เอากำปั้นปิดไหม” ศวัสดึงคอเสื้อเพื่อนจากด้านหลังกระชากขึ้นแรงจนถูกประท้วง
“เบาหน่อยไอ้เวรเสื้อกูยับหมด”
พอถูกปล่อยชยณัฐก็ขยับคอเสื้อให้เข้าที่มือชี้ไปทางสมาชิกใหม่ที่นั่งตัดกระดาษอยู่มุมห้อง
“มึงเห็นน้องสองคนนั่งอยู่นี่ไหมไอ้คนไร้อารยธรรมหนึ่งในนั้นอาจจะเป็เอฟซีมึงก็ได้คราวนี้แหละมึงเรตติ้งตกฮวบ”
“พูดมากไปเข้าห้องซ้อมท่าให้กูก่อนพวกนั้นจะมา เร็ว!” ศวัสหันไปมองทางมุมห้องนิดเดียวไม่พูดอะไร
“น้องสองคนมาช่วยเตรียมงาน ไม่ต้องกลัวพี่ย้ำแล้วรับรองปิดปากสนิท” เธอรีบอธิบาย “ชื่อฟ้ากับน้ำหวาน”
“สวัสดีค่ะ” สองสาวยกมือไหว้ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ
“ครับ” เขาพยักหน้ารับแล้วผลักชยณัฐให้เดินเข้าห้องประชุมไปด้วยกันพอประตูห้องประชุมปิดลง นักเรียนผู้ช่วยชื่อฟ้าก็ถลามาหน้าโต๊ะทำงานเธอราวกับพายุ
“กรี๊ดดดดดด” ฟ้ากรี๊ดแบบไร้เสียง แต่ท่าทางลิงโลดราวกับถูกล๊อตเตอรี่รางวัลใหญ่ กำปั้นสองข้างชูขึ้นไปมาสองขาย่ำกับพื้นรัวๆ
“พี่พีๆ โอ้ย! หนูจะเป็ลม พี่ๆ ฮือๆ”
“เป็อะไรไปฟ้า หนูทำพี่ในะอย่าร้องสิ”
“นะ…หนูดีใจอ่ะดีใจสุดๆ ในชีวิตเลยพี่ ฮือๆ”
“ดีใจเื่อะไรพี่งงไปหมดแล้ว”
“นางเป็เอฟซีหมอไวน์ค่ะ” น้ำหวานตอบแทน
อ้อเก็ต!
“นึกว่าเื่อะไร ต่อไปก็ต้องได้เจอหมอเขาบ่อยๆเดี๋ยวก็ชิน”
“บ่อยๆ เหรอพี่”
“ก็มาซ้อมเกือบทุกวันแหละ”
“จริงเหรอพี่ จริงเหรองั้นเลิกเรียนหนูจะรีบมาช่วยงานพี่เลย”
ประตูห้องถูกเปิดอีกครั้งคราวนี้นนทวัฒน์ กมลภพ และปริศ เดินเรียงแถวกันเข้ามาสองสาวจึงทำท่าสงบเสงี่ยมลงทันทีจนกระทั่งประตูห้องประชุมถูกปิดลงอีกครั้ง
“พวกหมอเขามาทำไม” สองสาวอ้าปากเหวอมองตามสามหนุ่มจนตาค้าง
“ซ้อมลีดจ้า”
“หมอๆ เค้าเป็ลีดงานกีฬาเหรอพี่”
“จ้า” ภัควริณย์อมยิ้ม “นี่แหละความลับของกีฬาสีปีนี้”
“อ๊าาาาาา เซอไพรส์สุดๆ ไปเลย” แล้วสองสาวก็แข่งกันกรี๊ดแบบไร้เสียง
“จะมีหมอมาอีกมั้ยพี่” น้ำหวานตาเป็ประกายระยิบระยับ
“ถามถึงใครล่ะพี่จะได้ตอบถูก”
“คนนี้เอฟซีหมอเต้” คราวนี้ฟ้าเป็ฝ่ายตอบแทนเพื่อน
“หมอเต้ไม่มาเหรอพี่”
“วันนี้มาสิ”
“จริงเหรอพี่หมอจะมาจริงๆ นะ” น้ำหวานดีอกดีใจน้ำเสียงสั่นเครือ
“มีประชุมกันตอนหกโมง ปีสองหมอเตวิช ปีสามหมอกนต์ธรเป็ตัวแทน”
“แล้วหมอเขาทำอะไร”
“ดูก่อนนะ หมอศวัสเขียนผังให้แล้ว แต่พี่จำรายละเอียดได้ไม่หมดขอดูแป๊บ”หญิงสาวไล่ดูตามผังในสมุดโน้ต
“อืม หมอเตวิชใช่ไหมอ้อนี่ไงถือธงเล็กในขบวนพาเหรด”
“มีขบวนพาเหรดด้วยเหรอพี่”
“ใช่ ปีนี้ปีแรกเลยทั้งพาเหรดและโชว์การแสดง เดนท์กับพีจีเดินนำเป็เ้าภาพส่วนปีอื่นก็แค่เดินร่วมในขบวนด้วย”
“ทำไมลีดมีแต่หมอผู้ชายล่ะพี่”
“ไม่รู้สิ หมอเค้าส่งชื่อมาแบบนี้”
“แล้วดรัมฯ มีใครบ้าง”
“หมอผู้หญิงปีหนึ่ง แล้วก็หมอศวัส”
“หมอไวน์ของหนูอ่ะนะ” ฟ้าถามเสียงสูง
“จ้าาาา หมอไวน์ของเธอนั่นแหละ”
“กรี๊ด อย่างนี้หนูทำงานให้พี่ถวายชีวิตเลยนี่ถ้าเพื่อนรู้ต้องอิจฉาเราสองคนแน่ๆ ที่ได้มีโอกาสใกล้ชิดหมอขนาดนี้ในห้องหนูมีเอฟซีหมอปริศด้วย เอฟซีหมอณัฐก็เยอะ หมอกมลอีกเค้าคัดหน้าตากันเหรอพี่ทำไมหมอปีหนึ่งมีแต่คนหล่อๆ”
“คงงั้นมั้ง” เธอหัวเราะเห็นด้วยกับสองสาว ปีนี้ต้องยอมรับว่าหมอนักเรียนหน้าตาดีจริงๆแถมหุ่นสูงไล่เลี่ยกันไปอีก “เวลาเรียนไม่ได้ช่วยหมอเหรอ”
“ไม่เลยพี่เรากับหมอเรียนกันคนละตึก ไม่ได้เจอพวกหนูเลยได้แต่แอบปลื้มแบบห่างๆจะมีก็เดินสวนกันในโรงอาหารบ้าง”
“อุปสรรคเยอะจริง”
“นินทาใครอยู่จ๊ะสาวๆ” แอฟ สาวสวยผู้สอนดรัมเมเยอร์โผล่หน้ามาแบบไม่ให้สุ้มให้เสียง
“อ้าว วันนี้มีซ้อมด้วยเหรอ”
“เปล่า ฉันจะมาชวนเธอไปกินส้มตำ”
“ได้สิแต่มืดเลยนะมีประชุมกับหมอ นี่น้ำหวานกับฟ้ามาช่วยเตรียมงานส่วนนี่พี่แอฟมาสอนดรัม”
สองสาวยกมือไหว้สาวสวย
“พี่แอฟสวยจัง”
“ปากหวานเชียว ดีเลยไปกินส้มตำกัน ว่าแต่ได้ยินว่ามีเอฟซีหมอศวัส ใครๆคนไหนๆ” ฟ้าค่อยๆ ยกมือขึ้น
“ตบกันดีไหมเราสเปกเดียวกันแบบนี้”
“ใช่ไหมพี่หมอไวน์คือที่สุดแล้วปีนี้”
“ใช่ไหมๆ” พี่แอฟกับน้องฟ้าสามัคคีแปะมือกันเป็ผู้สนับสนุนหมอศวัสอย่างเป็ทางการ
“หมอเดินเป็ไงบ้างคะเวลาซ้อมเป็ไงบ้าง” ฟ้าล้วงความลับ
“เท่สุดๆ ไปเลย”
“กรี๊ดด อยากเห็น”
“ตอนควงคทาหล่อมากขอบอกตอนแรกพี่ก็คิดจะจีบนะแต่ตอนนี้ไม่แล้ว” แอฟเล่าด้วยน้ำเสียงปลงๆ
“ทำไมล่ะ”
“หมอกลัวพี่”
“ก็แกเล่นขู่จะตีเขาขาหัก”ภัควริณย์ท้วงขำๆ
“นี่ถึงกับเอามาฟ้องกันเลยเหรอแล้วจะให้ขู่ว่าจะจูบปิดปากหรือไง”
“ยัยหื่น!”
“ฉันไม่ได้บวชชีเหมือนแกนี่แต่ไม่ต้องห่วงของแบบนี้ฉันไม่กระโตกกระตากให้ไก่ตื่นหรอกเด็กแกพอถูกฉันขู่นิดขู่หน่อยก็ตั้งท่าจะเผ่นทุกที”
“สอนดีๆ สิ ทำตัวเป็นางั์ทำไม”
“ติดเป็นิสัยจนกลายเป็สันดานไปแล้ว”
ภัควริณย์ส่ายหัว “เวลาสอนหนังสือในแกดุมั้ย”
“องค์ทศกัณฐ์ลงเลยล่ะเด็กมันนินทาลับหลัง”เ้าตัวเล่าไม่ทุกข์ร้อน
“ดีนะไม่บอกว่าแกกินน้ำตาลมากไปเลยดุ”
“ไม่ใช่หมานะ”
“มีเขี้ยวหน่อยก็ใช่ล่ะ แกนั่งรอนี่นะเดี๋ยวฉันเข้าไปประชุมในห้องกับหมอ”ภัควริณย์ลุกขึ้นเมื่อหมอปลินนาเดินนำหน้าหมอเตวิชและหมอกนต์ธรเข้ามาตอน18.00 น.
น่ารักมาก...ตรงเวลาเป๊ะเลยหมอ
ภายในห้องประชุมประกอบด้วยหมอแปดคนในนี้มีหมอสาวเพียงคนเดียวคือหมอปลินนาและมีภัควริณย์เป็ประธานในที่ประชุมทำหน้าที่แจ้งงบที่ได้รับจัดสรรจากสถาบัน
“ห้าพันเยอะจนทำอะไรไม่ถูกเลย” ชยณัฐกล่าวขึ้นเป็คนแรกหลังเธอพูดจบ
“บอกแล้วว่างบจำกัดนี่พี่ไปต่อสู้ฟาดฟันจนเืสาดในห้องประชุมให้เลยนะ”
“ปีที่แล้วได้มาห้าร้อย” เตวิชพูดกลั้วหัวเราะ
“แร้นแค้นสุดๆ แล้วพวกพี่ทำไง”
“ก็ใส่เสื้อกีฬาที่เขาแจกแล้วซื้อหมวกมาใส่เพิ่มแค่นั้น” รุ่นพี่ตอบสบายๆ
“พี่บอกแล้วไงว่าไม่ซีเรียสหมอใส่ชุดกีฬาหรือชุดกาวน์เดินในสนามได้เลยไม่จำเป็ต้องแต่งอะไรมากมายแค่โชว์เป๊ะมันก็โอเคแล้ว”
“ได้นะงานเริ่มบ่ายแต่่เช้าบางคนยังติดเคสอาจจะแต่งตัวไม่ทัน” นนทวัฒน์เห็นด้วย
“ไม่เอานะผมอยากหล่อ” ชยณัฐส่ายหน้า
“ลีดมหา’ลัยก็ใส่ชุดนักศึกษา”ปริศเสนอความเห็นในฐานะเมเจอร์ลีดเก่า
“โนครับเพื่อน สำหรับกูต้องใส่สูทผูกหูกระต่ายถึงจะสมกับที่ซ้อมจนข้อมือเคล็ด”ชยณัฐเสนอช่องทางหล่อซึ่งต้องใช้เงินมหาศาล
“เห็นด้วย” ศวัสยกมือสนับสนุน
“ห้าพันของพี่พอได้สูทหมอสักครึ่งตัวไหม อีกสี่คนทำไงอ่ะ” ภัควริณย์กุมขมับ
“ความหล่อมันต้องใช้เงิน” คนนึงเสนอ
“ช่ายยยย” อีกคนสนองรับลูก
“แค่นี้หมอก็หล่อเกินมีนแล้ว” เธอพยายามประเหลาะ
“พี่พีบอกว่าพวกเราต้องเช็กเรตติ้งเพิ่มกลุ่มแฟนคลับที่มีอยู่ให้มากขึ้น”
ตอนนี้เกิดความจำดีขึ้นมาเชียวพ่อคุณ!
“สรุปลีดจะใส่สูทผูกหูกระต่ายใช่ไหมหมอสองคนว่าไง” เธอหันไปถามความเห็นนนทวัฒน์และปริศซึ่งทั้งสองก็พยักหน้ารับ
“มติว่างั้นพวกผมก็ไม่ขัด”
“ได้งั้นเปิดโครงการคนละครึ่ง” หมอๆยิ้มกว้างแล้วก็ต้องหุบฉับเมื่อได้ยินประโยคต่อมา “พี่หาหูกระต่ายให้ส่วนหมอหาสูทมา”
“ครึ่งตรงไหนพี่” กมลภพร้องโอดครวญ
“พี่อาบน้ำร้อนมาก่อน เชื่อพี่ พี่เรียนมา”
“จบสถาบันไหนเนี่ยจะไม่ส่งลูกเรียน”
“ที่เดียวกับกู” เตวิชหัวเราะอย่างน้อยหูกระต่ายที่ได้ก็เป็งบที่สูสีไม่ต่างจากรุ่นเขา
“เข้าข้างกันไม่ลืมหูลืมตา ชี้หมาเป็นก” ปริศพึมพำประชดพี่ญาติเลยได้ลูกถีบไปหนึ่งดอก
“เหลือชุดดรัม”
“ค่ะพี่” ปลินนายิ้มแป้นแล้น
“หมอปลินนาไปดูกับพี่ไหมวันไหนว่างตอนเย็นชวนหมอกุลนันท์กับหมอไอลดาไปด้วย”
“ได้พี่ แล้วพวกหนูได้งบเท่าไหร่”
“เหลือสี่พันห้า ดรัมสามคนเอาไปคนละพันห้าละกัน”
“โอ้โห! ความยุติธรรมมันอยู่ตรงไหน” คราวนี้หนุ่มๆโอดครวญกันถ้วนหน้า
“ส่วนของผมล่ะ ผมเป็ไม้หนึ่งนะ” ศวัสท้วงรักษาสิทธิของตน
“แกก็ใส่สูทไง” ปลินนาตอบ
“ไม่เอาจะเปลี่ยนชุดด้วย ทำสองหน้าที่ต้องเปลี่ยนสองชุด”
จ้าพ่อไปให้สุดเลยจ้า
“เยอะนะแก” เพื่อนสาวชักยัวะ
“ถ้าไม่ได้ชุดดรัมอีกชุดก็จะใส่หูกระต่ายอันเดียวเดินมันนี่แหละ”
กรี๊ดอกอีแป้นจะแตกคิดภาพตามแล้วอยากจะหัวเราะให้ฟันโยก
“อนุมัติเลยหมอตามนั้น หมอกล้าใส่แค่นั้นลงสนามพี่ก็กล้าดูเอฟซีหมอคงเพิ่มกระฉูดเลยงานนี้”
“พี่!!!”