เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

เล่มที่ 9 ตอนที่ 263 : ฝากข้อความไปถึงเธอด้วย

        ถึงแม้หยางเฉินจะเป็นคนถามเธอถึงเรื่องในอดีต แต่โม่เชี่ยนนีก็ไม่อยากให้เขารับรู้และคิดถึงมันอยู่ดี

        “ถ้าคุณคิดว่าคุณเล่าแล้วจะทำให้คุณเครียดหรือรู้สึกเสียใจขึ้นมาก็บอกผมเถอะครับ” หยางเฉินกล่าวด้วยเสียงนุ่มนวล “ถ้าคุณเชื่อใจผม ผมจะไม่มีทางทำให้คุณเสียใจอีกเป็นอันขาด แต่การที่คุณเก็บมันไว้คนเดียวโดยที่ไม่ยอมให้ผมที่เป็นคนรักของคุณรับรู้มันก็มีแต่จะทำให้คุณเจ็บมากกว่าเดิม ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทนและแบกรับมันตัวคนเดียวอีกแล้วนะครับ”

        สีหน้าของโม่เชี่ยนนีดูโดดเดี่ยวและดูประหลาดใจ เธอไม่เคยคิดว่าคำพูดของหยางเฉินจะมีเหตุผลขนาดนี้มาก่อน

        เมื่อหยางเฉินเห็นโม่เชี่ยนนีเงียบไปเขาก็รู้สึกเสียใจขึ้นมา ก่อนจะยิ้มขมขื่นขึ้น “ดูเหมือนว่าทางออกที่ดีคือ ผมควรจะเคารพความเป็นส่วนตัวของคุณสินะครับ ผมรู้ว่าคนเรามีพื้นที่สีเทาในจิตใจอยู่ พื้นที่ที่ไม่อยากให้คนอื่นได้รับรู้ ดูเหมือนว่าผมคงจะโลภมากไป...”

        ในดวงตาของโม่เชี่ยนนีปรากฏประกายเล็กๆ ออกมา ร่างกายของเธอสั่นสะท้านเล็กน้อย

        “คืนนี้คุณพักผ่อนก่อนเถอะครับ พรุ่งนี้ผมจะพาคุณกลับเอง” หยางเฉินพูดในขณะที่ลุกขึ้นยืน เขาต้องการที่จะออกจากห้อง

        โม่เชี่ยนนีทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจและอยากสูบบุหรี่ขึ้นมา เพื่อที่จะสงบสติอารมณ์ของตนเอง

        ในตอนนั้นเองโม่เชี่ยนนีก็เอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา “หยางเฉิน...”

        หยางเฉินหันกลับมามองเธออีกครั้ง “มีอะไรเหรอครับ หรือว่ายังเจ็บแผลอยู่?”

        โม่เชี่ยนนีส่ายหัวแทนคำปฏิเสธ ดวงตาของเธอในตอนนี้ดูสุกใสราวกับคริสทัลบริสุทธิ์ “ฉัน... ขาหัก”

        หยางเฉินรู้สึกถึงหัวใจของเขาที่กำลังเย็นยะเยียบอยู่ข้างใน เพียงแค่โม่เชี่ยนนีพูดว่าขาของเธอเคยหักมาก่อน มันก็ทำให้หยางเฉินรู้สึกว่าหัวใจของเขาอยู่ในกำมือของศัตรู

        เธอยังไม่ได้เจาะจงกับรายละเอียดเรื่องนี้ เป็นไปได้หรือไม่ว่าอาจจะหมายถึงขาของคนอื่น?

        หยางเฉินหันตัวกลับมานั่งข้างๆ โม่เชี่ยนนีอย่างรวดเร็ว เขาค่อยๆ นั่งลงโดยที่ไม่ทำให้แรงสั่นสะเทือนไปถึงตัวของโม่เชี่ยนนีเลยแม้แต่น้อย จากนั้นหยางเฉินจึงดึงผ้าห่มไปคลุมส่วนล่างของโม่เชี่ยนนี

        “อย่าให้ไอหนาวโดนตัว” หยางเฉินไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกมา เขารู้สึกเสียใจที่ทำให้โม่เชี่ยนนีต้องนึกถึงเรื่องในอดีตอีกครั้ง

        โม่เชี่ยนนียิ้มรับคำของเขา เธอไม่สามารถขยับตัวได้มากนักเนื่องจากอากาศกำลังเย็นจัดและต้องพักฟื้นบาดแผลที่ได้รับมา แต่มันก็เป็นเรื่องดีสำหรับเธอที่ได้เห็นหยางเฉินในมุมนี้

        “นายจำที่ฉันบอกนายก่อนหน้านี้ได้มั้ย ตอนที่ฉันอายุ 13 ปี ตอนนั้นฉันต้องขโมยเงินจากกระเป๋าคนอื่นเพื่อหาเงินเดินทางมาที่จงไห่ ในตอนนั้นฉันชนเข้ากับท่านประธานคนก่อนของอวี้เหล่ย เธอเป็นย่าของรั่วซี ในตอนนั้นเธอแนะนำให้ฉันมาทำงานที่โรงแรมในสังกัดของเธอ ฉันได้รับหน้าที่ให้ล้างผักอยู่ในห้องครัวของโรงแรม ในตอนนั้นฉันตัวเล็กกว่าเด็กวัยเดียวกันมาก ทำให้ฉันกลัวว่าวันใดวันหนึ่งอาจจะต้องถูกส่งกลับบ้านเกิดเข้าสักวัน...”

        หลังจากที่เขาฟังโม่เชี่ยนนีพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแอ หยางเฉินก็ยังอดรู้สึกผิดขึ้นมาไม่ได้ “อย่าพูดเหมือนกับว่าเรื่องราวในอดีตทั้งหมดเป็นเรื่องน่าอับอายสิครับ”

        “คุณไม่ต้องการที่จะแบ่งความเจ็บปวดนั้น มาให้ผมแบกรับมันบ้างเหรอ?”

        “นั่น... ไม่ใช่... ฉันแค่...”

        “ฟังที่ฉันพูดก่อน” โม่เชี่ยนนีเม้มริมฝีปาก แล้วยิ้มออกมาด้วยความอ่อนโยน “ในตอนนั้นฉันเรียนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมและทำงานไปด้วย ในตอนที่ถึงเวลาต้องจ่ายค่าเทอมฉันมักจะมีเงินไม่พอจ่ายอยู่เสมอ นั่นทำให้ฉันต้องไปทำงานที่โรงแรมมากยิ่งขึ้น”

        “แต่เจ้าของโรงแรมมักจะเข้ามารังควานฉัน ในขณะที่ภรรยาของเขาก็จะด่าทออยู่ด้านหลัง บางครั้งก็ยังเข้ามาหาเรื่องกันซึ่งๆ หน้า จนในที่สุด มีอยู่วันหนึ่งที่ฉันไม่ทันระวังตัว ฉันถูกเขาจับเข้าไปไว้ในโกดังขนาดเล็ก เขาเข้ามาเพื่อพยายามทำเรื่องอย่างว่ากับฉัน... ในตอนนั้นฉันตั้งสติขึ้นมาได้ แล้วเตะใส่เขาอย่างแรงจากนั้นจึงวิ่งออกมา เจ้าของโรงแรมโกรธแค้นฉันมาก เขาออกคำสั่งให้ตามจับตัวฉันโดยที่ใส่ร้ายฉันว่าไปขโมยของของโรงแรมออกมา แต่สุดท้ายฉันก็ถูกพนักงานของโรงแรมจับตัวเอาไว้ได้ เขาส่งฉันให้ภรรยาเจ้าของโรงแรมโดยที่เธอพาฉันไปทรมานที่ด้านหลังด้วยความโหดร้าย ผู้หญิงคนนั้นใช้หมุดเล่มหนึ่งตอกเข้ามาที่น่องของฉัน จนมันเข้าไปหักคาอยู่ข้างในกระดูก...” ในที่สุดโม่เชี่ยนนีก็เอ่ยคำพูดที่ยากจะเอื้อนเอ่ยออกมา

        หยางเฉินที่ยังคงนั่งฟังอยู่ใกล้กับเธอรู้สึกโกรธแค้นขึ้นมาทันที “สองคนผัวเมียนั่นยังอยู่ในจงไห่รึเปล่า?”

        โม่เชี่ยนนีดูเหมือนจะรู้ว่าหยางเฉินต้องการจะทำอะไรต่อ

        “ไม่ได้อยู่แล้ว ท่านประธานย้ายพวกเขาออกจากบริษัท นอกจากนี้ท่านประธานใหญ่ยังเป็นคนช่วยออกเงินค่าผ่าตัดทั้งหมดให้กับฉันด้วย ถ้าไม่ได้ท่านป่านนี้ฉันคงกลายเป็นคนพิการไปแล้ว”

        “ไม่ต้องสงสัยเลย คุณย่าของรั่วซีช่างเป็นคนที่มีเมตตาต่อคุณจริงๆ” หยางเฉินพยักหน้าให้ด้วยรอยยิ้ม ถึงแม้ว่าย่าของหลินรั่วซีจะช่วยเธอเนื่องจากเห็นว่าโม่เชี่ยนนีน่าสงสารหรืออะไรก็ตาม แต่การที่ท่านช่วยเหลือเธอในยามที่ทุกข์ยากอีกทั้งยังเป็นคนคอยดูแลรักษายามที่เธอบาดเจ็บ ทำให้โม่เชี่ยนนีสำนึกบุญคุณของเธอนับตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน

        ถ้าไม่มีท่าน โม่เชี่ยนนีก็คงกลายเป็นดอกไม้เฉาดอกหนึ่งที่ร่วงโรยลงบนพื้นดินโดยไม่มีผู้ใดใส่ใจ

        “นายรู้ไหมว่าก่อนหน้านี้ฉันไม่คิดที่จะกลับมาเจอนายอีกครั้ง... แต่นายก็ยังคงวนเวียนอยู่ในบริษัทอยู่ตลอด นายทำให้ฉันไม่สามารถสลัดใบหน้าของนายออกไปได้ ลึกๆ แล้วฉันรู้ว่านายเป็นสามีของรั่วซี ทั้งฉันและเธอต่างก็เหมือนพี่น้องที่รักใคร่กันมาตลอดแต่มันไม่ใช่กับความรัก ฉันคิดมาตลอดว่าที่ฉันยอมถอย ก็เป็นเพราะฉันคิดถึงบุญคุณของท่านประธานคนก่อน ฉันไม่อยากให้ท่านรู้สึกว่าฉันไม่มีความยุติธรรมในเรื่องนี้ แต่มาถึงวันนี้ ต่อให้รั่วซีเป็นคนบอกให้ฉันเลิกยุ่งกับนาย ฉันก็คิดว่ามันคงจะเป็นเรื่องยากที่ฉันจะยอมตกลง” โม่เชี่ยนนีกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ

        หยางเฉินแค่นรอยยิ้มออกมา “บางทีคุณคงไม่จำเป็นจะต้องออกมา อาจจะเป็นผมที่ต้องเดินออกมาก็ได้ ในเมื่อเธอไม่เคยเห็นผมอยู่ในสายตาเลย มีเพียงคุณเท่านั้นที่สำคัญในสายตาของผม”

        โม่เชี่ยนนีเผยรอยยิ้มออกมา “ไม่แปลกหรอกที่ตอนแรกเธอจะยังไม่ยอมรับนายในทันที แต่จริงๆ แล้วมันก็เป็นเรื่องยากอยู่ดี ที่จะทำให้เธอยอมรับได้”

        หยางเฉินยื่นมือออกไปจับมือของโม่เชี่ยนนีที่เนียนนุ่มและเย็นในเวลาเดียวกัน “ถ้าวันไหนคุณฝันถึงท่านประธานคนก่อน ผมฝากข้อความไปบอกเธอในความฝันด้วยนะ”

        โม่เชี่ยนนีรู้สึกแปลกใจ “บอกว่าอะไรเหรอคะ?”

        “ฝากบอกเธอด้วยว่าผมจะไม่ยอมปล่อยคุณไปจากผมแน่ แล้วก็บอกเขาด้วยว่าคุณไม่ผิด เป็นผู้ชายเลวๆ คนหนึ่งต่างหากที่มาช่วงชิงหัวใจของคุณไป” หยางเฉินกล่าว

        น้ำตาสองสายค่อยๆ ไหลออกมาจากขอบตาของโม่เชี่ยนนี ถึงอย่างไรเธอก็ยังคงเป็นผู้หญิงที่อารมณ์ผันแปรได้ตลอดเวลา

        หยางเฉินลูบผมเรียบของเธอด้วยความนุ่มนวล เขาสูดกลิ่นหอมที่มีเสน่ห์ของเธอเข้าไปอย่างช้าๆ

        แต่หยางเฉินเองก็ไม่ได้คิดที่จะปลอบใจให้เธอหายร้องไห้แต่อย่างใด ในขณะเดียวกันเขาก็คิดว่าผู้หญิงนั้นจะงดงามที่สุดก็ในยามที่พวกเธอร้องไห้ออกมาด้วยความยินดี

        “หยางเฉิน ฉันไม่เจ็บขาแล้ว” โม่เชี่ยนนีลังเลที่จะกล่าว

        หยางเฉินพยักหน้าตอบเธอด้วยความดีใจ “ตอนนี้ดึกแล้ว เดี๋ยวผมจะสั่งอาหารมาให้คุณทานเอง เอาเมนูอะไรดีครับ?”

        “ฉันบอกว่าฉันไม่เจ็บขาแล้ว” โม่เชี่ยนนียังคงพูดอย่างต่อเนื่อง

        “ผมรู้ว่าคุณไม่เจ็บแล้ว ถ้าอย่างงั้นก็กินอาหารได้แล้วสิครับ” หยางเฉินกล่าว

        โม่เชี่ยนนีเม้มริมฝีปากของเธออีกครั้ง “แต่นายเพิ่งถอดกางเกงฉันไปนะ”

        “โอ้ แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้ทำให้คุณมีปัญหาอะไรนี่...” หยางเฉินพูดอย่างเชื่องช้า

        “แต่นายมองเอวของฉัน เท้าของฉัน แม้กระทั่งทุกส่วนในร่างกายของฉัน นายก็มองเห็นมันหมดแล้ว” โม่เชี่ยนนีกล่าว

        หยางเฉินรู้สึกว่าคำพูดของเธอดูจะแฝงความหมายแปลกๆ เอาไว้ อีกทั้งดวงตาของโม่เชี่ยนนีในยามนี้ยังดูงดงามเป็นพิเศษมากกว่าก่อนหน้า ทำให้เขายิ้มขึ้นมาพร้อมทั้งพูดกับเธอ

        “ถ้าอย่างนั้นเชี่ยนเชี่ยนน้อยก็สามารถมองร่างกายของผมทั้งหมดได้เหมือนกัน คุณอยากเห็นมั้ยล่ะ?”

        โม่เชี่ยนนีเผยรอยยิ้มออกมาคู่กับสายตาที่ดูพร่ามัว “อยาก”

        หยางเฉินกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก ในที่สุดเขาก็ถอดชุดของตนทั้งหมดออกพร้อมทั้งโยนมันทิ้งไป

        ในตอนนี้เขาไม่ได้ใส่อะไรเลยแม้แต่ชิ้นเดียว!

        เมื่อโม่เชี่ยนนีเห็นอาวุธประจำตัวของหยางเฉินกำลังปรากฏต่อหน้าเธอ หัวใจของเธอก็เต้นรัวออกมาจนไม่อาจระงับได้

        โม่เชี่ยนนีแกล้งทำเป็นปิดตาข้างหนึ่งในขณะที่อีกข้างยังคงลืมตา

        “นายทำอะไร?! ฉันไม่ได้บอกให้นายถอดออกหมดสักหน่อย”

        “ผมก็แค่ถอด คุณแค่มองเท่านั้น คุณจะกลัวอะไรล่ะครับ” หยางเฉินเลียริมฝีปากในขณะที่พูดอย่างชั่วร้าย

        “ฉันแค่มองที่...” ทันใดนั้นใบหน้าของโม่เชี่ยนนีก็เห่อร้อนขึ้นมา “แล้วนายกำลังมองตรงไหนอยู่”

        ภายใต้ผ้าห่มของโม่เชี่ยนนีที่ค่อยๆ ถูกเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นเรียวขาคู่งามกับกางเกงในเซ็กซี่สีม่วงแซมดำของเธอ...

        ร่างกายของหยางเฉินแทบจะลุกเป็นไฟ เขาเลื่อนมือไปสัมผัสใบหน้าของโม่เชี่ยนนีเล็กน้อย ก่อนจะย้ายไปหยุดอยู่ที่ปมรูปผีเสื้อของชุดชั้นในบนร่างของเธอ

        “ช่วงนี้ค่อนข้างร้อน เชี่ยนเชี่ยนน้อย เราควรจะทำอะไรดีครับ?” หยางเฉินกระซิบเข้าที่ข้างหูของโม่เชี่ยนนีด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

        โม่เชี่ยนนีรู้สึกอายอยู่เล็กน้อย ในขณะที่ใบหน้าของเธอกำลังเห่อร้อนขึ้นมากับคำพูดและลมหายใจของหยางเฉิน ที่ตกกระทบบนร่างของเธอ

        “ถ้าร้อนก็ต้องถอดเสื้อผ้า...”

        “คุณไม่เห็นเหรอว่าผมถอดออกหมดแล้ว?”

        “นายถอดหมดแล้วแต่ฉันยังถอดไม่หมดนะ...”

        ในที่สุดหยางเฉินก็ทิ้งตัวลงข้างโม่เชี่ยนนีบนเตียงนุ่ม

        ชายหนุ่มโอบกอดร่างกายอันประณีตและนุ่มลื่นของเธอเอาไว้ในอ้อมอก พร้อมทั้งประกบริมฝีปากเข้ากับปากสีเชอร์รี่ของเธอ

        เขาค่อยๆ ถอดชุดชั้นในที่เหลือของโม่เชี่ยนนีอย่างนุ่มนวลจนเธอแทบไม่รู้สึกตัว ทำให้ทั้งคู่ต่างล่องลอยอยู่ในภวังค์อันหอมหวานนี้อย่างไร้สิ้นสุด

        “เชี่ยนเชี่ยนน้อย ถ้าช่วงล่างของผมเย็นผมควรจะทำยังไงดีครับ?...”

        “ไปใส่กางเกง...” โม่เชี่ยนนีกล่าวด้วยเสียงแหบแห้ง

        หยางเฉินยังคงพรมจูบไปบนใบหน้าของเธอ “ตอนนี้จะใส่กางเกงคงยากเกินไป คุณให้ความอบอุ่นผมหน่อยสิครับ”

        “เข้ามาสิ” โม่เชี่ยนนีกล่าวในขณะที่ใบหน้างดงามของเธอกำลังเห่อร้อนขึ้น

        ค่ำคืนแห่งฤดูหนาวพัดโหมกระหน่ำไปทั้งห้องจนแทบจะเปลี่ยนเป็นอีกฤดูที่ร้อนแรงราวกับฤดูร้อน

        ในขณะที่คืนอันเหน็บหนาวกำลังผ่านพ้นไป เพลิงรักที่โหมกระหน่ำใส่คนทั้งสองก็ค่อยๆ ดับลงอย่างช้าๆ

        หยางเฉินยังคงนอนกอดเชี่ยนนีอยู่บนเตียง เธอใช้หน้าอกของเขาแทนหมอนหนุนนอน ใบหน้าของเธอยามนี้กำลังขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างมีเสน่ห์ราวกับว่าพระเจ้าเป็นผู้สรรค์สร้างความงดงามนี้ด้วยพระองค์เอง มันเป็นความงดงามที่แทบจะทำให้ทุกคนที่เห็นต่างลุ่มหลงมัวเมาไปกับความงดงามนี้ได้

        ภายใต้การพักรบกิจกรรมบนเตียงของทั้งคู่ หยางเฉินยังคงรู้สึกไม่อิ่มหนำใจสักเท่าไร

        มือหยาบที่แสนซุกซนของเขายังคงจับนู่นจับนี่อย่างโลภมาก ในขณะที่โม่เชี่ยนนียังคงเหนื่อยล้าอยู่ ทำให้เธอทำได้เพียงแค่แกล้งหลับตาทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราวเท่านั้น

        “หยางเฉิน” หลังจากที่เงียบมาเป็นเวลานาน ในที่สุดโม่เชี่ยนนีก็เอ่ยขึ้นมา “ฉันชอบนาย”

        “ผมรู้”

        “ฉันชอบนาย ชอบนายจริงๆ นะ” โม่เชี่ยนนียังคงพูดต่อ

        เมื่อหยางเฉินได้ยินดังนั้นเขาก็เผยรอยยิ้มออกมา พร้อมทั้งหันไปหยิกคางของเธอเบาๆ “ต่อให้คุณไม่พูดผมก็รู้ว่าคุณชอบผม”

        “ไม่... ฉันชอบนายมากกว่าที่นายรู้อีก แต่ตอนนี้กำลังชอบมากขึ้น... มากขึ้น”

        หยางเฉินไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พูดอีกครั้ง เขายกผ้าห่มออกจากร่างกายของทั้งคู่ก่อนจะเริ่มกิจกรรมอีกครั้ง ในขณะที่ตัวเขากำลังโอบกอด 'ผู้หญิงใสซื่อ' คนนี้ไว้แนบชิดกับเขา ก่อนจะค่อยๆ โถมร่างเข้าใส่สตรีผู้โง่เขลาคนนี้อีกคราอย่างรุนแรง

คล้ายกับเรื่องเมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ ที่คุณอ่าน

เทพมารลิขิตฟ้า

เทพมารลิขิตฟ้า

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
72K 42
พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย รัก
955K 747
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

นิยาย รัก
623K 530
[จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

[จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
94K 1199
ท้าทายดินแดนพระเจ้า

ท้าทายดินแดนพระเจ้า

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
2.45M 5206
ความโกรธแค้นของชูร่า

ความโกรธแค้นของชูร่า

นิยาย เกมออนไลน์
2.39M 852
[อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

[อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
231K 405
จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
142K 432
PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

นิยาย รัก
21K 111