"ลุงฟู่ หนูขอตัวก่อนนะคะ" หญิงสาวที่สวมชุดสูทสีน้ำเงิน เดินเข้ามาหาพร้อมกล่าวลา
"ขอบใจสำหรับเอกสารพวกนี้มากเน้อหนูส้ม!" คุณฟู่หันมายิ้มให้กับส้ม หญิงสาวที่ใส่ชุดสูทสีน้ำเงิน "ฝากบอกพ่อของหนูด้วยเน้อ ถ้าว่างๆก็มาดื่มกันสักกรึ๊บ"
"เดี๋ยวหนูจะฝากไปบอกให้นะคะ" ส้มโค้งตัวลง เพื่อทำความเคารพคุณฟู่ ก็จะที่จะหมุนตัวค่อยๆเดินออกจากห้องไป
สายตาของวินเทอร์ที่จับจ้องส้มั้แ่ที่เธอเดินเข้ามาจนออกจากห้อง ในชีวิตที่แล้วของวินเทอร์ เขาไม่เคยพบเคยเจอกับหญิงสาวที่ชื่อว่าส้มคนนี้เลย จึงเกิดความรู้สึกสงสัยขึ้นมา ว่าเธอเป็ใครกัน?
"เธอคือใครหรือครับเตี่ย?" วินเทอร์ถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
"หนูส้มนะเหรอ! เป็ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเสี่ยวชา (ชาน้อย) ชื่อเต็มๆก็คือ เดชา" คุณฟู่ได้ตอบกลับไป
"พลเรือเอกเดชา รุ่งเรืองนับอนันต์? ที่เป็ผู้บัญชาการทหารเรือ?"
เมื่อคุณฟู่ได้ยิน ดวงตาของเขาถึงกับเบิกกว้างด้วยความใ "ถั่วต้ม! เดชาคนนั้นแหละ อั๊วไม่นึกเลยว่าแค่พูดชื่อจริง ลื้อจะรู้ทันทีว่าเป็ใคร"
"ด้วยระดับของเตี่ยแล้ว การจะชวนใครมานั่งดื่มด้วยพูดคุยด้วยแบบนี้ คงไม่ใช่ชาวบ้านตาสีตาสาหรอกครับ" วินเทอร์อมยิ้มขึ้นมา เขาจะไม่รู้ได้ไงว่าเดชาที่คุณฟู่หมายถึงคือเดชาคนไหน
ในชีวิตที่แล้วเขาก็ได้รับความช่วยเหลือจากน้าเดชาก็ไม่น้อย เรียกได้ว่าการจะทำธุรกิจที่ผิดกฎหมายลักลอบนำเข้าสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็ของเถื่อนที่เป็อุปกรณ์เครื่องใช้ อาวุธ ยาเสพติด หรือแม้กระทั่งลักลอบนำคนข้ามประเทศ โดยสิ่งเ่าั้ต้องบรรทุกมากับเรือ และผ่านน่านน้ำของประเทศช้าง พวกเขาจะต้องเสี่ยงต่อการถูกกองเรือลาดตระเวนตรวจพบเจอ และยังมีทั้งด่านตรวจค้นสารพัด หรือการจะต้องเจอกับด่านตม. ทำให้เป็เื่ยากลำบากของกลุ่มแก๊งต่างๆที่จะทำสิ่งผิดกฎหมายเหล่านี้ ถ้าหากไม่มีเส้นสายพวกเขาก็ต้องหาสันหาวิธีลักลอบให้ได้
แต่สำหรับแก๊งหงเหมินของคุณฟู่แล้ว พวกเขาไม่ต้องลักลอบนำเข้าหรือติดปัญหาในการขนส่งเลย เพราะทางกองทัพเรือปล่อยผ่านอย่างอิสรเสรี ไม่ต้องถูกตรวจค้น และยังได้รับการคุ้มครองจากกองทัพพร้อมกับมีปั๊มตรารับรองอีก นี่ก็เพราะอำนาจเส้นสายที่มาจากพลเรือเอกเดชา ที่เป็ผู้บัญชาการทหารเรือนั่นเอง
แต่วินเทอร์รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย เขาที่ร่วมมือทำธุรกิจกับน้าเดชามาเป็สิบๆปี ไม่ยักกะรู้เลยว่าน้าเดชามีลูกสาวที่สวยสุดๆแบบนี้อยู่ด้วย! อาจเป็เพราะเขาที่ทุ่มเทมีสมาธิจดจ่อกับงานจนไม่สังเกต หรือจะเป็เพราะเขาคลั่งรักภรรยาจนไม่สนผู้หญิงคนอื่นกันก็ไม่รู้ เรียกได้ว่าตลอดชีวิตเ้าพ่อมาเฟียผู้บงการโลก นอกจากภรรยาและลูกสาวแล้ว เขาแทบไม่ได้พูดคุย แตะเนื้อต้องตัว หรือจีบสาวเลยสักครั้ง
สาเหตุที่เป็เช่นนั้น ก็เพราะเขาหมกมุ่นกับงานมากเกินไป และยังเคารพรักในตัวภรรยาของเขาสุดซึ้งจนหาที่สุดมิได้ พูดง่ายๆก็คือ วินเทอร์กลัวเมียนั่นเอง! คาสโนว่าคืออะไรหย๋อ? เป็ถึงระดับเ้าพ่อมาเฟียเลยนะเนี่ย! เสียชื่อหมด! แต่จะให้ทำไงได้ละ ไม่อย่างนั้นแล้วสาเหตุการตายในบทนำของวินเทอร์คงได้เปลี่ยนจากเหนื่อยตาย เป็โดนภรรยาฆ่าตายแล้วย้อนเวลากลับมาแทนแล้วละ
"ต้องมาคอยจัดการธุรกิจต่างๆ และตอนนี้ยังได้บริษัทของพ่อมาดูแลอีก ไหนจะเื่ที่ต้องไปเรียนอีก...จะเอาเวลาไหนมาจัดการเื่พวกนี้กันละเนี่ย! แย่จังเลยน้า~" วินเทอร์ยักไหล่ พร้อมบ่นออกมา
"เหมือนว่าหนูส้มจะโสดอยู่ด้วยมั้ง เสี่ยวชาเคยเล่าให้ฟังว่า บรรดาหนุ่มๆ หรือลูกผู้ดีมีชาติตระกูลที่มาจีบลูกสาวเขา ไม่ถูกยิงดับ ก็โดนล่ามโซ่ผูกกับเรือแล้วลากลอยทะเล หนักสุดก็คงถูกจับไปถ่วงมหาสมุทรจมหายลึกไปเลย..." คุณฟู่พูดขึ้นมาอย่างเฉยเมย
วินเทอร์แสยะยิ้มออกมา พร้อมหยิบเอกสารโอนหุ้นและข้อมูลทรัพย์สินของครอบครัวกิตติพศ แล้วพูดขึ้นมาว่า "อยากได้คนมาคอยจัดการเื่พวกนี้ให้จังเลย~ อยากได้แบบที่สามารถจัดเตรียมเอกสารพวกนี้มาได้จัง"
คุณฟู่ที่ได้ยินดังนั้นจึงพูดต่อว่า "อายุ 25 ปี ปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับ 1 เศรษฐศาสตร์บันฑิต การเงินและการคลัง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ปริญญาโท M.S. สาขาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย Columbia, ปริญญาโท M.B.A. มหาวิทยาลัย Wharton"
วินเทอร์ที่ได้ยินถึงกับยิ้มออกมาอย่างเหยเก ในชีวิตที่แล้วเขาไม่เคยเรียนม.ปลายด้วยซ้ำ ยิ่งระดับมหาลัยนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย สาขาวิชาที่ว่ามาเขาก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร? เรียนเกี่ยวกับอะไร? แต่ว่าชื่อของมหาลัยเขาย่อมรู้จักดีแน่นอน และยังเป็ถึงเกียรตินิยมอันดับหนึ่งอีก แถมยังมีปริญาโทสองใบ! นี่ก็บอกแล้วว่าหญิงสาวที่ชื่อส้มต้องสุดยอดมากแน่ๆ นอกจากสวย บุคลิกดี บ้านมีฐานะ และยังฉลาดอีก เพอร์เฟ็คสุดๆ
"ถ้าลื้อสนใจ อั๊วก็พร้อมไฟเขียว ลำบากแค่อั๊วโทรศัพท์กริ๊งเดียวเท่านั้นแหละ" คุณฟู่ยิ้มขึ้นมาอย่างมีเลศนัย
วินเทอร์ชูนิ้วโป้งและนิ้วก้อยข้างขวา???? แนบไว้ที่ข้างหูพร้อมสะบัดไปมาเบาๆ และได้พูดออกไปว่า "เอ๋~~~~ ผมไม่ได้สนใจเล๊ยยย จริ๊งๆน้า~"
"อาวินลื้อนี่มันจริงๆเลยน้า" คุณฟู่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดไปที่เบอร์หนึ่งพร้อมกับส่ายหัว เขาต้องยอมใจให้กับลูกรักอย่างวินเทอร์เลยจริงๆ
ขณะที่โทรศัพท์ของคุณฟู่กำลังต่อสายไปยังเบอร์ๆหนึ่ง ทำนองของเสียงรอสายก็ค่อยๆคลอไปเรื่อยๆอย่างช้าๆ จนขึ้นท่อนเนื้อร้องขึ้นมาว่า 'หลอง ปั้น~ ตึง ตึด ตือ... หลอง เหล่า~ ตึง ตึด ตือ...'
วินเทอร์ที่ได้ยินทำนองและเนื้อร้องของเสียงรอสายจากโทรศัพท์คุณฟู่ถึงกับคิ้วกระตุก ใบหน้าสั่งหงึกๆพยายามกลั้นขำเอาไว้ และเก็บสีหน้าเพื่อไม่ให้แสดงอาการออกมา
แน่นอนว่าพวกลูกน้องที่อยู่ในห้องต่างก็ได้ยินเสียงรอสายนี้กันทั้งหมด พวกเขาพยายามอย่างสุดฤทธิ์เดชเพื่อสงบสติอารมณ์ตัวเอง จนกระทั่งเ้าของปลายสายรับโทรศัพท์ มันจึงทำให้พวกเขาโล่งอกโล่งใจและรู้สึกขอบคุณที่เ้าของปลายสายรับโทรศัพท์เร็ว ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงจะเก็บทรงกันไม่อยู่แน่ๆ
...
ตัดไปทางด้านของส้มที่พึ่งจะออกจากห้องไปได้ไม่นาน ระหว่างที่เธอกำลังเดินอยู่บนทางเดิน ก็ได้สวนกับเมฆาที่ดูเหมือนว่ากำลังจะเดินกลับเข้าไปในห้อง
เมื่อส้มเห็นเมฆาเธอเลยหยุดเดินแล้วถามขึ้นมาว่า "ลุงฟู่เป็คนสั่งให้นายฆ่าพวกเขาเหรอ?"
"ไม่ใช่!" เมฆาตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเ็า ดูแข็งทื่อเหมือนกับหุ่นยนต์
"งั้นแปลว่าคนที่สั่งนายคือ วินเทอร์?"
"ไม่!" เมฆาเดินผ่านส้มไปอย่างไม่แยแส
ในหัวของเมฆาเวลานี้ มีเพียงแค่้ากลับไปหาผู้เป็นายของเขาเท่านั้น! ซึ่งนั่นก็คือการไปยืนอยู่เคียงข้างวินเทอร์ เมฆาเลยไม่คิดจะเสียเวลาอันมีค่าของเขาเพื่อหยุดที่จะสนทนากับส้มแม้แต่สักวินาทีเดียว
"ถ้าพวกเขาไม่ได้สั่งนาย ทำไมนายต้องฆ่าพวกเขาด้วยละ? พวกเขาเป็ศัตรูคู่แค้นกับนายเหรอ!" ส้มะโขึ้น พร้อมหันไปมองเมฆาที่เดินผ่านเธอไปอย่างไม่แยแส
เมื่อเมฆาได้ยินก็หยุดเดินลง พร้อมหันกลับไปหาส้ม แล้วจ้องมองเธอดวงแววตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร แล้วพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความแน่วแน่เด็ดเดี่ยวว่า "เพราะฉันคือดาบของเขา!"
หลังสิ้นเสียงเมฆาก็ได้หันหลังกลับ พร้อมเดินตรงไปยังห้องที่พวกของวินเทอร์ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง จนกว่าจะไปอยู่ข้างกายผู้เป็นายของเขา ทุกย่างก้าวของเมฆาเต็มไปด้วยความมั่นคงดูหนักแน่น ไม่มีความลังเลเลยแม้แต่น้อย
"คนบ้าอะไรเนี่ย!? เป็พวกซามูไรหลงยุค หรือหลุดมาจากหนังจีนหรือยังไงกัน?" ส้มที่ดูเนี๊ยบเหมือนเป็คนเ้าระเบียบ ถึงกับอดไม่ได้ที่จะบ่นอุบอิบๆออกมา
Writer : สำหรับคนไม่รู้ นี่คือเพลงเ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ (上海灘) น้าบ