Puppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 43

            ในเช้าวันรุ่งขึ้นชวีอี้เจี๋ยวจะให้คนขับรถไปส่งชวีเสี่ยวปอที่โรงเรียนแต่เมื่อชวีเสี่ยวปอปฏิเสธออกมาอีกครั้ง ชวีอี้เจี๋ยก็ไม่ได้เซ้าซี้เขาแล้ว

     

           ปากของชวีเสี่ยวปอพูดออกไปว่า “ช่วงเวลานี้แถวโรงเรียนรถติดมากยังไม่เร็วเท่าผมเดินไปเองเลย” แต่ในใจกลับคิดว่า“ขายหน้าคนแค่ครั้งเดียวก็เกินจะพอ”......เมื่อคืนซือจวิ้นส่งภาพแคปหน้าจอกระดานสารภาพรักของโรงเรียนพวกเขามาให้โดยมีข้อความพลาดหัวเอาไว้ว่า “รุ่นพี่! ที่ที่บ้าน! ขับรถ! เบนท์ลีย์! ฉันชอบพี่!”เครื่องหมายตกใจมากมายเหล่านี้ทำเอาชวีเสี่ยวปอที่เห็นเข้ารู้สึกปวดขมับไปด้วยเลยนอกจากข้อความนั้นยังมีรูปที่เขาถูกแอบถ่ายแนบมาด้วยถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงรูปด้านหลังของชวีเสี่ยวปอที่กำลังเดินไปยังรถเบนท์ลีย์รูปหนึ่งเท่านั้นแต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้เขารู้สึกรำคาญใจขึ้นมา

     

           และที่ยิ่งหมดคำพูดไปมากกว่านั้น พอเข้าห้องเรียนมาเจียงอี้หยางก็พูดกวนเขาขึ้นมาว่า “รุ่นพี่ที่ขับเบนท์ลีย์”จนทำให้คนมากมายที่อยู่หลังห้องหัวเราะขึ้นมาอยู่พักหนึ่ง

     

            “ใครมันเป็นคนทำเรื่องไร้สาระแบบนี้กัน? ” หลังจากที่ชวีเสี่ยวปอลงโทษที่หัวของเจียงอี้หยางไปหนึ่งที เขาจึงมานั่งที่นั่งของตัวเองแล้วอดไม่ได้ที่จะกัดฟันด้วยความเคียดแค้น

     

           “ดีจะตายไป” เจียงอี้หยางลูบหน้าผากของเขา “นี่ พี่ปอปอนายไม่อยากรู้เหรอว่าใครเป็นคนสารภาพรัก? ”

     

           “นายเรียกฉันว่าไงนะ? ” ชวีเสี่ยวปอเลิกคิ้วแม้ว่าเขากำลังรอให้เจียงอี้หยางพูดคำนั้นออกมาอีกรอบแต่ใบหน้าของชวีเสี่ยวปอกลับเขียนเอาไว้อย่างชัดเจนว่า “นายลองเรียกดูอีกครั้งสิฉันจะบีบคอนายให้ตายไปเลย”

     

           “อ๋อ คุณคนหล่อ !”เจียงอี้หยางกลัวขึ้นมาทันที “นายตอบมาหน่อยว่านายอยากรู้หรือไม่อยากรู้ !”

     

           “ไม่อยาก” ชวีเสี่ยวปอคว่ำปากลงตามอารมณ์ความรู้สึกจริงๆของเขาโดยที่ไม่ได้แสร้งทำถึงยังไงการถ่ายรูปของคนอื่นมาลงอินเทอร์เน็ตเพื่อสารภาพรักเช่นนี้เขาบอกไม่ถูกเลยว่ามันรู้สึกน่ารำคาญแค่ไหนแต่สรุปก็คือเขาไม่ค่อยปลื้มสักเท่าไหร่

     

           “เฮ้อ แบบนี้เรียกว่าผู้ชายที่กินอิ่มช่างไม่เข้าใจความรู้สึกของผู้ชายหิวโหยเอาเสียเลย”เจียงอี้หยางถอนหายใจออกมา ไม่ค่อยพอใจกับคำตอบของชวีเสี่ยวปอสักเท่าไหร่แล้วยังบีบเสียงเล็กพูดออกมาอีกว่า “พี่ที่ขับรถเบนท์ลีย์นี่นิสัยแย่จริงๆ เลย !”

     

            “ฉันต่อยนายจริงๆ แน่ !” ชวีเสี่ยวปอรู้สึกสะอิดสะเอียนเข้าอย่างจังกับท่าทางเสียใจของเจียงอี้หยาง“เอ๊ะ ทำไมเซี่ยเจิงยังไม่มาอีกนะ”

     

           อันที่จริงชวีเสี่ยวปออยากถามตั้งแต่เข้าห้องเรียนมาเมื่อครู่แล้วเพราะโดยปกติแล้วเซี่ยเจิงจะมาเร็วกว่าเขา ในหลักการชีวิตของคนคนนี้น่าจะมีประโยคที่ว่า“จะช้าหรือเร็วก็ต้องถูกตัดหัวอยู่ดี” นี้อยู่ด้วยดังนั้นตอนนี้ที่มีเวลาเหลืออยู่อีกห้านาทีก็จะถึงคาบเรียนด้วยตัวภาคเช้าแล้วแต่เซี่ยเจิงกลับยังไม่มา ชวีเสี่ยวปอจึงรู้สึกมันแปลกๆ เกินไปแล้ว

     

           “นายถามฉัน? ” ใบหน้าของเจียงอี้หยางเต็มไปด้วยคำว่าอะไรฉันก็ไม่รู้ทั้งนั้นแหละ“ฉันนึกว่านายรู้แล้วซะอีก ทั้งวันนายสองคนเอาแต่ตัวติดกันเป็นตังเม”

     

           ทำไมเจียงอี้หยางพูดมากขนาดนี้

     

           ชวีเสี่ยวปอไม่ได้พูดอะไรอีก แล้วหันหลังกลับไปนั่งดีๆแต่จนกระทั่งกริ่งเข้าเรียนดังขึ้นแล้ว เซี่ยเจิงก็ยังไม่มา

     

           ในตารางเวลาของชวีเสี่ยวปอโดยปกติแล้วคาบเรียนด้วยตัวเองภาคเช้าจะถูกใช้เป็นเวลานอนเสริมของเขาไปโดยปริยายแต่วันนี้ตอนที่ชวีเสี่ยวปอเพิ่งจะฟุบลงไป เขากลับรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างขาดหายไป

     

           ในคาบเรียนด้วยตัวเองภาคเช้าเซี่ยเจิงมักจะท่องคำศัพท์ภาษาอังกฤษและท่องบทเรียนอะไรทำนองนี้ชวีเสี่ยวปอจึงใช้มันเป็นเพลงกล่อมนอน แต่วันนี้เพลงกล่อมนอนไม่อยู่จึงทำให้ชวีเสี่ยวปอหลับยากขึ้นกว่าทุกที

     

           “ทำไมยังไม่มาอีก? ” ชวีเสี่ยวปอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาส่งข้อความหาเซี่ยเจิง

     

           แต่ทว่าเขารอจนกระทั่งหมดคาบเรียน เซี่ยเจิงก็ไม่ได้ตอบกลับมาชวีเสี่ยวปอเขี่ยหน้าจอมือถือไปมา รู้สึกกลุ้มใจมากเลยทีเดียว

     

           “ปอเอ๋อร์” ซือจวิ้นบิดขี้เกียจพร้อมทั้งเดินมาหาเขา“เซี่ยเจิงลาหยุดเหรอ? ”

     

           “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” ชวีเสี่ยวปอเขย่าโทรศัพท์มือถือ“ถามไปแล้วไม่ตอบ คงน่าจะไม่เห็น”

     

           “โหยวเจียน่าจะรู้แล้วนะ? ถ้าไม่มายังก็ต้องไปบอกเขา”ซือจวิ้นพูด “ที่บ้านมีเรื่องเร่งด่วนอะไรหรือเปล่า? ”

     

           “คงไม่หรอก......มั้ง”ชวีเสี่ยวปอกำลังจะพูดว่าเขาจะไปมีเรื่องด่วนอะไรได้แต่คำพูดประโยคนี้ของซือจวิ้นเตือนเขาขึ้นมา “เชี่ย”

     

           สิ่งแรกที่แวบเข้ามาในหัวของเขาก็คือภาพที่วันนั้นเซี่ยรุ่ยเซินเข้ามาก่อความวุ่นวายในซอยบ้านของเซี่ยเจิง

     

           “มีอะไรเหรอ? ” คำสบถที่จู่ๆชวีเสี่ยวปอก็พ่นออกมาอย่างไม่มีสาเหตุทำให้ซือจวิ้นประหลาดใจขึ้นมา

     

           “เดี๋ยวฉันไปโทรศัพท์ก่อนนะ” ชวีเสี่ยวปอไม่ได้ตอบเขาแล้วก็วิ่งออกจากห้องเรียนไป พร้อมทั้งรีบไปหามุมที่ไม่มีคนจากนั้นก็ต่อสายหาเซี่ยเจิงทันที เสียงตู๊ดๆที่ดังออกมาจากลำโพงนั้นทำให้เขาร้อนใจกว่าปกติชวีเสี่ยวปอเดินไปเดินมาอย่างร้อนใจ จนกระทั่งมีเสียงเซี่ยเจิงดังออกมา

     

           “ฮัลโหล? ”

     

           “นายอยู่ไหนเนี่ย? ทำไมไม่ตอบข้อความฉัน?เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า? ”

     

           “ค่อยๆ พูดก็ได้” เซี่ยเจิงที่อยู่ปลายสายหัวเราะออกมาเบาๆแต่ชวีเสี่ยวกลับฟังออกว่าน้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความเหนื่อยล้า“สามคำถามต่อกันเลยนะ”

     

           “ฉันอยู่โรงพยาบาล”เซี่ยเจิงมองไปยังผนังสีขาวตรงทางเดินในโรงพยาบาล แล้วเขาก็ลุกขึ้นมาจากม้านั่งยาวชวีเสี่ยวปอคงจะรู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมากจนทำให้เขาจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเขาจินตนาการคร่าวๆ ถึงท่าทางของชวีเสี่ยวปอในตอนนี้ “แม่ฉันลำไส้อักเสบฉับพลันน่ะฉันเลยมาโรงพยาบาลเป็นเพื่อนเขา”

     

           “อ๋อ” ชวีเสี่ยวปอถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจความเป็นกังวลที่แขวนอยู่ในใจของเขาในที่สุดก็สลายหายไปแต่เขาก็รีบถามออกไปอีกครั้งว่า : “แล้วคุณป้าเป็นยังไงบ้าง?”

     

           “ยังให้น้ำเกลืออยู่เลย” เซี่ยเจิงถอดหายใจออกมา “วางใจได้ แม่ฉันดีขึ้นมากแล้ว”

     

           แล้วชวีเสี่ยวก็นึกอะไรขึ้นมาได้ “เดี๋ยวนะ” เขาลังเลอยู่สักพัก“ใช่เพราะ......กินชาบูไหม? งั้นนายเป็นยังไงบ้าง? ”

     

           “ไม่ใช่” เซี่ยเจิงหัวเราะ แล้วอธิบายไปว่า“ในตู้เย็นมีแตงโมชิ้นหนึ่งวางทิ้งไว้สองวันแล้ว แม่ฉันทำใจทิ้งไม่ได้”

     

           “อ๋อ” แล้วชวีเสี่ยวปอก็เงียบไปสักพักหลังจากที่กลั้นเอาไว้อยู่ครู่หนึ่งจึงพูดออกมาว่า : “ความมัธยัสถ์เป็นคุณธรรมอันดีงามของคนเราแต่ฝากบอกคุณป้าด้วยนะว่ามัธยัสถ์จนเกินไปมันก็ไม่ควร”

     

           “เดี๋ยวจะบอกให้แน่นอน” เซี่ยเจิงพูด “ที่จริงฉันก็ตำหนิเขาไปด้วยแล้วเหมือนกัน”

     

           “งั้นวันนี้นายก็ไม่มาโรงเรียนแล้วใช่ไหม? ”

     

           “อืม”

     

           “เดี๋ยวตอนเลิกเรียนฉันไปเยี่ยมคุณป้านะ” ชวีเสี่ยวปอพูด“ต้องนอนโรงพยาบาลด้วยไหม? ”

     

           “ไม่ต้องๆ เดี๋ยวให้น้ำเกลือเสร็จก็กลับบ้านแล้ว มาที่บ้านเลยก็ได้”เซี่ยเจิงพูด “ฉันรอนายอยู่ที่บ้านนะ หนุ่มหล่อรถเบนท์ลีย์”

     

           หลังจากที่เขารู้สึกตัวว่าห้าคำสุดท้ายที่เซี่ยเจิงพูดออกมามันคือคำว่าอะไรบ้างชวีเสี่ยวปอคิดสามคำถามนี้ขึ้นมาในทันที

     

           หนึ่ง. ฆ่าคนผิดกฎหมายไหม

     

           สอง. ต่อยเพื่อนร่วมโต๊ะมีผลทำให้ร่างกายแข็งแรงได้ไหม

     

           สาม. ทำไมเซี่ยเจิงถึงได้น่ารำคาญขนาดนี้

     

           “ฉันได้ยินเสียงนายกัดฟันกรามแล้วเนี่ย”เซี่ยเจิงหัวเราะออกมาอย่างไม่จริงจัง เขาพบว่าเรื่องการแกล้งชวีเสี่ยงปอเช่นนี้นับวันเขาก็ยิ่งเก่งขึ้นเรื่อยๆแล้ว ทั้งยังทำให้เขารู้สึกถึงความสำเร็จขึ้นมานิดหนึ่งอย่างบอกไม่ถูกด้วยเช่นกัน

     

           “ฉันไม่ได้กัดเป็นแค่ฟันกรามนะ”สำหรับเรื่องที่เขาไม่สามารถเอาเรื่องเซี่ยเจิงกลับได้ในตอนนี้ชวีเสี่ยวปอเองก็รู้สึกอึดอัดใจมากเหมือนกันดังนั้นเขาจึงทำได้แค่โมโหใส่โทรศัพท์ไป “ฉันยังกัดนายเป็นด้วยนายก็ระวังตัวเอาไว้ด้วยนะไอ้คนชื่อเซี่ยเจิง !”

     

            “รู้แล้วไอ้คนชื่อชวีเสี่ยวปอ !”เซี่ยเจิงเลียนแบบคำพูดของเขา “ฝ่าบาทไว้ชีวิตด้วย เจอกันคืนนี้นะฝ่าบาท”

     

            ทว่าชวีเสี่ยวปอไม่ได้รอถึงช่วงเลิกเรียนตอนเย็นในตอนบ่ายที่เป็นเวลาฝึกซ้อมของซือจวิ้นเขาจึงแอบเนียนไปกับนักเรียนที่เป็นนักกีฬาออกมาด้วยเลยครั้งนี้ชวีเสี่ยวปอไม่สับสนเส้นทางแล้วเขาหาซอยเข้าบ้านของเซี่ยเจิงได้อย่างถูกต้องแต่ทันทีที่เลี้ยวเข้าไปเขาก็เงยขึ้นมาเจอกับเซี่ยเจิงพอดี

     

           ชวีเสี่ยวปอ : “ ? ”

     

           เซี่ยเจิง : “ ? ”

     

           แล้ววินาทีถัดมาชวีเสี่ยวปอก็เข้าไปล็อกคอเซี่ยเจิงเอาไว้ในทันทีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและว่องไวทำให้เข้าถึงตัวเซี่ยเจิงได้ในขณะที่เขายังไม่ทันได้ตั้งตัวจากนั้นก็ถูกชวีเสี่ยวปอแกล้งทำเป็นรัดคอ แล้วพูดขู่ออกไปว่า :

     

            “เรียกพ่อสิ”

     

           “นายอยากเป็นเซี่ยรุ่ยเซินเหรอ? ” เซี่ยเจิงตีที่มือของชวีเสี่ยวปอเบาๆ

     

           “ให้ตายเถอะ ถุยๆ ถุยๆ”ประโยคนี้ของเซี่ยเจิงแทบจะเป็นเหมือนกับเครื่องสังหารขนาดใหญ่แล้วทันใดนั้นชวีเสี่ยวปอก็รู้สึกราวกับว่าเขากำลังยกก้อนหินมาทับเท้าตัวเองอย่างไรอย่างนั้นเลย“งั้นนายเรียกฉันว่าปู่”

     

    คล้ายกับเรื่องPuppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ) ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508