ผ่านไปสักพักเทียนิก็เริ่มได้กลิ่นเนื้อไหม้ลอยโชยมา “ชิหาย เนื้อย่างของข้า !!! ” เทียนิที่นึกขึ้นได้ว่ากำลังย่างเนื้อไว้เมื่อได้กลิ่นไหม้ของเนื้อ เทียนิก็รีบวิ่งโวยวายไปหยิบไม้ย่างเนื้อขึ้นมา แต่ว่าตอนนี้ก็ไม่ทันกาลเสียแล้ว เนื้อย่างไม้นี้มันดำปี๋เป็ตอตะโกไปเสียแล้ว ตอนนี้เทียนิเริ่มอารมเสียขึ้นมา เขาหันกลับไปมองทั้งสองคนพี่น้องทันที เพราะว่าที่เนื้อย่างนี้ไหม้นั้นสาเหตุมาจากสองพี่น้องนี่นั้นเอง สองพี่น้องที่เห็นสายตาเอาเื่ของเทียนิก็รีบกล่าวขอโทษอย่างรู้ความ
“ขออภัยที่ข้าน้อยทั้งสองเข้ามารบกวนท่าน ได้โปรดให้ข้าน้อยได้รับรองท่านสักหลาย ๆ วัน เพื่อเป็การไถ่โทษแก่ท่านด้วยเถิด” เค่อฉื่อฝาง พลิกวิกฤตให้เป็โอกาส รีบถือโอกาสนี้กล่าวเชิญชวนเทียนิไปเป็แขก เพราะการที่เป็มิตรกับนักฝึกสัตว์นั้นย่อมส่งผลดีต่อกองโจรเดือนดับของมันอย่างมาก ยิ่งเป็นักฝึกสัตว์อัจฉริยะที่สามารถฝึกสัตว์ร้ายที่น่าเกรงขามอย่างหมาป่าขนสีเงินตัวนี้ได้ ย่อมสามารถข่มขวัญเหล่ากองโจรต่างๆ ในป่าแห่งหมอกนี้ได้อย่างมาก เพราะผู้ปกครองป่าแห่งหมอกแห่งนี้ไม่ใช่พวกมัน แต่เป็เหล่าสัตว์ร้ายต่างหาก
“ใช่แล้วขอรับ นับเป็เกียรติอย่างสูงที่พวกเราได้ต้อนรับปรมาจารย์นักฝึกสัตว์ ได้โปรดให้พวกเรากองโจรเดือนดับได้มีโอกาสได้รับรองท่านสักหลายวัน ๆ เถิดขอรับ” เค่อโช่ว ผู้น้องกล่าวเสริมผู้เป็พี่อย่างนอบน้อมพลางส่งสายตาจริงใจไปยังเทียนิ เทียนิที่เห็นท่าทางของทั้งสองก็หรี่ตามองดูสองพี่น้องอ้วน-ผอมนี้อย่างพิจารณา ‘ดูจากท่าทางพวกมันก็ไม่ได้เสแสร้งและก็ไม่ได้คิดร้ายอะไรกับข้า เดี๋ยวนะ .... พวกมันบอกว่า กองโจรเดือนดับ ที่แท้ก็พวกโจรนี่เอง คอยดูเถอะเดี๋ยวพวกเ้าได้นั่งร้องไห้กันแน่ ข้าจะทำให้พวกเ้ารู้ซึ้งถึงความรู้สึกของการโดนปล้น ว่ามันเป็ยังไง’ เมื่อรู้ว่าพวกมันมาจากกองโจรเดือนดับ ซึ่งเทียนิก็เคยได้ยินนามนี้มาอยู่บ้าง พวกมันช่างเลว บริสุทธ์จริงๆ พวกมันทั้งปล้น ฆ่า ข่มขืน ไม่รู้ว่าต้องมีดรุณีน้อยมากมายเท่าไร ที่ต้องถูกพวกมันย่ำยี เทียนินึกขึ้นได้ว่าตนเองนั้นมีระบบช่องเก็บของนี่นา ถ้าเขามีโอกาสเขาจะปล้นพวกมันให้เรียบเลยทีเดียวล่ะ แต่เทียนิก็เกรงว่าหากเข้าถ้ำเสือแล้วเขาอาจจะประสบกับอันตรายได้ เขาต้องยืนยันความแข็งแกร่งของพวกมันเสียก่อน ไม่อย่างนั้นเขาก็คงไม่กล้าที่จะเข้าไปเป็แขกของพวกมันเด็ดขาด เมื่อตัดสินใจได้แล้วเทียนิก็ถามกลับไปทันที
“พวกเ้ามีพลังฝึกปรืออยู่ขีดขั้นไดหรือ ? หากกองโจรของเ้าไร้สามารถข้าก็ไม่คิดจะไปเยือนรังโจรของพวกเ้าแน่นอน” สองพี่น้องได้ยินคำถามของเทียนิก็เริ่มแสดงความกังวลออกมาทางสีหน้าแววตา หากวันนี้พวกเขาไม่สามารถเชิญชวนเทียนิไปเป็แขกได้แล้ว หากมีกองโจรอื่นๆที่สามรถเชิญชวนเทียนิเข้าร่วมได้สำเร็จมีหวังกองโจรเดือนดับของพวกเขาต้องถูกกดหัวจนโงหัวไม่ขึ้นเป็แน่ ด้วยความกังวลทั้งสองจึงรีบตอบกลับคำถามของเทียนิอย่างระเอียด มันเริ่มจากการเปิดเผยความแข็งแกร่งของพวกมันทั้งสองก่อน
“พวกข้าสองพี่น้องมีความแข็งแกร่งเสมอกัน โดยพวกข้ามีพลังฝึกปรือที่ ขั้นเสริมแก่งขั้นที่ 8 ส่วนกองโจรเดือนดับของพวกข้านั้น มีสมาชิกทั้งหมด 43 คน โดยที่ส่วนใหญ่จะมีระดับฝึกปรืออยู่ที่ระดับเสริมแกร่งขั้นที่ 5 ส่วนรองหัวหน้าจะอยู่ที่ระดับเสริมแกร่งขั้นที่ 9 และผู้นำของพวกเรานั้นอยู่ที่ระดับกำเนิดปราณ ขั้นที่ 2 มีฉายาว่าโฉดตาเดียวขอรับ”
เทียนิที่ได้รับทราบความแข็งแกร่งของกองโจรเดือนดับแล้วเขาก็คิดว่าพวกมันก็ไม่น่าจะเก่งสักเท่าไร ด้วยความอยากรู้ว่าตอนนี้ตัวเขานั้นมีความแข็งแกร่งระดับใดหากเทียบกับระดับของจอมยุทธ์ทั่วๆไป คิดได้ดังนั้นเทียนิจึงตอบกลับไปว่า
“ข้าจะยอมไปเป็แขกของพวกเ้าก็ย่อมได้ แต่ว่าพวกเ้าทั้งสองต้องรับมือข้าให้ได้ 10 ประบวนท่าก่อน พวกเ้าตกลงหรือไม่” หลังจากที่ทั้งสองพี่น้องได้ยินคำตอบของเทียนิพวกเขาก็รู้สึกยินดีอย่างมาก เพราะด้วยความที่ว่าเทียนินั้นดูไปก็เหมือนกับเด็กหนุ่ม อายุ 15-16 ปีเท่านั้น แม้ว่าเขาจะเป็นักฝึกสัตว์ที่ไม่ธรรมดา แต่ด้วยวัยเพียงเท่านี้เขาจะแข็งแกร่งสักเพียงได พวกเขาจึงรีบตอบตกลงทันที
“พวกข้าตกลง เชิญท่านปรมาจารย์ลงมือ...” สองพี่น้องประสานมือตอบรับเทียนิอย่างสุภาพก่อนที่จะผายมือออกเชื้อเชิญให้เทียนิเริ่มลงมือได้ เทียนิที่เห็นดังนั้นก็ยกยิ้มพึงพอใจ เข้าไม่รอช้าคนพุ่งร่างเข้าไปปะทะกับสองพี่น้องทันที “รับมือ !!!” เมื่อเข้าสู่ระยะจู่โจม เทียนิก็หวดหน้าแข้งขวาเข้าใส่ชายโครงซ้ายของเค่อโช่วทันที เปรี้ยง !!! เสียงการปะทะกันระหว่างหน้าแข้งของเทียนิกับชายโครงของเค่อโช่ว มันดังสนั่นหวั่นไหว แม้ว่าเทียนิจะไม่ได้ออกแรงเต็มที่ แต่ด้วยพละกำลังที่มหาศาลของเขาก็ส่งผลให้เค่อโช่วที่ไม่สามารถตอบสนองได้ทันกระเด็นปลิวตกลงไปในลำธารทันที “อ๊ากกกกก !!!” “เป็ไปไม่ได้ !!! ท่านจะทรงพลังถึงเพียงนี้ได้อย่างไร ” เค่อฉือฟางตื่นตระหนกกับความแข็งแกร่งของเทียนิ ที่สามารถส่งน้องชายของเขาปลิวกระเด็นไปได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ต้องทราบด้วยว่าชายหนุ่มตรงหน้าผู้นี้นั้นเพียงมีอายุไม่เกิน 16 ปีเท่านั้น แม้ว่าเขาจะเริ่มฝึกฝนั้แ่อยู่ในครรภ์มารดา แต่ก็ไม่ควรที่จะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
“ไอ๊ ย่า... ขอโทษด้วยที่ข้าออกแรงมากไปหน่อย หวังว่าเ้าจะไม่ตายหรอกนะ ” เทียนิอุทานออกมาอย่างใ เขาแค่้าทดสอบความแข็งแกร่งของเขาเท่านั้น เขาไม่ได้้าจะลงมือสังหารใคร
เสียงอุทานของเทียนิช่วยดึงเค่อฉือฟางออกมาจากความตื่นตระหนก แล้วเค่อฉือฟางที่ได้สติแล้วก็รีบพุ่งตัวไปยังบริเวณที่เค่อโช่วกระเด็นไป โชคดีที่บริเวณที่เค่อโช่วกระเด็นลอยมานั้นคือลำธาร ไม่อย่างนั้นคงไม่จบลงแค่การาเ็หนักแน่ ๆ เทียนิที่เห็นเคือฉื่อฟางพยุงร่างของเค่อโช่วขึ้นมาจากน้ำ และเห็นว่าเค่อโช่วยังไม่ตายก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เทียนิเดินไปดูอาการของเค่อโช่ว ซึ่งก็ดูเหมือนว่าเค่อโช่วก็ไม่ได้าเ็มากมายเท่าไรนัก เพราะทันทีที่เทียนิเห็นว่าเค่อโช่วไม่สามารถตอบสนองต่อการโจมตีของเขาได้ทัน เทียนิก็ได้ผ่อนแรงลงอย่างมาก แต่เขาก็ไม่ได้คาดคิดเลยว่า เค่อโช่วจะถูกลูกเตะของเขาส่งร่างลอยละลิ่วไปไกลขนาดนี้ ไม่นานเค่อโช่วก็รู้สึกตัว ตอนนี้สีหน้าของเค่อโช่วยามมองมาที่เทียนินั้นแสดงออกถึงความหวาดกลัวต่อเทียนิอย่างมาก ตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่า ความแข็งแกร่งของเทียนินั้น ไม่ได้ด้อยไปกว่าหัวหน้ากองโจรของเขาเลยแม้แต่น้อย “ขอบคุณท่านปรมาจารย์เทียนที่ยั้งมือไว้ไมตรี”เนื่องจากประสบการณ์การต่อสู้ที่ผ่านความเป็ความตายมามากมายของมัน มันจึงรับรู้ได้ว่าวินาทีที่เทียนมิงกำลังลงมือต่อมันนั้นเอง เทียนิได้ผ่อนแรงลงอย่างมาก ไม่อย่างนั้นมีหวังลำตัวของมันอาจจะขาดครึ่งไปแล้วก็เป็ได้ แม้ตอนนี้มันจะาเ็หนัก แต่ก็ยังไม่ตาย มันจึงไม่ได้โกรธแค้นอะไรต่อเทียนิเลยสักนิด เพราะที่นี่คือโลกที่วัดกันที่ความแข็งแกร่ง โลกที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก แค่ตอนนี้มันยังไม่ตายมันก็ดีใจมากแล้ว
“พวกเราสองพี่น้องขอยอมรับความพ่ายแพ้ ”
เค่อฉือฟาง โค้งตัวลงประสานมือให้แก่เทียนิแล้วจึงกล่าวยอมแพ้ ตอนนี้พวกเขาสองพี่น้องแสดงออกถึงความผิดหวังที่ไม่สามารถเชิญชวนเทียนิไปเป็แขกของกองโจรเดือนดับได้
เทียนิเห็นท่าทางของพวกเขาแล้วก็รู้สึกสงสารขึ้นมา เขาจึงเดินเข้าไปหยุดที่เบื้องหน้าของทั้งสอง “ข้าตกลงที่จะไปเป็แขกของพวกเ้า รบกวนพวกเ้านำทางด้วย” ดุจเสียง์ เมื่อได้ยินคำของเทียนิสีหน้าของทั้งสองก็เบิกบานขึ้นมาทันที เค่อฉือฟางไม่รอช้า รีบแบกร่างของเค่อโช่วขึ้นมาแบกไว้บนหลัง แล้วจึงออกเดินนำเทียนิไปทันที เทียนิที่เห็นดังนั้นเข้าก็ยิ้มแล้วส่ายหน้าเบา ๆ ‘พวกเ้าคงจะดีใจสินะ ที่อีกไม่นานทรัพย์สมบัติที่พวกเ้าอุสส่าสะสมไว้ จะมาอยู่ในมือของผู้เหมาะสมเสียที เฮ่อ.... ลำบากพวกเ้ายิ่งนัก’ เทียนิเรียกหนูหลางที่ตอนนี้กำลังกินเนื้อย่างที่ไหม้เกรียมไม้นั้นด้วยสีหน้าขื่นขม มันคงจะเสียดายอย่างมากที่เนื้อย่างแสนอร่อยต้องกลายเป็เนื้อไหม้ แม้จะรู้สึกเสียดายแต่เมื่อได้ยินคำสั่งของเทียนิมันก็ไม่กล้ารอช้ารีบวิ่งกระดิกหางไปหาเทียนิทันที เทียนิก็ะโขึ้นขี่หลังของหนูหลางแล้วออกคำสั่งให้มันเดินตามพวกเค่อฉือฟางไป
ด้วยการนำทางของเค่อฉือฟาง ไม่นานพวกเขาก็เดินทางมาถึงหุบเขาแห่งหนึ่ง ด้วยความที่อยากรู้อยากเห็น เทียนิจึงหันมองซ้ายที ขวาทีตลอด และด้วยการใช้งานเนตร์เขาก็พบว่าตอนนี้ทั้งสองฝั่งของหุบเขานั้น ได้มีคนจำนวนหนึ่งซุ่มดูอยู่ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเทียนิก็ไม่ได้แปลกใจอะไร เพราะจะอย่างไรที่นี่มันก็คือรังโจรนี่นะ ตอนนี้เค่อโช่วที่อาการทุเลาลงแล้วก็ได้ลงเดินด้วยตัวเอง เดินไปอีกสักพักพวกเข้าก็เดินมาถึงหน้าทางเข้าค่ายแห่งหนึ่ง เบื้องหน้าเป็กำแพงที่ทำด้วยไม้ขวางกั้นทั้งสองฝั่งของช่องแคบหุบเขา มีประตูบานเล็กอยู่ตรงกลาง และข้างบนกำแพงไม้ก็มีชายรูปร่างกำยำ บนใบหน้ามีรอยแผลเป็พาดผ่านตาซ้ายเป็แนวทะแยงลงมา และมีผ้าสีดำปิดตาซ้ายของเขาอยู่ เทียนิที่เห็นลักษณะของชายคนนี้ เขาก็อนุมาณได้ทันทีว่า ชายที่กำลังยืนอยู่บนกำแพงไม้นี้ต้องเป็หัวหน้ากลุ่มโจรเดือนดับ ฉายาโฉดตาเดียวแน่นอน และก็เป็ดังคาด เค่อฉือฟาง กับ เค่อโช่ว ที่เห็นชายคนนั้นยืนอยู่ก็กุมมือคารวะแล้วกล่าวทักทายชายหน้าบากคนนั้นทันที
“ท่านหัวหน้า” หลังจากนั้นเค่อฉือฟางก็กล่าวต่อทันที “ข้าพาแขกมาด้วย ทานผู้นี้คือ ปรมาจารย์นักฝึกสัตว์ เทียนิ”
เมื่อได้ยินดังนั้นโฉดตาเดียวก็ไม่รอช้ารีบะโลงมาจากบนกำแพง แล้วเดินมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าของหนูหลางและเทียนิทันที ก่อนที่จะเผยสีหน้าแปลกใจออกมาวูบหนึ่งแล้วก็กลับมาสู่สีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสทันทีแล้วจึงยกมือขึ้นมาประสานให้แก่เทียนิ “ข้าโฉดตาเดียว หัวหน้ากองโจรเดือนดับ ยินดีที่ได้พบท่าน ปรมาจารย์เทียน นับเป็เกียรติของข้าจริงๆ ที่ได้ต้อนรับท่าน ท่านปรมาจารย์เทียนโปรดตามข้ามาเถิด” เทียนิที่เห็นใบหน้าโเี้และอัปลักษณ์กำลังยิ้มแย้มแจ่มใสให้แก่เขา ซึ่งสิ่งนี้มันได้ทำให้เทียนิรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ทันที เทียนิจึงได้แต่เก็บอาการแล้วรักษามาดสุขุมลุ่มลึกของเขาต่อไป แล้วพยักหน้าตอบรับโฉดตาเดียวแล้วจึงสั่งให้หนูหลางเดินตามโฉดตาเดียวเข้าไปในค่ายโจรเดือนดับทันที