4ปีต่อมา.....
“แม่ครับ ผมช่วยนะครับ”
หนุ่มน้อยวัยสามขวบจับมือผู้เป็นแม่ที่กำลังท้องแก่ โดยมีชยางกูรผู้เป็นพ่อเดินอยู่ข้างๆ
“ยัยศิ”
“ทางนี้!” เสียงของโลลิต้าที่นั่งรออยู่บนเก้าอี้เอนส่งเสียงเรียกเพื่อนรักดังมาแต่ไกล .
"ยัยศิ"
ศศิมาจึงรีบเดินอุ้ยอ้ายไปหาเพื่อนรักโดยมีลูกชายและสามีคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง วันนี้เธอและครอบครัวมาปาร์ตี้ฉลองวันเกิดของธามไทที่บ้าน.
ส่วนโลลิต้าเมื่อเห็นเพื่อนรักเดินมา เธอก็รีบลุกจากเก้าอี้ตัวเก่งขึ้นมา แต่ทว่าท้องที่ใหญ่โตใกล้คลอดของเธอกลับเป็นอุปสรรคในการขยับตัวของหญิงสาว ธามไทจึงต้องรีบพยุงเมียรักขึ้นมาเพื่อให้เธอขยับตัวได้สะดวก.
เป็นความบังเอิญหรืออย่างไรก็ไม่ทราบที่อายุครรภ์ของเธอกับอายุครรภ์ของศศิมาถึงกำหนดคลอดไล่เลี่ยกัน หากนับจริงจังนี่คือท้องแรกของเธอหากไม่รวมท้องก่อนที่แท้งไปก่อนจะกลับมาคืนดีกับธามไท
ส่วนศศิมานั้นคือท้องที่สองแล้ว แถมท้องนี้ของทั้งคู่ยังเป็นสาวน้อยเหมือนกันอีกจนโลลิต้าอดที่จะคิดเล่นๆ ไม่ได้ว่าหากโตขึ้นเด็กสองคนนี้อาจจะได้เป็นเพื่อนรักกันเหมือนเธอกับศศิมาก็ได้
“ผมนำคุณไปไกลแล้วนะ”
ชยางกูรแซวธามไทแบบขำๆ เพราะตนกับศศิมาแต่งงานตามหลังคู่ของธามไทกับโลลิต้าไปแค่ปีเดียวแต่กลับผลิตลูกนำสองคนนี้ไปแล้วหนึ่งคน.
“ผมกับลิลลี่ยังไม่รีบต่างหากเล่า”
ธามไทเถียงกลับไป ให้ตายสินี่เขากำลังถูกชยางกูรขิงอยู่ว่าไม่มีน้ำยาหรือนี่ .
“เอาอีกแล้วนะคะพี่กูร”
ศศิมาดุสามีที่เจอกันกี่ครั้งเขาก็ยังชอบพูดเบ่งความสามารถของตัวเองกับธามไทแบบนี้ทุกครั้งไปจนหญิงสาวอดที่จะหมั่นไส้ไม่ได้ ในขณะที่โลลิต้ากำลังแอบหัวเราะเบาๆ ปล่อยให้ธามไทรับกรรมไปทั้งที่ความจริงแล้วเธอต่างหากที่ไม่ยอมใจอ่อนอุ้มท้องให้เขาสักที
"ช่างหนุ่มๆ เขาเถอะ"
โลลิต้าบอกศศิมาแล้วหันไปมองน้องตฤณที่นั่งเล่นอยู่บนตักธามไท เมื่อก่อนธามไทเคยบอกกับเธออยากหนักแน่นว่าไม่อยากมีลูกและไม่ชอบเด็กเอามากๆ แต่หลังจากที่ทั้งคู่แต่งงานกันชายหนุ่มก็รบเร้าให้เธอมีลูกให้ แล้วดูตอนนี้ซิ เขาติดน้องตฤณอย่างกับอะไรดี.
"นึกถึงเมื่อก่อนเนอะ ว่าที่คู่ของเราสองคนจะลงเอยกันได้ โดยเฉพาะคู่ของแกกับคุณธาม" ศศิมานึกถึงเรื่องราวในอดีต.
"นั่นสิ นี่ถ้าพี่ศิวาไม่แต่งงานฉันก็คงยังไม่ได้กลับคิวบาแล้วก็มีวันนี้หรอกมั้ง" โลลิต้าคิดว่าคงเป็นแบบนั้นเพราะเธอกลัวที่จะกลับมาเผชิญหน้ากับเขา.
"ถ้าเป็นแบบนั้น ฉันว่าคุณธามก็คงจะบุกไปหาแกที่คิวบาแล้ว คงไม่แอบตามดูแกอยู่เฉยๆ แบบนั้นตั้งสองปีหรอก" แล้วศศิมาก็เผลอหลุดปากพูดออกมา
"เมื่อกี้แกว่าไงนะ! " โลลิต้าถามซ้ำอีกครั้งกับสิ่งที่เพื่อนรักพูดออกมา.
"เอ่อ....ฉัน ฉัน....เมื่อกี้ฉันพูดอะไรออกมาเนี่ย"
ศศิมาเริ่มรู้ตัวว่าหลุดปากเผยความลับที่ธามไทปกปิดไว้ออกมา .
"ฉันจำไม่ได้เลยจริงๆ นะ" ดังนั้นเธอจึงแกล้งจำไม่ได้เสียเลย.
"ยัยศิ! " โลลิต้าคาดคั้น.
"งานเข้าแล้วล่ะคุณธาม ศิขอโทษนะ"
ศศิมาแอบเหลือบไปมองธามไทที่เล่นอยู่กับลูกชายของตนด้วยความรู้สึกผิด แล้วสารภาพกับโลลิต้า.
"ตลอดเวลาที่แกอยู่คิวบาอะ คุณธามเขาก็แอบตามดูแลแกอยู่ตลอดโดยไม่ให้แกรู้"
เรื่องนี้มีเพียงคริสเตียนกับภรรยาและตนเท่านั้นที่รู้เรื่อง
"แต่แกอย่าไปโกรธเคืองอะไรคุณธามเขาเลยนะฉันขอล่ะ ตอนนี้แกกับเขาก็มีลูกด้วยกันแล้วนะ" ศศิมากลัวว่าโลลิต้าจะโกรธสามีจนเป็นเรื่องใหญ่โตขึ้นมาอีก
"แล้วทำไมแกไม่คิดจะบอกฉันบ้างล่ะ ปล่อยให้ฉันเป็นคนโง่ตั้งนาน" โลลิต้าถามด้วยความขุ่นข้องใจ.
"ก็คุณธามเขากลัวว่าแกจะโกรธแบบนี้ แล้วก็เตลิดหนีไปไกลอีกน่ะสิ"
"นั่นแกจะไปไหนยัยลี่! "
ยังไม่ทันที่ศศิมาจะพูดจบด้วยซ้ำ โลลิต้าก็ผลุนผลันลุกจากเก้าอี้ไปหาธามไทเหมือนกันคนที่ลืมตัวไปว่าตนเองกำลังท้องแก่อยู่จนกระทั่ง.....
"โอ๊ะ! "
ยังไม่ทันที่โลลิต้าจะเดินไปถึงสามีด้วยซ้ำ จู่ๆ เธอก็ปวดท้องขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
"ยัยลี่! แกเป็นอะไรน่ะ! "
ศศิมาคือคนแรกที่เห็นอาการผิดปกติของเธอตามด้วยราเมศร์และชยางกูรที่หันมาเห็นเพราะเสียงร้องตกใจของศศิมา.
"ลิลลี่! "
ธามไทเอาน้องตฤณให้พี่เลี้ยงอุ้ม แล้วรีบวิ่งเข้ามาประคองเมียรักทันทีด้วยความร้อนใจและเป็นห่วงหญิงสาวยิ่งนัก .
ในขณะที่ชยางกูรก็รีบวิ่งมาประคองศศิมาที่เคลื่อนตัวอย่างอุ้ยอ้ายเพราะหนักท้องมาดูอาการของเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง.
"เป็นอะไรลิลลี่! เธอเป็นอะไร!? " ธามไทถามเธอ ในขณะที่โลลิต้าปวดท้องจนเหงื่อแตกพร่า
"ปวด! "
"ไม่น่าใช่อะ แต่ปวดมากๆ เลย โอ้ย....." เธอบอกเขา แต่ก็ยังขัดแย้งกับบางอย่างที่อยู่ในหัว.
"ปวดยังไง! " ทั้งธามไท ชยางกูรและศศิมาถามพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย.
"ปวด....โอ้ย! ปวดเหมือน....เหมือนจะคลอด! "
"จะคลอด! "
ทุกคนอุทานขึ้นพร้อมกันเพราะความจริงแล้วเหลือเวลาอีกเป็นเดือนกว่าจะถึงกำหนดคลอดของเธอ .
"ลูกของเราจะคลอดแล้ว! " แต่ดูเหมือนธามไทจะตื่นเต้นที่สุด
"ใครก็ได้เตรียมรถที เมียฉันจะคลอดแล้ว! "
ธามไทตะโกนบอกคนในบ้านพร้อมกับอุ้มโลลิต้าขึ้นมาด้วยความร้อนใจ
แต่ในขณะเดียวกัน ศศิมาเองก็รู้สึกปวดท้องขึ้นมาเช่นเดียวกับโลลิต้า....
"ศิ....."
"เป็นอะไร?! "
ชยางกูรรีบถามเมียเมื่อเห็นเธอมีอาการไม่ต่างจากโลลิต้าเลยสักนิด แต่ทว่าศศิมากลับเจ็บจนพูดไม่ออก
"เธอปวดเหมือนลิลลี่ใช่มั้ย! " ชยางกูรถามเธอด้วยความร้อนใจ
"อื้อ!! "
ศศิมาได้แต่พยักหน้าบอกเขา ในขณะที่ชยางกูรก็ทั้งดีใจและตื่นเต้นไม่แพ้ธามไท ความรู้สึกนี้เขาเคยเป็นมาก่อนตอนที่ศศิมาเจ็บท้องคลอดน้องตฤณออกมา ครั้งนี้ก็เช่นกัน.....
"ขอรถอีกคัน เมียฉันกำลังจะคลอด!! "
.
.
.
@โรงพยาบาลXXX .
โลลิต้าและศศิมาถูกพามาส่งที่โรงพยาบาลพร้อมกันโดยมีชยางกูรและธามไทเดินวนไปเวียนมาอยู่หน้าห้องคลอดด้วยความร้อนใจจนกระทั่งคริสเตียนและชญาดาตามมาถึงในเวลาต่อมา.
"เป็นไงบ้าง หลานฉันทั้งสองคนคลอดรึยัง? " คริสเตียนถามสองหนุ่มด้วยความตื่นเต้นและศศิมาก็เป็นเหมือนน้องสาวของตนอีกคนหนึ่ง
"กูยังไม่ได้ยินเสียงลูกกูร้องเลย" ธามไทบอกอย่างร้อนใจ.
"ลูกของผมก็เหมือนกันครับ" ชยางกูรเองก็ร้อนใจไม่แพ้ธามไท.
"ใจเย็นกันก่อนสิคะ บางทีปากมดลูกของสองคนนั่นอาจจะยังไม่เปิดหมดก็ได้"
ผู้รู้ประสบการณ์เพราะเป็นคุณแม่ลูกสองอย่างชญาดาบอกกับทั้งสามคนและไม่นานพยาบาลก็เปิดประตูออกมา .
"คุณพ่อจะเข้าไปเป็นกำลังใจให้คุณแม่ข้างในมั้ยคะ" พยาบาลถามทั้งสอง
"ครับ! " ทั้งธามไทและชยางกูรรีบตกลงอย่างไม่ลังเลแล้วเดินเข้าไปในห้องคลอด
.
อุแว๊! อุแว๊! อุแว๊!
เสียงทารกน้อยร้องขึ้นประสานเสียงกันทั้งสองห้องคลอด ธามไทได้ลูกสาวผิวขาวอมชมพูจัดหน้าตาจิ้มลิ้มเหมือนกับโลลิต้า ส่วนอีกด้านของห้องคลอด ชยางกูรก็ได้ลูกสาวเช่นกัน.
"ลูกของเราเป็นผู้หญิง หน้าตาจิ้มลิ้มเหมือนเธอเลยลิลลี่"
ธามไทเอาทารกน้อยที่กำลังร้องไห้จ้าหลังจากได้ลืมตาดูโลกเป็นครั้งแรกให้คุณแม่มือใหม่เชยชม.
"ลูกของเรา...."
โลลิต้ามองลูกน้อยพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความตื้นตันและปลื้มปิติ ความรู้สึกของคนที่ได้เป็นแม่มันเป็นแบบนี้นี่เอง.
"พริมโรสลูกพ่อ" ธามไทตั้งชื่อให้ลูกสาว .
"พริมโรสหรอคะ? " โลลิต้ามองหน้าสามีแล้วหันไปมองทารกน้อยในอ้อมแขนอีกครั้งหนึ่ง.
"คุณพ่อเป็นตั้งชื่อนี้นะลูก" เธอบอกกับลูกสาวพร้อมกับจุมพิตหน้าผากลูกน้อยเบาๆ
"พี่คิดชื่อนี้ไว้ตั้งแต่วันที่รู้ว่าเธอท้องแล้วล่ะ"
ธามไทบอกเธอเพราะอยากได้ลูกสาวมาตั้งแต่แรกอยู่แล้วและเขาก็ทายเพศลูกไว้ตั้งแต่ยังไม่ได้อัลตราซาวนด์ด้วยซ้ำ
"ลี่ก็ชอบชื่อนี้เหมือนกันค่ะ"
.
.
.
ในที่สุดหมอก็อนุญาตให้โลลิต้ากับลูกกลับมาอยู่ที่บ้าน อรวรรณแม่ของเธอก็รีบลงมากรุงเทพฯ ทันทีที่รู้ว่าหลานคลอดแล้ว ในขณะที่คุณหญิงกัลยาแม่ของธามไทก็เห่อหลานคนแรกไม่แพ้ใคร
"มีคนแย่งกันช่วยเราสองคนเลี้ยงลูกแล้วล่ะ" ธามไทบอกยิ้มๆ
"นั่นสิคะ แต่ลี่ก็เกรงใจทั้งคุณแม่ของพี่ธามแล้วก็แม่ของลี่มากเลยค่ะ" เธอบอกกับธามไท.
"อีกอย่างลี่กลัวจะเกิดศึกแย่งหลานกันนี่สิคะ" โลลิต้าบอกเขาด้วยความกังวล.
"งั้นเราก็มีหลานให้พวกท่านอีกสิจะได้ไม่ต้องแย่งกัน" ธามไทเข้ามาสวมกอดเมียรักจากด้านหลังแล้วเอาคางเกยไหล่เธอเบาๆ . .
ดูเหมือนทุกอย่างจะเข้าทางธามไทไปซะหมด เขาบอกเธอว่าอยากมีลูกสัก4คน ซึ่งแน่นอนว่าโลลิต้าไม่ได้ตกปากรับคำเพราะเธอยังเข็ดกับอาการแพ้ท้องจนต้องล้มหมอนนอนเสื่ออยู่เลย .
"ว่าไง ตกลงมั้ย" ธามไทรบเร้าเธอ.
"ลี่จะตกลงถ้าพี่ธามสารภาพความจริงกับลี่ค่ะ"
"ความจริงอะไร? " ธามไทขมวดคิ้วเพราะนึกไม่ออกจริงๆ ว่าเขาไปโกหกอะไรเธอ.
"ตอนที่ลี่อยู่คิวบา พี่ธามแอบทำอะไรบ้างที่ลี่ยังไม่รู้บ้างคะ? " เธอแกล้งถามเขาและคำถามนั้นก็ทำให้คนฟังต้องชะงัก.
"ว่าไงคะ" เธอหันมาเผชิญหน้ากับเขาพร้อมกับมองสบตาชายหนุ่ม.
"พี่ไม่เคยมองใครนอกจากเธอนี่” ธามไทต้องเฉไฉ
“ก็เลยแอบตามดูลี่ที่คิวบาอยู่ตั้งสองปีแบบนั้นหรอคะ?” เธอย้อนถามเขาและนั่นก็ทำให้ชายหนุ่มชะงักไป โลลิต้ารู้ได้อย่างไรกัน
“ลิลลี่....” ธามไทดึงมือหญิงสาวมาจับไว้.
“พี่ขอโทษที่ทำตามสัญญากับเธอไม่ได้ เธอไม่รู้หรอกว่าสองปีนั้นพี่ต้องทนทรมานเพราะคิดถึงเธอแค่ไหน”
ธามไทกลัวเหลือเกินว่าเรื่องนี้จะทำให้เธอกับเขาต้องผิดใจกันอีก ในขณะที่โลลิต้าได้แต่ได้แต่ฟังเขาเงียบๆ
“ทั้งหมดที่พี่ทำไปก็เพราะว่าพี่รักเธอมากนะลิลลี่”
“ยกโทษให้พี่เถอะนะ” ยิ่งหญิงสาวเงียบเขาก็ยิ่งกลัวใจของเธอ .
“ลี่ก็ไม่ได้โกรธอะไรพี่ธามนี่คะ” เธอบอกเขาพร้อมกับยกมือขึ้นเกลี่ยไรหนวดของสามีเบาๆ แล้วสบตาเขาด้วยความขอบคุณ
“ขอบคุณนะคะที่รอลี่”
“ขอบคุณที่ไม่เปลี่ยนใจไปจากผู้หญิงคนนี้”
เธอขอบคุณเขาจากใจ ถ้าหากเขาไม่รอเธอและมีใครมาแทนที่ตัวเอง....หญิงสาวก็ไม่รู้เลยว่าเธอจะต้องเสียใจมากขนาดไหน
“ก็เธอเป็นดวงใจของพี่นี่” เขาบอกเธอยิ้มๆ พร้อมกับดึงเมียรักมากอดไว้
“ลี่ก็รักพี่ธามมากนะคะ” เธอบอกเขาแล้วซุกอกแกร่งอย่างมีความสุข
—จบบริบูรณ์--
ไรท์ขอฝากนิยายของหนูปราง ซึ่งเป็นนิยายรุ่นลูกต่อจากนิยายเรื่อง ‘ชังรัก วิวาห์ลวง’ ตอนนี้ไรท์เริ่มเอามาลงหลายตอนแล้วนะคะ เข้าไปอ่านต่อได้ในนิยายใหม่รุ่นลูกเรื่อง ‘หอมกลิ่นราชาวดี’ ฝากด้วยนะคะ