ลานกว้างของสำนักศึกษายามเช้าเงียบสงบ มีเพียงเสียงไม้กวาดแห้ง ๆ เสียดสีกับพื้นดินแข็งกรัง เด็กชายตัวเล็กผู้มีร่างผอมบางกำลังลากไม้กวาดเก่า ๆ ไปมาช้า ๆ
แสงแดดยามเช้าส่องกระทบใบหน้าเล็ก ๆ ทำให้เห็นชัดถึงความอ่อนแรง เขาสวมเสื้อผ้าหมองเก่าแต่สะอาดสะอ้าน
เด็กชายวัยสิบขวบคนนั้น…คือผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็เทพาผู้ยิ่งใหญ่เหนือเทพทั้งปวง
ก่อนลงมาแดนมนุษย์เขาได้ทำผิดกฎ์ครั้งใหญ่ เขาให้เทพชะตาไปดูชะตาชีวิตนางในโลกมนุษย์แต่ความลับ์ไม่อาจแพร่งพราย เขารู้เพียงว่า ชาตินี้นางชื่อ ไป๋เซียนอวี่ เกิดที่เมืองต้าโจวแค่เพียงเท่านั้น
จากนั้นจึงใช้พลังทั้งหมดผนึกจิตเทพเอาไว้ เพื่อให้ตอนลงมาที่โลกมนุษย์ทรงจำในแดนเทพก็ยังคงอยู่ แม้พลังเทพจะใช้ไม่ได้ก็ตาม
เทพทุกองค์ที่ลงมาฝ่าด่านเคราะห์ย่อมตระหนักดีว่าไม่ว่าเทพองค์ใดจะสูงส่งเพียงใดก็ไม่สามารถเลือกเกิดได้ ชะตาของเทพแต่ละองค์ล้วนถูกสุ่มลงมาเกิดในแดนมนุษย์
แม้จะเตรียมใจไว้แล้วเพียงใด ก็ยังไม่อาจคาดคิดได้เลยว่าการสุ่มในครั้งนี้จะโหดร้ายและสิ้นหวังถึงเพียงนี้
ตอนนี้เขามีเพียงชื่อธรรมดา ๆ ว่า "เทียนหลงเฉิน” เด็กชายที่มีชะตาที่ต่ำต้อย และมีเส้นทางชีวิตที่เต็มไปด้วยขวากหนาม ทุกอย่างในชีวิตนี้ล้วนแตกต่างจากสิ่งที่เขาเคยในแดนเทพโดยสิ้นเชิง ราวกับถูกเหวี่ยงลงจากฟากฟ้าอันสูงส่ง สู่โคลนตมอย่างไร้ปรานี
มารดาของเขาสิ้นใจในวันที่เขาเกิด บิดาเห็นเขาเป็ดังตัวโชคร้าย ดื่มเหล้าและมักทุบตีเป็ประจำ
และในที่สุด…ตอนที่เขาอายุเพียงห้าขวบ บิดาก็จากไป ทิ้งเขาไว้เพียงลำพังในกระท่อมผุพัง ไม่หันกลับมามองแม้แต่นิดเดียว
ในฐานะเทพาที่เกิดมาจากพลังฟ้าดิน เขาไม่เคยไม่รู้จักความหิว ความเ็ป ความทุกข์ ความสิ้นหวัง และความโดดเดี่ยว
แต่ในฐานะมนุษย์ผู้ชื่อเทียนหลงเฉิน สิ่งพวกนี้เขาได้ััมันทั้งหมดแล้ว
บางวันต้องทนกับความหิวที่กัดลำไส้จนบิดตัว
บางทีต้องทนต่อความเหน็บหนาวที่ทำให้แขนขาสั่นไม่หยุด ความหวาดกลัวในยามผู้ที่เป็บิดาทุบตี และความทุกข์ใจที่ไม่อาจร้องไห้ออกมาได้
แต่ไม่ว่าความเ็ปจะกัดกินหัวใจเพียงใด ไม่ว่าความเหนื่อยล้าจะถาโถมจนแทบยืนไม่ไหว เขาก็ไม่เคยลืมเป้าหมายของตนเองแม้แต่วินาทีเดียว
เขารู้ดีว่า…ตนไม่อาจยอมแพ้ได้ในตอนนี้ เพราะเขายังตามหานางไม่เจอ การมีอยู่ของนาง เปรียบเสมือนเปลวไฟเล็ก ๆ ที่ยังคงลุกไหวอยู่ภายในส่วนลึกของหัวใจ แม้โลกจะมืดมนเพียงใด นางคือเหตุผลเดียวที่ทำให้เขายังคงยืนหยัดอยู่ได้ คือแรงยึดเหนี่ยวที่ฉุดรั้งเขาไว้จากห้วงสิ้นหวัง
ในใจเขามีภาพของนางเป็จุดหมายปลายทาง เขาจำต้องมีชีวิตรอด ไม่ว่าจะยากเย็นเพียงใด เขาต้องเติบโต แข็งแกร่ง และก้าวข้ามทุกขวากหนาม เพื่อให้ได้เจอกับนางอีกครั้ง
แต่ในโชคชะตาที่แสนโหดร้ายนี้ก็ยังพอจะมีโชคดีอยู่เล็กน้อย
ตอนที่เขาห้าขวบเดินโซซัดโซเซอยู่กลางถนนในเมืองอวี้หานด้วยความหิว มีอาจารย์ใหญ่แห่งสำนักศึกษาผู้หนึ่งยื่นมือมารับเขาไว้
“เ้าชื่ออะไร?” เสียงทุ้มเอ่ยถาม
ใบหน้าที่มอมแมมเต็มไปด้วยคราบน้ำตาเงยขึ้นช้า ๆ เมื่อผู้ใหญ่ที่เขาไม่รู้จักย่อตัวลงมานั่งในระดับสายตาเดียวกัน
“เ้าชื่ออะไรหรือ?” เสียงทุ้มนุ่มเย็นนั้นอ่อนโยนถามขึ้นอีกครั้ง
เด็กชายกำเสื้อเก่า ๆ ของตนแน่น ก่อนตอบเสียงเบาราวลมหายใจ
“ข้า…ชื่อเทียนหลงเฉิน”
สายตาของชายผู้นี้ไม่ได้มีแววรังเกียจหรือระแวงใด ๆ แต่กลับเต็มไปด้วยความเมตตา ที่เด็กชายไม่เคยััมาก่อนในชีวิตมนุษย์
“เ้าไม่มีบ้านอยู่หรือ?” คำถามนั้นเรียบง่าย ทว่ากลับเหมือนแทงลึกเข้าไปในความเจ็บที่เก็บซ่อนไว้ในอก
เทียนหลงเฉินเม้มริมฝีปาก
“ข้า…ไม่มีบ้านแล้ว…” คำสั้น ๆ ที่สั่นเครือจนแทบฟังไม่ชัด แต่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังของเด็กวัยเพียงห้าขวบ
บุรุษผู้นั้นไม่ได้พูดปลอบ เขาเพียงยื่นมือมาลูบศีรษะเล็ก ๆ อย่างแ่เบา
“เช่นนั้น…เ้าไปอยู่สำนักศึกษากับข้าก็แล้วกัน”
“ข้าชื่อเซียวเหรินอัน เป็อาจารย์อยู่ที่สำนักศึกษา”
น้ำเสียงของอาจารย์นุ่มลึก น่าเชื่อถือ
“ข้าไม่ใช่ผู้ร่ำรวยหรือผู้มีบารมีอันใด แต่ข้าสามารถให้วิชาความรู้เ้าได้”
อาจารย์เซียวมองดวงตาบวมช้ำของเด็กน้อยแล้วกล่าวอย่างจริงใจ
“หากเ้ามีวาสนา โตขึ้นไปอาจได้เป็ถึงขุนนาง…ไม่ต้องถูกใครเหยียบย่ำอีกต่อไป”
หลงเฉินเช็ดน้ำตาลวก ๆ เสียงดีใจชัดเจนจนปิดไม่มิด
“ข้า…ข้าจะไปกับท่าน!”
จากวันนั้นผ่านมาห้าปีแล้ว ตอนนี้เขาอาศัยอยู่สำนักศึกษาชิงเหวินที่มีอาจารย์เซียวเหรินอันเป็ผู้ก่อตั้ง แม้จะเป็เพียงสำนักเล็ก ๆ ในเมืองอวี้หานที่ห่างไกล แต่ก็เป็ที่พึ่งให้ผู้คนในเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ได้เรียนหนังสือ
อย่างไรก็ตาม ฐานะของศิษย์ในสำนักนี้ล้วนเป็ลูกหลานคนมีเงินในเมืองอวี้หาน ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ทุกคนจะพากันรังเกียจเด็กกำพร้าที่แต่งตัวโทรมๆ อย่าง เทียนหลงเฉิน
ชีวิตของเด็กชายตัวเล็กที่เป็เพียงเด็กกำพร้า ย่อมหนีไม่พ้นเื่การถูกกลั่นแกล้ง อีกทั้งยังถูกล้อเลียนเื่ที่บิดาทอดทิ้ง แต่ทว่าเทียนหลงเฉินกลับไม่เคยคิดตอบโต้แม้สักครั้ง
สิ่งเดียวที่เขาคิดคือต้องหาทางไป “เมืองต้าโจว” ให้ได้ อาจารย์เซียวเคยเล่าให้ฟังว่าต้าโจวเป็เมืองหลวงเจริญรุ่งเรืองที่สุด
เมืองนั้นห่างจากเมืองอวี้หานกว่า ห้าร้อยลี้ หนทางเต็มไปด้วยูเาคดเคี้ยว ไม่มีทางที่เด็กชายผอมแห้งตัวคนเดียวจะเดินทางรอดชีวิตไปได้ หลงเฉินรู้ความจริงนั้นดี
แต่ไม่นานมานี้เขาเพิ่งรู้ข่าวที่ดีที่สุดในชีวิต อาจารย์เซียวได้ประกาศว่า ศิษย์ที่มีผลสอบดีที่สุดสองคนในปีนี้ จะถูกส่งไปศึกษาต่อที่ “สำนักศึกษาไท่เหอ” สำนักอันดับหนึ่งในเมืองต้าโจว สถานที่ที่เปรียบเสมือนประตูทองคำสู่อนาคตอันรุ่งเรืองในราชสำนัก
ข่าวการคัดเลือกครั้งนี้สั่นะเืไปทั่วทั้งสำนักศึกษาชิงเหวิน เหล่าศิษย์ต่างตื่นตัวอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ทุกคนเร่งรัดการฝึกฝน ทบทวนตำรา และขัดเกลาความสามารถของตนอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อแย่งชิงสองตำแหน่งอันทรงเกียรตินั้นมาไว้ในมือ
สำหรับศิษย์ส่วนใหญ่ นี่คือหนทางสู่ชื่อเสียง เกียรติยศ และอนาคตที่มั่นคง เส้นทางที่จะพาพวกเขาก้าวสู่ตำแหน่งสูงในราชสำนัก เป็ตัวแทนของผู้มีอำนาจและศักดิ์ศรี
ทว่า…สำหรับหลงเฉินแล้ว ความหมายของการคัดเลือกครั้งนี้แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่เกียรติ ชื่อเสียง หรือ ไม่ใช่อำนาจ
หากแต่เป็ ‘โอกาสเดียว’ ที่จะพาเขาไปถึงเมืองต้าโจว เมืองที่ฝังแน่นอยู่ในความทรงจำ เมืองที่เขามั่นใจสุดหัวใจว่านางอยู่ที่นั่น และไม่ว่าหนทางจะยากเย็นเพียงใด เขาจำเป็ต้องไปให้ถึง
เพราะที่นั่น…คือเป้าหมายที่เขาลงมายังโลกมนุษย์แห่งนี้