
จินดาพรเธอกลับมาถึงที่บ้านแล้วกำลังจะไปหาทิพรดา แต่จันทร์ดาวก็ตามให้เธอนั้นไปหาที่ห้องรับแขกซะก่อน เพื่อที่จะได้ให้ทำความรู้จักกับใครบางคนไว้ ซึ่งนี่เป็ครั้งแรกที่จันทร์ดาวเธอทำอย่างนี้กับจินดาพร เพราะเธอเห็นว่าจินดาพรนั้นยังไม่มีแฟน แล้วตอนนี้อายุก็เริ่มเยอะมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว เธอก็อยากจะให้จินดาพรได้แต่งงานมีครอบครัว มีหลานให้เธออุ้มเหมือนกับคนอื่นบแล้ว แต่เธอก็จะไม่บังคับหรอกนะเพียงแต่เธอก็อยากให้จินดาพรได้ลองเปิดใจศึกษากันดูก่อน เผื่อว่าจะเข้ากันได้แล้วก็แต่งงานกัน
“จำป้าอารีได้ใช่ไหมลูก นี่โอมลูกชายของป้าเขา”
“สวัสดีครับ ตัวจริงคุณจินดาสวยกว่าในรูปอีกนะครับ”เขาชมจินดาพรทันทีเมื่อได้กล่าวทักทายจินดาพร จินดาพรเธอจ้องมองดูหน้าเขาเล็กน้อยว่าหน้าตาเป็ยังไง ซึ่งเธออยากรู้ว่าทำไมถึงได้ยอมให้ผู้ใหญ่หาคู่ให้อย่างนี้ เพราะเขาก็ดูหน้าตาหล่อและคิดว่าสาวๆก็น่าจะเข้าหาเยอะ
“ค่ะ ขอบคุณนะคะ”
“ถ้าอย่างนั้นฉันว่าให้เด็กทำความรู้จักกันดีกว่านะคะ ฉันว่าเราไปอีกห้องดีกว่าค่ะคุณอารี”
“ได้ค่ะ มีอะไรก็ถามหนูจินดาได้นะลูก แบบนี้แหละที่แม่อยากได้เป็ลูกสะใภ้”เธอกระซิบพูดกับเขาในประโยคท้ายเบาๆ เพื่อให้รู้ว่าเธอนั้น้าอะไร ก่อนที่ผู้ใหญ่จะเดินออกไปจากห้องนี้ เพื่อให้ทั้งสองคนได้คุยกันทำความรู้จักกันมากขึ้น
“คุณน้าบอกว่าคุณจินดาทำงานเป็หมอหรอครับ เก่งมากเลยนะครับที่เป็หมอได้”
“ขอบคุณค่ะ แต่ฉันขอพูดตรงๆเลยนะคะว่าฉันไม่เห็นด้วยที่ผู้ใหญ่ให้เราทำความรู้จักกันอย่างนี้ ซึ่งคุณก็น่าจะรู้นะคะว่าผู้ใหญ่เขาหมายความว่ายังไง”จินดาพรเธอพูดขึ้นก่อนเลยทันทีเพื่อที่จะคุยกับเขาให้รู้เื่
“ครับ ผมรู้ครับ”
“รู้ แล้วทำไมคุณถึงได้ไม่ปฏิเสธหรือว่าทำอะไรคะ ฉันขอบอกตรงๆนะคะว่าฉันมีแฟนแล้ว แต่ฉันยังไม่ได้บอกพ่อแม่ของฉันเท่านั้นเอง แต่ฉันก็จะบอกให้ท่านรู้เร็วๆนี้แน่นอน”จินดาพรเธออยากบอกให้เขารู้ไปตามตรงเลยว่าเธอนั้นมีคนที่รักแล้ว แล้วเธอก็อยากให้เขานั้นไปคุยกับผู้ใหญ่ว่าไม่้าแบบนี้
“ใจเย็นๆก่อนสิครับ ผมก็แค่ทำตามที่ท่านขอ แต่ผมก็ไม่ได้จะให้ท่านบังคับผมแต่งงานหรอกครับ ผมก็มีแฟนแล้วเหมือนกันแต่ว่าผมบอกพ่อแม่ผมไม่ได้”
“ทำไมล่ะคะ ถ้าคุณมีแฟนแล้วคุณป้าก็น่าจะดีใจไม่ใช่หรอคะ”
“ผมก็ขอพูดตามตรงนะครับ ผมมีแฟนเป็ผู้ชายแล้วแม่ผมก็รู้ว่าผมชอบผู้ชาย แต่ท่านไม่ยอมรับท่านจริงอยากให้ผมแต่งงาน ผมจึงยอมทำตามที่ท่านขอผม ท่านให้ผมมาทำความรู้จักกับคุณจินดา เพราะคิดว่าคนสวยๆแบบคุณจะทำให้ผมชอบผู้หญิงได้”จินดาพรได้ยินแบบนี้แล้วเธอก็รู้สึกโล่งอกไปที ที่เขานั้นไม่ได้อยากทำตามที่พ่อแม่ของเขาบอกจริงๆ เพราะถ้าสิ่งที่เขาเล่ามามันก็น่าเห็นใจเขาเหมือนกัน ก็ถ้าผู้ใหญ่รับเื่แบบนี้ไม่ได้ก็เป็เื่ที่ลำบากเหมือนกัน เพราะบางคนถึงกับตัดความเป็พ่อเป็แม่กับลูกทันที ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้ว่าถ้าพูดออกไปแล้วพ่อแม่ของเธอจะยอมรับได้หรือเปล่า
“แล้วคุณจะทำยังไงต่อคะ ฉันเข้าใจคุณนะ”
“นี่แหละครับ ผมถึงอยากจะขอช่วยเหลือจากคุณ คุณแม่ของผมท่านชอบคุณมากแล้วก็ชมคุณให้ผมฟังทุกวัน บอกผมตลอดว่าอยากได้คุณมาเป็ลูกสะใภ้ ผมจึงอยากขอให้คุณช่วยผมสักหน่อย”
“ช่วยยังไงหรอคะ”
“ก็ทำเหมือนกับว่าพวกเราจะคบกัน แต่พอพวกท่านถามก็บอกว่าเราสองคนเข้ากันไม่ได้ พวกท่านจะได้ไม่ต้องบังคับเราให้แต่งงานกันไงครับ แล้วถ้าให้ผมคิดคุณจินดาเองก็มีแฟนเป็ผู้หญิงเหมือนกันใช่ไหมครับ”ซึ่งเขาก็คิดว่าเื่แบบนี้เขาก็น่าจะดูออกอยู่นะ เพราะถ้าเป็อย่างนั้นมันก็น่าจะโอเคกันทั้งคู่
“คุณดูออกหรอคะ”
“ครับ แล้วคุณจะช่วยผมไหมครับ ใช้เวลาไม่นานหรอกครับแค่สามเดือนเท่านั้นครับ ่นี้แฟนของผมกำลังจะเปิดร้านอาหาร ผมไม่อยากให้เขาคิดมากเื่ของเราด้วย”
“ก็ได้ค่ะ ฉันจะช่วยคุณฉันเข้าใจคุณ แม้แต่เื่ของฉันเองพอเอาเข้าจริง ฉันก็ไม่รู้ว่าพ่อแม่ของฉันจะรับได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ถึงแม้ว่าฉันจะเคยบอกท่านแล้วท่านไม่ได้ว่าอะไรก็ตาม แต่ตอนนั้นฉันก็ยังเรียนไม่จบแต่ตอนนี้ฉันเรียนจบแล้ว พ่อแม่ของฉันเองก็อาจจะรับไม่ได้ก็ได้”จินดาพรเธอก็ยังไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกัน ว่าถ้าตัวเองพูดไปแล้วพ่อแม่ของเธอจะรับได้หรือเปล่า ซึ่งเธอก็เคยบอกพ่อแม่ของเธอมาตั้งนานแล้ว หลังจากที่เธอเลิกกับแฟนของเธอเธอก็ไม่เคยพูดเื่นี้กับพ่อแม่ของเธออีกเลย
“ขอบคุณนะครับที่คุณเข้าใจผม อย่างนี้ผมค่อยยังชั่วขึ้นมาบ้าง”
“ไม่เป็ไรค่ะ เราทั้งคู่ก็ต่างมีเหตุผลเดียวกัน ตอนนี้เราก็เหมือนเป็เพื่อนกันแล้วนะคะ”
“ครับ ผมต้องขอบคุณคุณจินดาอีกครั้งนะครับ ถ้าคุณจินดาอยากให้ผมช่วยอะไรก็บอกผมได้เลยนะครับ ผมเต็มใจช่วยคุณทุกอย่างไม่ว่าจะเื่อะไรก็ตาม”
“ขอบคุณเช่นเดียวกันค่ะ ถ้าอย่างนั้นตอนนี้เราไปหาแฟนของฉันกันดีกว่านะคะ แฟนฉันก็อยู่ที่นี่ด้วย”จินดาพรเธออยากจะอวดแฟนตัวเองให้เขารู้ทันทีตอนนี้ เพราะเธอเองก็คิดถึงทิพรดาจะแย่อยู่แล้ว เธอจึงพาเขาไปด้วยซะเลยจะได้ไม่ทำให้แม่ของเธอสงสัย
“ครับ”จินดาพรเธอจึงพาเขาไปหาทิพรดาที่ห้องครัว ที่ตอนนี้กำลังยุ่งจัดเตรียมเอาหารจะไปจัดวางที่โต๊ะอาหาร ซึ่งทิพรดาเธอก็ยังไม่รู้ว่าจินดาพรนั้นกลับมาจากที่ทำงานแล้ว เพราะปกติถ้าจินดาพรกลับมาก็จะมาหาเธอทันที แล้วค่อยกลับขึ้นห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือว่าทำธุระส่วนตัว โอมเขาก็รู้สึกตื่นเต้นอยู่เหมือนกันที่จะได้เจอทิพรดา ซึ่งในตอนแรกเขาก็คิดว่าจะคุยกับจินดาพรยากซะอีก แต่พอผลออกมาเป็อย่างนี้มันก็ทำให้เขานั้นรู้สึกสบายใจขึ้นมาเยอะเหมือนกัน ต่อจากนี้เขาก็ต้องพิสูจน์ให้พ่อแม่ของเขาเห็น ว่าความรักที่เกิดขึ้นไม่จำเป็จะต้องเป็แค่ผู้หญิงกับผู้ชายเท่านั้น แต่มันเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย และสามารถอยู่ด้วยกันดูแลกันไปนานๆได้
“พี่กุ้งดอกบัวล่ะคะ”
“คุณหนูกลับมาแล้วหรอคะ ดอกบัวกำลังจัดโต๊ะอาหารอยู่ข้างในค่ะ แล้วนี่คุณหนูกับคุณ...”กุ้งเธอก็รู้สึกงงนิดหน่อยที่ทั้งสองคนเดินมาที่ห้องครัวด้วยกัน
“จินดากับคุณโอมรู้จักกันแล้วค่ะ พี่กุ้งไปตามดอกบัวมาให้จินดาหน่อยนะคะ แล้วพี่กุ้งก็ให้จุ๋มไปทำแทนดอกบัวก่อน เดี๋ยวจินดากับคุณโอมจะไปนั่งรอที่ศาลาด้านหลัง”
“ค่ะคุณหนู พี่จะไปบอกให้ตอนนี้เลยนะคะ”กุ้งเธอยังไม่อยากถามอะไรตอนนี้ เธอก็เลยไปตามทิพรดาให้จินดาพรก่อนแล้วกัน แล้วค่อยถามจินดาพรทีหลังเอาว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะดูเหมือนว่าจินดาพรกับเขาจะเข้ากันได้ดี ทั้งพึ่งเคยเจอกันแล้วก็รู้จักกันวันนี้เท่านั้นเอง
“ดอกบัวคุณหนูให้มาตาม ตอนนี้คุณหนูไปรอที่ศาลาด้านหลัง”
“ตอนนี้ใกล้ถึงเวลาอาหารเย็นแล้วนะพี่กุ้ง แล้วทำไมคุณจินดาให้มาตามคุณจินดาได้บอกพี่กุ้งไหมจ๊ะ”
“ไม่ได้บอกว่าให้มาตามทำไม แต่พี่ว่าดอกบัวรีบไปหาคุณหนูก่อนดีกว่านะ ตอนนี้คุณหนูอยู่กับคุณโอมสองคน พี่รู้สึกไม่ค่อยดีเลยที่เห็นแบบนี้”ทิพรดาได้ยินเธอก็หยุดนิ่งไปแปบหนึ่ง ซึ่งเธอก็คิดว่ามันก็ดีแล้วแบบนี้แต่ความรู้สึกของเธอมันไม่ค่อยดีเลยที่ได้ยินแบบนี้
“ปล่อยให้คุณจินดาได้ทำความรู้จักกับคุณโอมดีกว่าไหมพี่กุ้ง”
“ไม่ต้องมาเป็ผู้เสียสละในตอนนี้เลยนะดอกบัว ไปหาคุณหนูเดี๋ยวนี้เลยไม่อย่างนั้นพี่จะโกรธให้ดอกบัวจริงๆนะ”กุ้งเธอพูดอย่างจริงจังที่อยากให้ทิพรดาไปหาจินดาพร ทิพรดาเธอเห็นว่ากุ้งพูดจริงจังเธอก็เลยยอมไปตามที่กุ้งบอก ก่อนที่เธอจะเดินออกไปหาจินดาพร ซึ่งตอนนี้จินดาพรก็ได้นั่งรออยู่แล้ว แล้วก็คุยเื่ของกันและกันให้กันฟัง พอทิพรดาเดินมาเห็นก็เห็นว่าจินดาพรกับเขานั้นก็เข้ากันได้ดี แล้วเธอก็คิดว่าทั้งสองคนเหมาะสมกันที่สุดแล้ว ก่อนที่เธอจะพยายามไม่รู้สึกอะไรแล้วก็เดินเข้าไปหาทั้งสองคน
“ดอกบัวมาพอดีเลย นี่ดอกบัวแฟนของฉันที่เล่าให้คุณโอมฟังน่ะค่ะ”
“คนนี้นี่เอง สวยเหมาะสมกับคุณจินดามากเลยครับ”เขารู้สึกอย่างนั้นจริงๆเพราะทั้งสองคนสวยด้วยกันทั้งคู่ และเขาก็คิดว่าทั้งสองคนเหมาะสมกันที่สุดด้วย
“แน่นอนสิคะคุณโอม แฟนของฉันต้องสวยอย่างดอกบัวเท่านั้นค่ะ ถ้าเป็คนอื่นต่อให้สวยกว่านี้ฉันก็ไม่สนใจค่ะ”จินดาพรเธอพูดแล้วก็จับมือของทิพรดามากุมไว้ด้วย เพื่อแสดงความเป็เ้าของให้เขาเห็นว่าทิพรดาคือคนที่เธอรัก
“คุณจินดาคะ”
“เรียกคุณอีกแล้วนะคะดอกบัว พี่บอกแล้วไงคะว่าให้เรียกว่ายังไง เดี๋ยวพี่หอมแก้มโชว์คุณโอมเลยดีไหมฮึ”
“อย่าเลยครับผม แค่นี้ผมก็รู้สึกอิจฉาคุณจินดามากแล้วครับ แฟนผมนะครับไม่หวานไม่แสดงออกอย่างนี้เลย แต่เขาก็ทำทุกอย่างให้ผมเห็นนะครับว่าเขารักผมจริงๆ”
“อย่างคุณโอมสิคะน่าอิจฉา ถึงแม้ว่าเขาจะไม่แสดงออกแต่เขาทำให้คุณโอมเห็นว่ารัก ก็แสดงว่าแฟนคุณโอมเขารักและแคร์คุณโอมมากเลยนะคะ”
“มันก็ดีอยู่หรอกนะครับ มีแต่ผมนี่แหละที่ชอบดื้อแล้วก็เอาแต่ใจตัวเอง จนมีหลายครั้งที่พวกเราทะเลาะกันแต่สุดท้ายเขาก็เป็ฝ่ายง้อผมนะครับ แล้วผมก็ได้รู้ว่าทำไมเขาถึงได้ไม่ค่อยแสดงความรักกับผมมาก เพราะว่าเขาอยากทำให้ผมเห็นมากกว่าคำพูด และถ้าวันไหนที่เขามีพร้อมทุกอย่างสำหรับผมแล้ว เขาถึงจะกล้าแสดงความรักกับผมอย่างมั่นใจ เขากลัวว่าถ้าวันหนึ่งความรักของเราไปกันไม่รอด เขาหมายความว่าถ้าแม่ของผมบังคับให้ผมแต่งงานกับคนที่หาให้น่ะครับ เขาจะได้ไม่เสียใจมากและจะได้ไม่คิดถึง่เวลาที่อยู่ด้วยกัน เขาบอกว่าแบบนั้นเขาคงทำใจไม่ได้ถ้าหากว่าเขานั้นยังไม่ได้ทำให้ผมรู้ว่าเขารักผมมากแค่ไหน”
“................”ทิพรดาเธอได้ฟังในส่งที่เขาเล่าเธอก็รู้สึกว่าเขากับแฟนของเขาน่าจะรักกันมาก เธอเองก็รักจินดาพรมากเช่นเดียวกัน เธอถึงอยากให้จินดาพรนั้นมีแต่สิ่งดีเข้ามาในชีวิต จินดาพรเองก็เช่นเดียวกันที่อยากทำทุกอย่างให้ทิพรดานั้นมีความสุข
“ฉันเชื่อนะคะ ว่าคุณกับแฟนของคุณจะทำให้พ่อแม่ของคุณยอมรับในสิ่งที่คุณเป็ได้”
“ครับ ผมก็หวังว่าจะเป็อย่างนั้น คุณจินดาเองก็เหมือนกันนะครับ”
“ค่ะ ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อให้ฉันกับดอกบัวได้อยู่ด้วยกัน อย่างที่ทุกคนยอมรับในสิ่งที่ฉันเป็ได้”จินดาพรเธอบอกกับเขาอย่างจริงจัง แล้วก็ยังหันไปมองทิพรดาเพื่อบอกให้ทิพรดารู้ ว่าเธอนั้นจะไม่มีวันปล่อยทิพรดาไปแน่ๆ
“ผมเป็ผู้ชายนะเนี่ย แต่ทำไมผมรู้สึกเขินแทนคุณดอกบัวยังไงก็ไม่รู้นะครับ”
“อย่าเรียกดอกบัวว่าคุณเลยค่ะคุณโอม เรียกว่าดอกบัวเฉยๆก็ได้ค่ะ”
“ก็ได้ครับ ขออนุญาตด้วยนะครับคุณจินดา”เขาหันไปขออนุญาตจินดาพรเมื่อเห็นว่าทิพรดานั้นเป็คนรักของเ้าตัว จินดาพรเธอก็คิดว่าไม่เป็ไรหรอก แล้วอีกอย่างทิพรดาก็ยังเด็กอยู่ด้วย
“ได้ค่ะ ตอนนี้ฉันว่าเรามาคุยเื่ของเรากันก่อนดีกว่านะคะ อีกไม่นานคุณแม่ของฉันคงให้คนมาตามเราไปกินข้าวแล้ว”
“ได้ครับ ก่อนอื่นผมต้องขอทำความรู้จักคุณจินดามากกว่านี้ก่อนนะครับ”
“ได้ค่ะ”จินดาพรกับเขาก็นั่งคุยกันปรึกษากันว่าจะทำยังไงต่อ โดยที่มีทิพรดานั้นนั่งฟังอยู่ด้วยแล้วจินดาพรก็ไม่ยอมปล่อนยมือของทิพรดาด้วย เธอจับไว้อยู่ตลอดเวลาเพื่อบอกให้ทิพรดารู้ไว้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเธอจะไม่ปล่อยมือและจะจับมือของทิพรดาไว้อย่างนี้ตลอดไป แต่ทิพรดากลับไม่แน่ใจว่าจะจับมือของจินดาพรไว้ไปจนถึงฝั่งไหม เพราะถ้าให้จินดาพรเลือกระหว่างครอบครัวกับคนรัก เธอก็อยากให้จินดาพรนั้นเลือกครอบครัวมากกว่าตัวเธอ เธอจะได้ไม่รู้สึกผิดที่ทำให้คนที่มีบุญคุณกับเธอต้องเสียใจ
หลังจากกินข้าวเสร็จแล้วทุกคนก็นั่งคุยกันต่อ จนเวลาเริ่มดึกแล้วก็ถึงเวลาที่เขานั้นจะต้องกลับแล้ว ซึ่งก่อนกลับนั้นจินดาพรก็ต้องออกมาส่ง แล้วแม่ของเขาก็พูดกับจินดาพรอยู่หลายครั้ง ว่าอยากให้เธอนั้นได้แต่งงานกับเขา ซึ่งจินดาพรเธอก็ได้แต่ยิ้มให้เท่านั้น เพราะถ้าจะให้เธอแต่งงานกับเขาเธอก็คงทำไม่ได้ เธอไม่ได้รังเกียจแต่อย่างใดเพียงแต่เธอนั้นมีคนรักอยู่แล้ว และเธอก็อยากจะแต่งงานกับคนที่เธอรักมากกว่า
“ป้าจะไม่เร่งรีบนะหนูจินดา แต่ให้โอกาสลูกชายป้าหน่อยนะ ป้าอยากให้หนูมาเป็ลูกสะใภ้ของป้านะ”
“หนูขอบคุณนะคะคุณป้า แต่หนูขอเวลาหน่อยนะคะ ให้หนูได้ทำความรู้จักกับคุณโอมมากกว่านี้ก่อนนะคะ”
“ได้จ๊ะหนูป้าจะรอหนูนะ ถ้าอย่างนั้นป้ากลับก่อนนะ”
“ค่ะคุณป้า สวัสดีค่ะคุณป้า”จินดาพรเธอพูดแล้วก็ยกมือไหว้ก่อนที่อารีนั้นจะรับไหว้แล้วก็ขึ้นรถไปก่อน จินดาพรเธอก็หันหน้าไปมองเขา แล้วก็ยกมือขึ้นบอกให้เขานั้นสู้ๆกับเื่นี้
“ผมกลับก่อนนะครับ แล้วเจอกันอีกนะครับ”
“ค่ะ กลับดีๆนะคะแล้วเจอกันค่ะ”เขายิ้มให้จินดาพรแล้วก็ขึ้นรถไป ซึ่งเขารู้สึกโชคดีมากที่ได้เจอจินดาที่ทำให้เขานั้นรู้สึกว่า ไม่ใช่มีแค่เขาที่เจอเื่แบบนี้แต่ยังมีคนอื่นอีกมากมาย แต่มันก็ขึ้นอยู่กับคนคนนั้นด้วยว่าจะยอมสู้หรือยอมถอย ซึ่งจินดาพรทำให้เขานั้นรู้สึกว่าต้องสู้เพื่อความรักของตัวเองให้ได้ แต่ถ้าทำดีที่สุดแล้วไม่สามารถเป็อย่างที่คิด ก็ต้องยอมรับความจริงและยอมทำในสิ่งที่ตัวเองต้องทำ เพื่อตอบแทนบุญคุณบิดามารดาที่ทำให้เราเกิดมา และเลี้ยงเรามาจนโตและมีอนาคตที่ดีอย่างนี้ ถึงแม้ว่าเื่ความรักจะไม่สมหวังแต่เราก็ควรต้องเลือกพ่อแม่ของตัวเอง
“จินดา แม่ขอคุยอะไรด้วยหน่อย”
“ค่ะ คุณแม่มีอะไรหรือเปล่าคะ”จินดาพรเธอกำลังจะเดินขึ้นห้องของตัวเองจันทร์ดาวก็เรียกเธอไว้ก่อน ซึ่งจินดาพรเธอก็ไม่รู้ว่าจันทร์ดาวนั้นจะพูดอะไรกับเธอ จันทร์ดาวเธอจึงเดินกลับเข้าไปที่ห้องรับแขกเหมือนเดิม เพื่อที่จะได้คุยกับจินดาพรอย่างจริงจังกับเื่นี้ เพราะตอนกินข้าวเย็นนั้นก็ดูเหมือนว่าจินดาพรดูเหมือนจะเข้ากันกับโอมได้ดี เพียงแค่เจอกันวันแรกเด็กทั้งสองคนก็ทำเหมือนว่าจะไปได้ดีด้วย
“คุณแม่มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ลูกกับลูกของป้าอารีดูเหมือนจะเข้ากันได้ดีนะ ลูกไม่ได้โกรธให้แม่ใช่ไหมที่แม่อยากให้ลูกกับลูกของป้าอารีทำความรู้จักกัน”
“ไม่ค่ะ คุณโอมก็ดูเป็ผู้ชายที่อบอุ่นนะคะ ก่อนกินข้าวเราสองคนก็ได้คุยกันเยอะมาก แล้วจินดาเองก็เห็นว่าคุณโอมเขาน่ารักดี”เขามีแฟนแล้วต่างหากจึงทำให้เธอนั้นรู้สึกสบายใจ ไม่อย่างนั้นเธอก็คงจะไม่อยากรู้จักเขามากกว่านี้แน่ๆ
“อย่างนี้ลูกก็หมายความว่าลูกจะลองคบกันดูใช่ไหม”
“ก็ไม่มีอะไรเสียหายไม่ใช่หรอคะ แม่เองก็อยากให้จินดาแต่งงานแล้วใช่ไหมคะ”ถึงแม้ว่าจันทร์ดาวจะไม่ได้พูดกับเธอตรงๆ แต่เธอก็คิดว่าจันทร์ดาวก็น่าจะรู้สึกอย่างนี้
“มันก็จริงลูก แต่แม่เห็นว่าก่อนหน้านี้ดูเหมือนว่าลูกจะชอบหนูดอกบัว แม่ก็เลยสงสัยว่าลูกรู้สึกยังไงกันแน่ แม่ไม่ได้บังคับให้ลูกต้องไปคบกันใครนะ แม่ตามใจลูกถ้าลูกเลือกสิ่งไหนแล้วอีกอย่าง จินดาเคยบอกแม่ว่ามีแฟนเป็ผู้หญิงด้วยกัน”
“ถ้าจินดารักดอกบัวจริงๆ คุณแม่จะห้ามไม่ให้จินดาคบกับดอกบัวไหมคะ”จินดาพรเธอก็ถามออกไปตรงๆเลยแล้วกัน ว่าเธอนั้น้าอยากรู้อะไร
“แม่จะห้ามทำไมละลูก ความสุขของลูกแม่ก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ เพียงแค่ลูกบอกกับแม่แล้วก็พ่อตามตรงเท่านั้นเอง”
“ค่ะ จินดารักดอกบัวแล้วดอกบัวก็รักจินดาด้วย เราสองคนรักกันค่ะคุณแม่”จินดาพรเธอบอกจันทร์ดาวออกไปตามตรงเลยทันที เมื่อได้ยินจันทร์ดาวพูดกับเธออย่างนี้ ซึ่งเธอก็ตั้งใจจะคุยเื่นี้กับจันทร์ดาวอยู่แล้ว
“จินดาแน่ใจตัวเองมาได้สักพักแล้วค่ะ แล้วจินดาก็พึ่งขอดอกบัวเป็แฟนเมื่อตอนไปเที่ยวสองสามวันที่ผ่านมานี่เองค่ะ”จันทร์ดาวที่ได้ยินจินดาพรพูดอย่างนี้ เธอก็ไม่คิดว่าจินดาพรจะพูดกับเธอตรงๆ แล้วเธอก็ไม่อยากจะเชื่อว่าจินดาพรนั้นชอบผู้หญิงด้วยกัน เพราะที่ผ่านมาจินดาพรก็พูดกับเธอ แต่เธอก็คิดว่าจินดาพรนั้นจะหายเมื่อโตขึ้นเป็ผู้ใหญ่ ั้แ่เด็กจนโตจินดาพรก็มีแต่เพื่อนผู้หญิง เธอก็คิดว่าอาจจะเป็เพราะความใกล้ชิด ที่ทำให้จินดาพรนั้นรู้สึกกับผู้หญิงมากกว่าผุ้ชาย
“ถ้าจินดาพูดกับแม่ตรงๆอย่างนี้ แม่ก็จะไม่ห้ามลูกที่จะคบกับดอกบัว ดอกบัวเองก็น่าสงสารตอนนี้ก็ไม่เหลือใครแล้ว แม่ก็รักแล้วก็เอ็นดูดอกบัวเหมือนกับลูกของแม่อีกคนหนึ่ง แต่ลูกก็รู้ใช่ไหมว่าถ้าลูกจะคบกับดอกบัว ลูกจะบอกกับใครไม่ได้เพราะไม่อย่างนั้นคนอื่นจะมองลูกยังไง แม่พอดูออกว่าลูกอาจจะไม่สนที่คนอื่นจะมองลูกยังไง แต่ในฐานะทางสังคมคุณพ่อของลูกมีคนรู้จักมากมาย และแม่เองก็มีสมาคมที่มีแต่ผู้ชั้นสูงรู้จัก ลูกเข้าใจความหมายของแม่ใช่ไหม”
“ค่ะจินดาเข้าใจ แค่คุณแม่เข้าใจจินดากับดอกบัวก็พอใจแล้วค่ะ”
“คนข้างนอกเขาไม่รู้ว่าเราว่าเป็ยัง แต่แม่คิดว่าถ้าได้อยู่ด้วยกันอย่างนี้มันก็ดีแล้วใช่ไหม”
“ค่ะ จินดาเข้าใจค่ะ แล้วคุณพ่อจะไม่โกรธจินดาใช่ไหมคะ ที่จินดาคบกับดอกบัว”จินดาพรเธอรู้สึกว่าแค่นี้มันก็ดีสำหรับเธอแล้ว ที่ผู้ใหญ่ไม่ได้ห้ามและให้พวกเธอคบกันได้ ถึงแม้ว่าจะเปิดเผยให้ใครรู้ไม่ได้ แต่อย่างน้อยเธอกับทิพรดาก็ได้อยู่ด้วยกัน เท่านี้มันก็ดีสำหรับเธอมากที่สุดแล้วจริงๆ เมื่อพ่อแม่ของเธอเข้าใจเธอเธอเองก็ต้องเข้าใจพ่อแม่ของเธอด้วยเช่นเดียวกัน
“เื่นั้นไม่มีปัญหาอะไรหรอกนะลูก แม่เคยคุยเื่นี้กับพ่อของลูกแล้ว”
“ขอบคุณนะคะคุณแม่ คุณแม่ไม่ผิดหวังในตัวจินดาใช่ไหมคะ”
“ไม่เลยลูก ถ้าแม่บังคับลูกให้แต่งงานกับคนอื่น เพียงแค่อยากให้คนในสังคมว่าลูกแต่งงานมีครอบครัวแล้ว แต่ลูกไม่มีความสุขเลยแม่ก็ทำแบบนั้นไม่ได้ แม่ไม่อยากให้ลูกต้องทุกข์ทรมานเพราะไม่ได้อยู่กับคนที่รักนะ เดี๋ยววันหลังแม่จะคุยกับดอกบัวอีกทีนะ”
“ค่ะคุณแม่ แค่นี้จินดาก็มีความสุขมากที่สุดแล้วค่ะ ถ้าอย่างนั้นจินดาขอตัวไปหาดอกบัวก่อนนะคะ”
“จ๊ะ”จินดาพรเธอยิ้มแล้วก็รีบออกไปจากห้องรับแขกทันที จันทร์ดาวเธอก็คิดว่าเธอทำดีที่สุดแล้วสำหรับเื่นี้ อย่างน้อยมันก็ไม่ทำให้จินดาพรนั้นจะต้องเสีย หรือทุกข์ทรมานที่ต้องแต่งงานหรือไม่ได้อยู่กับคนที่รัก เธอก็หวังว่าความรักของจินดาพรกับทิพรดาจะอยู่ด้วยกันไปนานๆเหมือนกับเธอ ถึงแม้ว่าทางสังคมจะยังไม่ยอมรับเื่แบบนี้ แต่อย่างน้อยการที่ได้อยู่กับคนที่เรารักมันก็มีความสุขที่สุดแล้ว
“อื้อ...พี่จินดา ปล่อยก่อนค่ะเดี๋ยวมีใครมาเห็นค่ะ”
“พี่ไม่สนใจอะไรแล้วค่ะ”จินดาพรเธอกอดทิพรดาไว้แน่นเลยด้วยความดีใจ แต่ก่อนที่เธอจะเข้ามากอดทิพรดาในห้องครัวอย่างนี้ เธอได้บอกให้กุ้งดูต้นทางให้กับเธอเรียบร้อยแล้ว แต่อีกไม่นานเธอก็คิดว่าคนทั้งบ้านก็น่าจะรู้ได้ แต่เื่นี้จะบอกคนข้างนอกไม่ได้
“พี่จินดา เป็อะไรคะทำไมมากอดดอกบัวแน่นอย่างนี้คะ ดอกบัวหายใจจะไม่ออกแล้วค่ะ”
“พี่ดีใจค่ะ คุณแม่รู้เื่ของเราแล้วนะคะ แล้วคุณแม่ก็ไม่ได้ห้ามที่เราสองคนจะคบกันด้วย ดอกบัวดีใจไหมคะ”
“พี่จินดา เดี๋ยวมีใครมาเห็นค่ะ”ทิพรดาเธอก็พยายามที่จะดันจินดาพรไว้ ที่ตอนนี้นั้นทั้งกอดแล้วก็พยายามจะหอมแก้มเธอไปมา ซึ่งตอนนี้จินดาพรนั้นเธอดีใจสุดๆเพราะเธอนั้นกำลังคิดมากเลยว่าเธอจะบอกกับพ่อแม่ของเธอยังไงดี แต่พอรู้อย่างนี้แล้วมันก็ทำให้เธอนั้นอดที่จะดีใจไม่ได้
“พี่บอกพี่กุ้งไว้แล้วค่ะ ไม่มีใครเห็นแน่นอนค่ะแต่ถ้าเห็นก็ไม่เป็ไรหรอกนะคะ คุณแม่อนุญาตให้เราคบกันแล้วนี่คะ ถึงแม้ว่าคนข้างนอกจะไม่รู้ว่าเรารักกัน พี่ก็ดีใจที่สุดแล้วค่ะแต่ดอกบัวไม่เป็ไรใช่ไหมคะ ที่เราไม่สามารถบอกคนข้างนอกรู้ได้ว่าเราสองคนเป็อะไรกัน”
“ไม่ค่ะ แค่นี้สำหรับดอกบัวก็ดีใจที่สุดแล้วนะคะ ดอกบัวเข้าใจค่ะว่าบางสิ่งบางอย่างก็ไม่สามารถให้ใครรู้ได้ ดอกบัวเข้าใจว่าครอบครัวของพี่จินดาเป็ยังไง”
“ขอบคุณนะคะดอกบัวที่เข้าใจพี่ พี่รักดอกบัวนะคะ”
“ค่ะ”ทิพรดาเธอรู้ว่าเื่แบบนี้จะบอกใครไม่ได้ เพราะฐานะทางสังคมของจินดาพรนั้นเธอรู้ดี และเธอก็เข้าใจทุกอย่างเพราะตอนนี้สังคมยังไม่ยอมรับ เพราะถ้าบอกคนอื่นไปมันก็อาจจะมีผลกระทบต่อครอบครัวของจินดาพรหลายอย่าง ซึ่งเื่นี้เธอรู้ดีั้แ่แรกแล้วที่เธอรู้ตัวว่าชอบจินดาพร เธอจึงเก็บความรู้สึกไว้ไม่อยากบอกให้ใครรู้ แม้แต่จินดาพรเองก็ตามแต่ไม่ใช่เพราะวันนั้น ที่จินดาพรนั้นทำให้เธอต้องเผลอพูดความรู้สึกของตัวเองออกไป ตอนนี้เองจินดาพรก็อาจจะไม่รู้ว่าเธอนั้นคิดยังไงกับจินดาพร
จบตอน