ตอนที่16 คืนระวัง
หลังจากที่ทุกคนลงจากหลังของพญาคชสารพงไพรเรียบร้อยแล้วก็พากันนำสัมภาระไปวางจับจองหาที่หลับนอนกันไปได้สักพัก............
“ทุกคนมาประชุมแบ่งงานกันเร็ว มา มา!” เสียงของผู้ใหญ่สุขะโเพื่อบอกลูกบ้านทั้งหมดมาประชุมกันเพื่อแบ่งงานสำหรับในการนอนพักค้างแรมในคืนนี้ซึ่งทุกคนเมื่อได้ยินเสียงต่างก็มองมายังผู้ใหญ่สุขกันทุกคน............
“ขอรับผู้ใหญ่!”
ตุบ ตุบ ตุบ
“เอาละเมื่อทุกคนมาพร้อมกันแล้วก็แบ่งหน้าที่กันดังนี้ให้ไอ้ทิต ไอ้แดง ไอ้บุญ ไอ้กล่ำ และไอ้ยอดพวกเอ็งทั้งห้าคนจงไปหาฟืนมาก่อไฟสำหรับค่ำคืนนี้!”ผู้ใหญ่บ้านก็สั่งให้ไอ้ทิต ไอ้แดง ไอ้บุญ ไอ้กล่ำ และไอ้ยอดออกไปหาฟืนมาเพื่อก่อกองไฟให้มีแสงสว่างตลอดทั้งคืนซึ่งทั้งห้าคนก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าฟืนที่ใช้ในแต่ละคืนนั้นจะต้องใช้มากเท่าไร...........
“ขอรับผู้ใหญ่!”
“ส่วนไอ้แสนไอ้ดำ ไอ้ไก่ และไอ้โอ่งตามข้าไปหาจับปูจับปลาเพื่อมาทำอาหารสำหรับเย็นวันนี้!”ผู้ใหญ่สุขสั่งให้ไอ้แสน ไอ้ดำ ไอ้ไก่และไอ้โอ่งตามตนเองเพื่อไปหาอาหารตามบริเวณธารน้ำแห่งนี้ซึ่งในธารน้ำตกแห่งนี้ก็มีความอุดมสมบูรณ์ดีอยู่แล้วมีปลาและสัตว์ป่าน้อยใหญ่พร้อมทั้งผลไม้พอที่จะกินเป็อาหารได้สำหรับเย็นวันนี้...........
“ขอรับผู้ใหญ่!”
“พันผาและเ้ากล้วยเดินตรวจตราในบริเวณที่พักก็พอ!”
“ขอรับผู้ใหญ่!”
หลังจากที่ทุกคนได้รับคำสั่งจากผู้ใหญ่บ้านก็ได้พากันแยกย้ายไปตามคำสั่งที่ตนเองได้รับมอบหมายทันที..........
ตุบ ตุบ ตุบ
ทางกลุ่มเก็บฟืน..........
“ดูกิ่งไม้และฟืนแถวนี้แห่งใช้ได้เลยทีเดียวทุกคนหาฟืนกันแถวนี้ละ!” นายทิตวัยกลางคนสั่งให้ทุกคนหาเก็บฟืนในบริเวณนี้ ซึ่งไม่ไกลจากที่พักมากนักแถมกิ่งไม้ยังแห้งดีอีกด้วยเหมาะแก่การก่อเป็เชื้อเพลิงได้เป็อย่างดี แล้วทุกคนก็แยกจากกันเพื่อออกไปหาฟืน..........
ทางกลุ่มของผู้ใหญ่บ้าน..........
“ดีที่แถวนี้พวกเราแวะพักกันประจำจึงรู้ว่าปลาชอบอาศัยอยู่ที่ไหนได้เยอะเลยขอรับผู้ใหญ่!”นายแสนพูดกับผู้ใหญ่บ้านด้วยความดีอกดีใจที่พวกเขาจดจำที่ที่ปลาอาศัยอยู่จึงทำให้พวกเขาจับปลาได้เป็จำนวนมากเลยทีเดียวส่วนผู้ใหญ่บ้านกับไอ้โอ่งก็พากันเดินหาผลไม้ในบริเวณนั้น........
ทางกลุ่มของพันผา..............
“เดินดูรอบๆบริเวณนี้แล้วก็น่าจะปลอดภัยดีนะไม่มีอะไรที่น่าเป็ห่วงเพราะพวกเราก็เคยมาพักกันอยู่ ใช่หรือไม่กล้วย! ?” ในขณะที่พันผากับกล้วยเดินตรวจตราบริเวณที่พักพันผาก็ได้พูดบอกลูกชายของตนเองว่าไม่น่ามีอันตรายอะไรแน่นอนซึ่งพวกเขาทุกคนต่างก็เคยมาพักค้างในบริเวณนี้อยู่บ้าง.........
“เอ่อ คือ ขอรับท่านพ่อ!” กล้วยขานตอบกลับพันผาไปด้วยสีหน้าที่ทำแบบสงสัยกล้วยเขาไม่รู้ว่าพันผาแกล้งถามเขาไปอย่างนั้นซึ่งอันที่จริงแล้วมันเป็การพูดใส่เ้ากล้วยเพราะเขาได้แอบเดินทางข้ามลำธารน้ำแห่งนี้มาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพันผาแต่อย่างใดมันจึงทำให้กล้วยงงในคำถามตามประสาของเด็กแล้วทั้งสองคนก็เดินตรวจบริเวณที่พักจนไปเจอกับ..........
“ไงเ้าคชสารน้อยเพื่อนรัก ท่านพญาคชสารพงไพร และทุกๆ เชือกพวกท่านจักพักกันที่นี่หรือขอรับ!?” กล้วยกับพันผาได้เดินไปจนถึงที่พักของโขลงพญาคชสารพงไพรสำหรับค่ำคืนนี้ซึ่งกล้วยก็ได้ถามไถ่และทักทายทุกๆเชือกด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มสดใสตามประสาเด็ก..........
“ถูกต้องข้ากับพ่อของข้าและญาติของข้าทุกๆเชือกจักพากันนอนพักในบริเวณนี้ละกล้วย!”พญาคชสารพงไพรตัวน้อยได้ตอบคำถามกล้วยไปด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสเมื่อได้เจอกับเพื่อนรักของเขาแล้วพญาคชสารพงไพรตัวน้อยก็เอาศีรษะไปถูที่หน้าท้องของกล้วยแล้วทั้งสองก็เอาศีรษะมาหยอกล้อดันกันดูชั่งเป็เด็กน้อยที่น่ารักทั้งคู่.........
โฮกกกกกก!
“ผา กล้วยเ้าทั้งสองเข้ามานั่งใกล้ๆ ข้าสิ ข้ามีอะไรจักคุยด้วย!”เสียงของพญาคชสารพงไพรได้สั่งให้พันผาและกล้วยเดินเข้าไปนั่งใกล้ๆ เขาในขณะที่เขานอนพักอยู่ซึ่งรายล้อมไปด้วยฝูงบริวารคชสารพงไพรแปดสิบกว่าเชือกแลดูชั่งสง่างามเสียจริงๆ..........
“ขอรับพ่อช้างใหญ่!”
ตุบ ตุบ ตุบ อึบอ้า
“กล้วยเ้ายังจดจำเื่ของกลิ่นสาบที่เ้าเคยได้กลิ่นก่อนหน้านี้หรือไม่!?” พญาคชสารพงไพรจ่าฝูงส่งสายตาสอบถามกล้วยด้วยสีหน้าที่จริงจังซึ่งบ่งบอกถึงเื่ที่จะพูดคุยกันต่อไปนี้ จะเป็เื่ที่ไม่สู้ดีนัก.........
“จำได้ขอรับพ่อใหญ่!” กล้วยตอบคำถามของพญาคชสารพงไพรด้วยสีหน้าที่สงสัยเป็อย่างยิ่งและใคร่อยากรู้เื่ราวที่พญาคชสารพงไพรจะพูดต่อไปนั้นคือเื่อะไรกันแน่..........
“ถูกต้องนั่นคือกลิ่นสาบของาาเสือสมิงสีดำ มันปกครองป่าดงดิบที่อยู่ไกลออกไปทางทิศใต้ของอาณาเขตพงไพรนี้!”พญาคชสารพงไพรได้อธิบายถึงกลิ่นสาบที่กล้วยได้กลิ่นก่อนหน้านี้ ว่ามันเป็ของาาสมิงดำซึ่งถิ่นที่อยู่ของมันคือป่าดงดิบไกลออกไปทางทิศใต้.........
“แล้วจู่ๆเ้าาาเสือสมิงดำมันเข้ามาในบริเวณนี้ได้เยี่ยงไรกันละขอรับพ่อใหญ่!?” พันผาถามพญาคชสารพงไพรด้วยสีหน้าที่สงสัยว่าทำไมเสือสมิงดำถึงได้ออกมาหากินไกลบริเวณที่มันได้อาศัยอยู่เช่นนี้ ซึ่งปกติแล้วป่าดงดิบทางทิศใต้นั้นอยู่ไกลจากที่นี่มาก........
“มันคงจักได้กลิ่นเืของพญาหมูป่าเป็แน่เพราะเืและเนื้อของพญาหมู่ป่านั้นมีพลังงานอัดแน่นอยู่เป็จำนวนมากนั่นเลยทำให้มันตามพวกเรามา!” พญาคชสารพงไพรได้บอกถึงสาเหตุคร่าวๆที่าาสมิงดำได้ออกมาหากินนอกอาณาเขตของมันนั้นเป็เพราะกลิ่นเืของพญาหมูป่าและคลื่นพลังจิติญญาที่อัดแน่นอยู่ในเนื้อของมัน........
อ๊า!
“แล้วพวกเราจักทำอย่างไรดีขอรับมันจะเข้ามาทำร้ายพวกเราหรือไม่?”กล้วยได้ถามขึ้นอย่างเป็กังวลเมื่อได้ยินแบบนั้น……..
“พวกเอ็งไม่ต้องคิดมากหรอก”พญาคชสารพงไพรได้พูดปลอบก่อนจะหันไปหากล้วยแล้วพูดขึ้นมาว่ “กล้วย! เ้าจงนั่งลงและหลับตาทำสมาธิดู จากนั้นก็กำหนดจิตไปที่ลมหายใจเพื่อให้รับรู้ถึงการเข้าและออกดูสิ!”ซึ่งพญาคชสารพงไพรได้บอกให้กล้วยทำสมาธิโดยให้จดจ่ออยู่แต่กับการกำหนดลมหายใจเข้าออกให้เป็จังหวะซึ่งกล้วยก็หลับตาลงและตั้งจิตให้มั่นเพื่อทำสมาธิตามที่พญาคชสารพงไพรบอกทันที.........
สิบนาทีผ่านไป……….
อ๊ะ!
หลังจากที่กล้วยกับพันผาได้นั่งลงทำสมาธิตามที่พญาคชสารพงไพรบอกไปได้ประมาณสิบนาทีกล้วยก็พลันลืมตาขึ้นพร้อมกับส่งเสียงอุทานออกมาว่า.........
“กลิ่นอันใดกันถึงได้เหม็นสาบเช่นนี้!กลิ่นสาบนี่อยู่ไกลออกไปทางทิศใต้ หรือว่ามันจะเป็กลิ่นสาบของ………..” กล้วยได้ลืมตาขึ้นมาเพราะกลิ่นสาบที่เหม็นจนบาดจมูกของเขาซึ่งก่อนหน้านี้เขาไม่เคยได้กลิ่นเหม็นที่รุนแรงแบบนี้มาก่อน แต่หลังจากที่เขาทำจิตเข้าเป็สมาธิตามที่พญาคชสารพงไพรบอกแล้วััการรับรู้เื่กลิ่นของเขาก็เปลี่ยนไป…….
“นั่นคือััเื่กลิ่นซึ่งเป็หนึ่งในขันธ์ห้าที่ประกอบอยู่ในร่างกายของสิ่งมีชีวิตทุกสรรพสิ่งตามสภาวธรรม และมันยังคือิญญาความรู้แจ้งอย่างหนึ่งด้วย!”พญาคชสารพงไพรอธิบายหลักของขันธ์ห้าที่ประกอบอยู่ในร่างกายของคนเราโดยมี รูป เวทนาสัญญา สังขาร และิญญาให้กล้วยได้เข้าใจในหลักการทำสมาธิกับขันธ์ห้าซึ่งกลิ่นก็เป็หนึ่งในนั้นด้วย นอกจากกลิ่นแล้วก็ยังมีการับรู้ทางตา เสียงและััพิเศษที่เรียกว่าจิติญญา.........
“ไอ้ผาแล้วเ้าละ!?” พญาคชสารพงไพรได้หันหน้าไปถามพันผาที่ดำลังนั่งหลับตาทำสมาธิอยู่อย่างจริงจังว่าเขารับรู้อะไรบ้างไหม.........
“ไม่เลยขอรับพ่อใหญ่ที่ข้าััได้มีเพียงจิตใจที่นิ่งสงบเท่านั้น อย่างอื่นััอะไรไม่ได้เลยขอรับ!”พันผาได้ส่ายหัวให้แก่พญาคชสารพงไพรเพื่อบอกให้รู้ว่าเขาไม่ได้รู้สึกอะไรเลยนอกจากจิตสมาธิที่สงบเท่านั้น ซึ่งเขายังไม่สามารถรับรู้ถึงกลิ่นที่อยู่ไกลออกไปได้.........
“เ้าทั้งสองพ่อลูกจงเข้าใจไว้ว่าคนเรามีการรู้แจ้งเห็นชัดที่แตกต่างกันและยังมีพร์ที่มากน้อยแล้วฟ้าลิขิต ซึ่งเ้ากล้วยเขาอาจจะเป็ผู้มีการรู้แจ้งเห็นชัดที่สูงและมีพร์ที่สูงกว่าเด็กทั่วๆไปที่อยู่ในรุ่นราวคราวเดียวกันกับเขาหรือแม้แต่ผู้ใหญ่บางคน!”
พญาคชสารพงไพรได้อธิบายให้พันผากับกล้วยได้เข้าใจในหลักการต่างๆซึ่งหลักๆแล้วจะอยู่ที่การเห็นแจ้งรู้ชัดกับพร์ของตัวบุคคลซึ่งกล้วยมีสิ่งเ่าั้ที่อยู่ในระดับสูง จึงทำให้เขาสามารถกระทำอะไรก็จะพลันสำเร็จได้อย่างไม่และง่ายต่อการฝึก......
“พวกข้าเข้าใจแล้วขอรับขอบน้ำใจพ่อช้างใหญ่ที่ชี้แนะพวกเราสองพ่อลูกขอรับ!”
“ก็ดีแล้ว!แต่ไอ้ผา!คืนนี้พวกเ้าจงจัดเวรยามนอนกันเสียให้ดี อย่าได้พากันประมาทแต่อย่างใดข้าไม่แน่ใจนักว่าไอ้สมิงดำมันจักกระทำการอันใดในคืนนี้บ้าง!” พญาคชสารพงไพรได้พูดเตือนพันผาให้จัดเวรยามตอนนอนสำหรับคืนนี้ให้ดีเพราะพญาคชสารพงไพรเป็ห่วงและก็ไม่แน่ใจด้วยว่าาาสมิงดำ้าที่จะทำอะไรกันแน่หรือว่ามันมีจุดประสงค์ใด.......
“ขอรับพ่อใหญ่!”
หลังจากนั้นทั้งสองได้พูดคุยกับพญาคชสารพงไพรแล้วพวกเขาก็ได้เดินกลับออกมาไปยังบริเวณที่พักของตนเองทันที ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้นทุกๆคนก็ถยอยกันกลับมาพอดี........
ตุบ ตุบ ตุบ
อึบ โครมมมม!
“เร็วๆเข้าพวกเอ็นทำเป็หนักเดินก็อืดอาดยืดยาด ทีเวลากินนะเร็วมากวางฟืนก็ให้มันสวยๆ หน่อยเวลาหยิบใช้จะได้สะดวก!” ไอ้แดงวางฟืนลงได้เขาก็เริ่มพูดจาสั่งคนโน้นทีคนนี้ที ทำราวกับว่าตนเป็หัวหน้ากลุ่มอย่างนั้นแหละ........
“มึงจักพูดสั่งพวกกูทำไมวะไอ้แดงทุกคนเขารู้หน้าที่กันดีอยู่แล้ว มิใช่เด็กอมมือนะโว้ย ไอ้ผีเจาะปากมาเกิด!”ไอ้บุญคู่หูของไอ้แดงตอบกลับไปทันทีด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ ทั้งอากาศที่ร้อนจนเหงื่อยไหลจนท้วมตัวแถมยังแบกฟืนที่หนักอีก มันจึงทำให้ไอ้บุญรู้สึกหงุดหงิดเป็อย่างมาก ซึ่งคนอื่นๆเองก็รู้สึกเหมือนกัน.........
ตุบ ตุบ ตุบ
“เอ้าๆพวกเอ็งทั้งสองคน อย่ามัวแต่เถียงกันอยู่นั่น เร่งก่อกองไฟหุงหาอาหารกันได้แล้วประเดี๋ยวจักมืดค่ำกันเสียก่อน!” ผู้ใหญ่บ้านเดินกลับเขามาพร้อมกับสมาชิกในกลุ่มของเขาซึ่งในมือของแต่ละคนมีทั้งปลา ทั้งเนื้อ และผลไม้มากันแทบทุกคน และเมื่อผู้ใหญ่บ้านก็ได้ยินเสียงของไอ้แดงและไอ้บุญเถียงกันดังออกไปไกลเขาจึงสั่งให้ทั้งสองหยุดและก่อไฟทำอาหารเย็นก่อนจะมืดค่ำไม่มีแสงสว่างให้มองเห็น........
“ขอรับพ่อผู้ใหญ่!”
หลังจากที่ไอ้แดงและไอ้บุญพร้อมกับทุกคนได้รับคำสั่งจากผู้ใหญ่บ้านแล้วพวกเขาก็พากันแยกย้ายไปทำหน้าที่ของแต่ละคนซึ่งทุกคนต่างก็กันรู้ดีอยู่แล้วว่าจะต้องทำอะไรกันบ้าง........
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป.........
“ทุกคน!ข้าวสุกแล้วโว้ย ได้เวลากินข้าวกินปลากันแล้ว มาเร็วกินเสร็จแล้วจะได้ไปหาอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดเสีย! แล้วค่อยกลับมารวมตัวกันอีกครั้งเพราะไอ้ผามันมีเื่ที่อยากจะบอกพวกเรา” เสียงผู้ใหญ่บ้านะโดังขึ้นเพื่อบอกให้ทุกๆคนเข้ามาล้อมวงกันกินข้าวเย็นกันเพื่อที่จะแยกย้ายกันไปอาบน้ำและเข้ามารวมตัวกันอีกครั้งก่อนพลบค่ำ.........
ขอรับพ่อผู้ใหญ่!
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป……..
ตุบ ตุบ ตุบ
หลังจากที่ทุกคนกินข้าวและไปอาบน้ำเสร็จก็พากันเขามารวมตัวกันก่อนพบค่ำตามที่ผู้ใหญ่บ้านได้นัดหมายเอาไว้......
“มากันครบแล้วใช่ไหม?ถ้างั้นข้าจะส่งต่อให้กับไอ้ผาละ!” เมื่อทุกคนมากันพร้อมหน้าพร้อมตากันแล้ว ผู้ใหญ่บ้านได้มอบหมายเวทีให้กับพันผาทันที........
“ขอบน้ำใจพ่อผู้ใหญ่!” พันผากล่าวขอบคุณผู้ใหญ่บ้านก่อนที่จะหันไปหาทุกคนที่กำลังนั่งล้อมรอบกองไฟอยู่แล้วพูดขึ้นมาว่า “ข้าได้รับสารจากท่านพญาคชสารพงไพรมาว่าคืนนี้จักมีภัยอันตรายบางอย่างเข้ามาในบริเวณที่พักของเรา ท่านจึงขอให้พวกเราทุกคนจัดเวรยามกันเสียให้ดี!ถ้าเกิดมีสิ่งใดผิดสังเกตหรือมันไม่ควรจะเป็ให้รีบแจ้งทุกคนทันที” พันผาอธิบายสิ่งเขาได้รับสารมาจากพญาคชสารพงไพรว่า้าให้ทุกคนจัดเวรยามให้เข้มแข็งกันในคืนนี้เพื่อความปลอดภัยเพราะมีบางสิ่งบางอย่างที่เป็อันตรายซ่อนอยู่..........
“แล้วมันคือสิ่งใดกันหรือพี่ผามันอันตรายกว่าพญาหมูป่าหรือป่าว?” ไอ้แดงถามพลันถามขึ้นอย่างสงสัยและอยากรู้……..
“ข้าคิดว่ามันน่าจะ……….”
โฮกกกกกกกก!
นั่นเสียงอะไรวะ!?