ตอนที่ 16 วิธีนวด (1)
ดวงตาของเซินหมอมอเผยแววดีใจขึ้นมา แต่ความดีใจเ่าั้ก็สลายไปอย่างรวดเร็ว “คุณหนูกู้ เื่ที่เกิดขึ้นภายในจวนเ้ากรม ข้าน้อยเองก็ได้ยินมาบ้างแล้ว แต่มีบางสิ่งที่คงต้องขอเตือนท่านเอาไว้ หากท่านคิดว่าจะใช้อาการป่วยของพระสนมมาถ่วงเวลาต่อท่านอ๋อง นั่นเป็ความคิดที่ผิดมหันต์ ท่านต้องรู้ไว้กระดาษไม่สามารถห่อไฟได้[1] หากท่านตั้งใจหลอกลวงท่านอ๋องจริง หากวันหนึ่งท่านอ๋องรู้เข้า ผลลัพธ์ของมันคงมิใช่สิ่งที่ท่านจะรับเอาไว้ได้แน่”
กู้เชียนเสวี่ยพยักหน้าด้วยรอยยิ้มบางๆ หันตัวกลับมาแล้วประจันหน้ากับเซินหมอมอ “เชียนเสวี่ยเข้าใจว่าหมอมอหวังดีต่อข้า แต่ท่านวางใจเถิด ในเมื่อข้าบอกว่ารักษาได้ก็คือรักษาได้ แม้ว่าไม่สามารถรักษาให้หายได้ภายในระยะเวลาสั้นๆ แต่ข้ามั่นใจว่าสามารถทำให้พระสนมดีขึ้นจากอาการป่วยนี่ได้”
เซินหมอมอส่ายหน้ายิ้มเยาะ จากนั้นก็ตามมาด้วยสีหน้าจริงจัง พร้อมมองไปรอบๆ “พวกเ้าออกไปให้หมด”
หลังสาวใช้ที่อยู่รอบๆ ได้ยินต่างทำความเคารพแล้วออกไป
กู้เชียนเสวี่ยหลุบตาลง ในใจรู้ดีว่าบทบาทของเซินหมอมอผู้นี้คงไม่ธรรมดาแน่ ดีไม่ดีอาจจะได้รู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงของอาการป่วยของพระสนมฉินเฟยด้วยซ้ำ
ภายในห้องเงียบลงในทันที เซินหมอมอ เอ่ยขึ้นช้าๆ “ในเมื่อคุณหนูกู้คิดว่าตัวเองสามารถรักษาโรคของพระสนมได้ เช่นนั้นข้าน้อยขอถามว่าพระสนมป่วยด้วยเหตุอันใดกันแน่”
พระสนมฉินเฟยไม่ได้ป่วยทางจิต อีกนัยหนึ่งคือไม่ได้เสียสติ แล้วการที่เซินหมอมอถามเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรกัน เป็เพราะนางรู้ถึงเื้ับางอย่างหรือแค่กำลังหยั่งเชิงนางอยู่กันแน่ นางควรจะตอบอย่างไรดี
เซินหมอมออยู่ในชุดคลุมยาวสีเทา ท่อนล่างเป็กระโปรงอัดกลีบสีครามเข้ม เส้นผมขาวถูกม้วนเป็มวยอย่างเรียบร้อย นอกจากปิ่นกลัดผมแบบพื้นฐานแล้วก็ไม่มีสิ่งอื่นอีก
เป็แค่เพียงไท่ไท่ผู้เฒ่าทั่วๆ ไปคนหนึ่ง แต่กลับเผยท่าทางน่าเกรงขามให้รู้สึกเกรงกลัวอยู่เสมอ
ทุกอย่างรอบข้างแน่นิ่ง
กู้เชียนเสวี่ยยืนตัวตรงอยู่ข้างเตียงไม้แกะสลัก หลุบตาลง ภายในห้องที่อบอวลไปด้วยควันยา ให้ความรู้สึกราวกับหญิงงามที่ไม่มีใครเทียบเทียม
ริมฝีปากชมพูขยับเล็กน้อย “หมอมออยากฟังเื่จริง หรือเื่เท็จกันเล่า”
เซินหมอมอยิ้มเย็น “ย่อมเป็เื่จริง ข้าน้อยอายุปูนนี้แล้ว มีหรือจะมาล้อเล่นกับแม่หนูอย่างท่าน”
กู้เชียนเสวี่ยพยักหน้า จากนั้นก็ลืมตาขึ้น ดวงตาที่อยู่ใต้แพขนตานั่นฉายแววเฉียบคม “ยาพิษ พระสนมถูกวางยาพิษ”
“!” เซินหมอมอขมวดคิ้วแน่น ในแววตาของนางเผยความอำมหิตออกมา
กู้เชียนเสวี่ยหัวเราะออกมาเบาๆ “หมอมอช่างเป็คนที่ย้อนแย้งเสียจริง หากข้าดูไม่ออกว่าพระสนมป่วยด้วยเหตุใด ท่านก็จะฆ่าข้าด้วยโทษฐานหลอกลวงลี่อ๋อง หากข้าดูอาการป่วยของพระสนมออก ท่านก็จะฆ่าปิดปากข้า ไม่ว่าจะพูดความจริงหรือไม่ ข้าก็ไม่มีทางรอดชีวิตอยู่ดี เช่นนี้ก็เหมือนกับลี่อ๋องเลยมิใช่หรือ เพียงแต่ข้าไม่เข้าใจ ข้าผลักลี่อ๋องตกน้ำ ลี่อ๋องอยากจะฆ่าข้าก็พอเข้าใจได้ แต่ข้ากับหมอมอมิได้มีความเกี่ยวข้องกัน ทั้งยังไม่มีความแค้นต่อกันมาก่อน ท่านทำเช่นนี้ไปเพื่ออันใดกัน ในเมื่อไม่อยากรักษาพระสนมให้หาย ไม่อยากให้ใครได้รู้ความจริง เช่นนั้นก็มิต้องให้ข้ามาตรวจอาการไม่ดีกว่าหรือ”
สาธยายมายาวเหยียด ทำเอาเซินหมอมอพูดไม่ออกเลยทีเดียว
กู้เชียนเสวี่ยมองเซินหมอมออย่างไม่แยแส “ที่จริงแล้ว ข้าก็ไม่ได้กลัวลี่อ๋องขนาดนั้นหรอก”
เซินหมอมอชะงัก แววตามีความหยามเหยียดเล็กน้อย “อย่างนั้นหรือ”
กู้เชียนเสวี่ยผายมือออก “แม้ข้าจะมิใช่คนสำคัญอย่างองค์หญิงหรือท่านหญิงที่ไหน แต่ตระกูลของท่านพ่อก็เป็ถึงขุนนางขั้นสอง ท่านตาก็เป็ผู้บัญชาการฯ เจิ้นหย่วน หากลี่อ๋องไม่กลัวว่าจะเดือดร้อน ก็เอาชีวิตน้อยๆ ของข้าไปได้เลย ที่ข้ายอมมาเสี่ยงตรวจอาการให้กับพระสนมเช่นนี้ เพียงเพราะไม่อยากทำให้ท่านตาและท่านแม่ต้องมาพัวพันด้วยเท่านั้นเอง”
เอ่ยจบ กู้เชียนเสวี่ยก็มองไปยังพระสนมฉินเฟยที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง “ลี่อ๋องคิดหาทุกวิถีทางที่จะช่วยมารดาของตน แล้วกู้เชียนเสวี่ยอย่างข้ามิใช่หรอกหรือ อย่างไรเสีย พวกเราก็เป็แค่บุตรน่าสงสารที่ห่างมารดาไม่ได้เท่านั้นเอง”
เมื่อเซินหมอมอได้ฟังจนจบ ในที่สุดก็คลายคิ้วที่ขมวดออก แล้วถอนหายใจยาวออกมา “เด็กดี เช่นนั้นท่านก็ตรวจพระสนมต่อเถิด ขอแค่ท่านพยายามอย่างสุดความสามารถ ต่อให้มิสามารถรักษาพระสนมให้หายขาดได้ ข้าน้อยก็จะพยายามช่วยท่านให้ปลอดภัย”
เชิงอรรถ
^ เปรียบเปรยถึงความจริงเป็นสิ่งที่ไม่อาจปิดบังได้