บทที่3
สตรีหมายเลขหนึ่ง
"เดี๋ยวพี่ยุเอาสร้อยไข่มุกชุดโพไซดอนวางพาดกับท่อนไม้อันนี้นะคะ ส่วนต่างหูให้อยู่ในเปลืองหอยฟ้าอยากให้แขกที่มาชมได้ัักลิ่นอายจากทะเล"
"ได้ค่ะคุณสุภาพิชญ์"ยุภาวดีเลขาสาวรับคำคำสั่งจากเ้านายแสนสวย เธอเดินไปหยิบไข่มุขชุดโพไซดอนจากแบรนด์Supaphitมาวางตามคำสั่ง สร้อยถูกจัดวางให้อยู่ในตำแหน่งแสงส่องถึงไข่มุขที่ถูกจัดเรียงด้วยความประณีตอย่างสวยงามพอถูกแสงจากหลอดไฟก็ยิ่งทำให้มันวาวขึ้นราวกับมีชีวิต
สร้อยไข่มุขประดับด้วยทองคำขาวบริสุทธิ์ระยิบระยับเหมือนแสงอาทิตย์ตกกระทบผิวน้ำทะเล สุภาพิชญ์ออกแบบโดยเน้นความสวยงามแต่เรียบหรูถึงจะเป็เส้นที่ไม่ใหญ่มากเหมือนเครื่องประดับชิ้นอื่น แต่ตัวสร้อยมีความประณีตกว่าใครๆเนื่องจากต้องใช้ทองคำสีขาวเจียระไนวางลงไปทีละเม็ดหากมองดูในระยะใกล้ก็เหมือนหาดทรายที่เรียงตัวตามเรียวคลื่นที่โอบกอดไข่มุขสีชมพูไว้ตรงกลาง
"ถึงไหนแล้วลูก"
"ใกล้เสร็จแล้วค่ะแม่ เหลือแค่ตรวจเช็คความเรียบร้อยอีกนิดหน่อย"
"มีอะไรให้พี่ช่วยไหมคะดีไซเนอร์คนเก่ง"
"พี่ฝันมาได้ยังไงคะ"สุภาพิชญ์รีบวิ่งเข้าไปกอดสุพิชชาผู้เป็พี่สาวอย่างคิดถึง เพราะั้แ่ที่เธอแต่งงานออกไปใช้ชีวิตคู่ไม่ง่ายเลยที่จะได้มาพบหน้ากันแบบนี้ เนื่องจากต่างฝ่ายต่างก็ทำงานจึงหาเวลาว่างตรงกันค่อนข้างยาก
"แล้วนี่พี่กรมาด้วยรึป่าว"
"กรไม่ว่างจ้ะมีประชุมด่วนที่บริษัทพี่เลยรีบชิ่งมาก่อน กลัวจะไม่ทันเห็นน้องสาวคนสวยเดินแบบชุดเครื่องเพชรราคาร้อยล้าน"
"พี่ฝันก็พูดเกิดไปไม่ถึงร้อยล้านสักหน่อย"
"แค่ฟ้าใส่เดินราคาก็พุ่งสูงปรี๊ดติดเพดานแล้ว"สุภาพิชญ์หัวเราะกับคำเยินยอของพี่สาวอย่างออกนอกหน้า เธอรู้สึกดีใจมากที่ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าแบบนี้เพราะั้แ่ที่พุฒิภัทร บิดาของเธอเสียไปจากอุบัติเหตุทางรถยนต์สุดารัตน์ผู้เป็มารดาก็ต้องทำงานหนักเพื่อให้สองพี่น้องได้เรียนตามใจหวัง หลังจากเรียนจบมีงานทำก็ยุ่งซะจนไม่ได้กลับบ้านมาหลายเดือน
"ว้าว สร้อยไข่มุขเส้นนี้สวยจังเลย"
"เป็คอลเลคชั่นใหม่ของฟ้าเองค่ะ เน้นความสวยงามของเพชรและดีไซน์เรียบหรูเหมือนเ้าหญิง"
"ชั่งคิดนะเรา"
"ฟ้าว่าจะลองทำขึ้นมาอีกชิ้นนึงโดยใช้เพชรสีชมพูกับไข่มุขสีขาว แต่ตอนนี้กำลังออกแบบลายและรูปร่างอยู่"
"ถ้าเสร็จแล้วพี่ขอดูบ้างนะ คงจะสวยน่าดู"
"ได้แน่นอนค่ะสำหรับพี่ฝัน จะมาเมื่อไหร่ฟ้าก็ยินดีต้อนรับเสมอ"สุพิชชาบีบจมูกน้องสาวของเธออย่างหมั่นเขี้ยว ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะโตจนสามารถแต่งงานได้แล้วแต่ก็ยังมีความรักใครกลมเกลียวกันนั่นจึงทำให้มารดาอย่างสุดารัตน์มองภาพตรงหน้าแล้วยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
"สวัสดีครับคุณน้า"
"อ้าว สวัสดีจ้ะตาอคินมานานรึยังแล้วคุณพ่อมาด้วยรึป่าว"
"ผมพึ่งจะมาถึงเมื่อกี้ครับ พอจอดรถเสร็จก็รีบตรงมาหาน้องเหนือฟ้าเลย"คณานนท์ส่งยิ้มหวานมาให้สุภาพิชญ์เธอเองก็ยิ้มกลับไปอย่างฝืนใจเพราะไม่ชอบสายตาที่อีกฝ่ายใช้มองตนสักเท่าไหร่ จึงดึงพี่สาวอย่างสุพิชชามาเป็ไม้กันหมาให้
"ส่วนคุณพ่อกำลังยืนคุยอยู่กับมิสเตอร์เจมส์ด้านนู้นครับ"
"มิสเตอร์เจมส์ที่ว่าคือนักค้าอัญมณีเหรอคะ"
"ใช่ครับตอนนี้ในวงการอัญมณีไม่ว่าใครก็ต้องรู้จักมิสเตอร์เจมส์นักค้าอัญมณีรายใหญ่ฝั่งยุโรปทั้งนั้น เห็นว่ากำลังสนใจอัญมณีทางเอเชียอยู่จึงบินมาร่วมงานนี้โดยเฉพาะ"
"หมายความว่าเพชรส่วนใหญ่ในงานประมูลของฝั่งยุโรปก็มาจากเขาใช่ไหมคะ"
"ประมาณนั้นครับ มิสเตอร์เจมส์จะท่องไปรอบโลกเพื่อหาซื้ออัญมณีทั้งหาง่ายและหายากเพื่อเก็บสะสมไว้ ชิ้นไหนเบื่อแล้วก็จะส่งต่อให้งานประมูลเอาเงินเข้าการกุศล ถ้าน้องเหนือฟ้าสนใจเพชรพลอยชิ้นไหนบอกพี่ได้พ่อพี่ทำงานร่วมกับมิตเตอร์เจมส์มานานไม่ว่าอัญมณีเม็ดนั้นจะหายากแค่ไหนพี่ก็จะหามาให้น้องเหนือฟ้า"
ทั้งสุภาพิชญ์และสุพิชชาเกือบอาเจียนออกมาด้วยคำหวานเลี่ยนของผู้ชายตรงหน้า แต่เธอต้องพยายามเก็บอาการพะอืดพะอมนี้ไว้เพื่อไม่ให้เป็การเสียมารยาท แต่ดูท่าว่าสุดารัตน์ผู้เป็มารดาจะถูกอกถูกใจว่าที่ลูกเขยคนนี้ซะเหลือเกินเพราะเอาแต่ส่งซิกให้ลูกสาวคนเล็กตอบรับไมตรีจิตของคณานนท์ไป
"ขอบคุณพี่อคินมากๆแต่่นี้ฟ้าเน้นออกแบบเครื่องประดับไข่มุขมากกว่า"
"น้องเหนือฟ้า้ามุขแบบไหนเดี๋ยวพี่จะให้คนไปจัดหามาให้"
"ฟ้าชอบไข่มุขแบบธรรมชาติค่ะ ไม่ชอบไข่มุขเลี้ยงหรือเร่งเก็บก่อนที่มุขจะโตเต็มที่"สุพิชชาแอบตีแขนน้องสาวของเธออย่างไม่จริงจังนัก เพราะสุภาพิชญ์ใช้คำพูดปฏิเสธความหวังดีของคณานนท์อย่างเสียมารยาทหากสุดารัตน์อยู่ใกล้เธอเองก็คงจะหยิกแขนลูกสาวคนเล็กของตนด้วยเหมือนกัน
"เชิญคุณสุภาพิชญ์แต่งตัวที่ห้องหมายเลข3ได้แล้วค่ะ"
"เดี๋ยวฟ้าตามไปนะคะ"สุภาพิชญ์หันไปบอกทีมงานแล้วเดินไปหยิบกระเป๋าถือของตนมาสะพายพร้อมทั้งฝากฝังงานให้ยุภาวดีทำต่อ
"ฟ้าไปก่อนนะคะแม่พี่ฝัน...พี่อคิน"
"จ้ะไม่ต้องห่วงทางนี้เดี๋ยวพี่ช่วยคุณยุดูแลเอง"
"ตาอคินไปส่งน้องที่ห้องแต่งตัวให้น้าทีสิจ้ะ"
"ฟ้าไปเองได้ค่ะไม่หลงหรอก"
"แม่ไม่ได้กลัวลูกหลงแต่กลัวว่าจะเดินดูเพชรเพลินซะจนลืมไปแต่งตัวต่างหาก"
"ใครจะไปทำอย่างงั้นคะ ฟ้ารู้หน้าที่ตัวเองดีน่า"
"ไม่รู้ล่ะ ตาอคินไปส่งน้องให้น้าหน่อยนะ"
"ด้วยความยินดีครับ"คณานนท์ยิ้มรับคำสั่งสุดารัตน์ด้วยความเต็มใจ มีเพียงสุภาพิชญ์เท่านั้นที่ไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับความคิดของมารดาสักเท่าไหร่ ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าสุดารัตน์ตั้งใจจะสร้างโอกาสให้พวกเขาทั้งคู่ได้มีเวลาอยู่ด้วยกัน
"เชิญทางนี้ครับน้องเหนือฟ้า"สุภาพิชญ์ทำหน้าเบื่อหน่ายแต่สุพิชชาผู้เป็พี่สาวคอยชูสองนิ้วให้กำลังใจด้วยความหักเหิม เธอรู้ว่าน้องสาวตัวเองไม่ได้มีใจให้คณานนท์เลยแม้แต่น้อยสุพิชชาเข้าใจดีว่าการถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักนั้นรู้สึกทรมานแค่ไหน แต่เธอโชคดีนักที่ได้พบกับกรณัฐอีกฝ่ายเป็คนดีมากไม่อยากเลยที่จะทำให้เธอตกหลุมรัก แต่จะขัดใจผู้เป็แม่ก็คงไม่ได้จึงตั้งใจจะคอยช่วยอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆดีกว่า
"เมื่อกี้ที่น้องเหนือฟ้าบอกว่ากำลังสนใจไข่มุขอยู่ ไม่ทราบไปหามาจากไหนเหรอครับ"
"ฟ้าหามาเองค่ะ"
"หมายถึงไปติดต่อหาซื้อเอง?"
"ไม่ใช่ค่ะ ฟ้าดำน้ำลงไปเก็บเอง"
"จริงเหรอครับ ทำไมถึงไม่จ้างคนลงไปเอามาให้ล่ะแบบนั้นอันตรายจะตาย"
"สีสันความมันวาวและความแข็งแรงของไข่มุขจะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของน้ำทะเลและพื้นที่อยู่อาศัย ฟ้าอยากเลือกหอยมุขที่ดีที่สุดมาทำเครื่องประดับก็เลยตัดสินใจว่าจะหามาเองค่ะ"
"เก่งจังเลยนะครับไว้วันหลังพี่ไปด้วยได้ไหม พี่เองก็อยากเห็นหอยมุขในทะเลจริงๆสักครั้งเหมือนกัน"สุภาพิชญ์เพียงยิ้มรับแต่ก็ไม่ได้พูดตกปากรับคำ พรางพยายามเร่งฝีเท้าให้ไวขึ้นเพราะอยากจะหนีจากคณานนท์ไวๆจนไม่ทันระวังเผลอเดินชนกับแขกในงานท่านอื่น
ตุ๊บ
"อุ๊ย"
"ขอโทษครับ"ขณะที่สุภาพิชญ์กำลังจะล้มอีกฝ่ายกลับมีปฏิกิริยาที่ไวกว่า รีบหันมาประคองตัวเธอไว้ได้ทันแล้วกล่าวขอโทษเธอทันที
"คุณไม่เป็ไรนะ"
"ไม่ค่ะฉันผิดเองที่เดินไม่ระวังต้องขอโทษคุณ…คุณ!"ปฏิกิริยาของทั้งคู่ค้างอยู่กลางอากาศสุภาพิชญ์จำหน้าของผู้ชายคนนี้ได้อย่างดีเพราะวันก่อนเธอพึ่งจะกัดมือและเหยียบเท้าเขาไปหมาดๆ ที่มืออีกฝ่ายยังคงมีรอยฟันของเธอถึงจะไม่ชัดเจนแต่ก็เห็นเป็รูปเป็ร่างอยู่เลย
"เป็อะไรไหมครับน้องเหนือฟ้า"
"ฟ้าไม่เป็ไรค่ะพี่อคิน"คณาคนนท์เข้ามาช่วยประคองสุภาพิชญ์ให้ยืนตรง แล้วผลักผู้ชายที่ช่วยเธอออกไปให้ห่าง เขามีสีหน้าไม่พอใจที่ผู้ชายคนนั้นแตะต้องตัวของสุภาพิชญ์เพราะแค่จับมือคณานนท์ยังไม่เคยทำด้วยซ้ำ
"คุณมาที่นี่ได้ยังไงนี่มันงานเฉพาะผู้มีบัตรเชิญเท่านั้น แอบเข้าอีกแล้วเหรอ"
"จะบ้าเหรอคุณงานใหญ่ขนาดนี้การ์ดเดินกันให้ควัก หนูสักตัววิ่งผ่านยังต้องคิดหนักไม่มีทางที่ผมจะแอบเข้ามาได้อยู่แล้ว อีกอย่างผมก็เดินเข้ามาตรงๆ จากทางประตูเหมือนคุณไม่ได้แอบเข้ามาแบบที่ใครบางคนคิด"
"นี่งานสำหรับVIPนะคุณมีบัตรเชิญเหรอ"
"ผมก็คงจะเป็หนึ่งในVIPที่คุณว่าเพราะมีบัตรเชิญร่วมงานถูกส่งมาที่บ้าน "
"งั้นฉันถามใหม่คุณมาทำอะไรที่นี่"
"มีบัตรเชิญผมก็มาตามคำเชิญสิครับ"
"แน่ใจเหรอว่ามาตามคำเขิญไม่ใช่มาเพื่อคิดจะทำอะไรบางอย่าง"
"คนทำน่าจะเป็คุณมากกว่ามั้ง หวังว่าคราวนี้จะฉลาดกว่าครั้งที่แล้วนะ"
"แอ๊ะ!นี่คุณ"
"น้องเหนือฟ้ารู้จักผู้ชายคนนี้ด้วยเหรอครับ"คณานนท์ตั้งใจถามแทรกออกไปกลางบทสนทนาเพื่อเตือนอีกสองคนว่ามีบุคลที่สามอย่างเขายืนหัวโด่อยู่ด้วย
คณานนท์เริ่มทำสีหน้าไม่พอใจใส่เมื่อมีคนทำท่าสนิทสนมกับสุภาพิชญ์ต่อหน้าจึงแสดงความเป็เ้าของโดยการโอบเอวหญิงสาว แต่ก็ถูกสุภาพิชญ์ทำท่าไม่พอใจแต่มีหรือที่คณานนท์คนนี้จะสนใจในเมื่อเขาอยากแสดงให้ผู้ชายคนนั้นเห็นว่าเธอเป็ของเขา
"ไม่รู้จักค่ะ"
"จริงเหรอครับ"
"จริงครับพวกเราไม่รู้จักกันเลย"
"ผมไม่ได้ถามคุณ"คณานนท์พาลหาเื่อีกฝ่ายโต้งๆไม่มีความหักห้ามใจหรือเก็บอารมณ์ใดๆทั้งสิ้น ยิ่งทำให้สุภาพิชญ์รู้สึกอึดอัดเข้าไปใหญ่ที่คณานนท์ทำตัวเป็เ้าเข้าเ้าของของเธอต่อหน้าคนอื่นอีกแล้ว
"พี่อคินไม่ไปหาคุณลุงเหรอคะ ป่านนี้คุณลุงคงตามหาตัวแย่แล้ว"
"เดี๋ยวพี่ไปส่งน้องเหนือฟ้าถึงห้องแต่งตัวก่อนแล้วค่อยไปก็ได้ครับ"
"งั้นก็รีบไปกันเถอะค่ะ"สุภาพิชญ์ใช้จังหวะนี้จับแขนของคณานนท์ที่กอดเอวบางอยู่ออก ทำให้คณานนท์รู้สึกเสียหน้าเพราะทำแบบนี้ก็แปลว่าเธอปฏิเสธเขาต่อหน้าผู้ชายคนนั้น คนที่ตั้งใจแสดงออกให้เห็นว่าสุภาพิชญ์เป็ของเขา
"มีอะไรรึป่าววะไอ้เวหา"
"ป่าวแค่อุบัติเหตุนิดหน่อย"
"ไม่มีอะไรก็ดีแล้วรีบไปเหอะงานกำลังจะเริ่ม"ตอนนี้สุภาพิชญ์รู้แล้วว่าผู้ชายที่เธอทำร้ายร่างกายเมื่อวันก่อนมีชื่อเล่นว่าเวหา ยิ่งทำให้รู้สึกไม่ดีเข้าไปอีกเพราะชื่อเล่นของเธอและเขามีความหมายคล้ายๆกันแต่อย่างน้อยชื่อเธอก็อยู่สูงกว่าอีกฝ่ายล่ะนะ
"แอ๊ะ!ผมว่าผมรู้จักคุณนะ"
"แกรู้จักผู้หญิงคนนี้ด้วยเหรอวะไอ้ธาร"
"ไม่รู้จักสิแปลก อย่าบอกนะว่าแกไม่รู้จักเธอ"
"ไม่"
"โธ่ ออกจากเหมืองแร่ขึ้นมาดูโลกกว้างบ้างนะปัจจุบันโลกหมุนไปถึงไหนต่อไหนแล้ว อย่ามัวแต่ขุดดินกะเทาะหินระวังเถอะจะกลายเป็มนุษย์ถ้ำเข้าสักวัน"
"แกกล้าว่าฉันขนาดนี้เลยเรอะ"สืบสินธ์ุส่งยิ้มหวานบาดใจให้สุภาพิชญ์โดยไม่สนใจเลยว่าตอนนี้ทิพากรนั้นอยากจะขย่ำหัวเขาเต็มทีแล้ว แต่กลับััได้ถึงแววตาไม่พอใจของคณานนท์ที่จ้องมองมาสืบสินธ์ุไม่รู้สึกสะทกสะท้านเลยสักนิดกลับรู้สึกสนุกขึ้นอีกต่างหาก เพราะนิสัยกวนๆจอมทะเล้นของเขายิ่งทำให้อยากแหย่คณานนท์ขึ้นไปอีกเมื่อเห็นสายตาที่อีกฝ่ายใช้มองตนกับทิพากร
"เธอชื่อสุภาพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ นางแบบและนักออกแบบเครื่องประดับที่ถูกชวนให้มาเดินแบบวันนี้"
"นางแบบ?"
"อ่าฮะ"
"จริงเหรอวะ"
"ทำไมต้องทำหน้าไม่เชื่อขนาดนั้น ฉันดูไม่เหมือนนางแบบตรงไหนไม่ทราบ"
"เพราะไม่น่าเชื่อว่าคนแบบนี้จะใส่เครื่องเพชรเดินบนเวทีได้"
"คนแบบนี้ที่นายพูดหมายถึงแบบไหนย่ะ"
"คุณกระโดกกระเดกจะตายวันก่อนก็ทำร้ายร่างกายผม ขืนไปเดินโชว์บนเวทีได้มีหกล้มหน้าคว่ำแน่"
"นี่นายแช่งฉันเหรอ"
"พี่ว่าเรารีบไปกันเถอะครับน้องเหนือฟ้า งานใกล้จะเริ่มแล้วเดี๋ยวจะสายเอา"
"ค่ะพี่อคิน"คณานนท์มีน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจนักที่เห็นว่าสุภาพิชญ์ทำตัวสนิทสนมกับทิพากรและสืบสินธ์ุ เธอเดินผ่านหน้าทั้งคู่ไปยังห้องแต่งตัวโดยแอบสบสายตากับทิพากรเนื่องจากยังไม่หายสงสัยว่าอีกฝ่ายมาทำอะไรที่นี่
บัตรเข้างานระดับVIPแบบนี้ทิพากรไปหามาจากไหน ส่วนมากคนที่ได้รับบัตรเชิญหากไม่ใช่เซเลปก็จะเป็คนนักธุรกิจและผู้ที่มีชื่อเสียงในวงการอัญมณี เธอเองก็ไปมาหลายๆงานแต่ไม่เคยเห็นทิพากรเลยสักครั้งแต่กลับมีความรู้สึกว่าอาจจะต้องกันอีกครั้งในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน
"แกไปรู้จักผู้หญิงคนนั้นที่ไหน"
"จากแผ่นพับที่ถูกแจกให้หน้างานนี่ไง รูปเธออยู่หน้าแรกเลยนะ"
"โธ่แล้วทำมาเป็คุย"
"ฮะๆ ฉันจะรู้จักไหมไม่แปลกว่าแต่แกเถอะไปรู้จักกับนางแบบดีไซเนอร์เครื่องประดับคนนั้นได้ยังไง ต่อให้ปฏิเสธก็ไม่เชื่อเพราะเมื่อกี้ที่คุยกันบอกว่าเป็คำต่อล้อต่อเถียงข้าวใหม่ปลามันจะน่าเชื่อซะกว่าอีก"
"ข้าวใหม่ปลามันบ้านแกสิ"
"นานๆ ทีจะกลับบ้านก็นึกว่าหลงเสน่ห์นางถ้ำที่ไหนไปแล้ว แต่ผิดคาดแกนี่ตาถึงไม่เบาเหมือนกันนะ"
"อะไรของแก ไร้สาระ"
"บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าแกสองคนไปรู้จักกันได้ยังไง"
"มันเื่ของฉันไม่จำเป็ต้องบอกแก"
"อะไรวะเดี๋ยวนี้หัดมีความลับกับเพื่อนรึไง"
"พูดมากจังห๊ะ ตกลงว่าวันนี้จะมาช่วยฉันรึมากวนประสาทกันแน่"
"ทั้งสองอย่าง"
"ไอ้บ้าเอ้ย"
"เอาน่าเพื่อนวันนี้ไอ้เพลิงมันไม่ว่างก็เลยส่งฉันมาแทน รับรองว่าการปลอมตัวหาข้อมูลฉันก็ไม่แพ้มันหรอก"
"จะพลาดก็ตรงที่ประกาศออกมากลางงานปาวๆนี่แหละ"
"อ้าวเหรอ ฮ่าๆ"
"ไปทำงานได้แล้ว"
"รับทราบครับคุณเวหา"
18:36 น.
ภายในงานจัดแสดงอัญมณีที่มีทั้งคนในวงการบันเทิง นักธุรกิจ เซเลปไฮโซและนักค้าอัญมณีทั่วโลกกำลังทยอยเข้ามาในงานกันอย่างคับคั่ง ั้แ่บริเวณทางเข้างานถูกตกแต่งประดับประดาไปด้วยคริสตัลหลากสีระยิบระยับไม่ต่างอะไรจากดาวบนท้องฟ้า ทางเดินซ้ายขวามีการจัดแสดงอัญมณีตามแบรนด์ต่างๆที่ทางเ้าภาพส่งจดหมายเชิญให้นำเครื่องประดับสุดหรูมาจัดโชว์ให้แขกในงานได้ชม
ไม่ว่าจะเป็แบรนด์ของไทยรึแบรนด์ต่างชาติเองก็นำผลงานที่ตนภูมิใจมาจัดแสดงกันเต็มสองฝั่งทาง แสงไฟบนเวทีเริ่มค่อยๆมืดลงเพื่อต้อนรับการปรากฏตัวของพิธีกรสาวสวยและหนุ่มหล่อที่มาทำหน้าที่ดำเนินงานในค่ำคืนนี้
"สวัสดีแขกผู้มีเกียรติทุกท่านกระผมนายกิตติพงษ์ มั่งมี มีความยินดีเป็อย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสให้มาเป็พิธีกรดำเนินงานในค่ำนี้ครับ"
"ดิฉันเพชรรัตน์ ฤทัยงาม ก็มีความปิติยินดีเช่นกันค่ะ ที่ได้เป็ส่วนหนึ่งของการสร้างปรากฏการณ์ใหม่แก่วงการอัญมณีของไทยให้รู้จักไปทั่วโลก"
"งั้นเราอย่าเสียเวลากันอยู่เลยครับยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่งานJewelry fair in Thailand!!!"
เสียงปรบมือดังระงมไปทั่วห้องประชุมใหญ่แสงสปอร์ตไลฟ์เริ่มเปลี่ยนสี แล้วเจาะจงส่องไปยังนางแบบคนแรกที่เดินขึ้นมา เธอสวมเครื่องประดับสร้อยเพชรและต่างหูระยิบระยับโดยพยายามพรีเซนต์ให้แขกในงานเห็นถึงสิ่งที่เธอสวมใส่อยู่เพื่อเรียกราคาในการประมูลครั้งนี้
"เครื่องประดับที่นางแบบส่วมใส่อยู่มีชื่อว่าheart in the rain หัวใจกลางสายฝนสร้อยคอเพชรที่ใครเห็นก็ต้องประทับใจและเกิดความหลงไหล จุดเด่นคือทับทิมเจียระไนรูปหัวใจสีชมพูเข้มมีน้ำหนัก36.78กะรัต รอบๆประดับเพชรสีขาวบริสุทธิ์น้ำหนักรวม130กะรัต ดีไซน์เรียบง่ายแต่หรูหราสื่อถึงหัวใจของผู้หญิงที่ต่อให้มีอุปสรรคมากแค่ไหนก็ยังสามารถฝ่าฝันผ่านไปได้ จากแบรนด์KJ.Kingdom เราจะเริ่มประมูลกันที่ราคา30ล้านบาท ไม่ทราบว่ามีใครให้มากกว่านี้ไหมคะ"
พิธีกรอธิบายถึงที่มาที่ไปของเพชรและรูปลักษณ์ความหมายที่นักออกแบบตั้งใจรังสรรค์ผลงานขึ้นมา เพื่อเป็ข้อมูลให้แขกในงานได้ตัดสินใจประมูลซื้อ ไม่นานราคาจาก30ล้านก็พุ่งสูงขึ้นไปที่50ล้านบาทและยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดแต่อย่างใดจนกลายเป็าไฮโซขนาดย่อม
"80ล้านบาท!"
"80ล้านบาทจากผู้ยกป้ายหมายเลข68 ไม่ทราบว่ามีใครให้มากกว่านี้ไหมครับ"
"หากไม่มีแล้วดิฉันขออนุญาตนับถอยหลังเลยนะคะ 3…2…1เคาะค่ะ!!"
ป๊อกๆ
"heart in the rain หัวใจกลางสายฝน ถูกประมูลไปด้วยราคา80ล้านบาทเ้าของคนใหม่เป็คนที่เราคุ้นเคยกันดีนั่นก็คือคุณรุ่งรัตน์ กิจวิวัฒน์ เ้าของคอนโดหรูกิจวิวัฒน์ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานครนั่นเองค่ะ!" เสียงปรบมือดังก้องขึ้นอีกครั้งหลังจากคนแรกผ่านไป นางแบบคนต่อไปก็เดินขึ้นมาโชว์สิ้นค้าให้แขกที่มางานได้ร่วมประมูลกันต่อ
"ถ้าเงินจะเหลือกินเหลือใช้ขนาดนั้นไม่เอาไปทำบุญสร้างประโยชน์กันมั่งวะ"สืบสินธ์ุยืนจิบแก้วไวน์อยู่กับทิพากร เขารู้สึกรังเกียจทุกครั้งที่ก้าวเข้ามาในสังคมไฮโซเพราะแต่ละคนก็จ้องจะโชว์อำนาจเงินที่ตนมีให้แก่คนภายนอกได้รับรู้ว่ารวยมากแค่ไหน บางคนทำงานการกุศลก็เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ดูดีต่อหน้าสังคมแต่นั่นก็แค่หน้ากากเป็เพียงการทำความดีที่หวังผลตอบแทน
เนื่องจากทั้งคู่โตมาจากบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าที่มีเงินทุนขาดแคลนจึงเข้าใจดีว่าความลำบากมันคืออะไร ซึ่งต่างจากไฮโซพวกนี้ที่มีเงินทองเหลือใช้แทบอาบแต่ดันเอามาซื้อสร้อยใส่เล่นราคาตั้ง80ล้านบาท ถึงจะเป็เงินตัวเองแต่ก็ควรจะมีสามัญสำนึกต่อส่วนรวมบ้าง
"วันนี้เราแค่มาดูลาดเลาเฉยๆ สนใจแค่เป้าหมายก็พอ"
"ทราบแล้วครับคุณทิพากร ว่าแต่เป้าหมายที่แกเล็งหัวไว้มีใครบ้างวะฉันยังไม่รู้เลย"
"คนแรกที่ฉันสงสัยก็คือมิสเตอร์เจมส์ นักค้าอัญมณีข้ามชาติจะบินไปทั่วโลกเพื่อค้นหาอัญมณีหายากมาและก็ปล่อยประมูลในประเทศตัวเองราคาสูง ตอนนี้ฉันได้ยินมาว่าเขากำลังทำธุรกิจร่วมกับคุณคเณศเ้าของบริษัทส่งออกอัญมณีระดับต้นๆของประเทศ"
"งั้นคุณคเณศนั่นก็น่าสงสัยนะ บางทีอาจจะร่วมมือกันทำอะไรบางอย่างอยู่ก็ได้"
"ฉันก็คิดเหมือนแก คุณคเณศจึงเป็เป้าหมายของฉันเหมือนกัน"
"แล้วตอนนี้สองคนนั้นยืนอยู่ตรงไหนวะ"
"หน้าเวทีนั่นไง"ทิพากรส่งซิกให้สืบสินธ์ุเห็นเป้าหมายที่เล็งไว้ตรงหน้า แต่ก็ต้องใเมื่อจู่ๆคณานนท์ผู้ชายที่หาเื่พวกเขาเมื่อครูเดินเข้ามาทักทายคเณศและมิสเตอร์เจมส์อย่างสนิทสนม
"ได้ไงวะ มารหัวใจแกรู้จักกับเป้าหมายเราได้ยังไง"
"มารหัวใจบ้านแกสิ"
"บ้านฉันกับบ้านแกก็หลังเดียวกันไม่ใช่รึไง"
"ฉันไม่เถียงด้วยหรอก"
"ฮ่าๆ อย่างอนดิวะฉันง้อผู้ชายไม่เป็นะเว้ย"
"แกอยากตายจริงๆใช่ไหมไอ้ธาร"
"ใจเย็นๆดิครับคุณเพื่อน ก็ฉันเห็นแกเอาแต่ยืนทำหน้าอมทุกข์เหมือนคนถ่ายไม่ออกก็เลยอยากทำให้อารมณ์ดีขึ้นบ้างแค่นั้นเอง อย่าเกรี้ยวกราดไปหน่อยเลยน่าหงุดหงิดมากๆระวังแก่เร็วนะ"
"ถ้าคนอื่นว่างแกจะเป็ตัวเลือกสุดท้ายที่ฉันจะชวนมาทำงานด้วย"
"เอาน่าตอนนี้คนอื่นก็มีงานที่ต้องทำ แกก็ทนๆฉันไปก่อนแล้วกันนะครับคุณทิพากร" ทิพากรเบือนหน้าหนีแล้วยอมรับชะตากรรมที่เพื่อนสุดกวนของเขามอบให้ ถ้าเื่ฝีมือสืบสินธุ์ก็ไม่แพ้ชนาธิปที่เป็ทหารเลยแต่เสียอย่างเดียวที่เพื่อนคนนี้ของเขาปากเสียและชอบกวนไปเรื่อยอย่างหน้ารำคาญ
"ไม่ทราบว่าคุณพิพากรเพื่อนรักได้ข้อมูลอะไรมาบ้างครับ"
"ตามข้อมูลที่ฉันหามาได้คุณคเณศกำลังหาทางลงทุนธุรกิจอัญมณีที่ยุโรปอยู่ท่านอาจจะใช้มิสเตอร์เจมส์เป็ทางผ่าน โดยมีข้อแลกเปลี่ยนบางอย่างที่สมน้ำสมเนื้อ"
"หมายถึงเงินทองอำนาจอะไรทำนองนี้ไหม"
"ประมาณนั้นแต่ฉันรู้มาว่าคนอย่างมิสเตอร์เจมส์มหาเศรษฐีชาวอังกฤษเห็นเงินเป็เื่เล็กน้อยมาก ก็เลยคิดว่าสิ่งที่เขาอยากได้จนถึงขั้นร่วมลงทุนกับชาวเอเชียแบบเราง่ายๆไม่ใช่เพราะเื่เงิน"
"ฉันเห็นด้วยกับแกเพราะโอกาสที่นักธุรกิจชาวยุโรปจะมาร่วมลงทุนกับชาวเอเชียนั้นหาได้น้อยมาก มันต้องมีอะไรมากกว่าเื่เงินทองแน่ๆ"
"นั่นแหละที่ฉันกำลังตามสืบอยู่ เพราะไม่รู้ว่าข้อแลกเปลี่ยนที่คุณคเณศและมิสเตอร์เจมส์ทำร่วมกันคืออะไร"
"ยากพอดูเลยแฮะอีกฝ่ายเป็ถึงนักธรุกิจคงจะเข้าถึงตัวได้ยาก"
"แต่ฉันก็รู้มาอีกว่าคุณคเณศมีลูกชายคนนึงซึ่งในอนาคตจะต้องขึ้นเป็ผู้บริหารบริษัทฤทธากุลคนต่อไป ชื่อคุณคณานนท์แต่ก็ถูกส่งไปเรียนที่ต่างประเทศั้แ่เด็กเลยไม่รู้ว่าตอนนี้โตแล้วหน้าตาเป็ยังไง"
"แล้วแกไม่มีรูปไอ้คุณคณานนท์นั่นเลยเหรอวะ"
"หาแล้วแต่ก็มีแค่รูปตอนอายุ15 คุณคเณศไม่เคยให้สัมภาษณ์ถึงลูกชายเลยรูปก็ไม่มี"
"เป็ครอบครัวที่ดูลึกลับซับซ้อนดีแฮะ แต่บางทีอาจจะเป็หมอนั่นก็ได้นะหน้าดูชั่วร้ายพอๆกัน มีความเป็ไปได้สูงว่ามารหัวใจแกจะเป็คณานนท์คนนั้น"ทิพากรแทบจะอยากจับหัวสืบสินธ์ุกระแทกโต๊ะซะให้รู้แล้วรู้รอดเพราะอีกฝ่ายเอาแต่แซวเขาไม่หยุดขืนเป็แบบนี้คงได้ลงมือฆาตกรรมเพื่อนรักเป็แน่
"เอาล่ะค่ะแขกผู้มีเกียรติทุกท่านในที่สุดเราก็เดินทางมาถึงเครื่องเพชรชิ้นสุดท้ายกันแล้ว เครื่องเพชรหลักของค่ำคืนนี้ถูกสวมใส่โดยคุณเหนือฟ้าสุภาพิชญ์ พงสวัสดิ์ นางแบบและดีไซเนอร์เครื่องประดับแบรนด์Supaphit ที่กำลังได้รับความนิยมทั้งไทยและต่างประเทศอยู่ในขณะนี้"
"แค่ฟังชื่อนางแบบผมก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาซะแล้วล่ะครับคุณเพชรรัตน์"
"งั้นเราอย่ารอช้ากันอยู่เลยค่ะ เชิญเครื่องประดับชิ้นสุดท้ายขึ้นมาบนเวทีกันดีกว่า"แสงไฟจากสปอร์ตไลฟ์ทุกหลอดสาดส่องไปที่กลางเวที สุภาพิชญ์เดินออกมาในชุดสีขาวสะอาดเกาะอกขนนก ที่ถูกปักด้วยเพชรลายผีเสื้อยิ่งขับผิวให้ดูสว่างขึ้น กระโปรงยาวลากพื้นผ้าชีฟองฟูฟ้องปักขนนกสีขาวประดับประดาทั่วตัว แต่โชว์ความเซกซี่เบาๆโดยการแหวกหลังและมีโบว์ผูกคล้ายกับชุดของสตีอังกฤษสมัยก่อน
ใบหน้าสวยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางค์ราคาแพงพอประมาณ ออกชมพูนิดๆเหมือนมีเืฝาดเพื่อโชว์ผิวขาวใสของเธอ ผมถูกรวบสูงให้เห็นลำคอระหงที่มีชุดเครื่องเพชรใส่อยู่นั่นยิ่งทำให้สุภาพิชญ์ดูเหมือนเ้าหญิงของยุโรปมากขึ้นไปอีก
"สวยวะ เมื่อกี้ว่าสวยแล้วแต่แบบนี้ยิ่งสวยกว่าเดิมอีก"สืบสินธ์ุพยายามหาคำมาอธิบายถึงความสง่างามของสุภาพิชญ์แต่ก็ไม่สามารถนึกคำพูดออกมาได้นอกจากคำว่าสวย ต่างจากทิพากรที่เอาแต่ยืนนิ่งมองร่างระหงในชุดสีขาวไม่วางตา
แม้ว่าจะเคยใกล้ชิดสุภาพิชญ์มาก่อนและไม่เถียงว่าปกติเธอก็ดูดีและสวยอยู่แล้ว แต่ไม่นึกเลยว่าพอแต่งหน้าทำผมออกมาแบบนี้จะทำให้หญิงสาวสวยขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าถึงขั้นแทบกระชากิญญาของเขาออกมาได้ขนาดนี้
"อึ้งเลยเหรอวะ"
"อึ้งบ้าอึ้งบออะไร"
"ก็แกนั่นแหละอึ้งในความสวยของคุณเหนือฟ้าอยู่"
"ใครบอกแกว่าฉันอึ้ง ฉันก็แค่...จับตาดูเป้าหมายก็เท่านั้น"
"แน่ใจนะว่าดูเป้าหมาย เพราะเมื่อกี้ฉันเห็นแกยืนอ้าปากค้างน้ำลายไหลมองคุณเหนือฟ้าไม่กระพริบตาเลยนี่หว่า"
"อย่ายัดเยียดความหื่นตัวเองมาให้คนอื่นได้ไหม"
"แกมันปากแข็งไอ้เวหาถ้าแกไม่เอางั้นฉันขอ แล้วอย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน"
"เธอไม่เกี่ยวอะไรกับฉันสักหน่อย จะเสียใจทำไม"สืบสินธุ์เริ่มรู้สึกเหนื่อยกับความปากแข็งของทิพากรเหลือเกิน ในบรรดาเพื่อนทั้ง5คนของเขา ทิพากรนั้นมีนิสัยจริงจังและปากแข็งที่สุดถ้าไม่จนตรอกหรือไล่ต้อนให้จนมุมก็จะไม่มีทางพูดความในใจออกมาได้เลย
"เครื่องประดับชิ้นนี้มีชื่อว่าpure woman สตรีหมายเลขหนึ่ง สร้อยคอเพชรสีขาวบริสุทธิ์เรียงร้อยออกมาเป็ดอกไม้มีฝูงผีเสื้อบินอยู่รอบ เพื่อเชยชมและปกป้องภัยอันตรายจากแมลงชนิดอื่น ต่างหูรูปผีเสื้อเกาะอยู่บนดอกไม้และเข็มกลัดผีเสื้อที่กำลังโผบินออกสู่โลกกว้าง สื่อให้เห็นถึงความรักอันบริสุทธิ์ของสตีชั้นสูงแต่ยังแฝงไปด้วยความแข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน ประกอบด้วยเพชรน้ำหนัก568กะรัต ทองคำขาวหนัก150กรัม จากแบรนด์noble lady "
"เราจะเริ่มต้นประมูลกันที่100ล้านบาทค่ะ"
"150ล้านบาท"
"150ล้านบาทจากผู้ยกป้ายหมายเลข8 ไม่ทราบว่ามีใครให้มากกว่านี้ไหมคะ"
"200ล้านบาท"
"200ล้านบาทจากผู้ยกป้ายหมายเลข68 มีท่านให้ให้มากกว่านี้ไหมครับ"
"250ล้านบาท"
"250ล้านบาทจากผู้ยกป้ายหมายเลข8 มีใครให้มากกว่านี้ไหมคะ.
"300ล้านบาท"
"ราคาถูกประมูลไปที่300ล้านบาทแล้วค่ะ จากผู้ถือป้ายหมายเลข68 ซึ่งก็คือคุณรุ่งรัตน์ กิจวิวัฒน์ เ้าของคอนโดหรูกิจวิวัฒน์นั่นเอง ไม่ทราบว่ามีท่านใดให้มากกว่านี้ไหมคะ"
"500ล้านบาท"คณานนท์ยกป้ายในมือขึ้นแล้วกล่าวจำนวนเงินที่ตน้าประมูลออกมา ทำให้ในงานมีเสียงฮือฮาทันทีเพราะจากราคา300ล้านบาทจู่ๆก็พุ่งขึ้นอีกสองเท่า คณานนท์ตั้งใจจะประมูลเครื่องเพชรชิ้นนี้ให้สุภาพิชญ์ไม่ว่าจะแพงแค่ไหนเขาก็ต้องคว้ามันมาให้ได้
"500ล้านบาทจากผู้ยกป้ายหมายเลข5 ไม่ทราบว่าใครให้มากกว่านี้ไหมครับ"
"ตอนนี้ราคาของเครื่องประดับชุดpure woman สตรีหมายเลขหนึ่ง ถูกประมูลอยู่ในราคา500ล้านบาทแล้วค่ะ หากท่านใดมีความพึงพอใจต่อเครื่องประดับที่คุณสุภาพิชญ์สวมอยู่ก็สามารถยกป้ายขึ้นสู้ได้นะคะ" ภายในงานเกิดความเงียบเนื่องจากราคา500ล้านบาทมันออกจะมากเกินไป
"หากไม่มีท่านใดสู้แล้วผมขอเริ่มนับถอยหลังเลยนะครับ 3...2...1 เคาะครับ!"
ป๊อกๆ
"เครื่องเพชรชุดpure woman สตรีหมายเลขหนึ่ง ถูกประมูลไปด้วยราคา500ล้านบาทจากผู้ยกป้ายหมายเลข5 ซึ่งก็คือคุณคณานนท์ ฤทธากุล ทายาทฤทธากุล-จิวลี่บริษัทั์ใหญ่ที่ส่งออกอัญมณีระดับต้นๆของประเทศนั่นเองค่ะ!" เสียงปรบมือแสดงความยินดีดังขึ้นทั่วบริเวณคณานนท์ส่งยิ้มให้สุภาพิชญ์บนเวที แต่เธอก็เลือกที่จะมองไม่เห็นเขาและทำหน้าที่ต่อให้เสร็จ
ส่วนทิพากรและสืบสินธุ์ก็ได้มั่นใจในข้อสันนิฐานของตัวเองแล้วว่าผู้ชายที่ทั้งคู่เกือบมีเื่ด้วยก็คือคณานนท์คนนั้นจริงๆ ดูจากนิสัยก็คงจะเป็คนที่ชอบใช้เงินแก้ปัญหาแน่ๆขนาดเครื่องเพชรเองก็ทุ่มสุดตัวประมูลตัดหน้าคนอื่นไปตั้งสองเท่าถ้าไม่บอกว่าเกิดมาบนกองเงินกองทองก็คงเป็คนบ้าที่ใช้เงินไม่คิด
ปั้ง!
เสียงประตูห้องจัดงานถูกเปิดออกอย่างแรงทำให้ทุกคนหันไปให้ความสนใจอย่างพร้อมเพียง พนักงานเสิร์ฟรีบวิ่งเข้ามาด้านในพร้อมร่างกายที่ชุ่มเหงื่อโชกแล้วะโแจ้งข่าวร้ายให้ทุกคนได้ทราบ
"มีะเิ!...แฮกๆ..มีะเิถูกติดตั้งไว้ในตึกครับ!" ทุกคนกลับหัวเราะออกมาเพราะไม่มีทางที่จะมีะเิถูกติดตั้งได้อยู่แล้ว เนื่องจากที่นี่มีการรักษาความปลอดภัยแ่ามากถึงขึ้นที่เข้าออกห้องต้องสแกนใบหน้าและลายนิ้วมือกันเลยทีเดียว ไม่มีทางที่คนนอกจะเข้ามาก่อการร้ายได้อย่างแน่นอน
"ที่พี่พูดหมายความว่าไงครับ" สืบสินธุ์เดินแหวกฝูงชนมาที่หน้าประตูเพื่อถามความจริงจากพนักงานเสิร์ฟคนนั้น เพราะคิดดูดีๆแล้วอีกฝ่ายไม่มีความจำเป็ที่จะต้องกุเื่ขึ้นมาสร้างสถานการณ์ในงานเลย
"มีคนโทรเข้ามาที่ห้องรักษาความปลอดภัยครับ บอกว่าติดตั้งะเิในตึกนี้เรียบร้อยแล้วอีก1ชั่วโมงก็จะะเิผมเลยรีบขึ้นมาบอกพวกคุณนี่แหละ"
"แล้วพี่รู้ไหมว่าเป็ใครโทรมา"
"ไม่รู้ครับ ตอนแรกผมก็คิดว่าแค่เื่ล้อเล่นแต่พอโทรกลับไปก็ไม่ติด แต่กลับมีข้อความคล้ายๆเป็นาฬิกานับถอยหลังส่งมาที่อีเมลโรงแรม ตอนนี้พวกที่อยู่ด้านล่างก็เริ่มอบยพออกไปหมดแล้ว เหลือแค่พวกคุณนี่แหละ"
"ไร้สาระเอาเวลากุเื่ไปทำงานให้ดีก่อนดีกว่าไหม จนแล้วยังไม่เจียมอีก"คณานนท์เริ่มอดทนในสิ่งที่เด็กเสิร์ฟคนนั้นพูดไม่ไหว จึงเดินมาด่าอีกฝ่ายด้วยถ้อยคำถากถางแล้วกระชากตัวให้ออกไปจากห้องจัดงานอย่างไร้ความปราณี
"ผมพูดจริงๆนะครับ รีบออกไปจากตึกกันก่อนดีกว่ามันตราย"
"ถ้ายังไม่อยากโดนไล่ออกก็รีบไสหัวไปซะ!"
"เดี๋ยวคุณไม่ต้องทำกันขนาดนี้ก็ได้มั้ง ถึงจะจนแต่ก็คนเหมือนกันนะ"
"ไม่ใช่เื่ของแกอย่ายุ่ง"คณานนท์พยายามสะบัดมือของสืบสินธุ์ออกแต่ก็ไม่เป็ผลในเมื่ออีกฝ่ายบีบแขนเขาแรงกว่าเดิม แต่พอนึกขึ้นมาได้ว่าห้ามก่อเื่หรือมีเื่กับใครเด็ดขาดสืบสินธุ์จึงปล่อยแขนของคณานนท์ให้เป็อิสระ แล้วหันไปมองทิพากรเพื่อขอความเห็น
ตู้ม!!!
เสียงะเิดังขึ้นมาจากชั้นบนถึงจะไม่แรงมากแต่ก็สามารถทำให้ตึกะเืได้ โครงสร้างเริ่มเอียงผิดรูปและมีทีท่าว่าใกล้ถล่มลงมา แขกในงานต่างตื่นกลัววิ่งหนีตายอลม่านชนกันล้มระเนระนาดเบียดกันขึ้นลิฟท์บ้างก็ยอมวิ่งลงบันได ของตกแต่งเริ่มลร่วงลงมาที่พื้นเละเทะอัญมณีที่นำมาจัดแสดงก็ตกกระกระจัดกระจายเต็มพื้นพวกคนโลภรีบเก็บของที่ไม่ใช่ของตนติดไม้ติดมือไปด้วย โดยไม่ห่วงชีวิตของตัวเองเลยสักนิด
"ไอ้เวหา"
"แกรีบโทรบอกคนอื่นแล้วก็โทรเรียกรถพยาบาลด้วย ระหว่างรอความช่วยเหลือก็พยายามอพวกคนออกไปให้ได้มากที่สุด"
"แล้วแกล่ะ"
"เมื่อกี้ฉันเห็นมิสเตอร์เจมส์กับคุณคเณศออกไปทางประตูหลัง ว่าจะตามไปดูหน่อย"
"ระวังตัวด้วยนะ"ทิพากรและสืบสินธุ์แยกกันไปทำหน้าที่ของตน ขณะที่เขาวิ่งผ่านหลังเวทีก็เจอกับสุภาพิชญ์ที่ถูกแรงสั่นเมื่อครู่ทำให้ล้มลงมาอยู่ข้างเวที แต่เนื่องจากชุดที่อีกฝ่ายสวมอยู่นั้นค่อนข้างใหญ่และเทอะทะจึงลุกขึ้นยืนไม่ได้
"คุณเป็อะไรไหม"
"ฉันลุกไม่ได้ชุดมันหนัก"
"เดี๋ยวผมช่วย"ทิพากรค่อยๆประคองสุภาพิชญ์ให้ยืนขึ้นสำเร็จ แล้วบอกให้เธอรีบออกไปจากที่นี่แต่ร่างระหงกลับจับแขนเขาไว้เพื่อขอตามไปด้วย
"คุณกำลังตามมิสเตอร์เจมส์ไปใช่ไหม พาฉันไปด้วยสิ"
"คุณจะไปทำไมมันอันตราย"
"เมื่อกี้ฉันได้ยินเขาคุยโทรศัพท์กับใครก็ไม่รู้เื่ไปจัดการของ บางทีอาจจะเกี่ยวกับเื่ที่เราได้ยินวันนั้นก็ได้นะ"
"นี่คุณจะบ้ารึไง ตึกมันใกล้ถล่มแล้วนะรีบหนีไปซะ"
"ถ้านายไม่ไปฉันก็ไม่ไป เลือกเอาว่าจะพาฉันไปด้วยรึว่ายืนอยู่ตรงนี้ให้เพดานหล่นมาทับก็ตาย"
"คุณแน่ใจเหรอว่าจะเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงแบบนี้ สู้หนีเอาชีวิตรอดไปเป็นางแบบเหมือนเดิมไม่ดีกว่ารึไง"
"ฉันไม่ได้อยากเป็นางแบบ แต่ที่ต้องทำก็เพราะความจำเป็"
"มีด้วยเหรอไอ้ความจำเป็นั้นน่ะ ั้แ่เกิดมาผมไม่เห็นเคยได้ยิน"
"เอาเวลาที่มาแขวะฉันไปตามมิสเตอร์เจมส์ดีกว่าไหม รึถ้าอยากรู้มากก็จะเล่าให้ฟังแต่ก็คงหลังจากที่เราทั้งคู่ไปนรกกันแล้วนะ"
"ผมไม่ได้อยากรู้ชีวประวัติของคุณ เื่มิสเตอร์เจมส์ผมจะจัดการเองส่วนคุณผมจะให้เพื่อนมาพาออกไป"
"ถ้านายทำแบบนั้นฉันจะกัดลิ้นตัวเองตายตรงนี้แหละคอยดูสิ"
"คุณมันบ้าจริงๆด้วย"
"พูดแบบนี้แสดงว่ายอมให้ฉันไปด้วยแล้วใช่ไหม"
"ถ้าบอกไม่คุณก็ตามมาอยู่ดีใช่ไหมล่ะ"
"ถูกต้องแสดงว่าเราเริ่มคุยกันรู้เื่แล้วนะคะคุณเวหา"
"เหอะ ถ้าอยากไปก็ตามมาแต่ผมไม่รับประกันชีวิตคุณหรอกนะ"
"ฉันดูแลตัวเองได้รีบไปเร็ว"ทิพากรจึงจำใจที่ต้องพาสุภาพิชญ์มาด้วย พรางคิดในใจว่าถ้ารู้ว่าจะเป็แบบนี้ปล่อยให้นอนอยู่ที่เดิมซะก็ดีไม่น่าช่วยให้มายืนเถียงเขาปาวๆแบบนี้เลย ขณะที่ทั้งคู่ตามมิสเตอร์เจมส์และคเณศออกไปแล้วทุกอย่างก็อยู่ในสายตาของสืบสิทธุ์ทั้งสิ้นเขามั่นใจว่าเพื่อนปากแข็งของตนนั้นจะปกป้องสุภาพิชญ์ได้อย่างแน่นอนแม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม