รุ่งอรุณของวันใหม่สาดส่องเข้ามาในห้องหอ แต่บทสนทนาแห่งความทรงจำกลับต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว หลังจากค่ำคืนอันเร่าร้อนที่หลอมรวมสองิญญาให้เป็หนึ่งเดียว ความอ่อนล้าและความสุขสมก็ทำให้พระชายาขององค์รัชทายาทผล็อยหลับไปในอ้อมแขนของพระองค์เสียก่อนที่จะได้เอ่ยถึงปริศนาของตลับเงิน
ตลอดทั้งวัน องค์รัชทายาททรงปฏิบัติพระราชกิจด้วยพระทัยที่ล่องลอย ภาพของซิงจวนในร่างของไลลาและยาซมินยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงคำนึง ความรัก ความทึ่ง และความรู้สึกผิดที่ถูกชะล้างไปด้วยความเข้าใจ ก่อเกิดเป็สายใยที่แน่นแฟ้นยิ่งกว่าพันธนาการใดๆ พระองค์เฝ้ารอเวลาค่ำคืนอย่างใจจดใจจ่อ
เมื่อเสร็จสิ้นราชกิจทั้งหมด พระองค์ก็รีบเสด็จไปยังตำหนักส่วนพระองค์ของพระชายาทันที แต่เมื่อก้าวเข้าไปในห้องรับแขก พระองค์ก็ถึงกับนิ่งไปด้วยความประหลาดใจ
ห้องที่เคยตกแต่งอย่างวิจิตรตามแบบฉบับตะวันออก บัดนี้กลับถูกเปลี่ยนโฉมไปโดยสิ้นเชิงในวันเดียว พรมขนสัตว์หนานุ่มปูทับพื้นไม้ขัดเงา เก้าอี้นวมบุผ้ากำมะหยี่สีเข้มตั้งอยู่หน้าเตาผิงที่แกะสลักจากหินอ่อน บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของดินแดนตะวันตกที่พระองค์คุ้นเคย
พระองค์ไม่แปลกใจเท่าไรกับการเปลี่ยนแปลง เพราะพระชายาเป็ศิษย์ของเซียน แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ทำไปเพื่ออะไรกัน?
และก่อนที่พระองค์จะได้เอ่ยถามสิ่งใด ร่างของสตรีผู้หนึ่งในชุดกระโปรงยาวสีน้ำเงินเข้มและผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดตา หรือที่เรียกกันว่าชุดเมด ก็เดินออกมาจากอีกห้องหนึ่งอย่างสงบเสงี่ยม ในมือของนางถือถาดเงินที่วางชุดถ้วยชาลายครามแบบตะวันตกไว้อย่างงดงาม
หัวใจขององค์รัชทายาทแทบหยุดเต้น... เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนที่ถูกรวบเก็บไว้ใต้ผ้าคลุมศีรษะเล็กๆ ดวงตาสีฟ้าครามที่ฉายแววอ่อนโยนแต่ก็แฝงความเศร้าสร้อย... และรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากนั่น...
“อิซาเบลล่า...” สุรเสียงของพระองค์สั่นพร่าเมื่อเห็นนางสาวใช้ นางเงยหน้าขึ้นสบพระเนตร รอยยิ้มของนางกว้างขึ้นเล็กน้อย
“ดีใจเหลือเกินเพคะที่ได้พบกับพระองค์อีกครั้ง... องค์ชาย”
นางตอบกลับด้วยภาษาของดินแดนแสนไกล องค์รัชทายาทถึงกับผงะ พระองค์รีบก้าวเข้าไปหานางด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา ก่อนจะโต้ตอบนางด้วยภาษาต่างชาติใจความว่า
“เป็ไปได้อย่างไร! ข้า... ข้าคิดว่าเ้าตายไปแล้ว! ข้าได้ข่าวว่าเ้าถูก...”
“หม่อมฉันปลอดภัยดีเพคะ” นางตอบอย่างนุ่มนวลด้วยภาษาต่างชาติ “ทั้งหมดเป็เพราะพระเมตตาของพระชายาซิงจวนเพคะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น องค์รัชทายาทก็หันรีหันขวางมองไปรอบห้อง
“ซิงจวน! นางอยู่ที่นี่รึ? ข้าต้องขอบคุณนาง... ขอบคุณที่ช่วยชีวิตเ้าไว้”
พระเนตรของพระองค์เหลือบไปเห็นตลับเงินรูปไข่ที่ห้อยอยู่ที่เอวของอิซาเบลล่า ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับนางอีกครั้ง ความทรงจำ ณ ดินแดนอันหนาวเหน็บซัดถาโถมเข้ามาในพระทัย
“ข้ายังจำวันแรกที่เราพบกันได้ดี” องค์รัชทายาทเริ่มเล่า เื่ราวพรั่งพรูออกมาจากความทรงจำที่เคยถูกฝังไว้ด้วยความเ็ป “ข้าเดินทางไปยังอาณาจักรทางตอนเหนือของแดนตะวันตกอันหนาวเหน็บเพื่อเจรจาทางการทหาร แลกเปลี่ยนอาวุธยุทโธปกรณ์ระหว่างอาณาจักรรวมไปถึงตำราา วิทยาการต่างๆ ทางการทหารในทุกห้าปีต่อจากนี้”
“ปราสาทของพวกเขาช่างหนาวเหน็บและเงียบงัน... ไม่ใช่แค่เพราะอากาศ แต่เป็เพราะผู้คนที่นั่นต่างก็เ็าและเต็มไปด้วยพิธีรีตอง ข้าใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่แต่ในห้องหนังสืออันกว้างใหญ่ ค้นคว้าข้อมูลทางการทหารและประวัติศาสตร์ของพวกเขา”
“เ้าในตอนนั้นเป็เพียงสาวใช้ที่ถูกจัดมาให้ดูแลราชอาคันตุกะ คอยนำอาหารและเครื่องดื่มมาให้ข้าอย่างเงียบเชียบ ไม่เคยเอ่ยคำพูดใดๆ เกินความจำเป็ ข้าแทบไม่ได้สังเกตเ้าเลยในตอนแรก”
“แต่มีอยู่คืนหนึ่งที่หิมะตกหนัก ข้าหมกมุ่นอยู่กับตำราจนดึกดื่น เปลวไฟในเตาผิงเริ่มมอดลงจนห้องทั้งห้องเย็นะเื ข้ากำลังจะลุกไปเติมฟืน แต่เ้ากลับเปิดประตูเข้ามาเสียก่อน ในมือถือถ่านไม้และชาร้อนถ้วยใหม่มาให้โดยที่ข้าไม่ได้ร้องขอ”
“นั่นเป็ครั้งแรกที่ข้าได้มองหน้าเ้าอย่างจริงๆ จังๆ ข้าเห็นความอ่อนโยนและความห่วงใยในแววตาของเ้า... เป็ความอบอุ่นเพียงหนึ่งเดียวที่ข้าได้ััในปราสาทที่หนาวเหน็บแห่งนั้น”
“หลังจากคืนนั้น ข้าก็เริ่มมองหาเ้าเสมอ... เราเริ่มพูดคุยกันเล็กๆ น้อยๆ ในยามที่เ้าเข้ามาทำความสะอาดห้อง ข้าถามเ้าเื่ชีวิตความเป็อยู่ ส่วนเ้าก็ถามข้าเื่ดินแดนตะวันออกอันแสนไกล”
“ข้าได้รู้ว่าเ้าเป็สาวชนบทที่อ่านออกเขียนได้ ถูกเลือกมาทำงานรับใช้ในปราสาทแห่งนี้ เ้าเล่าว่าความฝันของเ้าคือการได้เห็นทุ่งดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ... เป็ความฝันที่เรียบง่ายแต่งดงามเหลือเกิน”
“ความผูกพันของเราก่อตัวขึ้นในความเงียบ... ท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมายที่มองไม่เห็นเรา เราลอบพบกันในมุมลับตาของห้องสมุด หรือในสวนที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน”
“ข้าไม่เคยรู้สึกเช่นนี้กับใครมาก่อน... มันไม่ใช่ความรักที่ร้อนแรง หรือการเยียวยา หรือรักแรกที่แสนงดงาม แต่มันคือความผูกพันอันแสนบริสุทธิ์ เป็ความรู้สึกที่เอ็นดูจนอยากจะปกป้องรอยยิ้มอันเปราะบางของเ้าไว้”
“คืนหนึ่งก่อนที่ข้าจะเดินทางกลับ เราได้พบกันที่หอคอยเก่าแก่ของปราสาท ข้ามอบตลับเงินรูปไข่นั่นให้เ้า... ข้างในข้าได้ใส่เมล็ดดอกไม้จากแดนตะวันออกที่ข้าพกติดตัวมาเสมอ ข้าบอกเ้าว่า... สักวันหนึ่ง ข้าจะกลับมารับเ้า และเราจะไปปลูกดอกไม้เหล่านี้ด้วยกันในทุ่งกว้าง”
“คืนนั้น... ใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงบนเกล็ดหิมะ... ข้าได้จุมพิตเ้าเป็ครั้งแรก มันเป็จุมพิตที่อ่อนหวานและเปี่ยมไปด้วยคำสัญญา เรากอดกันเนิ่นนาน ซึมซับความอบอุ่นสุดท้ายก่อนจะต้องจากกัน”
“แต่แล้วโชคชะตาก็โหดร้ายกับเราอีกครั้ง... หลังจากที่ข้าเดินทางออกต่อได้ไม่นาน ข้าก็ได้รับข่าวว่าเ้าถูกจับได้ว่าทำแจกันล้ำค่าของราชวงศ์แตก และถูกลงโทษอย่างรุนแรงจนถึงแก่ความตาย หัวใจของข้าแตกสลายอีกครั้ง…”
องค์รัชทายาทเล่าจบ พระองค์มองอิซาเบลล่าด้วยแววตาที่เปี่ยมด้วยความสุขและความโล่งใจ
“ข้าดีใจเหลือเกินที่เ้ายังมีชีวิตอยู่... ดีใจจริงๆ”
อย่างไรก็ตาม พระองค์สูดลมหายใจลึก รวบรวมความกล้าและสบตานางอย่างจริงจัง
“อิซาเบลล่า... ที่ผ่านมามันคือความทรงจำที่งดงามสำหรับข้าเสมอ และข้าอยากจะขอบคุณเ้าสำหรับความอบอุ่นทั้งหมดที่เคยมอบให้ แต่ตอนนี้... ข้าได้อภิเษกสมรสกับซิงจวนแล้ว... ข้ารักนางมาก และนางคือทุกสิ่งทุกอย่างของข้า หากเราจะมีความสัมพันธ์แบบเดิม... ต่อจากนี้คงต้องขออนุญาตจากซิงจวนก่อน”
สิ้นคำพูดนั้น... สาวใช้ตรงหน้าก็แย้มยิ้มออกมา เป็รอยยิ้มที่อ่อนหวานแต่ก็แฝงความนัยบางอย่าง
“เช่นนั้น... หม่อมฉันก็ขอบอกว่า... นางอนุญาตเพคะ”
พลันร่างของอิซาเบลล่าก็ถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีทอง รูปร่างหน้าตาและเครื่องแต่งกายของนางเปลี่ยนไปในชั่วพริบตา... กลายเป็ซิงจวนในชุดผ้าฝ้ายคนเดิมที่ยืนยิ้มให้พระองค์อย่างอ่อนโยน
ก่อนที่องค์รัชทายาทจะได้ทันพูดอะไร แสงสว่างก็วาบขึ้นอีกครั้ง ร่างของซิงจวนกลับกลายเป็อิซาเบลล่าในชุดเมดเช่นเดิม นางก้าวเข้ามาในอ้อมแขนของพระองค์... และมอบจุมพิตที่อ่อนหวานและเต็มไปด้วยความโหยหา... จุมพิตเดียวกับในคืนที่หิมะตก ณ ปราสาทอันแสนไกล…
องค์รัชทายาทตอบสนองจุมพิตนั้นอย่างลืมตัว ความรู้สึกทั้งหมดถาโถมเข้ามาอีกครั้ง ทั้งความรักที่มีต่อซิงจวน ความเอ็นดูที่มีต่ออิซาเบลล่า และความทึ่งในสตรีผู้เป็ทุกสิ่งทุกอย่างให้พระองค์ได้ พระองค์กระชับอ้อมกอดร่างในชุดสาวใช้ไว้แน่น ราวกับกลัวว่านางจะเลือนหายไปอีกครั้ง ซึมซับความอบอุ่นที่คุ้นเคยซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็แสงสว่างเดียวในดินแดนอันหนาวเหน็บ
เมื่อริมฝีปากของทั้งสองผละออกจากกันอย่างเชื่องช้า องค์รัชทายาทจ้องมองลึกลงไปในดวงตาสีฟ้าครามของอิซาเบลล่าที่บัดนี้มีเงาของซิงจวนซ้อนทับอยู่ พระองค์ลูบไล้แก้มของนางอย่างแ่เบา สุรเสียงเต็มไปด้วยคำถามที่อัดแน่นอยู่ในใจ
“ว่าแต่ซิงจวน... เ้า... เ้าไปเป็สาวใช้ในปราสาทที่ห่างไกลเช่นนั้นได้อย่างไรกัน?”