ปฐมบทแห่งมังกร

    30 รอยแห่งหายนะ

    มีอา "เรียนท่านหมอเลียม ตั้งแต่ช่วงเข้านอน ทุกอย่างก็เป็นไปตามปกติไม่มีอาการใด ๆ เลย ข้าก็นอนเฝ้าดูแลอยู่ข้าง ๆ เหมือนทุกวัน ทว่าในช่วงดึกสงัด จู่ ๆ ข้าก็ได้ยินเสียงคุณหนูครางกระสับกระส่ายเหมือนคนกำลังทรมาน แถมเสียงหายใจยังหอบถี่รุนแรงจนข้าตกใจตื่น"


    ​มีอาหยุดหายใจเล็กน้อยด้วยความรู้สึกหวาดกลัวเมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์ ก่อนจะรีบเล่าต่อ


    ​มีอา "ข้าเลยรีบเข้าไปดูใกล้ ๆ แล้วก็พบว่าคุณหนูนอนตัวสั่นเทาไปหมด พอข้าลองยื่นมือไปสัมผัสร่างกายเพื่อจะดูอาการ ก็พบว่าตัวของคุณหนูร้อนจัดจนน่ากลัว ร้อนมากๆ เหมือนเตาไฟเลยค่ะท่านหมอ ยิ่งไปกว่านั้น..."


    ​มีอาเหลือบมองไปทางเตียงแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปสบตากับหมอเลียมด้วยแววตาที่ยังคงตื่นตระหนก


    ​มีอา "ในตอนนั้นมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น ข้าเห็นเส้นสายพลังงานผุดขึ้นมาแตกแขนงลากยาวคล้ายกับรอยสายฟ้าฟาดตามร่างกายของคุณหนู... ซึ่งมันดูประหลาดและน่ากลัวมาก"


    ​ซาร่าหันขวับกลับมาสมทบทันที น้ำเสียงสั่นเครือระคนสะอื้นไห้ยามที่เอ่ยปากยืนยันคำพูดของมีอาให้หมอเลียมฟัง


    ​ซาร่า "ใช่แล้วท่านหมอ! ข้าเองก็เห็นมันเมื่อตอนที่ข้าเช็ดตัวให้ลูกของข้า... แล้วมันไม่ได้มีแค่รอยประหลาดนั่นนะ หลังจากที่รอยนั้นขึ้นมา จู่ๆ นางก็พูดพึมพำภาษาอะไรบางอย่างออกมาก็ไม่รู้ ข้าฟังไม่ออกเลยแม้แต่คำเดียว มันเป็นภาษาที่แปลกประหลาดมาก!"


    ​หมอเลียมที่กำลังจะหันกลับไปเตรียมอุปกรณ์การตรวจถึงกับชะงักกึกไปในทันที ใบหน้าของเขาถอดสีและดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจอย่างปิดไม่มิด คำว่ารอยประหลาดและภาษาลึกลับที่พรั่งพรูออกมาจากปากของซาร่า ทำให้ในหัวของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและสงสัยอย่างหนัก


    ​หมอเลียม "รอยประหลาดนั่นข้ายังพอเข้าใจได้... เพราะตอนที่ข้ารักษาผู้ป่วยคนอื่นๆ ข้าก็เคยเจอเหตุการณ์ที่มีลักษณะรอยประหลาดเกิดขึ้นตามร่างกายอยู่เหมือนกัน"


    ​หมอเลียม "แต่หากท่านซาร่าบอกว่านางพูดภาษาที่ฟังไม่รู้เรื่องออกมาด้วย ข้าคิดว่าอาจเป็นเพราะนางไข้หนักจนพิษไข้เล่นงาน เลยทำให้นางละเมอเพ้อไปเองเสียมากกว่า"


    ​หมอเลียมพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พลางขมวดคิ้วแน่นด้วยความงุนงงสับสน เขาพยายามนึกทบทวนในใจว่ามันคือสัญลักษณ์ของโรคชนิดใดกันแน่ ทว่าคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก หลังจากนั้นหมอเลียมจึงรีบก้าวเข้าไปประชิดขอบเตียงเพื่อลงมือตรวจดูอาการของเด็กสาวอย่างละเอียดทันที


    ​ทว่าเพียงแค่เขาเอื้อมมือไปแตะสัมผัสถูกผิวเนื้อของเธอเพื่อวัดไข้ หมอเลียมก็ต้องสะดุ้งวาบด้วยความตกใจ ร่างกายของนางร้อนจัดจนแทบจะลวกมือ ราวกับมีเปลวเพลิงแผดเผาอยู่ภายในแผ่ไอความร้อนระอุออกมาจนน่ากลัว 


    มันเป็นความร้อนที่สูงล้ำเกินกว่าระดับไข้ของคนปกติทั่วไปจะสู้ไหว จนผู้เป็นหมอได้แต่คิดด้วยความตระหนกและสงสัยในใจ ว่าร่างกายของมนุษย์เราจะสามารถอดทนและรับความร้อนระอุขนาดนี้เอาไว้ได้อย่างไรโดยที่ร่างยังไม่แหลกสลายไปเสียก่อน


     เขาพยายามตรวจเช็กชีพจรและอาการอื่น ๆ ซ้ำอีกครั้งด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะละมือออกมาด้วยความสับสน เขาลุกขึ้นยืนแล้วหันกลับมาสบตากับซาร่าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเลอเลือน หนักใจ และอับจนหนทางอย่างที่สุด


    ​หมอเลียม "ตอนที่สาวรับใช้ของบ้านท่านไปตามตัวข้ามา นางดูร้อนรนหนักมากจนทำให้ข้าคิดว่าอาการน่าจะหนักน่าดู... แต่ข้าก็ไม่ได้คิดเลยว่ามันจะหนักหนาสาหัสถึงขนาดนี้ ตอนแรกคิดว่าคงจะเหมือนกับเหตุการณ์ในวัยเด็ก แต่พอมาเจอของจริงในคืนนี้ มันกลับรุนแรงกว่าเดิมมากนัก"


    ​หมอเลียมเว้นจังหวะไปเล็กน้อย สีหน้าของเขาดูหม่นหมองลงอย่างเห็นได้ชัดยามที่ต้องเอ่ยความจริงอันโหดร้ายออกมา


    ​หมอเลียม "นับตั้งแต่ที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นครั้งแรกเมื่อตอนนั้น... ทั้งตัวข้าและหมอหลวงคนอื่นต่างก็พยายามช่วยกันศึกษาหาข้อมูลและค้นคว้าตามตำราโบราณอย่างหนัก เพื่อหาวิธีการรับมือและเตรียมพร้อมหากนางกลับมาเป็นอีกครั้ง


     ทว่า... ไม่ว่าจะพลิกตำราเล่มไหน ก็ไม่เคยมีบันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ประหลาดแบบนี้ปรากฏอยู่เลยแม้แต่เล่มเดียว ข้าไม่เคยเจออาการแบบนี้มาก่อนในชีวิต"


    ​ซาร่าได้ฟังดังนั้นก็เบิกตากว้าง ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความกลัวที่พุ่งทะยานจนถึงขีดสุด หมอเลียมสบตาเธอแล้วส่ายหน้าช้า ๆ


    ​หมอเลียม "หากไม่มีร่องรอยในตำรา ข้าก็ไม่มีทางช่วยนางได้จริงๆ ท่านซาร่า... ในเวลานี้ไม่มียาขนานใดในโลกที่จะช่วยรักษานางได้เลย สิ่งเดียวที่พวกเราทำได้ในตอนนี้ คือต้องคอยเฝ้าสังเกตอาการของนางตลอดเวลาอย่างใกล้ชิด และทำได้เพียงรอคอยให้เกิดปาฏิหาริย์เหมือนกับเหตุการณ์ในตอนนั้นอีกครั้งเท่านั้น..."


    ​เมื่อสิ้นคำวินิจฉัยที่ไร้หนทางเยียวยาของหมอเลียม ความอดทนทั้งหมดของคนเป็นแม่ก็พังทลายลงทันที ซาร่าปล่อยโฮร้องไห้ออกมาอย่างหมดกลั้น ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านและกำลังจะทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างหมดแรง


    ​มีอาที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ เห็นท่าไม่ดีว่านายหญิงของตนกำลังจะล้มลง จึงรีบถลาเข้าไปช่วยโอบประคองร่างของซาร่าเอาไว้ได้ทัน ท่วงท่าอันสิ้นหวังทำให้ทั้งสองได้แต่กอดกันสะอื้นไห้อย่างหนักหน่วงจนตัวโยน หัวใจของซาร่าแตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ เมื่อรู้ว่าชีวิตของลูกสาวแขวนอยู่บนเส้นด้ายที่มองไม่เห็น หยาดน้ำตาแห่งความหวาดกลัวและเวทนาของมีอาก็ไหลอาบแก้มออกมาเป็นสายเช่นกัน ทั้งคู่จ้องมองเซเลสด้วยความรู้สึกสะเทือนใจและไร้กำลังจะช่วยบรรเทา


    ​หมอเลียมมองภาพนายหญิงซาร่าและมีอาที่กอดกันสะอื้นอยู่ข้างเตียง ด้วยความรู้สึกเห็นใจและเวทนาต่อความทรมานของคนเป็นแม่และสาวรับใช้เป็นอย่างยิ่ง หัวใจของผู้เป็นหมอไม่อาจปล่อยให้สถานการณ์สิ้นหวังไปมากกว่านี้ แม้จะยังมืดแปดด้านและไม่รู้วิธีรักษาที่แน่ชัด แต่เขาก็ตบไหล่ให้กำลังใจและเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว


    ​หมอเลียม "ท่านซาร่า ค่อยๆ ตั้งสติก่อนนะขอรับ... แม้ว่าในตอนนี้ข้าจะยังไม่รู้วิธีรักษาอาการแบบนี้ แต่ข้าเองก็จะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด ข้าจะลองใช้ยาที่ท่านหมอหลวงฝากมาเพื่อลองรักษาลูกของท่านดู เผื่อว่ามันจะได้ผลและช่วยลดพิษไข้ลงได้บ้าง"


    ​หมอเลียมเอ่ยพลางยื่นมือไปหยิบห่อยาบางอย่างออกมาจากย่ามประจำตัว แววตาของซาร่าสั่นระริกยามจ้องมองห่อยานั้น ในใจของเธอผุดความหวังขึ้นมาเลือนรางจนไม่อาจกักเก็บความอัดอั้นไว้ได้อีกต่อไป ซาร่าเอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือปนสะอื้น


    ​ซาร่า "มัน... มันจะช่วยลูกของข้าได้จริงๆ ใช่ไหมท่านหมอ"


    ​คำถามที่เต็มไปด้วยความหวังและร่องรอยความสิ้นหวังทำให้หมอเลียมได้แต่สบตาเธอนิ่ง ขมวดคิ้วด้วยความหนักใจอย่างที่สุดก่อนจะเอ่ยตอบตามความจริง


    ​หมอเลียม "ข้าก็ไม่อาจรับปากได้เต็มร้อยหรอกขอรับว่ามันจะช่วยได้จริงหรือไม่... ยาลดไข้ตัวนี้ เป็นตัวยาขนานใหม่ที่ท่านหมอหลวงเพิ่งปรุงขึ้นมาสำเร็จ ยาขนานนี้เคยใช้รักษาผู้ป่วยคนอื่นที่มีอาการไข้กำเริบหนักจนถึงขั้นวิกฤตได้ผลดีเป็นอย่างยิ่ง ข้าจึงคิดว่ามันน่าจะพอช่วยเยียวยาบรรเทาอาการของคุณหนูลงได้บ้างสักนิดก็ยังดี ข้าจะพยายามทำสุดความสามารถขอรับ"


    ​คำพูดของหมอเลียมเปรียบเสมือนหยดน้ำชโลมใจที่พอจะช่วยเยียวยาจิตใจอันบอบช้ำ ซาร่าพยักหน้ารับทั้งน้ำตาพลางพยายามสะกดเสียงสะอื้นไห้เอาไว้ในอก ในใจเริ่มผุดความหวังขึ้นมาเลือนราง แม้จะไม่มากนักแต่ก็ช่วยให้เธอรู้สึกโล่งใจขึ้นมาได้บ้างสักนิด ซาร่าปล่อยให้ท่านหมอลงมือรักษาลูกสาวของตนแต่โดยดี


    ​หลังจากนั้น หมอเลียมประคองเชิดคางของเซเลสที่กำลังนอนไม่ได้สติขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ หยดตัวยาน้ำลดไข้ตัวนี้ป้อนละเลงเข้าไปตามอุ้งปากและร่องเหงือกของเด็กสาวอย่างระมัดระวัง เพื่อให้ตัวยาสสามารถซึมซับเข้าสู่ร่างกายได้โดยเร็วที่สุด หลังจากป้อนยาไปได้ราวห้านาที ตัวยาก็เริ่มออกฤทธิ์จนทำให้ร่างกายของเซเลสที่เคยร้อนจัดเริ่มดูอ่อนแรงลงและความร้อนระอุนั้นลดระดับลงมาคล้ายกับอาการไข้สูงของคนป่วยทั่วไป ทว่าความโล่งใจของทุกคนกลับคงอยู่ได้ไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ...


    ​ภาพลึกเข้าไปในมิติความฝันของเซเลส


    ​ภายในมิติกว้าง ๆ อันมืดมิดและว่างเปล่าแห่งเดิม บัดนี้กลับถูกแปรเปลี่ยนเป็นนรกบนดินในชั่วพริบตา รอบกายของเซเลสไร้ซึ่งวี่แววของมังกรยักษ์ตนนั้นแล้ว ทว่าสิ่งที่เข้ามาแทนที่กลับเป็นเปลวเพลิงสีน้ำเงินครามลึกลับขนาดใหญ่ที่พุ่งหมุนวนเข้ามาล้อมรอบและแผดเผาร่างของเธอจนมืดฟ้ามัวดิน เด็กสาวขยับตัวหนีไปไหนไม่ได้เลยแม้แต่ก้าวเดียว เธอทำได้เพียงยืนเบิกตากว้าง ทรมานอยู่ท่ามกลางกองเพลิงสีน้ำเงินที่ลุกโชนอย่างบ้าคลั่ง


    ​ถึงกระนั้น เซเลสกลับไม่ได้กรีดร้องขัดขืนหรือเปล่งเสียงใด ๆ ออกมาเลยแม้แต่คำเดียว ท่ามกลางความเจ็บปวดแสนสาหัสสากรรจ์จนแทบเจียนตาย ลึก ๆ ในใจของเธอกลับไม่ได้คิดที่จะต่อต้านขัดขืนพลังงานลึกลับรอบตัวหรือเปลวเพลิงสีน้ำเงินสายนี้เลยแม้แต่นิดเดียว เธอยอมปล่อยให้ไอความร้อนระอุอันมหาศาลซอนไซพุ่งพล่านหลอมละลายแผดเผาร่างกายไปจนทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งความทรมานในความเงียบงันนั้นพุ่งทะยานขึ้นจนถึงขีดสุด...


    ​เฮือก...!


    ​(ตัดภาพสลับกลับมาที่ห้องนอนคฤหาสน์ตระกูลเรย์ทันที...)


    ​จู่ ๆ ร่างของเซเลสที่นอนนิ่งอยู่นั้นก็สะดุ้งสุดตัว ก่อนจะลุกทะลึ่งพรวดขึ้นมานั่งหอบหายใจอย่างรุนแรง เสียงสูดอากาศเข้าปอดดังเฮือกใหญ่ท่ามกลางความเงียบ การขยับตัวอย่างกะทันหันทำเอาทั้งซาร่า มีอา และหมอเลียมที่เฝ้าไข้อยู่ข้างเตียงต่างพากันสะดุ้งโหยงและตกใจตื่นตระหนกอย่างหนักจนทำตัวไม่ถูก


    ​ทว่าหลังจากที่เซเลสลุกขึ้นมานั่งได้เพียงไม่กี่วินาที สิ่งไม่คาดฝันที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิมก็อุบัติขึ้นทันที! ไข้ที่ทำท่าเหมือนจะลดลงก่อนหน้านี้กลับพุ่งทะยานย้อนกลับขึ้นสูงกว่าเดิมอย่างรวดเร็ว


    ​พร้อม ๆ กันนั้น บนเนื้อตัวและผิวหนังของเซเลสเริ่มปรากฏเส้นสายพลังงานสีฟ้าอมขาวผุดขยายขึ้นมาเด่นชัดเป็นริ้วรอยคล้ายกิ่งไม้หรือรอยสายฟ้าฟาด ทว่าในครั้งนี้ มันกลับเปล่งแสงสว่างวาบและเด่นชัดขึ้นมหาศาล รอยประหลาดแผ่ขยายแล่นพล่านไปตามร่างกายอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนเห็นได้ชัดเจนด้วยตาเปล่าในความมืด ลวดลายเรืองแสงที่น่ากลัวนี้ปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตาจนทุกคนในห้องเห็นมันพร้อมกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคนเป็นแม่ มีอา หรือแม้กระทั่งหมอเลียมที่ตอนแรกในใจยังคงมีความเคลือบแคลงสงสัย ทว่าในวินาทีนี้ เมื่อสัญลักษณ์ปริศนาเหนือธรรมชาติผุดขึ้นมาเด่นชัดขนาดยืนยันอยู่ตรงหน้า หมอเลียมถึงกับยืนเบิกตากว้าง หน้าถอดสีจนเป็นสีขาวซีดด้วยความช็อกและตื่นตะลึงอย่างที่สุด


    เหตุการณ์ที่นอกคฤหาสน์


    ​โฮกครืนนนนนนนนนน—!!


    ​ในวินาทีเดียวกันนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีเสียงร้องคำรามแหลมลึกและทรงพลังดังสนั่นหวั่นไหวสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วชั้นฟ้า อานุภาพของมันสั่นสะเทือนจนคฤหาสน์ทั้งหลังไหวระริก เสียงลึกลับอันคุ้นเคยที่แสนน่ากลัวนั้นบีบคั้นหัวใจของทุกคนให้ดิ่งวูบลงสู่ความตาย เพราะมันคือสุ้มเสียงของพวกมังกรที่เคยบุกมาโจมตีถล่มคฤหาสน์ในอดีตตอนที่ท่านปู่ยังอยู่... บัดนี้ เสียงสัญญาณแห่งหายนะของพวกมันได้ดังกึกก้องกลับมาบุกโจมตีอีกครั้งหนึ่งแล้ว!


    ​และในวินาทีเดียวกันที่เสียงคำรามกึกก้องลากยาวพาดผ่านชั้นฟ้านั่นเอง ภาพเหตุการณ์ก็ตัดสลับพรวดขึ้นไปยังน่านฟ้าอันมืดมิดเหนือคฤหาสน์ตระกูลเรย์ทันที