ณ.....ป่าอสูรต้องห้าม.....
หงอี้ เดินเข้ามาใป่านี้เป็เวลา หนึ่งชั่วยามแต่ก็ยังไม่เจอแม้สัตว์อสูรสักตัว มันจึงพรึมพรำกับตัวเอง
สงสัยจะเป็แค่ข่าวลือว่าป่านี้อสูรดุร้าย นี่ข้าเดินมากว่า หนึ่งชั่วยามแล้วยังไม่เจออะไรเลย หรือว่า ์จะ
เมตราข้าจิงๆ คื่นๆๆๆ ท้องข้าร้องอีกแล้วหิวจิงๆคงต้องหาอะไรกินรองท้องและหาที่พักสำหรับวันนี้แล้วแหละ
หงอี้เดินไปได้อีกสักพัก มันก็มาหยุดอยู่ปากถ้ำถ้ำหนึ่ง อืมนี่น่าจะเป็ที่พักให้ข้าได้ในวันนี้เข้าไปดูข้างในดีกว่า
เพือจะมีของกินมั้ง ตอนนี้เราก็เดินไม่ไหวแล้วด้วย หงอี้เดินเข้าไปภายในถ้ำที่มันเจออย่างตื่นเต้น ในใจก็คิดว่า
จะมีอสูรร้ายหรือเปล่า แต่มันก็คิดว่า อยู่ข้างนอกก็อาจตายได้ทุกเมื่อหรืออดตายก็ได้ มันจึงเดินเข้าไปอย่างมุ่งมั่น
ในถ้ำนี้ไม่มืดอย่างที่คิดแฮะ หงอี้เดินสำรวจในถ้ำเข้ามาเรื่อยๆตาก็พยายามมองหาของกินพายในถ้ำทุกซอกทุกมุม
เวลาผ่านไปสักพักใหญ่มันเดินเข้ามาลึกเรื่อยๆอากาศภายในถ้ำเริ่มเย็นลงมันจึงหยุดพักบริเวณโขดหินแถวนั้น
จ๊อกๆๆๆๆ โอ๊ยข้าหิวไม่ไหวแล้ว หงอี้นั่งหมดแรงด้วยความเนื่อยล้าจากการหนีการไล่ล่า และหิวโหย
มันนั่งอย่างหมดหนทางใจก็นึกว่าทำไมต้องเกิดเหตุการณ์นี้กับตัวมันด้วย มันคิดถึงตอนที่พ่อของมันสอน
วิชาแพทย์ให้มัน ตอนนั้นช่างมีความสุขเหลือเกิน แล้วทำไมคนพวกนั้นถึงได้รังแกพ่อของมันด้วย
พอคิดถึงตอนนี้ในใจ หงอี้ก็เกิดความแค้นขึ้นมาทันที ทำให้มันคิดอยากแก้แค้นให้ได้
ข้าจะมาตายอย่างนี้ไม่ได้ ข้าต้องให้พวกมันชดใช้ให้สาสม มันจึงพยายามลุกขึ้นอีกครั้งเพื่อจะหาอะไรกินเพื่อประทังชีวิต
และมันก็หันไปเห็น เห็ดที่อยู่ตรงข้ามกับมัน มันจึงรีบเดินไปเก็บทันที มันยิบเห็ดขึ้นมาและพิจารณาอย่างถี่ถ้วน
ว่ามีพิษหรือไม่ ข้าไม่เคยเห็นเห็ดรูปร่างหน้าตาเยี่ยงนี้มาก่อนในตำราสมุนไพรของท่านพ่อก็ไม่มีบอกไว้ด้วย
เอแต่ข้าพิจารณาแล้วก็ไม่น่ามีพิษน่าจะพอกินได้อยู่ ว่าแล้ว หงอี้ก็เช็ดทำความสะอาดแล้วก็กินทันที
เห็ดต้นนี้มีลักษณะเป็สีขาวเงาลำต้นสูงใหญ่พอประมาณมีความเย็นแผ่ ออกมาแต่หงอี้ก็ไม่คิดอะไรมันกิน
เห็ดจนหมด เมื่อมันกินเสร็จมันรู้สึกถึงความเย็นเกิดขึ้นภายในตัว แต่ก็ไม่มากเท่าไหร่มันจึงไม่ได้สนใจมากนัก
เมื่อพอกินอิ่มแล้วหงอี้จึงเดินเข้าไปสำรวจข้างในถ้ำลึกเข้าไปอีก