พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 44 บุรุษหนึ่งดั่งจันทรา อีกบุรุษทรงเสน่หาราวกับปีศาจ

            “คุณหนูสามกับคุณหนูใหญ่ช่างผูกพันรักใคร่กันลึกซึ้งยิ่งนัก เช่นนั้น... คนผู้นี้ก็ขอมอบให้คุณหนูสามก็แล้วกัน”น้ำเสียงราวกับคนเกียจคร้านของเฟิงเจวี๋ยหร่านเพิ่มน้ำหนักความเหนื่อยหน่ายอีกหลายส่วน ดวงตากรุ้มกริ่มพราวระยับ มุมปากหยักโค้งขึ้นเล็กน้อยลักษณะคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มทำให้คนคาดเดาอารมณ์ไม่ออกแต่กลับทำให้คนที่เขาใช้สายตาจิกตาจ้องขนลุกซู่ หนังศีรษะชาโดยไม่รู้ตัว

            ท่านอ๋องผู้นี้ขึ้นชื่อเรื่องอารมณ์แปรปรวนไม่มีใครรู้ว่าชั่วเค่อถัดไปเขาจะพลิกสีหน้ามาเป็นอารมณ์ไหน

            “ลุกขึ้นเถิด คุณหนูสามเอ่ยมาขนาดนี้แล้ว ก็คงเป็นเพียงการเข้าใจผิดจริงๆ เรื่องเข้าใจผิดแบบนี้ก็มีกันเป็นปรกติทุกบ้านทุกท่านก็คงเข้าใจได้ไม่ยาก” ดวงตาของสีนิลของเขานิ่งลึกดุจวารีกระดกคิ้วขึ้นและยิ้มอ่อนๆ รูปโฉมที่งดงามหล่อเหลาในอาภรณ์สีม่วงปักดิ้นลายมังกรยิ่งแลดูมีเสน่ห์เย้ายวนเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน

            วาจาที่กล่าวเสียดสีเยี่ยงนี้ทำให้แววตาของผู้คนที่มองโม่เสวี่ยถงลุ่มลึกขึ้นอีก

            “คุณหนูสามโม่ ข้านำคนมามอบให้เจ้าแล้ว เดี๋ยวจะเอาไปโยนไว้หน้าประตูวังอย่าลืมบอกใต้เท้าโม่ให้มาพาคนกลับไปด้วย แล้วก็สอบสวนกันให้ดีๆ เล่า” ดวงตาสีนิลกลอกไปรอบหนึ่ง ลูบคางเล่นอย่างเพลิดเพลินขณะเอ่ยวาจาอย่างเรียบง่ายแต่เหตุใดฟังดูคลับคล้าย... กำลังทวงบุญคุณอยู่เลยล่ะ?

            “ขอบพระทัยเซวียนอ๋อง” โม่เสวี่ยถงยอบกายคารวะอีกครั้งอย่างจนใจระหว่างที่กวาดตามองไป ก็เห็นเขาลอบยักคิ้วให้ตนเองด้วยท่าทางกระหยิ่มยิ้มย่องจึงหลุบตาลงทันทีไม่กล้ามองเขาอีก คนผู้นี้ช่างร้ายกาจเกินไปแล้วเล่นประกาศว่านางติดหนี้น้ำใจเขาต่อหน้าผู้คนมากมายถึงเพียงนี้แล้วนางจะพูดอะไรต่อได้อีกเล่า เอาเถิด น้ำใจครั้งนี้ก็ถือว่าติดค้างไว้ก่อนก็แล้วกัน

            นางไม่คิดว่าเซวียนอ๋องจะเป็นคนเรียบง่ายอย่างที่แสดงออกให้ใครๆ เห็นในดวงตาเจ้าชู้กรุ้มกริ่มคู่นั้น มีความเฉยชาบางๆ เจืออยู่แต่บางครั้งนางก็สัมผัสถึงความน่ากลัวอย่างแรงกล้าที่แผ่ออกมาได้เขาใช้รูปโฉมมาล่อลวงหูตาผู้คนให้ลุ่มหลง จากนั้นก็ฉวยโอกาสขณะที่คนไม่ระวังจู่โจมเอาชีวิตในครั้งเดียวคนแบบนี้จะให้ผู้อื่นวางใจลงได้อย่างไร โม่เสวี่ยถงสร้างปราการป้องกันอยู่ในใจนางไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้องกับเขามากนัก ยิ่งไม่อยากติดค้างน้ำใจเขาด้วย

            แต่ต่อหน้าผู้คนมากมายเพียงนี้ นางจะกล่าวสิ่งใดได้หรือ คิดจะแสร้งแสดงตัวว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องเสียหน่อยก็ทำไม่ได้แล้ววันนี้เขาช่วยนางไว้แท้ๆ แต่นางกลับรู้สึกอึดอัดชอบกล

            เห็นโม่เสวี่ยถงฝืนแสดงสีหน้าเคารพนบนอบริมฝีปากเล็กเอิบอิ่มเม้มเข้าเล็กน้อย ท่าทางกลัดกลุ้มเต็มประดาเฟิงเจวี๋ยหร่านก็ยิ่งพึงพอใจ หมุนตัวพาคนเดินจากไปอย่างสง่างาม

            นางแมวป่าตัวน้อยซ่อนคมเขี้ยวที่ใช้ขย้ำคนเอาไว้แล้วแสร้งทำตัวน่าสงสารได้แนบเนียนไม่แพ้สตรีใจอำมหิตผู้นั้นแม้แต่น้อยแต่เขากลับชอบดูยิ่งนางนัก

            “องค์ชายจะเสด็จไปไหนหรือพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีคนสนิทเห็นเฟิงเจวี๋ยหร่านหยุดชะงักยืนนิ่งอยู่ตรงทางแยกจึงค้อมศีรษะถามอย่างระมัดระวัง

            “คุณชายไป๋ก็มาด้วยหรือนี่ ช่างเป็นโอกาสที่หาได้ยากจริงๆ” เฟิงเจวี๋ยหร่านไม่ได้ตอบคำถามแต่กลับหันไปอีกด้านหนึ่งแล้วทักทายอย่างไม่ช้าไม่เร็ว ใบหน้าเผยรอยยิ้มงดงามดวงตาเป็นประกายสดใส เฟิงเยวี่ยที่ติดตามอยู่ด้านหลังเฟิงเจวี๋ยหร่านก้าวถอยไปด้านหลังอย่างไร้สุ้มเสียงแล้วซ่อนตัวอยู่หลังเงาไม้

            บุรุษผู้สวมอาภรณ์ขาวกระจ่างยิ่งกว่าหิมะ ดูสูงส่งไม่แปดเปื้อนธุลีซึ่งกำลังเดินมาจากอีกด้านหนึ่งก็คือไป๋อี้เฮ่า

            ด้านหลังของเขาก็มีผู้ติดตามสองสามคนเช่นเดียวกันแต่คนเหล่านั้นมีตัวตนก็เหมือนไม่มีเมื่อต้องมาอยู่ต่อหน้าเขาบุปผางามวิจิตรที่รายล้อมเสมือนหนึ่งผืนแพรที่ปูลาดต้อนรับ บุรุษหยกผู้สง่างามเยี่ยงจันทราย่างเท้าเดินมาอย่างไม่เร่งรีบให้ความรู้สึกเหมือนเมฆาลอยละลิ่วอยู่เหนือนภากาศ ส่งเสียงใสเย็นและนุ่มนวลราวกับสายน้ำร้องทักขึ้น

            “เซวียนอ๋องยังมา แล้วข้าจะไม่มาได้อย่างไรเล่า” ไป๋อี้เฮ่ากล่าวอย่างสุภาพมุมปากกระดกยิ้มบางๆ

            “ความจริงคุณชายไป๋จะไม่มาก็ได้” เฟิงเจวี๋ยหร่านเลิกคิ้วขึ้นดวงตาคมแฝงยิ้มหยอกเย้ายิ่งเพิ่มเสน่ห์อย่างร้ายกาจ

            “หากไม่มา กลับรู้สึกวางใจไม่ลง แต่น่าประหลาดใจนักไม่ยักรู้ว่าเซวียนอ๋องก็มีเวลาว่างมาสอดส่องเรื่องจุกจิกของชาวบ้านเทือกนี้ด้วย”ไป๋อี้เฮ่าคลี่ริมฝีปากเล็กน้อย กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

            “ก็มิใช่เรื่องหนักหนาอันใด เหตุเกิดในบ้านตน ตนเองก็ย่อมต้องจัดการมิได้ยื่นมือเข้าไปหยิบฉวยสิ่งของจากถ้วยชามของชาวบ้านก็ถูกต้องแล้วมิใช่หรือคุณชายไป๋คิดเห็นอย่างไรเล่า” เฟิงเจวี๋ยหร่านอมยิ้มมองไป๋อี้เฮ่าดวงตาคู่งามยกขึ้นเล็กน้อย

            “หากเป็นสิ่งของในบ้านตนย่อมไม่อาจให้ผู้อื่นมาสอดมือเข้ามาคว้าไปอยู่แล้วแต่หากไม่ใช่เล่า ก็ไม่อาจนับว่าเป็นของตนได้ เซวียนอ๋องว่าถูกต้องหรือไม่”ไป๋อี้เฮ่ายิ้มบางๆ น้ำเสียงนุ่มนวลราวกับสายลมวสันต์

            ทั้งสองล้วนเป็นบุรุษที่มีรูปโฉมงดงามล้ำเลิศคนหนึ่งดั่งจันทร์กระจ่างบริสุทธิ์ผุดผ่องไร้ที่เปรียบ อีกคนดั่งปีศาจทรงเสน่ห์เหลือร้ายเหนือผู้ใดในปฐพีแม้จะเห็นอยู่ว่าพวกเขากำลังสนทนาหยอกล้อกันแต่กลับทำให้เหล่าบริวารผู้ติดตามรู้สึกขนลุกหนาวสะท้าน ต่างพากันก้มหน้านิ่งไม่มีใครกล้าเอ่ยวาจาแม้เพียงประโยคเดียว ในบรรยากาศคล้ายมีกลิ่นควันดินปืนอวลตลบ

            “คุณชายไป๋กล่าวได้น่าสนใจจริงๆ ก็ต้องระวังอย่าไปหยิบอะไรของใครเข้ามิเช่นนั้นอาจเกิดหายนะถึงชีวิต ข้ายังมีธุระวันหน้าคงมีโอกาสได้เสวนากับคุณชายเรื่องข้อแตกต่างระหว่างเรื่องในบ้านตนเองกับเรื่องของบ้านผู้อื่นอีกข้าขอตัวก่อน” เฟิงเจวี๋ยหร่านหัวเราะลั่น หมุนตัวก้าวยาวๆพาคนเดินไปอีกทางหนึ่ง ที่นั่นเป็นจุดศูนย์กลางของวังหลวงทั้งยังเป็นที่ประทับของจักรพรรดิจงเหวินตี้

            ตรงสุดทางเดินปรากฏร่างขององครักษ์สองนายเมื่อพบว่าผู้มาคือเฟิงเจวี๋ยหร่าน ทั้งสองก็ถวายคำนับอย่างนอบน้อมก่อนจะเร้นหายเข้าหลังเงาไม้อย่างเงียบเชียบและรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่าเป็นระดับยอดฝีมือชั้นสูงอย่างแท้จริงเพียงเท่านี้ก็รู้ได้แล้วว่าเซวียนอ๋องเป็นที่โปรดปรานของจักรพรรดิจงเหวินตี้เพียงใดแม้แต่ราชองครักษ์ส่วนพระองค์ไม่แม้แต่จะถามก็ปล่อยให้เขาเข้าไปแล้ว

            “คุณชาย...” หลินอวี้ซึ่งเดินตามอยู่ด้านหลังไปอี้เฮ่ามองไปทางนั้นอ้าปากจะเอ่ยถามบางอย่าง แต่เขาขัดด้วยเสียงหัวเราะและโบกมือห้ามก่อนบ่ายหน้าเลี้ยวไปอีกทางหนึ่ง ซึ่งก็คือพระตำหนักฉือหนิงของไทเฮาอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษาของไทเฮาแล้วของขวัญชิ้นนี้ของเขาสามารถถวายให้ไทเฮาก่อนล่วงหน้า

            พอเลี้ยวผ่านหัวโค้งมา เขาก็หยุดชะงัก ดูเหมือนว่าจะพบเจอบางอย่างเข้าชายหนุ่มผินหน้ามองไปยังภูเขาหินจำลองในสวนอีกด้านหนึ่ง  

            “คุณชาย...” ขันทีคิดจะถามบางอย่างแล้วหันศีรษะมองตามสายตาเขาไปที่เขตภูเขาหินจำลอง

            ในเขตภูเขาหินจำลอง โม่เสวี่ยถงถูกสายตาผู้คนจับจ้องยืนสีหน้ากระอักกระอ่วนอยู่ตรงนั้นด้วยความอึดอัดใจ พอเรื่องของโม่เสวี่ยหมิ่นจบลงลั่วหมิงจูก็บอกว่ามีธุระรีบเดินจากไป หลังจากนั้นนางก็พาโม่หลันเดินไปหามุมสงบเพื่อหลบเร้นจากความวุ่นวายแต่ตรงจุดนั้นกลับมองเห็นฉากที่สองบุรุษกำลังลับคมเขี้ยวกันอยู่พอดีชั่วขณะนั้นก็ลังเลใจอยู่ว่าจะเข้าไปคารวะหรือแกล้งทำเป็นไม่เห็นดี

            พอเห็นไป๋อี้เฮ่าหันศีรษะมา ดูท่าไม่อาจหลบเลี่ยงได้แล้วจริงๆถึงอย่างไรก็นับว่าเขาเคยช่วยเหลือนางมาก่อน วันนั้นในพิธีเซ่นไหว้บรรพชนหากไม่มีเขาผลลัพธ์คงไม่ออกมาราบรื่นเช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนท้ายที่เขาเป็นคนดึงเข็มหนอนไหมสวรรค์จากข้อมือของนางออกมาทำให้สามารถซัดทอดความผิดไปที่ฟางอี๋เหนียงได้

            ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากเรื่องนี้เขาก็เป็นผู้มีพระคุณยิ่งใหญ่ต่อนางอย่างแท้จริง

            เห็นเขายิ้มอ่อนๆ หยุดนิ่งอยู่ที่นั่น คิดว่าคงรอให้นางเข้าไปหาหากนางไม่ไปก็แสดงว่ากำลังหวาดกลัว ซึ่งถ้ากล่าวกันตามจริงแล้วนางก็รู้สึกแบบนั้นจริง ลักษณะภายนอกที่ดูสูงส่งแต่สิ่งที่ซ่อนอยู่หาใช่ความนุ่มนวลราวกับแสงจันทร์หรือเยือกเย็นเหมือนหิมะยามพบหน้ากันครั้งแรกที่จวนฝู่กั๋วกง เจตนาสังหารเข้มข้นยังประทับอยู่ในหัวใจของนางชัดเจนตอนนั้นรู้สึกได้ว่าเขาคิดจะปลิดชีพนางแต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดต่อมาจึงยอมให้ความช่วยเหลือ

            ตำราพิชัยสงครามเล่มนั้นไม่น่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เขายอมปล่อยนางอีกทั้งยังให้ความช่วยเหลือในที่สุด

            โชคดีที่นางไม่ได้เข้าไปพัวพันกับเรื่องนี้

            นางพาโม่หลันเดินอ้อมภูเขาจำลองเข้าไปหาเขา ร่างน้อยเพรียวบางงามสง่าเอวคอดกิ่วถูกรัดด้วยสายคาดเอวเส้นเล็กอันประณีตชุดกระโปรงแพรเนื้อเบาพลิ้วลมในขณะย่างก้าวความบริสุทธิ์ผุดผ่องของดรุณีน้อยคือเสน่ห์เย้ายวนทำให้หัวใจคนสั่นไหวอย่างไม่อาจพรรณนาได้

            สองตาของไป๋อี้เฮ่าเป็นประกายวาววับจับจ้องพิจารณาหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าโดยไม่รู้ตัว ภายใต้แสงตะวัน เขาเห็นเจ้าของเรือนร่างอ้อนแอ้นผู้นี้ได้ชัดเจนใบหน้าของนางขาวซีดเล็กน้อยเจือไปด้วยความเหนียมอายขบริมฝีปากด้วยท่าทางไร้เดียงสา ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับงามพิลาสอย่างสุดประมาณ

            มิใช่ความงามฉูดฉาดเช่นบุปผาที่บานสะพรั่งแต่เป็นความสง่างามที่มีเอกลักษณ์ในแบบของตนเอง

            ความงามเยี่ยงนี้มิได้ถูกลดทอนด้วยร่างกายที่ยังไม่เติบโตเต็มที่ของนาง ตรงกันข้ามกลับยิ่งโดดเด่นเป็นธรรมชาติมีชีวิตชีวา ดูมีจิตวิญญาณสูงส่งเหมือนเทพเซียนที่ไม่แปดเปื้อนธุลียิ่งพิศก็ยิ่งงามซึ้งตรึงใจ

            ภายใต้รูปลักษณ์เช่นนี้นางยังมีความเฉลียวฉลาดและมีความคิดลึกซึ้งยิ่งกว่าสตรีในหอห้องผู้งดงามเหล่านั้น

            ไป๋อี้เฮ่ามองพินิจอยู่เงียบๆ จนกระทั่งนางเดินมาถึงเบื้องหน้า

            “คารวะคุณชายไป๋ เรื่องวันนั้นข้าต้องขอขอบคุณคุณชายเป็นอย่างยิ่ง” ดวงตากลมหลุบลง ผลิยิ้มงามพริ้มเพราพลางยอบกายคำนับด้วยน้ำใสใจจริง

            “ในจวนมักเป็นเช่นนั้นเสมอเลยหรือ” ทันทีที่นางกล่าวจบไป๋อี๋เฮ่าก็หัวเราะและกล่าวเสียงทุ้มต่ำ

            โม่เสวี่ยถงเงยหน้าขึ้นกะพริบตาปริบๆ ไม่เข้าใจความหมายของเขาเมื่อเห็นใบหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มของชายหนุ่ม จึงพอเดาความหมายของเขาได้นางทนรับสายตาวับวาวคู่นั้นไม่ไหว จึงรีบก้มหน้าลงและลากปลายเท้าถูกับพื้นสองครั้งโดยไม่รู้ตัวแล้วเอ่ยด้วยความลังเล “อาจเป็นเพราะว่าเพิ่งมาถึงบางเรื่องก็ยังไม่อาจ...”

            เรื่องของสกุลโม่เป็นเรื่องภายในครอบครัว สถานการณ์เช่นนั้นหากโม่เสวี่ยหมิ่นเสียหน้าตัวนางไหนเลยจะมีหน้ามีตาได้ นางต่างหากที่เป็นบุตรภรรยาเอกอย่างแท้จริงดังนั้นนางจึงไม่คิดจะพูดชี้แจงรายละเอียดกับผู้อื่นรับรู้นอกจากนี้นางไม่คิดว่าไป๋อี้เฮ่าจะเป็นคนที่อยากรู้อยากเห็นเรื่องราวหยุมหยิมของบ้านผู้อื่นนับตั้งแต่ที่นางถูกเขาข่มด้วยรังสีสังหารในวันนั้นเป็นต้นมานางก็รู้ว่าความนุ่มนวลอ่อนโยนภายนอกมิได้สะท้อนถึงตัวตนภายในที่แท้จริงของเขาซึ่งจะต้องมีแต่ความคิดเข่นฆ่าสังหารและเต็มไปด้วยความกระหายเลือดอย่างแน่นอน

            หากไม่ใช่เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชาติภพก่อนใครจะคาดคิดว่าบุรุษรูปงามดั่งจันทราที่อยู่เบื้องหน้านางผู้นี้ในที่สุดแล้วสองมือของเขาจะเต็มไปด้วยโลหิต มงกุฎจักรพรรดิที่สวมอยู่บนศีรษะของเขาแลกมาด้วยการเข่นฆ่าสังหารที่เหี้ยมโหดจนสายธารโลหิตหลั่งนอง

            หัวใจของเขาเป็นดั่งร่องน้ำลึกที่เซาะบนภูเขาแล้วจะมาใส่ใจกับเรื่องราวเล็กน้อยของชาวบ้านโดยไม่มีที่มาที่ไปได้อย่างไร

            เห็นนางตอบอย่างระแวดระวัง ริมฝีปากของไป๋อี้เฮ่าก็ยิ่งคลี่ยิ้มอ่อนโยนขึ้นเรื่อยๆยื่นมือเข้ามาสัมผัสกับเรือนผมของนางเบาๆ โดยไม่รู้ตัว

            “หรือเจ้าต้องการให้ข้าช่วยอีก” น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามอย่างผ่อนคลายในขณะที่นางเงยหน้าขึ้นมองด้วยสีหน้าตื่นตะลึง

            การกระทำของเขาอยู่เหนือความคาดหมายของโม่เสวี่ยถง นางไม่อยากเชื่อว่าจู่ๆเขาจะถือวิสาสะเช่นนั้น ชายหนุ่มเก็บมือกลับไป ซ้ำยังคลี่ยิ้มคล้ายไม่รู้สึกแม้แต่น้อยว่าการกระทำของตนเองเมื่อครู่ไม่ถูกกาลเทศะและไม่เหมาะสมเพียงใด

            โม่เสวี่ยถงขบริมฝีปากเบาๆ ถอยห่างออกไปสองก้าว ยอบกายเล็กน้อยก่อนกล่าวอย่างมีมารยาทแต่ให้ความรู้สึกห่างเหิน “ขอบพระคุณคุณชายไป๋มากเจ้าค่ะ”

            นางกล้าขอความช่วยเหลือจากเขาที่ไหนกันเล่าคิดแต่อยากจะไปให้ไกลเสียมากกว่านางไม่ต้องการให้เรื่องภายในบ้านดึงดูดความสนใจของไป๋อี้เฮ่าหัวใจของเขาเปี่ยมไปอุดมการณ์ยิ่งใหญ่ เพื่อแว่นแคว้นและใต้หล้าคนเช่นเขามิใช่คนที่นางจะไปล่วงเกินได้

            นางคิดแค่อยากแก้แค้นส่วนตัวเท่านั้น เรื่องอื่นๆ ล้วนไกลตัวเกินไป

            นางไม่รู้ว่าไป๋อี้เฮ่าผู้มีชื่อเสียงเกริกก้องทั่วใต้หล้าไฉนจึงกล่าววาจาเช่นนั้น

            จิตใต้สำนึกบอกนางเพียงว่าให้หลีกหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้

            ไม่ว่าจะเป็นเฟิงเจวี๋ยหร่านหรือไป๋อี้เฮ่าล้วนไม่ใช่คนที่นางควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยต้องอยู่ให้ห่างเข้าไว้ ยิ่งไกลยิ่งดี

            โลกของพวกเขาไม่ควรมีนาง และโลกของนางก็ไม่ควรมีพวกเขาเช่นกัน

            เมื่อเห็นนางปฏิเสธอย่างละมุนละม่อมไป๋อี้เฮ่าก็มิได้มีทีท่าไม่พอใจแม้แต่น้อย กลับยังคงมองนางด้วยรอยยิ้มจากนั้นก็พาคนเดินจากไปเงียบๆ สายลมพัดพาอาภรณ์สีขาวราวกับหิมะปลิวสะบัดในความสง่างามแฝงไปด้วยความสุขุมเยือกเย็น คนแบบนี้ควรจะนุ่มนวลอ่อนโยนดั่งจันทร์กระจ่างฟ้าแต่มีเพียงนางที่รู้ว่าเขาไม่ใช่

            “คุณหนู ทางโน้นเรียกให้คนกลับไปแล้วเจ้าค่ะ บอกว่างานเลี้ยงจะเริ่มแล้ว” โม่หลันเห็นนางยืนใคร่ครวญอยู่นิ่งนานจึงเอ่ยเตือนขึ้นเบาๆ

            เหล่าคุณชายคุณหนูที่พักผ่อนตามอัธยาศัยอยู่ในสวนต่างทยอยเดินไปทางนั้น

            งานเลี้ยงชมบุปผาใกล้จะเริ่มต้นแล้ว...

    คล้ายกับเรื่องพลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788