บทที่ 26 จันทราดับสูญ
จ้าวคงเฉิงมึนงง
ฝนตกหนักขนาดนี้ เด็กนี่ออกมาเดินเล่นทำไมกัน? อีกทั้งยังเปิด [น่านฟ้าไร้แดน] แล้ว แต่เขารู้ได้อย่างไรว่าตนเองอยู่ที่นี่?
แล้วเขามาตอนไหนไม่มา ดันมาตอนที่ตนกำลังถูกอัดอยู่บนพื้นอีก หากโดนเห็นเข้า...
ขายหน้าชะมัด!!
ยิ่งไปกว่านั้น ตนเพิ่งบอกไปว่าจะช่วยปกป้องโลกนี้ให้อีกฝ่าย หากตอนนี้ดึงหลินชีเยี่ยเข้ามาพัวพัน ถ้าเกิดเด็กคนนี้เป็อะไรขึ้นมา จ้าวคงเฉิงจะไม่มีวันให้อภัยตัวเอง
“ไม่ต้องมาถามว่าผมออกมาทำไม ผมรู้ว่าคุณกำลังต่อสู้กับหน้ากากปีศาจอะไรนั่นอยู่ข้างใน ปล่อยผมเข้าไปเถอะ ตอนนี้ผมก็สู้ได้เหมือนกันนะ” เสียงของหลินชีเยี่ยดังมาจากด้านนอกอีกครั้ง
“สู้บ้าอะไร!” จ้าวคงเฉิงตะคอก “นี่ไม่ใช่หน้ากากปีศาจนะ แต่มันเป็าาหน้ากากปีศาจขั้นชวน! สูงกว่าเด็กอย่างนายที่เพิ่งก้าวสู่ขั้นจั่นตั้งสองขั้นใหญ่! นักเรียนมัธยมปลายอย่างนายจะเอาอะไรไปสู้กับมัน?”
“อีกอย่าง นายไม่ใช่พวกกลัวตายหรอกเหรอ? ทำไมตอนนี้ถึงได้ไม่กลัวความตายแล้วล่ะ?”
“รีบกลับบ้านไปกินข้าวซะ! จะบอกให้รู้ไว้นะ ตราบใดที่ยังมีฉันจ้าวคงเฉิงอยู่ ไอ้สิ่งนี้ไม่มีทางแตะต้องครอบครัวของนายได้แม้แต่ครึ่งเส้นขน!”
“ครั้งนั้นก็คือครั้งนั้น ครั้งนี้ก็คือครั้งนี้ ถึงผมจะกลัวตาย แต่ผมไม่ชอบเป็หนี้บุญคุณคนอื่นนะ!” หลินชีเยี่ยะโจากด้านนอก
“ครอบครัวของเรากินข้าวอย่างมีความสุขอยู่ที่นั่น แล้วปล่อยให้คุณคนเดียวมาฟาดฟันกับาาหน้ากากปีศาจที่นี่เหรอ? ถึงคุณอยากเป็วีรบุรุษนิรนาม แต่ผมไม่ยอมหรอก!”
“ถ้าจะกิน ก็ต้องรอฆ่าาาหน้ากากปีศาจเสร็จก่อน แล้วคุณต้องกลับไปกินข้าวด้วยกันกับผม!”
หลินชีเยี่ยพยายามพุ่งชนอากาศข้าง ๆ ป้ายประกาศ ทว่าตรงนั้นราวกับมีกำแพงล่องหนที่กั้นเขตแดนภายในและภายนอกออกจากกัน ไม่ว่าหลินชีเยี่ยจะพยายามแค่ไหนก็ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
ภายในเขตแดน จ้าวคงเฉิงถูกาาหน้ากากปีศาจโจมตีจนกระเด็นตัวลอยอีกครั้ง นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นเป็เวลานาน ก่อนจะใช้ดาบค้ำตัวลุกขึ้นมาได้อย่างยากลำบาก
“อย่าพยายามเลย... แค่กแค่ก ถึงฉันจะไม่มีระดับขั้น แต่ [น่านฟ้าไร้แดน] ที่ปลดออกมานั้นก็มากพอที่จะปิดกั้นคนที่ต่ำกว่าขั้นฉือ หากจะเข้ามาที่นี่ได้ มีเพียงสองทางเท่านั้น…”
“อย่างแรกคือฉันยอมให้เข้ามา”
“หรือไม่ก็... ต้องรอจนกว่าฉันจะตาย”
“นายยังทำลาย [น่านฟ้าไร้แดน] ของฉันไม่ได้ด้วยซ้ำ การเข้ามาเผชิญหน้ากับาาหน้ากากปีศาจที่นี่จะต่างอะไรกับการวิ่งเข้าหาความตายล่ะ?”
จ้าวคงเฉิงจ้องมองาาหน้ากากปีศาจ เสียงของเขาเริ่มอ่อนแรงลง
หลังจากที่เขาพูดประโยคสุดท้ายจบ ความเคลื่อนไหวภายนอกเขตแดนพลันหายไป ไม่มีคนพยายามพุ่งชน [น่านฟ้าไร้แดน] แล้ว และข้างนอกก็ไร้เสียงอื่นใดดังมา
จ้าวคงเฉิงรอหนึ่งวินาที สองวินาที สามวินาที...
รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปาก
แบบนี้ค่อยยังชั่ว... กลับบ้านไปกินข้าวซะ ส่วนที่เหลือ ปล่อยให้เป็หน้าที่ของหน่วยพิทักษ์ราตรีเอง...
จ้าวคงเฉิงยืนหยัดอย่างยากลำบาก ลมหายใจหอบถี่ เืไหลซึมมุมปาก ทุกครั้งที่เขาหายใจ ความเ็ปพลันแล่นจนร่างกายสั่นเทิ้ม
ร่างกายของเขาใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว
เบื้องหน้าเขา าาหน้ากากปีศาจยืนตระหง่านท่ามกลางสายฝนราวกับูเา ทั่วร่างเต็มไปด้วยาแทั้งเก่าและใหม่
แต่มันยังคงดูสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ไม่มีทีท่าว่าจะล้มลง นี่คือสภาพร่างกายที่ผิดธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตในตำนาน
จ้าวคงเฉิงมือหนึ่งกำดาบ ส่วนมืออีกข้างก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋าอย่างสั่นเทา สักพักก็หยิบเหรียญตราออกมา
บนเหรียญตราสลักรูปดาบไขว้กันสองเล่ม ใต้ดาบทั้งสองมีชื่อหนึ่งสลักอยู่
‘จ้าวคงเฉิง’
ในความทรงจำอันเลือนลาง จ้าวคงเฉิงรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปใน่ที่เพิ่งเข้าร่วมกับหน่วยพิทักษ์ราตรี ตอนที่ยังเป็เพียงทหารใหม่…
“...เหรียญตรา คือชีวิตของหน่วยพิทักษ์ราตรี!”
“ไม่เพียงแต่ในแง่ของศรัทธา แต่รวมถึงในการต่อสู้ด้วย!”
“ด้านในของเหรียญตรานี้ มีเข็มเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ เมื่อกดสวิตช์ เข็มจะดีดตัวออกมา และปลายเข็มก็ถูกเคลือบด้วยยาที่เรียกว่า ‘เพรียกหาิญญา’”
“ยานี้จะปลดปล่อยศักยภาพทั้งหมดของบุคคลใน่เวลาสั้น ๆ ช่วยให้ผู้ที่มีผนึกต้องห้ามสามารถทวีคูณพลังของผนึกต้องห้ามได้อย่างมหาศาล!”
“สำหรับผู้ที่ไม่มีผนึกต้องห้าม ยาเพรียกหาิญญาจะกระตุ้นร่างกายอย่างรุนแรง ปลุกเร้าผนึกต้องห้ามที่แฝงอยู่ภายในจิติญญาปรากฏออกมา นั่นหมายความว่า ใน่เวลาที่ยาออกฤทธิ์ มันสามารถทำให้ผู้ที่ไม่มีผนึกต้องห้ามได้รับพลังจากผนึกต้องห้ามชั่วคราว!”
“นี่เป็ทั้งวิธีการต่อสู้จนตัวตาย และเป็วิธีพลิกสถานการณ์ในยามคับขัน อีกทั้งยังเป็โอกาสเดียวในชีวิตของนักรบที่ไม่มีผนึกต้องห้าม จะได้ััผนึกต้องห้ามของตัวเอง”
“ห้ามใช้เด็ดขาด เว้นแต่จะถึงคราวจำเป็…”
จ้าวคงเฉิงกำเหรียญตราไว้แน่น ร่างกายสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ มองาาหน้ากากปีศาจที่ค่อย ๆ คลืบคลานมาใกล้ มุมปากเผยรอยยิ้มออกมา
“แกรู้ไหม... ฉันรอวันนี้มานานแค่ไหนแล้ว?”
ฝนตกหนัก!
เม็ดฝนผสมกับเื ไหลผ่านแขนของจ้าวคงเฉิง หยดลงบนพื้นผิวของเหรียญตรา
จ้าวคงเฉิงไม่สนใจว่าาาหน้ากากปีศาจจะได้ยินหรือไม่ จะเข้าใจหรือไม่เข้าใจ เขาพึมพำท่ามกลางสายฝน
“ผู้ชายน่ะ มักจะใฝ่ฝันถึงพลังเหนือธรรมชาติ ต่างคิดว่าสักวันหนึ่งตัวเองจะโผบินขึ้นฟ้าลงสู่พิภพ กำปั้นทลายูเา หรือความคิดควบคุมมวลเมฆ…”
“ตลอดหลายปีที่เป็หน่วยพิทักษ์ราตรี ฉันเฝ้ารอการตื่นของผนึกต้องห้ามมาโดยตลอด แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ฉันอายุสี่สิบกว่าแล้ว ก็ยังไร้วี่แววผนึกต้องห้ามของตัวเอง”
“พูดตามตรงนะ การเป็หน่วยพิทักษ์ราตรีที่ไม่มีผนึกต้องห้ามมันค่อนข้างลำบาก ทุกครั้งที่เห็นหัวหน้าทีมใช้ผนึกต้องห้ามต่อสู้ มันเท่มากจริง ๆ จนในใจรู้สึกขมปร่าอยู่เสมอ…”
“หลังจากนั้น ฉันก็คิดว่าหากวันหนึ่งเจอศัตรูที่ไม่มีทางชนะได้เด็ดขาด ฉันจะต้องลองใช้ยาเพรียกหาิญญาก่อนตาย เพื่อดูว่าผนึกต้องห้ามของตัวเองเป็แบบไหน แม้ว่าจะต้องตาย ก็ขอตายด้วยรอยยิ้ม”
“ไม่ว่ายังไงก็ขอบคุณแกที่มอบโอกาสนี้ให้กับฉัน”
จ้าวคงเฉิงกางฝ่ามือออก ปล่อยให้สายฝนชะล้างพื้นผิวของเหรียญตรา นิ้วมือถูเบา ๆ ที่ด้านข้างของเหรียญตรา เข็มเงินเล็ก ๆ ก็ดีดออกมา
เขาสูดหายใจเข้าลึก
แทงเข็มเงินลงบนฝ่ามือของตัวเอง...
“แม่ง เจ็บว่ะ…” จ้าวคงเฉิงกัดฟันสบถเบา ๆ
ในขณะที่เข็มเงินแทงเข้าไปในิั จ้าวคงเฉิงรู้สึกว่าความเ็ปทั่วกายลดลงราวกับคลื่นน้ำ ััถึงพลังที่ไม่เคยมีมาก่อนหลั่งไหลเข้าสู่หัวใจ
เซลล์ทั่วร่างของเขาราวกับถูกกระตุ้น พลังชีวิตที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนพลุ่งพล่านออกมา จังหวะหัวใจดั่งกลองศึกที่กึกก้องในสนามรบยามที่สองกองทัพปะทะกัน ทั้งรวดเร็วและทรงพลัง!
ในเวลาเดียวกัน สนามพลังลึกลับก็แผ่ออกมาจากจ้าวคงเฉิงที่เป็จุดศูนย์กลาง
ดวงตาของจ้าวคงเฉิงส่องประกาย
าาหน้ากากปีศาจรับรู้ได้ถึงอันตรายที่คืบคลานมา มันคำรามเสียงต่ำ เท้าทั้งสองวิ่งไปข้างหน้าท่ามกลางสายฝน พุ่งเข้าใส่ด้วยพลังงานจลน์อันน่าสะพรึงกลัว!
หลังของจ้าวคงเฉิงค่อย ๆ ตั้งตรงขึ้น
มือกำดาบแน่นขึ้นเรื่อย ๆ
เม็ดฝนกระทบกับผิวของดาบตรง ส่งเสียงดังเป็จังหวะเบา ๆ
เขายืนกำดาบอยู่ท่ามกลางสายฝน ดวงตาทั้งสองฉายแววมุ่งมั่นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน!
เขายกมือขึ้น
ฟาดฟันดาบใส่าาหน้ากากปีศาจที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
คมดาบกรีดไปไกล ฟันฟาดพาดผ่าน
จันทร์เสี้ยวสีดำสูงสี่ถึงห้าเมตรพุ่งออกมาจากคมดาบ ตัดผ่านม่านฝนอย่างเงียบงัน ภายในชั่วพริบตา พลันทะลวงผ่านช่องว่างระหว่างคนทั้งสอง
จันทร์เสี้ยวนั้นรวดเร็ว เร็วจนาาหน้ากากปีศาจไม่ทันได้เอี้ยวหลบ!
ทันใดนั้น แขนที่น่าเกลียดน่ากลัวก็ลอยขึ้นไปบนอากาศ
ฟันดาบหนึ่งครั้ง ตัดแขนของาาหน้ากากปีศาจขาดหนึ่งข้าง
จ้าวคงเฉิงกำดาบแน่น มุมปากยกยิ้มอย่างควบคุมไม่ได้...
เขาหัวเราะเสียงดังลั่น
“ผนึกต้องห้าม ลำดับที่ 83 [จันทราดับสูญ]!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ฉันก็รู้อยู่แล้วว่า จ้าวคงเฉิงคนนี้... ก็เป็อัจฉริยะเหมือนกัน!!”