หยางเฟยมองไปรอบๆ ก่อนจะเอ่ยออกมา เนื่องจากเขายังไม่รู้ว่าตัวเขานั้นอยู่ที่ใด
“ ท่านอาจารย์ ข้าหมดสติไปนานเท่าไรกัน แล้วที่นี่นี่ไหนกันข้าไม่เคยพบเห็นอะไรที่สวยงามขนาดนี้มาก่อน ”
“เ้าหมดสติไป เจ็ดวันแล้ว ที่นี่คือสวนพฤกษา์ อยู่ใจกลางของ หุบเขา์ฟ้า ข้าจะต้องออกเดินทางไปยอดหุบเขา์เพื่อไปโค่นเ้าาาวิหคทมิฬที่อาศัยอยู่ที่นี่ ข้าจะทิ้งทักษะยุทธที่เข้ากับปรานอสูรของเ้ารวมถึงโอสถ์จำนวน 2 เม็ด เ้าจงจำไว้เ้าไม่ต้องออกตามหาข้าเพราะสถานที่ที่ข้าไปอันตรายยิ่งนัก”
หลินหงยื่นม้วนคัมภีร์ ทั้งสามไปให้หยางเฟยพร้อมด้วยแหวนมิตินภา
“ท่านอาจารย์ท่านดีกับข้าเหลือเกิน ข้าหยางเฟยจะไม่ลืมบุญคุณครั้งนี้ ท่านอาจารย์โปรดรักษาตัวด้วย”
หยางเฟยมองอาจารย์ของเขาด้วยน้ำตาที่ไหลออกมา ราวกับว่าเขาจะไม่ได้พบกับอาจารย์ของเขาอีก
“เ้าเด็กบ้า ข้ายังไม่ตายเ้าอย่าได้เสียใจ หาเรามีวาสนาต่อกันเราจะได้พบกันอีก เข้ารีบเข้าไปฝึกยุทธในถ้ำอสูรที่อยู่ด้านหลังของสวนพฤกษา์เถิด”
“ขอรับท่านอาจารย์หลินหง”
หยางเฟยหลังจากที่เขาทำความเคารพอาจารย์ของเขาแล้ว ก็มุ่งหน้าตรงไปที่ถ้ำเพื่อฝึกฝนตามที่อาจารย์ได้สั่งไว้
หลินหงเมื่อเห็นว่าหยางเฟยเข้าถ้ำไปแล้วเขาก็คลายร่างของตน ร่างกายของเขานั้น ขยายใหญ่ขึ้น ร่างกายของเขานั้นคล้ายัสีดำ มีปีกที่ใหญ่ เกล็ดสีดำ
“หยางเฟย หากเ้ารู้ว่าข้าเป็อสูรัอเวจี เ้าจะยังเคารพข้าอยู่มั้ยนะ”
หลังจากนั้นหลินหงที่กลายเป็อสูรัอเวจีก็ได้กระพือปีกของมันเพื่อบินไปยังยอดเขา์ฟ้า
หยางเฟยเมื่อเข้ามาในถ้ำอสูร เขาก็รีบเปิดตำราทักษะยุทธแรกทันที
“ทักษะยุทธ ัทมิฬสยบพิภพ”
หยางเฟยเบิกตากว้างทันที เนื่องจากเขาไม่เคยเห็นทักษะชนิดนี้มาก่อน ทักษะนี้มีระดับขั้นถึงเก้าระดับ ซึ่งหยางเฟยเคยได้ยินมาว่าทักษะระดับเก้านั้นเป็ทักษะตำนานซึ่งเป็ทักษะที่หายากมากมันมีมูลค่าที่สามารถซื้อเมืองได้ทั้งเมือง เขาไม่รู้ว่าอาจารย์ของเขาได้ทักษะนี้มาได้ยังไง หยางเฟยไม่รอช้ารีบอ่านทักษะนี้ทักนี้
“ข้าอ่านมาตั้งนานแล้ว ข้าทำความเข้าได้ได้เพียงระดับแรกเท่านั้น ัสะบั้นฟ้า ระดับอื่นนั้นข้าไม่สามารถทำความเข้าใจได้เลย”
หยางเฟยไม่รอช้ารีบเคลื่อนพลังหยางในร่างกาย ไปที่จุดลมปรานอสูร สมุนไพรนานาชนิดที่อยู่ภายในถ้ำอสูรต่างเหี่ยวเฉา รอบๆร่างกายของหยางเฟยมีพลังอำนาจสีดำ ครอบคลุมร่างกายของเขาไว้
เหตุการณ์นอกถ้ำเหมือนรับรู้ได้ถึงพลังที่แข็งแกร่ง ท้องฟ้ามืดมิดไปทั่วทวีปนิรันดร์ เหล่าจอมยุทธทั่วทั้งทวีปที่มีระดับขั้นสูงกว่าเซียนฟ้าสามารถรับรู้ถึงแรงกดดันบนท้องฟ้าที่มืดมิด
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น มีใครกำลังฝึกยอดทักษะในตำนาน ทักษะในตำนานกำลังจะมีบนทวีปนิรันดร์งั้นรึ”
เสียงของจอมยุทธระดับเสียง์คนหนึ่งเอ่ยออกมา ทำให้ผู้คนรอบด้านตื่นใพร้อมทั้งมองไปบนฟ้าราวกับว่าเขาได้จดจำเหตุการณ์ประวัติศาสตร์
ภายในถ้ำอสูรหยางเฟยค่อยลืมตาตื่นขึ้นมา เขารูปสึกได้ถึงพลังที่เอ่อล้นอยู่ภายในร่างกายของหยางเฟย
“ฮ่าๆ สุดยอด พลังของมันแข็งแกร่งถึงเพียงนี้เชียว แค่ัสะบั้นฟ้าที่อยู่ขั้นแรกของตำราัทมิฬสยบพิภพ กลับทำให้ข้าทะลวงพลังได้ถึง จอมยุทธปราณฟ้า ขั้นที่ 6 หากข้าสามารถฝึกมันได้ถึง ขั้นที่เก้าข้าจะแข็งแกร่งขนาดไหน รอก่อนเถอะเ้าพวกตระกูล หยาง ”
หยางเฟยนำตำราัทมิฬสยบพิภพ กลับใส่เข้าไปในแหวนมิตินภา และนำอีกสองตำรามาศึกษา ทักษะแรกวิหคครองนภา ทักษะที่สองพยัคฆ์ทลาย์
“อืม.....ทักษะวิหคครองนภา นับว่าเป็ทักษะที่ไม่เลวที่เดียว ถึงแม้ลำดับขั้นของมันจะมีเพียงแค่ 5 แต่ถ้าข้าสามารถ เข้าใจมันได้หมด ความเร็วของข้าก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ต่อให้เป็จอมยุทธระดับเซียน์ข้าคิดว่าก็ไม่น่าจะตามข้าทัน ส่วนทักษะพยัคฆ์ทลาย์นั้นข้าไม่สามารถเข้าใจมันได้แม้แต่น้อย ข้าจะเก็บมันเอาไว้ก่อนแล้วกัน”
หยางเฟยนำทักษะพยัคฆ์ทลาย์เก็บเข้าแหวนมิตินภาแล้วเริ่มฝึกฝนทักษะวิหคครองนภาเคลื่อนย้ายลมปราณไปทั่วร่างรวบรวมสมาธิดูดกลืนทุกสรรพสิ่ง
“ดูดกลืนทุกสรรพสิ่ง นี่เ้าทักษะนี่้าทรัพยากรในการฝึกฝน แต่ดีที่ข้ายังมีโอสถ์ที่อาจารย์ทิ้งไว้ให้ข้าถึงสองเม็ด ”
หยางเฟยกลืนเม็ดยาโอสถ์ และรีบปรับลมปราณของเขาให้กระจายไปทั่วร่างหลังจากนั้นไม่นาน ณ จุดกำเหนิดลมปราณอสูรมันเริ่มดูดกลืนพลังของเม็ดยาโอสถ์เข้าไปอย่างบ้าคลั่ง พลังปราณอสูรมันดูดกลืนเม็ดยาโอสถ์จนหมด ร่างกายของหยางเฟย ก็มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเนื่องจากมันขจัดพลังงานที่สกปรกของจากร่างกายจนทำให้หยางเฟยทะลวงระดับเป็จอมยุทธปลายฟ้าขั้นแปด
“นี่ข้าทะลวงพลังปราณฟ้าขั้นแปดเชียวรึ พลังของเม็ดยาโอสถ์ นับว่าไม่เลวเลย ข้าต้องขอบคุณท่านอาจารย์หลินหงจริงๆที่ทิ้งเม็ดยาให้ข้า ถึงเวลาที่ข้าต้องออกไปล่าอสูรเพื่อทดสอบทักษะัสะบั้นฟ้าและทักษะวิหคครองนภา”
หยางเฟยนำทักษะวิหคครองนภากลับเข้าไปในแหวนมิตินภาจากนั้นเ้าก็เดินลมปราณให้ทั่วทั้งร่างกายเพื่อใช้ทักษะวิหคครองนภาขั้นที่หนึ่งไม่นานนักเขาก็ค่อยๆลอยขึ้นจากพื้นดิน และมุ่งหน้าออกจากถ้ำอสูร
“ความเร็วของมันนับว่าไม่เลว แต่หากข้าต้องหนีจอมยุทธเซียนฟ้าขั้นที่หนึ่ง ข้าอาจจำเป็ต้องใช้ขั้นที่สาม ของทักษะวิหคครองนภา ซึ่งตอนนี้ข้าฝึกฝนมันได้เพียง สามขั้นเท่านั้น”
หยางเฟยยิ้มอยู่มุมปากเขาคิดว่าตัวเขานั้นสามารถหลบหนีจอมยุทธที่แข็งแกร่งกว่าตัวเขาได้
โฮกกก!!!!!!!!!!.......
เสียงของอสูรดังมาจากทางข้างหลังของหยางเฟย มันคือ อสรพิษวารี ตัวของมันนั้นมีรูปร่างคล้ายกับงู แต่ที่หลังของมันมีปีกสีฟ้าเล็กๆ หางเป็ใบมีดที่ยาวเกือบหนึ่งเมตร และตัวสีฟ้า ระดับพลังของมันเทียบได้กับจอมยุทธปราณ์ขั้นสอง
“เป็อสูรที่น่ากลัวจริงๆ ถ้ามันแข็งแกร่งขนาดนี้ก็เหมาะจะทดสอบพลังของัสะบั้นนภา”
หยางเฟยรีบโคจรพลังลมปรานอสูรไว้ที่ฝ่ามือของเขาและปลดปล่อยพลังออกมาเพื่อกดดันอสรพิษวารีทันที อสรพิษวารีนั้นรับรู้ได้ถึงแรงกดดันแต่พลังของหยางเฟยกดดันอสูรอย่างมันได้เพียงเล็กน้อยเพราะมันเป็ถึงอสูรที่มีระดับพลังขั้นจอมยุทธปราณ์ขั้นสอง มันพ่นของเหลวสีฟ้าซึ่งมีกรดที่พอจะละลายเพชรได้ออกจากปากของมันเมื่อหยางเฟยเห็นอย่างนั้นเขาก็รีบใช้ทักษะัสะบั้นฟ้าสวนกลังไปทันที
“ัสะบั้นฟ้า”
พลังปราณที่ออกจากมือของหยางเฟยนั้นรวมตัวกันจนออกมาเป็ัขนาดใหญ่เมื่อมันพุ่งไปใกล้กลับกรดของอสรพิษวารี กรดนั้นก็ละลายจางหายไปยังไม่ได้แม้แต่แตะพลังของัสะบั้นฟ้า อสรพิษวารีเมื่อมันเห็นดังนั้นมันก็พยายามจะหนีแต่ช้าไปแล้วพลังของัสะบั้นฟ้านั้นรวดเร็วมาก
โฮก !!!!!!......อ๊ากกก
เสียงร้องของัขนาดใหญ่ได้กลืนกินอสรพิษวารีแบบไร้ร่องรอยอากาศได้รอบถูกกลืนกินต้นไม้บริเวณหนึ่งเมตรเหี่ยวเฉาทั้งหมด
“พลังของมันรุนแรงมาก ในขณะเดียวกันมันก็ทำให้ข้าใช้พลังปราณจนหมด”
ฟิ้วว.......ตุ๊บ
หยางเฟยร่วงหล่นจากท้องฟ้าหน้าของเขานั้นซีดเผือก
“แย่แล้ว”
เสียงหนึ่งดังออกมา เนื่องจากได้ดูการต่อสู้นี้ตลอดเวลา