ตูม
เสียงะเิดังขึ้นแผ่นไม้ที่ข้างลำเรือขนาด 12-21 เมตร อย่างเรือสกูนเนอร์แตกออกเป็เสี่ยงสร้างความเสียหายใหญ่ ทำให้น้ำเค็มจากทะเลทะลักฝ่าเข้ามาภายใน
แต่ถึงกระนั้น ไม่มีเวลาให้สนใจในท้องเรือมากนักฝ่ายศัตรูกำลังห้อมล้อมโผนโยนตัวโหนเชือกลอยเข้ามา
เคร้ง เคร้ง
เสียงจากโลหะเหนือตัวดาบปะทะเข้าหากันเสียงร้องโอดครวญโวยวายดังขึ้นอย่างจ้าระหวั่น และในจังหวะนั้น ตึก ตึกเสียงจากรองเท้าบูตหนาหนักของผู้เป็กัปตันเรือจากฝั่งศัตรูก็เยื้องกรายทอดน่องเข้ามาใกล้
ก่อนจะผลันผล็อยรอยหยักยิ้มขึ้นอย่างชอบใจ“ฮึ จิ๊ จิ๊ จิ๊ อย่างไรกันล่ะ ฮาลน์” เชิดใบหน้าของตนขึ้นสบ “ดูท่าผู้เป็ดยุกเยี่ยงเ้าจะสิ้นท่าแก่ผู้เป็มาร์ควิสที่มีตำแหน่งต่ำเตี้ยกว่าเยี่ยงข้า”
กรอด “เจโรเซย์”ฮาลน์ขบกรามแน่นอย่างนึกเคืองขุ่น เมื่อดูแล้วสภาพของตนในตอนนี้ก็ดูจะสิ้นท่าต่อเ้าคนที่มีตำแหน่งเป็เพียงมาร์ควิสตรงหน้านั่นจริงๆ
ตูม
เสียงะเิดังขึ้นอีกครั้งะุเกรปช็อตถูกยิงเข้ามาจากลำเรือขนาด 24 เมตร เรือบริแกนทีนของเจโรเซย์เคลื่อนตัวขนาบข้างเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ และเพราะห่าะุที่สาดเข้ามาบวกกับลูกเรือที่เข้ามาฟาดฟันทำให้ลูกเรือของฮาลน์นั้นล้มตายและหล่นหายจมไปในผืนน้ำทะเล
และในจังหวะจนตรอกสิ้นท่า ยากที่จะทำใจผืนไม้กระดานที่พื้นเรือก็ลุกโหมไปด้วยไฟ เพราะแรงะเิจากห่าะุพร้อมกันนั้นเสบียงทั้งหมดยังถูกลูกเรือจากฝ่ายตรงข้ามเข้าไปขโมยขนออกมากันอย่างชอบใจ
และในจังหวะที่ตนไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้วนั้นเจโรเซย์ผู้มีตำแหน่งเป็ถึงราชนาวีและพ่วงด้วยตำแหน่งมาร์ควิสแห่งอาณาจักรพาเวโรเนียร์ก็พลันเยื้องกรายทอดน่องเข้ามาใกล้ พร้อมกับเผยรอยหยักยิ้มชอบอกชอบใจให้เห็นกันต่อหน้า
ก่อนจะหยุดฝีเท้าและชักปืนสั้นกระบอกหนึ่งที่เหน็บอยู่ข้างเอวออกมาเล็งเป้าเข้าหาผู้เป็ดยุกแห่งอาณาจักร ที่กำลังจะสิ้นท่าต่อตนในทันทีและในจังหวะที่ไม่มีที่หรือโอกาสให้หนี
ปัง
เสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับควันสีขาวขุ่นลอยม้วนวนออกจากปลายปากกระบอกปืน
ฉึก
ก่อนจะพุ่งกระแทกฝ่าเนื้อผ้าและเนื้อหนังของผู้เป็ดยุกตรงหน้าสิ้นท่า และหงายเอนล่วงลงสู่ผืนน้ำเค็ม จมลงสู่ใต้พื้นทะเล
‘อึก ปวดหัว ยิ่งนึกยิ่งคิด ก็ยิ่งปวดหัว แต่ว่า...ดูเหมือนฝนจะตกติดต่อกันมาสามวันแล้วแฮะ แถมยังทำให้อากาศเย็นชื้นมากขึ้นไปอีกจะว่าไปข้าก็เริ่มรู้สึกหนาวแล้วด้วย ผ้าห่มนี่ก็บางมากแถมฟูกที่นอนก็แข็งราวกับนอนอยู่บนก้อนหิน เฮ้อ...แตกต่างกับของนางเลยแฮะที่ทั้งนุ่มหลับสบาย แถมผ้าห่มก็ยังอุ่นกำลังดี ว่าแต่นางจะหลับไปหรือยังนะถ้าข้าแอบเข้าไปนอนบนที่นอนนั่นด้วย จะเป็อะไรไหมนะ ไม่ ไม่ ไม่ ฮาลน์หยุดความคิดอันโง่เง่าของเ้าซะ เ้าเป็สุภาพบุรุษพอ”
ฟริ้วววววววว
‘เอ่อ...แต่ว่าช่างเื่สุภาพบุรุษไปก่อนเถอะหนาวจะตายอยู่แล้ว’
ซู่ ซ่า ซ่า
เสียงห่าฝนที่ตกลงมาติดต่อกันถึงสามวันพลันทำให้บรรยากาศที่ร้อนอบอ้าวของจังหวัดระนองทางตอนใต้ของประเทศไทยที่ไม่ค่อยได้มีโอกาสเจอะเจอกับอากาศแบบนี้นักต่างกำลังตระเต็มและอบอวลไปด้วยเมฆดำครึ้มและความเย็นชื้นของห่าฝนอีกทั้งยังพาให้ใน่ระหว่างสามวันที่พัดผ่านมานั้น มืดครึ้มไร้แสงจากดวงตะวันซึ่งทำให้่เวลาที่พัดผ่านไปนั้น จึงทำได้เพียงแต่นั่งๆนอนๆ อุดอู้อยู่ได้เพียงแต่ในห้องพักเล็กๆเท่านั้น
เพราะเหตุนั้นหลังจากนั่งพิมพ์งานมาทั้งวัน ความเหนื่อยล้าบวกกับบรรยากาศที่เป็ใจจึงชวนให้รู้สึกง่วงเหงาหาวนอนทำให้ผู้เป็เ้าของห้องพักเล็กๆขนาดเพียงหกคูณหกเมตรหลังจากทานอาหารใน่ค่ำและชำระร่างกายของตนแล้วเสร็จจึงรีบพุ่งตัวมุดเข้าที่นอนของตนโดยทันที
และใน่เวลาย่ำดึกถึงเพียงนี้นอกจากเสียงห่าฝนที่พัดตกลงมา ก็กลับดันไม่มีเสียงสิ่งอื่นใดอีกนอกจากเสียงลมหายใจนิ่งเป็จังหวะเนิบช้าและผ่อนคลายของบุคคลผู้เป็เ้าของห้องพักเท่านั้น
หลังจากแน่ใจว่าหญิงสาวตรงหน้ากำลังหลับสนิทฮาลน์ชายหนุ่มผู้มีเรือนผมสีเงินยาวสลวยกับั์ตาสีฟ้าครามใส จึงค่อยๆเอื้อมมือของตนคว้าหยิบจับผืนผ้าห่มที่คลุมตัวของหญิงสาวตรงหน้านั้นเอาไว้ยกมันขึ้น พร้อมๆกับเริ่มค่อยๆพาตนแทรกเข้าไปอยู่ร่วมด้วย ภายใต้ผ้าห่มผืนหนานั้นก่อนจะค่อยๆขยับร่างบิดกายอย่างผ่อนคลายบนฟูกยางพาราแท้ที่นุ่มกำลังดี แต่ว่า...
เปรี้ยง
เสียงฟ้ากรรโชกดังครืดครึงพลันให้แสงสีทองสว่างวาบสาดเข้ามาในห้องจนต้องใพลันให้ร่างกายที่สะดุ้งเพราะสิ่งนั้นขยับจับหมับโอบรัดกอดก่ายร่างบางข้างๆนั้นเอาไว้แน่นอย่างไม่รู้ตัว
แต่แล้วในขณะที่เริ่มรับรู้ได้ถึงไออุ่นที่กำลังดีจากร่างบางที่ถูกยื่นส่งมาอย่างนึกสบาย
ปึก อัก
ร่างของตนก็กระเด็นพุ่งตัวออกจากฟูกที่นอนยางพาราพร้อมกับผ้าห่มผืนหนาด้วยฝ่าเท้าเรียวของหญิงสาวที่มีไซส์เบอร์รองเท้าขนาดเบอร์ถึงสามสิบแปดเข้าอย่างจัง
และในจังหวะที่กลิ้งหล่นตุ้บลงมาจากฟูกนั้นเสียงแว้ดจากหญิงสาวเ้าของฝ่าเท้าตรงหน้านั่น ก็ดังขึ้นกลบเสียงห่าฝนในทันที
“นี่นาย!! มันชักจะมากเกินไปแล้วนะ” เสียงแว้ดดังขึ้นพร้อมกับสองแขนที่ยกขึ้นเท้าเอวอย่างขุ่นเคืองได้ที่ “อยากจะออกไปนอนข้างนอกใช่ไหมห๊า...”
“ไม่นะ..!!” เสียงทุ้มปฏิเสธขึ้นทันควันทั้งที่ทั้งสองแขนยังคงกุมท้องของตนเอาไว้แน่น
“แล้วทำแบบนั้นทำไม” ชี้นิ้วเรียวมายังบุคคลที่ยังคงนั่งกุมท้องของตนด้วยสีหน้าเ็ปเหยเก“นี่นายคงไม่คิดที่จะลวนลามฉันหรอกใช่ไหม”
“ห๊ะ!!..เปล่านะ” โพล่งขึ้นอย่างปฏิเสธอีกครั้ง “ผมก็แค่หนาวเท่านั้น”เบือนใบหน้างุดหลบ “ก็ผ้าห่มที่คุณให้มันบางมาก”เบือนกลับเข้ามาสบกับผู้มีั์ตาสีน้ำตาลเข้มเบื้องหน้าอีกครั้ง “แถมที่นอนนั่นก็แข็งราวกับนอนบนหิน ไม่เหมือนของคุณนี่นา” น้ำเสียงเริ่มอ่อนเบาลงพร้อมกับริมฝีปากที่เริ่มบุ้ยใบ้อย่างนึกน้อยใจ “ผมก็แค่อยากนอนที่ที่นอนนั่นบ้างก็เท่านั้นเอง...แต่ช่างเถอะถ้าคุณหวง ผมกลับไปนอนบนที่นอนที่แข็งเหมือนหินนั่นกับผ้าห่มที่บางจนไม่อาจกลบความหนาวเย็นเหมือนเดิมก็ได้”ก่อนจะผลันตัวหันกลับไป พร้อมกับเริ่มคืบคลานพาตนไปยังที่นอนเก่าของตนดังเดิม
ซึ่งมันทำให้ผู้ที่เป็เ้าของห้องอย่างหญิงสาวตรงหน้าผู้มีเรือนผมสีดำขลับยาวสลวยกับั์ตาสีน้ำตาลเข้ม และมีชื่อเสียงเรียงนามว่าแดนดี้ ดาริกานั้น ต้องยกฝ่าหนึ่งของตนขึ้นกุมขมับ ก่อนจะเงยง้าง เสยผมเม้มริมฝีปาก สะบัดใบหน้ากลับมามองชายหนุ่มแปลกหน้าจอมเื่มากอย่างนึกเหนื่อยใจ
“เฮ้อ...” พ่นพรืดลมหายใจ “ก็ได้นายมานอนกับฉันก็ได้”และพอเมื่อได้ยินประโยคที่ว่านั้นจนจบก็พลันให้ชายหนุ่มผู้มีเรือนผมสีเงินยาวสลวยกับั์ตาสีฟ้าครามใสต้องเบือนหันกลับเข้ามาสบด้วยสีหน้าตื่นเต้นดีใจในทันที“แต่ห้ามทำแบบเมื่อกี้อีก เข้าใจไหม” แต่ยังไม่ได้ทันฟังจนจบประโยคดีร่างหนาของชายหนุ่มตรงหน้าก็พลันถลาพุ่งเข้ามาล้มตัวลงนอนบนฟูกที่นอนยางพารานั้นอย่างรวดเร็ว
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ครืด ครึง
ยานกำลังสั่น แผงควบคุมร้อนดั่งไฟควันลอยฉุยพุ่งขึ้นมาจากแผงวงจร เสียงจากเอไอรวนจนจับใจความไม่ได้
แต๊ก แต๊ก แต๊ก
เสียงนิ้วรัวพิมพ์บนปุ่มแป้นพิมพ์สีหน้าฉายชัดถึงความกังวลและร้อนใจ อึก ลมหายใจหอบถี่ ครึก ยานสั่นอีกครั้งไม่นะ...
วาบบบบบ
แต่แล้วที่ด้านหน้าแสงสว่างเจิดจ้าปรากฏขึ้นพร้อมกับม่านมิติอะไรบางอย่าง
วูบ พรึบ
หลังจากนั้นทุกอย่างก็ดำมืดไปเสียซะสนิท
“ั้แ่บัดนี้ไปเราขอแต่งตั้งเ้าให้เป็ดยุกหนึ่งเดียวแห่งดินแดนรุ่งอรุณ พาเวโรเนียร์”ภาพเบื้องหน้าปรากฏเพียงฉลองพระบาทและฝ่าพระหัตถ์ที่ขยับเขยื้อนไปมาอย่างเนิบช้าผ่านศีรษะของตน “ดยุกฮาลน์ ซัลเคย์เทล์ ไมลีย์”และหลังจากสิ้นประโยคจากน้ำเสียงแหบทุ้มจากผู้มีอำนาจเบื้องหน้าภาพทุกอย่างก็เริ่มเลือนพร่าแตกตัวแยกออกอีกครั้ง
พรึบ
ณ ท้องพระโรงแห่งปราสาทซันไรท์
รู้ตนอีกทีภาพทุกอย่างเบื้องหน้าก็พลันแปรเปลี่ยนเป็ยืนนิ่งอยู่หน้าบัลลังก์ขององค์จักรพรรดิอัลฟอล์นเดอาร์ ซาคาเทเวียร์ผู้มีเรือนผมสีทองเปล่งประกายกับั์ตาสีแดงฉานฉายแววน่าเกรงขามที่ซึ่งตอนนี้ก็กำลังนั่งเผยยิ้มกริ่มอยู่เหนือบัลลังก์ของตน
และที่ด้านข้างห่างออกไปไม่ไกลชายหนุ่มผู้มีเรือนผมสีชมพูสดใสกับั์ตาสีเขียวสดอยู่ในชุดเครื่องแบบของราชนาวีอย่างเต็มยศเจโรเซย์ จาค็อบ ฟิช มาร์ควิสแห่งอาณาจักรพาเวโรเนียร์ก็ยืนร่วมอยู่ในเหตุการณ์นี้ด้วยเช่นกัน
แต่ในจังหวะที่กำลังมองภาพเหตุการณ์ทุกอย่างต่อหน้าดำเนินไปนั้นเสียงแหบทุ้มพร่าขององค์จักรพรรดิก็ได้เอ่ยวาจาเรียกสติของตนขึ้น
“ข้าจักรพรรดิแห่งพาเวโรเนียร์อัลฟอล์น เดอาร์ ซาคาเทเวียร์ ขอประกาศว่า หากใครก็ตาม ตามหาเทพีพฤกษาและรักษาต้นไม้แห่งชีวิตเอาไว้ได้เช่นนั้นข้าจะรับเป็ผู้สืบทอดราชบัลลังก์และได้ขึ้นเป็ว่าที่องค์จักรพรรดิองค์ต่อไปโดยทันที”
พรึบ
ภาพทุกอย่างถูกตัดออกไปอีกครั้งในจังหวะที่กำลังสับสนงุนงงอยู่ในความดำมืดอันพร่าเลือนนั้น
ปัง
เสียงปืนดังขึ้น
ฉึก
ความรู้สึกเจ็บแปลบฉายชัดที่หน้าอกและก่อนที่จะล่วงหล่นสู่ผืนน้ำอันเย็นเหยียบ ภาพสุดท้ายที่ฉายให้เห็นนั้นคือสีหน้ายิ้มกริ่มชอบใจของเจโรเซย์ จาค็อบ ฟิช
เฮือก!!
“อึก” ดวงตาเปิดโพลงมือหนึ่งยกขึ้นจับหมับที่ขมับ กรามขบแน่นอย่างไม่ชอบใจก่อนที่สุดท้ายจะเลื่อนฝ่ามือของตนขึ้นลูบใบหน้าลงมา และทอดมองฝ้าเพดานตรงหน้าก่อนจะพ่นพรืดลมหายใจ “ฝันสินะ เฮ้อ...ผ่านมาหกสัปดาห์แล้วใช่ไหมนับั้แ่วันนั้น หากไม่มีข้า คาซานจะรับมือกับทุกอย่างได้ดีหรือเปล่านะแล้วเ้าเจโรเซย์ หวังว่าเ้านั่นคงจะยังไม่เจอเข้ากับเทพีพฤกษาแล้วหรอกเฮ้อ..ทั้งที่ก็ไม่ได้อยากจะกลับไป แต่ทำไมถึงเอาแต่คิดถึงที่นั่นกันนะ ให้ตายสิ”มือหนาของตนยกขึ้นจับหมับเข้าที่ขมับอีกครั้งแต่ในระหว่างที่กำลังครุ่นเครียดกับเื่ในอดีตที่พัดผ่านมาก่อนหน้านั่น
ฉึบ
“อืม...”เสียงเล็กของใครอีกคนข้างกายดังขึ้นผ่านลำคอเรียวแขนและขาพาดทับโอบรัดและกอดก่ายอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
และเมื่อครั้นเบือนใบหน้าเข้าไปสบก็พบเข้ากับใบหน้าเรียวมนของหญิงสาวผู้มีเรือนผมสีดำขลับกำลังหลับตาพริ้มอย่างนึกสบายใจพร้อมกับซุกไซ้ใบหน้าของตัวเองนั้นเอาไว้บนแผงอกแน่นของชายหนุ่มข้างตัว
“ฮึ”เสียงพ่นลมหายใจดังขึ้นอย่างแ่เบาอีกครั้งพร้อมกับมือหนึ่งที่ยกขึ้นปัดไรเส้นผมที่ไหลลงมาปกปิดใบหน้าเรียวเล็กของหญิงสาวข้างกาย“ทั้งที่โวยวายไม่ให้ข้าโอบกอดเ้า แต่เ้ากับเป็ฝ่ายกอดก่ายข้าเสียเองเนี่ยนะแดนดี้” ว่าขึ้นอย่างกระซิบ ก่อนจะเอนตัวตะแคงเอื้อมฝ่ามือหยิบยกผืนผ้าห่มหนาขึ้นคลุมร่างเพรียวบางพร้อมกับเริ่มโอบรัดเพิ่มความอบอุ่นตอบรับกลับไป