ตอนที่ 27 น้องชายข้าไม่เป็นขันทีเด็ดขาด (1)
น้ำตาของผู้หญิงแต่ละคนยังไม่ทันแห้งดี อันลี่เปิ่นก็กลับถึงบ้าน วันนี้เขาล่ากระต่ายป่าได้สามตัวและไก่ป่าสองตัว ถือว่าได้ผลลัพธ์ค่อนข้างดี อย่างไรการที่ตอนเช้าเขาสามารถชิงผลประโยชน์ที่ควรเป็นของบ้านตนมาได้ ก็ทำให้เขาอารมณ์ดี เวลาทำอะไรก็ราบรื่นไปหมด
เพียงแต่ อันลี่เปิ่นแอบเอาไก่ป่าตัวหนึ่งไปขายให้ภัตตาคารแห่งหนึ่งในตำบล จากนั้นก็แลกเป็นเงินแล้วซื้อซาลาเปากลับมาบ้าน เขาไม่ได้ทำเหมือนแต่ก่อนที่เอาของที่ได้ทั้งหมดให้ที่บ้าน ตอนนี้ใจเขาชาไปหมดแล้ว เพียงแต่นิสัยอ่อนแอไปบ้าง ตอนนี้พอถูกอันเสี่ยวเย่ว์กระตุ้น ก็ไปกระตุ้นเลือดความเป็นผู้ชายในร่างให้ตื่นขึ้นมา เขาเริ่มพยายามคิดที่จะดูแลและปกป้องภรรยากับลูกของตนเอง
อันลี่เปิ่นกลับมาที่บ้านอย่างตื่นเต้น แต่กลับเห็นผู้หญิงแต่ละคนน้ำตายังไม่ทันแห้ง “พวกเจ้า...พวกเจ้าเป็นอะไรหรือ ใครรังแกพวกเจ้า”
อันเสี่ยวเย่ว์หยิบขนมที่นำกลับมาจากบ้านเจ้าของที่ดินเกาออกมา พลางเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้อันลี่เปิ่นฟัง “ท่านพ่อ ท่านป้าสะใภ้ใหญ่และท่านแม่มีความคิดจะหนี แต่ข้าคิดว่าพวกเราไม่มีเงิน อีกทั้งยังมีคนมาก อย่างไรก็หนีไม่พ้น ต่อให้โชคดีหนีพ้น แต่ก็อาจไปหิวตายเอากลางทาง”
“เสี่ยวเย่ว์พูดถูก! ต่อให้หนีพ้น ไม่มีเงิน ไม่มีอาหาร อาศัยแค่ขาสองข้าง ถ้าไม่หิวตายก็ต้องเหนื่อยตาย หนาวตาย” อันลี่เปิ่นอย่างไรก็เป็นผู้ชาย เข้าใจเจตนาของอันเสี่ยวเย่ว์ในทันที “เสี่ยวเย่ว์ เจ้ามีวิธีอะไร พูดออกมา พวกเรามาวางแผนกัน”
แผนของอันเสี่ยวเย่ว์อยู่ในขั้นตอนกำลังคิด ยังพูดอะไรมากไม่ได้ และการจะทำตามแผนก็ไม่ต้องให้อันลี่เปิ่นกับคนในห้องนี้ลงมือด้วย “ท่านพ่อ ทุกอย่างข้าต้องรอได้ข่าวจากเจ้าของที่ดินเกาพรุ่งนี้เช้าก่อน พอคำนวณดูแล้ว ข้าค่อยลงมือ ส่วนท่านพ่อ ท่านแม่และป้าสะใภ้ใหญ่ พวกท่านก็ทำใจไว้ล่วงหน้าเลยว่าจะเจอกับสิ่งที่เลวร้ายที่สุด ต่อให้ข้ามั่นใจ ข้าก็ยังหวังว่าพวกท่านจะสามารถเตรียมตัวหนีไว้ล่วงหน้า อย่างไรนี่ก็เป็นทางสุดท้ายของพวกเรา”
“ใช่ ใช่! เสี่ยวเย่ว์พูดถูก!” ฝานซื่อพยักหน้าไม่หยุด นางเสียลูกไปคนหนึ่งแล้ว นางจะไม่ยอมให้เสี่ยวเหมย ลูกสาวคนเดียวต้องถูกส่งไปเป็นสาวใช้ของเจ้าของบ้านใจดำอีก ต่อให้ไม่ตายก็ต้องหนังถลอกแน่!
“ท่านพ่อ หลายวันนี้พอท่านล่าสัตว์แล้ว พยายามเอาไปแลกเงิน ทุกวันเอาของกลับมาส่งให้ที่บ้านสักอย่างสองอย่างก็พอแล้ว ส่วนเรื่องซ่อนเงิน...” อันเสี่ยวเย่ว์ขมวดคิ้ว นางไม่อยากจะไปรบกวนเจ้าของที่ดินเกาอีก โดยเฉพาะเรื่องเงิน นางไม่ชอบอาศัยคนอื่น ที่สำคัญคือในยุคนี้ยังไม่มีบัตรหรือธนาคาร เหรียญทองแดง เหรียญเงินก็หนักมาก ถ้ามากเข้าหน่อย อย่างไรก็ไม่สามารถพกติดตัวได้ แต่จะเอาไปแลกเป็นตั๋วเงินที่ร้านแลกเงินก็ไม่ได้
“เรื่องเงินเจ้าไม่ต้องกังวล พ่อจะซ่อนเอาไว้ในรังนกบนเขาเอง” อันลี่เปิ่นพูด
ตอนนี้เอง อันลี่เปิ่นถึงนึกได้ว่าในตัวยังมีซาลาเปาอยู่ “มา เด็กๆ มากินซาลาเปา นี่เป็นส่วนที่วันนี้พ่อขโมยไก่ป่าหนึ่งตัวไปขายแล้วแลกมาได้ ยังมีเงินเหลืออีกหลายทองแดง ข้าจะไม่ใช้แล้ว หากถึงขั้นที่ต้องหนีกันจริงๆ ระหว่างทางยังใช้ได้”
“ท่านพ่อ ท่านดีเกินไปแล้ว วันนี้พวกเราต่างก็ไม่ได้กินข้าวเย็น คิดไม่ถึงว่านอกจากขนมที่พี่หญิงรองเอามาแล้ว ยังมีซาลาเปาของท่านพ่ออีก ข้าดีใจมากจริงๆ” อันหยวนเซิงยิ้ม
“ท่านพ่อ วันนี้ท่านย่าจงใจหาเรื่อง พวกเราไปซักเสื้อผ้ากันทั้งวันยังไม่มีข้าวให้กินอีก วันนี้ท่านย่ายังเข้ามาค้นบ้านพวกเราด้วย ข้าคิดดูแล้ว คงต้องเป็นเพราะเช้าวันนี้พวกเรากินเนื้อไก่ป่าแน่ นางคงคิดหาเหตุผลมาแก้แค้น” อันเสี่ยวเย่ว์พูด แต่นางไม่ได้เสียใจ เพราะที่บ้านตระกูลอัน บ้านใหญ่กับบ้านรองก็ถูกรังแกมาตลอดอยู่แล้ว แสดงอารมณ์ออกมาบ้างยังพอมีทางรอด แต่ถ้าเงียบต่อไปก็ได้แต่รอคอยความตาย ดังนั้นหากต้องถูกทารุณไปเรื่อยๆ สู้ลุกขึ้นมาต่อต้านดีกว่า
“เสี่ยวเย่ว์ พ่อออกไปแล้ว หากวิธีของเจ้าไม่ได้ผล พวกเราก็หนี” อันลี่เปิ่นมองลูกๆ อย่างปวดใจแล้วถามฝานซื่อ “พี่สะใภ้ใหญ่ คืนนี้พี่ใหญ่กลับบ้านหรือไม่”
“กลับมาไม่ได้ แต่ว่าข้าไปหาเขาได้ ไปบอกเขาไว้บ้าง เสี่ยวเย่ว์รักษาอาการป่วยของลูกชายเจ้าของที่ดินเกาจนหาย ตอนนี้เจ้าของที่ดินเกาใจกว้างกับพ่อเสี่ยวเหมยมาก ข้าไปพูดกับเขาไม่นาน เจ้าของที่ดินเกาไม่ว่าอะไรข้า” ฝานซื่อพูด “เพียงแต่ ข้าไม่รู้ว่าข้ายังทำอะไรได้อีก”
“ป้าสะใภ้ใหญ่ อย่างแรก ท่านต้องให้ลุงใหญ่มีความคิดเช่นเดียวกับพวกเราก่อน หากถึงตอนสำคัญเขาจะพลาดไม่ได้ อย่างที่สอง หากเป็นไปได้ อาศัยตอนที่ทำกับข้าวกับท่านแม่ข้า แอบขโมยข้าวโพดเอาไว้ หรือของกินอย่างอื่น ระหว่างทางจะได้กินได้ อย่างที่สาม เก็บเสื้อผ้าให้ดี ถ้าต้องไป ก็ต้องไปได้ทันที” อันเสี่ยวเย่ว์พูด “ท่านแม่เองก็เหมือนกัน ของที่พวกเราจะเอาไป ต้องเก็บให้ดีก่อน พวกเราคนมาก ยิ่งต้องเตรียมตัวล่วงหน้า”
“ท่านแม่ ป้าสะใภ้ใหญ่ ตอนที่พวกท่านแอบขโมยอาหารจะต้องระวังให้มาก ถ้าไม่มีโอกาส ก็ต้องยอมที่จะไม่ขโมยดีกว่าถูกท่านย่าจับได้ โดนด่าโดนตีแล้วยังอาจจะถูกคาดเดาแผนการของพวกเราได้อีก นั่นต่างหากที่ยุ่งยาก! อย่างไรถ้าออกไปแล้ว ข้ามีวิชาแพทย์ติดตัว ท่านพ่อกับท่านลุงใหญ่ก็มีกำลัง ถ้าโชคดี พวกเราก็ไม่ถึงกับอด” อันเสี่ยวเย่ว์กำหมัด “แน่นอนว่า พวกท่านเองก็ต้องเชื่อในความสามารถของข้า ไม่แน่ว่าอาจจะพ้นเคราะห์นี้ได้”