“เย่เย่?เกิดอะไรขึ้น!?”
ถังซื่อหยวนที่ใบหน้าซีดเผือดวิ่งออกมาจากห้องรับแขก
ระหว่างทางเขาได้พบกับเ้าหน้าที่ในชุดทางการหลายสิบคนกำลังวิ่งวุ่นจนไปทั่วบ้านและกำลังค้นไปทั่วจนเหล่าคนรับใช้และคนดูแลตกอกใกันหมด
แต่พวกเขาก็ทำตามอย่างที่หัวหน้าหน่วยเหยี่ยวดำคนนั้นพูดพวกเขาจับต้องทุกอย่างด้วยความเบามือและระมัดระวังเป็อย่างยิ่งเพื่อไม่ให้สิ่งใดเสียหาย
ถังซื่อหยวนยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัยอะไรที่ทำให้กองทัพถึงกับกล้าออกคำสั่งที่มุทะลุแบบนี้ออกมา ่นี้นอกจากเหตุการณ์ประลองของสองปรมาจารย์ที่เกิดบนูเาแล้วก็ไม่มีเื่ใหญ่โตอะไรในเมืองอีกแล้ว
ต่อให้เหตุการณ์เมื่อคืนมันไปกระตุ้นความสนใจของกองทัพจริงแต่พวกเขาไม่น่าจะรีบร้อนถึงขนาดมีคำสั่งที่สามารถตรวจสอบบ้านตระกูลถังได้เช่นนี้
พวกเขากำลังหาอะไรอยู่กันแน่?
ในห้องอาหารมีเ้าหน้าที่หลายคนเข้ามาตรวจค้นเช่นกันในแวบแรกเมื่อพวกเขาเห็นหญิงสาวที่หน้าตาสวยสง่ากำลังนั่งจิบชาอยู่ก็ทำให้พวกเขาผงะไปเช่นกัน
พวกเขาไม่เคยเห็นหญิงสาวที่สวยขนาดนี้มาก่อน
ไป่ฟานเซียนเพียงเบนสายตาไปมองพวกเขาเพียงแวบหนึ่งเท่านั้นที่ด้านหลังของนางมีเด็กน้อยสองคนที่ตกอกใเพราะการปรากฏตัวกะทันหันของเ้าหน้าที่พวกเธอยืนจับมือกันโดยที่มืออีกข้างเกาะชายเสื้อของหญิงสาวเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
ถังเย่เย่ที่ใจนร้องไห้ออกมาเมื่อครู่ได้หยุดร้องลงไปแล้วหลังจากมาแอบที่ด้านหลังของไป่ฟานเซียนเธอรู้สึกถึงความปลอดภัยอย่างยิ่งในยามที่อยู่ใกล้ๆกับพี่สาวที่เธอเรียกว่านายหญิงนี้
แม้แต่ถังซินหลานผู้เป็มารดายังเห็นด้วยเงียบๆเธอยอมให้ลูกสาวออกห่างจากตัวเองเพราะเชื่อมั่นว่าการอยู่ใกล้ๆกับท่านปรมาจารย์ไป่จะปลอดภัยมากกว่า
“เย่เย่! ลูกเป็อะไรไหม?”
ถังซื่อหยวนที่เปิดประตูมาอย่างเร่งรีบเข้าไปดูอาการลูกสาวด้วยความเป็ห่วงแต่เมื่อเห็นว่าลูกสาวปลอดภัยดีทั้งยังจับชายเสื้อของปรมาจารย์ไป่เสียแน่นไม่ยอมปล่อยก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
“หัวหน้าไม่พบอะไรแปลกๆหรือสมบัติระดับ 5 ขึ้นไปเลยครับ!”
ในห้องรับแขกหลังจากผ่านไปราวๆสิบนาทีเ้าหน้าที่คนหนึ่งรีบเข้ามารายงานกับหัวหน้าหน่วยเหยี่ยวดำนั่นทำให้เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย รวมไปถึงแขกจากตระกูลติง อี้และหานที่แปลกใจเช่นกัน
แม้แต่กองทัพยังหาไม่เจอ?
หรือตระกูลถังจะไม่มีสมบัติที่ว่านั่นจริงๆ?
“พวกเราขออภัยตระกูลถังจริงๆที่รบกวนในวันพรุ่งนี้ทางกองทัพจะส่งของขวัญแสดงความขอโทษที่ครั้งนี้ล่วงเกินมาให้”
กองทัพของประเทศนี้ก็เป็แบบนี้หากพวกเขารับรู้ว่าตัวเองผิดพลาดก็พร้อมจะชดใช้ให้ประชาชนเสมอ เพราะรู้ดีว่าประชาชนถือท่อน้ำเลี้ยงที่ทำให้กองทัพดำรงอยู่ได้ถึงบางครั้งจำต้องปฏิบัติการณ์อย่างเด็ดขาดก็ตาม
โดยเฉพาะกับตระกูลที่มีอำนาจทางการแพทย์อย่างตระกูลถัง
การชดใช้ของพวกเขาจะไม่ธรรมดาแน่นอน
นั่นยิ่งทำให้ถังซื่อหยวนประหลาดใจมากขึ้นไปอีกเพราะครั้งนี้กองทัพดูจะรีบร้อนเกินไปจริงๆ
“เดี๋ยวก่อนสิคุณหัวหน้า”
แต่ก่อนที่หน่วยเหยี่ยวดำจะจากไปอี้ฟานก็หยุดเอาไว้ด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
“ถึงจะหาไม่เจอแต่มันก็อาจจะอยู่กับตัวของใครสักคนในบ้านนี้ก็ได้นา...”
คำพูดของเขาทำให้หัวหน้าหน่วยเหยี่ยวดำฉุกคิดแต่นั่นก็ทำให้ตระกูลถังไม่พอใจมากขึ้นไปอีก
นั่นไม่ได้หมายความว่าจะค้นตัวพวกเขาทุกคนหรอกรึ?
“หัวหน้าหน่วยเหยี่ยวดำพวกคุณจะไว้หน้าตระกูลถังสักหน่อยไม่ได้เชียวรึ?”
เป็ถังเทียนจี๋ที่ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็าเพราะการกระทำของกองทัพครั้งนี้เป็การล้ำเส้นอย่างหนัก ทั้งหากมีคนปล่อยข่าวลือแปลกๆออกไปมันจะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงตระกูลถังอย่างแน่นอน
หัวหน้าหน่วยเหยี่ยวดำเองก็มีท่าทีลังเลเพราะครั้งนี้คือว่าพวกเขามาล่วงเกินตระกูลถังถึงบ้านไปแล้วแต่เมื่อนึกถึงคำสั่งจากเบื้องบนเขาก็กัดฟันแล้วออกคำสั่งออกไป
“ค้นตัวทุกคนในบ้านให้หมด...ผมจะรับผิดชอบเอง”
เมื่อพูดจบเขาก็หันหน้ามาเผชิญหน้ากับถังเทียนจี๋และกล่าวอย่างหนักแน่น
“พรุ่งนี้ผมจะเป็คนมาขอขมาตระกูลถังด้วยตัวเองในนามของกองทัพ! รวมถึงจะไม่ยอมให้เกิดข่าวลือที่ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงตระกูลถังเด็ดขาด!”
เมื่อพูดจบเขาก็ก้าวเดินออกไปจากห้องเพื่อตรวจค้นตัวทุกคนในบ้านเหลือไว้เพียงถังเทียนจี๋ที่ถอนหายใจออกมาอย่างหดหู่
แขกของทั้งสามตระกูลเองก็คิดว่าควรจะออกไปชมความสนุกด้านนอกสักหน่อยจึงทยอยเดินออกไปจากห้องรับแขกก่อนหน้านี้แล้ว
“...ไม่เป็ไรหรอกครับนายใหญ่” ลุงหวงที่ยืนอยู่ข้างเ้านายของตัวเองปลอบใจเบาๆ
“ในเมื่อพวกเราไม่มีสมบัตินั่นจริงๆพวกเขาไม่มีทางเจออะไร”
“ใช่สมบัตินั่นเป็ของปรมาจารย์ไป่...”
เมื่อพวกเขาพูดมาถึงประโยคนี้สองนายบ่าวที่อายุอานามรวมกันก็มากกว่าร้อยปีไปแล้วถึงกับสะดุ้งโหยงจนตัวโยนราวกับเด็กๆ
“...ซื่อหยวนให้คนพาปรมาจารย์ไป่ไปที่บ้านหลังนั้นแล้วใช่ไหม?”ถังเทียนจี๋ถามลุงหวงด้วยน้ำเสียงฝืดๆ
“...ขอให้เป็แบบนั้นเถอะครับ”
ทั้งสองคนหันมามองหน้ากันแล้วถังเทียนจี่ที่พลังฝึกตนมากกว่าก็รีบพุ่งทะยานออกไปจากห้องรับแขกราวกับสายลมโดยมีลุงหวงที่ตามไปด้วยสภาพรีบร้อนไม่ต่างกัน!
ในห้องอาหารกลายเป็ห้องที่มีคนมารวมตัวกันมากที่สุดเพราะด้วยขนาดที่ใหญ่และกว้างทั้งยังโอ่โถงทำให้ไม่รู้สึกอึดอัด
“พวกเราขออนุญาตค้นตัวทุกๆคนนะครับผู้ชายเชิญทางด้านนี้ ส่วนผู้หญิงจะมีเ้าหน้าที่หญิงคอยดูแลที่ห้องข้างๆ เพราะฉะนั้นไม่ต้องเป็ห่วง”
ผู้ชายจากหน่วยเหยี่ยวดำคนหนึ่งก้าวออกมาชี้แจ้งให้ทุกคนในห้องฟังทั้งยังผายมือไปยังประตูห้องข้างๆซึ่งมีเ้าหน้าที่ผู้หญิงคนหนึ่งยืนรออยู่หน้าห้องเรียบร้อยแล้ว
เหล่าคนดูแลและคนรับใช้ตระกูลถังแม้จะไม่พอใจแต่ก็ขัดไม่ได้ ได้แต่จำยอมต่อแถวให้ความร่วมมือไปอย่างดี
“หึหึ...”คุณชายอี้ที่ยืนอยู่วงนอกมองภาพที่เกิดขึ้นอย่างสะใจ ถึงหัวหน้าหน่วยเหยี่ยวดำคนนั้นจะรับรองไปแล้วแต่ยิ่งปกปิดคนก็จะยิ่งสนใจข่าวลือที่ตระกูลถังถูกตรวจค้นและค้นตัวนี้ต้องกลายเป็ประเด็นใหญ่แน่นอน
แล้วมันจะส่งผลกระทบต่อสถานภาพตระกูลถังแน่นอน
เช่นถ้าเขากระจายข่าวลือไปว่าตระกูลถังวัตถุผิดกฎหมายมันจะเป็ยังไงนะ?
สำหรับตระกูลอี้ที่ฟาดฟันกับตระกูลถังอย่างลับๆมาตลอดนี้ถือว่าเป็ประโยชน์อย่างยิ่ง!
“...คุณชายอี้นั่นใช่ผู้หญิงคนนั้นไหม?”
เหลียงจงซินที่สายตากำลังมองไปเรื่อยถูกหยุดเอาไว้ด้วยความสวยสง่าของไป่ฟานเซียนที่แม้จะมีเื่มากมายเกิดขึ้นแต่นางก็เพียงจิบชาอย่างสงบอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องเท่านั้นโดยมีสองนายบ่าวตระกูลถังที่รีบเข้ามาในห้องอย่างรีบร้อนยืนอยู่ด้านข้างอย่างโล่งอก
“หืม?”
อี้ฟานหันมามองทันทีและเมื่อยืนยันได้ว่านั่นคือผู้หญิงคนเดียวกับที่เขาเจอเมื่อวานสายตาก็เป็ประกายระริก
“ไม่นึกเลยว่าจะยังอยู่ที่นี่...โชคดีจริงๆ”อี้ฟานเลียริมฝีปากแล้วจับจ้องไปที่ไป่ฟานเซียนราวกับอยากจะกลืนกินไปเสียทั้งตัว
“จะเอายังไงดีครับ?”
“เหมือนว่าคนตระกูลถังจะเป็ห่วงผู้หญิงคนนั้นพอตัวเลยนะครับ”เหลียงจงซินออกความเห็น
“รอ...เดี๋ยวก่อนนะ”อี้ฟานที่กำลังมองไป่ฟานเซียนพลันสังเกตเห็นเด็กหญิงตัวเล็กๆสองคนที่เกาะชายเสื้อของนางอยู่คนหนึ่งเขาเคยเห็นหน้าเมื่อวานแต่อีกคนหนึ่งนั้นเขาถึงกับประหลาดใจที่เห็นเธอที่นี่
“ถังเย่เย่...ทำไมเด็กนั่นถึง?”
อีกด้านหนึ่งหัวหน้าหน่วยเหยี่ยวดำที่ยืนมองสถานการณ์กำลังขมวดคิ้วมุ่นเพราะจนถึงตอนนี้การค้นตัวดำเนินการไปจนเกือบจะครบทุกคนแล้วแม้แต่นายท่านและนายใหญ่ของตระกูลถังก็ผ่านการค้นตัวหมดแล้วทั้งสิ้นแม้จะมีสมบัติวิเศษที่มีค่าอยู่กับตัวบ้างแต่พวกนั้นไม่ใช่สิ่งที่พวกเขากำลังตามหา
สิ่งที่พวกเขากำลังตามหาก็คือสิ่งที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์เมื่อคืนได้ต่างหาก!
“พวกเราทำการค้นตัวคนในตระกูลถังเกือบหมดแล้วครับไม่พบสิ่งของน่าสงสัยที่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เมื่อคืนครับ”
ลูกน้องของเขาคนหนึ่งเข้ามารายงานแต่ในคำรายงานนั้นมีบางอย่างที่ตงิดใจเขาอยู่
“เกือบทั้งหมด?ทำไมไม่ค้นทั้งหมดล่ะ”
เขาถามขึ้นอย่างแปลกใจซึ่งลูกน้องของเขาก็มีท่าทีลังเลบางอย่าง
“เหลือเพียงคุณหนูคนเล็กตระกูลถังที่ไม่ยอมให้ค้นตัวและผู้หญิงกับเด็กที่ตระกูลถังยืนยันว่าพวกเขาเป็เพียงแขกของตระกูลถังเท่านั้นครับ”
“พาฉันไปดู”หัวหน้าหน่วยเหยี่ยวดำสั่งการแล้วเดินตามลูกน้องไปที่มุมหนึ่งของห้องที่มีสมาชิกของตระกูลถังรวมตัวกันหนาแน่นที่สุด
“ขอโทษที่รบกวนครับแต่ไม่ทราบว่าท่านนี้คือ?”
หัวหน้าหน่วยเหยี่ยวดำเดินมาถึงก็ทักทายนายใหญ่ตระกูลถังไปรอบหนึ่งแล้วเบนหน้าไปทางไป่ฟานเซียนเพื่อให้รู้ว่าเขาหมายถึงใคร
ถังซื่อหยวนก้าวออกมารับหน้า
“ท่านนี้คือคุณไป่เธอเป็แขก กองทัพคงจะไม่ไร้มารยาทขนาดจะค้นตัวเธอด้วยหรอกนะ?”คำพูดของถังซื่อหยวนนั้นจี้ใจดำอย่างยิ่งมันเหมือนเป็การบอกอ้อมๆว่าสิ่งที่กองทัพทำเป็การไร้มารยาทต่อตระกูลถังอย่างแท้จริง
หัวหน้าหน่วยเหยี่ยวดำทำหน้าลำบากใจ เขามองไปที่ใบหน้าอันงดงามของไป่ฟานเซียนเพื่อขอความเห็นซึ่งแน่นอนว่าหญิงสาวไม่สนใจถึงขั้นเมินเฉยไม่มองหน้าเขาเลยสักนิด
การกระทำของนางทำให้เขาตากระตุกเบาๆวินาทีนั้นเองหานเซี่ยวยี่ก็บังเอิญเดินเข้ามาดูสถานการณ์ด้วยความสนใจ
เธอจะดูว่าพอจะฉกฉวยโอกาสใดๆจากสถานการณ์นี้ได้หรือไม่
และในจังหวะที่นางเห็นใบหน้าและรูปลักษณ์ของไป่ฟานเซียนนั้นเองหานเซี่ยวยี่ก็รู้สึกถึงความพ่ายแพ้บางอย่างก่อตัวขึ้นในจิตใจ
ทั้งใบหน้าที่งดงามรวมถึงท่วงท่าที่เต็มไปด้วยอำนาจเธอรู้สึกราวกับหญิงสาวตรงหน้านี้เหนือกว่าตัวเองทั้งหมด
หานเซี่ยวยี่กัดริมฝีปากด้วยความไม่พอใจั้แ่เกิดมาเธอไม่เคยรู้สึกด้อยกว่าผู้หญิงคนไหนมาก่อนทั้งทางด้านหน้าตาหรือฐานะ เพราะความเป็หลานสาวคนเดียวของปรมาจารย์หานจุนโป๋ทำให้ไม่ว่าใครก็ล้วนเกรงใจและมอบสิ่งที่เธอ้าให้
เธอยอมไม่ได้
ยิ่งเห็นท่าทีไม่แยแสที่แสนจะเย่อหยิ่งนั่นหานเซี่ยวยี่ก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบใจ
“ตรวจค้นผู้หญิงคนนั้นด้วย”
หานเซี่ยวยี่เข้ามากลางวงสนทนาอย่างถือดีบอดี้การ์ดทั้งสามที่มีพลังฝึกตนระดับจอมยุทธ์ขั้น 1แผ่แรงกดดันออกมาทำให้คนที่ไม่ใช่ผู้ฝึกตนหรือพลังฝึกตนต่ำต้อยกว่าต้องถอยหลังออกไปอย่างต้านทานไม่ได้
“ทำไมยังนั่งอยู่อีกพาตัวเธอไปค้นตัวซะสิ” หานเซี่ยวยี่้าให้ไป่ฟานเซียนรู้สึกอับอายเธอจึงหันไปเร่งคนจากหน่วยเหยี่ยวดำที่อยู่ข้างๆ แรงกดดันของบอดี้การ์ดทั้งสามคนของเธอเพิ่มสูงขึ้นอีกทั้งยังเจาะจงไปทางด้านหน้าที่ไป่ฟานเซียนนั่งอยู่เต็มๆ
เธอ้าให้ผู้หญิงคนนั้นรู้ว่ากำลังอยู่ต่อหน้าใครเธออยากเห็นสีหน้าหวาดผวาและไม่ยินยอมออกมาจากสีหน้าเรียบๆนั่น!
แต่ตอนนั้นเองคนจากหน่วยเหยี่ยวดำคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามากระซิบรายงานบางอย่างที่ข้างหูของชายที่เป็หัวหน้าหน่วย
และเมื่อเขาฟังจบเขาก็ขมวดคิ้วมุ่น
“คุณไป่ มีรายงานมาว่าเมื่อคืนคุณก็อยู่ในบ้านหลังนี้ด้วยรบกวนให้พวกเราตรวจค้นสักหน่อยได้ไหม?”
ระหว่างที่พูดแม้ว่าเขาจะสุภาพแต่แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากจอมยุทธ์ขั้น 5 ย่อมไม่ธรรมดาเลยหานอี้ฟานที่เห็นว่าหน่วยเหยี่ยวดำยอมทำตามที่เธอพูดก็อดยิ้มออกมาอย่างยินดีไม่ได้
แรงกดดันของจอมยุทธ์ระดับที่5และระดับที่ 1 อีก 3คนทำให้เด็กน้อยอย่างฮุ่ยเอ๋อและถังเย่เย่ที่แอบอยู่ด้านหลังเก้าอี้ของไป่ฟานเซียนตัวสั่นโดยเฉพาะถังเย่เย่ที่ดวงตากลมโตของเธอเริ่มมีน้ำตาคลอออกมาเล็กน้อยแล้ว
ไป่ฟานเซียนไม่ต้องหันไปมองก็รู้สถานการณ์ของเด็กน้อยทั้งสองได้จากัั์นางเหลือบตาไปมองทางหัวหน้าหน่วยเหยี่ยวดำ บอดี้การ์ดทั้งสาม หานเซี่ยวยี่รวมไปถึงอี้ฟานและติงคังิที่สังเกตสถานการณ์อยู่วงนอกคราหนึ่ง
หญิงสาววางถ้วยน้ำชาลงบนจานรองอย่างดีลุงหวงที่อยู่ใกล้ที่สุดอยู่ๆก็รู้สึกว่าขนบนตัวของเขาลุกขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
“พวกเ้านี่มัน...”
วินาทีนั้นแรงกดดันอันมหาศาลก็ถาโถมลงมาจากเบื้องบนจนอากาศสั่นะเื
แรงกดดันระดับจอมยุทธ์เหมือนกับกระดาษบางๆเมื่ออยู่ต่อหน้ามันแตกสลายไปในเวลาเพียงเสี้ยวพริบตาที่ปะทะกัน
หัวหน้าหน่วยเหยี่ยวดำที่อยู่ต่อหน้าไป่ฟานเซียนรู้สึกเหมือนถูกจับจ้องจากสัตว์ประหลาดขาของเขาสั่นระริกก่อนจะคุกเข่าลงอย่างช่วยไม่ได้
ไม่ต้องถามถึงคนที่อ่อนแอกว่าเขาเลย!ทุกคนที่อยู่ด้านหลังเขาล้วนลงไปนอนกับพื้นราวกับถูกกดด้วยแรงโน้มถ่วงที่เพิ่มขึ้นกะทันหันแม้แต่หานเซี่ยวยี่ก็ลงไปนอนแนบพื้นหมดสภาพคุณหนูผู้สูงศักดิ์ไปสิ้น!
แต่น่าแปลกที่ไม่มีแม้สักคนที่สลบไป! เหมือนถูกบังคับถ่างตาให้เผชิญหน้ากับความกลัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!
“...น่ารำคาญจริงๆ”