"พวกเราจะสร้างบ้านที่เมืองตงไห่นี้ใช่หรือไม่ขอรับ"
"ยังหรอก ที่นี่ยังไม่เหมาะ ข้าเพิ่งจะขายทองได้เงินมามากพอสมควร เรายังไว้ใจผู้ใดไม่ได้ เ้าจำเื่ของชายชราขอทานที่เมืองหย่งโจวได้หรือไม่เล่า หากมีคนรู้ว่าพวกเรามีเงินเยอะเขาอาจจะมาปล้นชิงเอาไป ปู่คิดว่าเราจะพักอยู่ในโรงเตี๊ยมสักระยะหนึ่งก่อนแล้วปู่จะหาทางเดินทางออกจากที่นี่อีกครั้ง"
หลี่หยุนคิดว่าเมืองตงไห่ไม่เหมาะสมกับการเริ่มชีวิตใหม่ของพวกเขาจริงๆ เขาเป็คนต่างถิ่นที่เข้ามาพร้อมกับนำทองคำมาขาย อีกทั้งชื่อแซ่ก็ไม่อาจปิดบัง ไม่แน่ว่าอีกไม่นานก็คงจะมีคนรู้ว่าตัวเขาและหลานชายคือคนแซ่หลี่ที่มาจากค่ายกักกัน การมีทองคำติดตัวเอาออกมาขายที่โรงจำนำอาจทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดว่าตนขโมยของมาแล้วจะทำให้เื่ยิ่งวุ่นวายไปกันใหญ่ กอปรกับที่นี่ไม่น่าจะมีงานที่เหมาะสมกับเขาอีกด้วย
"แล้วจากนี้เราจะไปที่ใดต่อหรือขอรับ"
"ข้าก็ยังไม่รู้เช่นกัน ที่ปู่รั้งอยู่ที่นี่อีกสักระยะก็เพื่อจะออกไปหาข่าวดูบ้างว่าจะมีพ่อค้าเดินทางไปทางใดกันบ้าง เราจะจ้างเกวียนวัวแล้วออกเดินทางพร้อมกับพ่อค้าเ่าั้เพื่อความปลอดภัย ส่วนสถานที่ข้ายังคิดไม่ออกจริงๆ" ชายชรามีความทรงจำของหลี่หยุนคนเก่า เขารู้จักหลายเมืองก็เพียงแค่ชื่อแต่ยังไม่เคยไป อีกทั้งตนเองและหลานชายก็ไม่ได้มีญาติพี่น้องสกุลหลี่หลงเหลืออยู่สักคน
"ท่านปู่ ท่านแม่ของข้านางมีบิดามารดาหรือไม่ขอรับ" เด็กชายถามขึ้นมาอย่างไร้เดียงสา เขารู้ว่ามารดาของตนเพิ่งคลอดตนเองออกมาได้ก็เกิดเื่กับบิดาเข้าพอดี ความใและหวาดกลัวทำให้มารดาล้มป่วยและเสียชีวิตไปก่อนการตัดสินปะาชีวิตคนสกุลหลี่เสียอีก แต่ตอนนี้เด็กชายรู้เื่ราวมากขึ้น เขาได้ยินท่านอาทหารสองคนเล่าถึงครอบครัวที่มีปู่ย่าตายาย จึงเอ่ยปากถามถึงผู้เป็ตายายของตนออกมาบ้าง
หลี่หยุนหยุดคิดไปชั่วครู่ ภาพในพายุที่เขาเห็น กว่าที่หลี่หลงหยางจะเดินทางออกจากเมืองหย่งโจวก็อายุปาเข้าไป 34 ปีแล้ว ตอนนั้นเด็กน้อยไม่ได้ถูกสั่งสอนให้รู้ความั้แ่ต้นจึงไม่เคยมีเื่ราวทางฝ่ายสกุลมารดาอยู่ในหัว ภายหลังหลี่หลงหยางที่เติบโตแล้วจึงไม่เคยติดต่อกับญาติทางฝ่ายมารดาเลยสักคน หลี่หยุนจึงไม่รู้เื่ราวของอีกฝ่ายเช่นกัน
แต่หลี่หยุนคนก่อนก็รู้ว่าอนุซิ่วเป็คนเมืองฮวงหัวสายสกุลเป็พ่อค้าและทำการเกษตรมีฐานะปานกลาง นับั้แ่หลี่เซิ่งรับตัวอนุซิ่วเข้ามาอยู่ในเมืองหลวงนางก็ไม่เคยกลับไปที่สกุลเดิมเลยแม้แต่ครั้งเดียว ชายชราไม่อาจคาดเดาได้เช่นกันว่าอีกฝ่ายจะแสดงท่าทีอย่างไรเมื่อได้พบกับหลี่หลงหยางที่เป็หลานชาย
"เ้าอยากพบพวกเขาหรือ?"
"อยากขอรับ ไม่แน่นะท่านปู่หากว่าท่านตาท่านยายของข้าเป็คนดีเหมือนกับท่านลุงท่านป้าเฉินร้านเต้าหู้ พวกเขาอาจจะรับข้าไปเป็คนสกุลพวกเขาก็ได้ ต่อไปข้าก็ไม่ต้องใช้แซ่หลี่แล้ว" เด็กชายตื่นตัวกระฉับกระเฉงขึ้นมาทันที เมื่อคิดได้ว่านี่อาจเป็หนทางให้ตนได้เปลี่ยนแซ่สกุล
"เ้าไม่อยากเป็คนสกุลหลี่หรือหลงเอ๋อร์" หลี่หยุนหน้าซีดเผือดลงทันที ก่อนหน้านี้เหตุใดเขาจึงไม่เคยรู้มาก่อนว่าหลานชายตัวน้อยรังเกียจแซ่ของตน
"ข้าไม่อยากมีชื่อว่าหลงหยางด้วยซ้ำท่านปู่ ผู้อื่นจะรังเกียจข้า พวกเราเปลี่ยนชื่อแซ่กันอย่างที่ท่านอาทหารแนะนำเถิดขอรับ" เด็กน้อยใจชื้นขึ้นมาเป็กอง เมื่อเห็นว่าท่านปู่ไม่ได้บันดาลโทสะที่เขาเผลอกล่าวเช่นนั้นออกไปจึงรีบแสดงความ้าออกมาอย่างเปิดเผย
"เด็กน้อยรู้หรือไม่ว่าหากเ้าเติบโตขึ้นเ้าก็ต้องมีภรรยา พอมีภรรยาแล้วเ้าก็จะเป็บิดามีบุตรชายหญิง หากเ้าเปลี่ยนไปใช้แซ่ซิ่วหรือแซ่อื่นลูกของเ้าก็ไม่ได้ใช้แซ่หลี่นะ นั่นไม่เท่ากับว่าเ้าจะทำให้สกุลหลี่ของเราต้องจบสิ้นลงไปเช่นนั้นหรือ?"
หลี่หลงหยางหดคอลงอย่างจำใจอีกครั้งเมื่อหลี่หยุนพูดถึงเื่การมีภรรยาของตนอีกแล้ว ในใจดวงเล็กๆ ของเด็กชายคิดตามคำกล่าวของผู้เป็ปู่อย่างพิจารณา ในเมื่อตนไม่อยากมีภรรยาั้แ่ต้นก็หมายความว่าเมื่อเขาโตเขาก็จะไม่มีบุตร แล้วจะต่างอันใดกับการที่จะเปลี่ยนชื่อแซ่ในเมื่อสกุลหลี่คนสุดท้ายก็ยังเป็เขาอยู่ดี
"ไม่มีสกุลหลี่ก็ไม่เป็ไรขอรับ โตขึ้นข้าจะมีบุตรหรือไม่ก็จะไม่มีแซ่หลี่อีกแล้ว" เด็กน้อยไม่อยากบอกกับหลี่หยุนว่าตนไม่คิดจะแต่งภรรยาจึงได้เลี่ยงคำตอบไปเช่นนั้น
"ปู่รับฟังเอาไว้แล้ว เื่นี้ไว้เราค่อยคุยกันอีกทีภายหลังก็แล้วกัน เ้าไปนอนพักเสียปู่ก็จะพักสักหน่อย หากตื่นขึ้นมาก่อนก็อย่าออกไปนอกห้องโดยเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่" หลี่หยุนเก็บสายตาเศร้าสร้อยของตนกลับคืน ก่อนจะพาร่างชราก้าวขึ้นเตียงเว้นที่ว่างฝั่งด้านในไว้ให้หลี่หลงหยางที่กำลังปีนเตียงขึ้นมาตามหลังเขา
ครู่เดียวเด็กชายวัยเยาว์ที่เพิ่งอาบน้ำสะอาดกินอิ่มก็หลับใหลไปอย่างรวดเร็ว ส่วนหลี่หยุนก็ค่อยๆ ลุกขึ้นออกจากเตียงมานั่งที่โต๊ะกลางห้องพัก
"หลี่จิ้ง ข้าควรตัดสินใจเช่นไรดี" ชายชราทอดถอนหายใจชุดใหญ่ออกมา แววตาที่อ่อนล้ากับร่างกายที่ผอมอยู่แล้วส่งให้บรรยากาศรอบกายหลี่หยุนดูเศร้าโศกเป็ที่สุด
"เื่ใดหรือ" เสียงทุ้มต่ำตอบกลับ
"หลายเื่เลยล่ะ หลี่จิ้งข้าผิดไหมที่พรากหลงเอ๋อร์จากภรรยาทั้งสองของเขา แล้วข้าควรจะเปิดโอกาสให้หลานชายได้พบกับภรรยาคนต่อๆ ไปของเขาหรือไม่" เื่นี้หลี่หยุนรู้สึกผิดอยู่บ้างเมื่อคิดว่าเวลานี้คนเ่าั้ยังไม่ได้เริ่มทำผิดเลยด้วยซ้ำ ส่วนหลี่หลงหยางที่มีตนเองคอยช่วยอาจจะอบรมบุตรชายหญิงได้ดีกว่าเดิมและอนาคตของพวกเขาก็อาจเปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน สองคนที่ตัดไปแล้วก็ช่างเถิด แต่หากจะให้หลานชายได้พบกับภรรยาคนที่สามเขาจะต้องเลือกเดินทางไปเมืองที่นางอาศัยอยู่
"ข้าตอบไม่ได้ เพราะข้าก็รู้ทุกสิ่งทุกอย่างเท่ากันกับท่าน" หลี่จิ้งแอบถอนหายใจออกมาเช่นกัน
"ยังมีเื่ญาติทางฝ่ายมารดาของหลงเอ๋อร์อีก ข้าสมควรจะเปิดโอกาสให้พวกเขาได้พบกันดีหรือไม่ ชีวิตก่อนหลงเอ๋อร์ไม่มีใครแต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าตนเองยังมีตระกูลฝั่งมารดา เื่นี้อาจทำให้ปมด้อยในชีวิตของเขาเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีก็ได้นะ" ชายชรายกมือขึ้นลูบเครายาวของตนเบาๆ ท่าทางครุ่นคิด ทั้งยังเห็นหลี่จิ้งลูบเคราตามตนเองทั้งๆ ที่อีกฝ่ายไม่มีเคราด้วยซ้ำ
"ถ้าพวกเขาได้พบหน้ากันแล้วหลานชายตัวน้อยของข้าเปลี่ยนไปใช้แซ่สกุลของมารดาแทนเล่า มิใช่ว่าข้าจะย้อนอดีตกลับมาที่นี่เพื่อเร่งให้สกุลหลี่จบสิ้นเร็ววันขึ้นหรอกหรือ?" ชายชรายกมือกุมศีรษะอย่างไม่รู้จะทำเช่นไร ในเมื่อเขามองเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความหวังของหลี่หลงหยางชัดเจน
เด็กนั่นตื่นเต้นกับการที่ได้รู้ว่าตนเองยังมีครอบครัวฝ่ายมารดา ส่วนตัวเขานั้นก็ยังเป็แค่ท่านปู่สายรองที่ความผูกพันทางสายเืยังห่างจากท่านยายของหลี่หลงหยางมากนัก ตนเองในชาติก่อนก็เป็คนไร้ญาติขาดมิตรเข้าใจความรู้สึกของเด็กชายเป็อย่างดี แม้หลี่หลงหยางจะเป็คนแซ่หลี่แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเืครึ่งหนึ่งในตัวของเด็กชายก็เป็ของคนสกุลซิ่ว
หนึ่งร่างเล็กของหลี่หยุนกับร่างิญญาตัวโตของหลี่จิ้งแทบจะสลับกันเอามือก่ายหน้าผากของอีกฝ่ายไปตลอดครึ่งค่อนคืน เวลานี้เขามีสามตัวเลือกที่จะมุ่งหน้าเดินทางไป คือหนึ่งเมืองซินซีอันเป็เมืองที่หลี่หลงหยางจะเดินทางไปในวัย 34 ปี และได้พบกับภรรยาคนที่สามและมีบุตรชายกับนาง 1 คน สองเมืองฮวงหัวอันเป็บ้านเกิดของอนุซิ่วเพื่อไปพบกับญาติฝ่ายมารดา และสามเดินทางไปยังสถานที่ใหม่เพื่อพบเจอกับคนใหม่ๆ ทิ้งอดีตทุกอย่างและเริ่มต้นชีวิตใหม่ให้กับหลี่หลงหยางที่นั่น