ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 3 บทที่ 66 ทำให้ต้องอับอายขายหน้า

            สีหน้าของจิ่งเสี่ยวเยวี่ยซีดเผือด แต่ยังพยายามจะตามไป ทันใดนั้นมือข้างหนึ่งก็ยื่นออกมาตบหน้าเธอจากด้านข้าง “วันนี้แกยังอับอายขายขี้หน้าไม่พออีกเหรอ?”

            คนที่ตบหน้าจิ่งเสี่ยวเยวี่ยคือหยางหว่านซิ่วที่ตอนนี้โกรธจนหน้าเขียว

            เดิมทีวันนี้จิ่งเสี่ยวเยวี่ยก็ได้รับบาดเจ็บไม่น้อยแล้ว ตอนนี้พอถูกฟางเสียนจือทำให้โมโห ซ้ำยังโดนหยางหว่านซิ่วตบหน้าอีก เมื่อเห็นสายตาเยาะเย้ยของคนรอบข้าง เธอกรีดร้องแล้วสลบไปอีกครั้ง

            การเป็นคนก็มีขีดจำกัดเหมือนกัน ครั้งนี้ไม่มีชาวบ้านคนไหนเข้าไปช่วยพยุงเธออีกแล้ว

            หลิวชุนฮวาชะงักไป ก่อนจะร้องไห้ออกมาตรงนั้น “จิ่งเยี่ยนกุย แกใจร้ายเหลือเกิน! เสี่ยวเยวี่ยของฉันช่างน่าสงสารที่สุด!”

            วันนี้พวกชาวบ้านได้ดูละครของตระกูลจิ่งถึงสองฉาก และแต่ละฉากล้วนสนุกขึ้นเรื่อยๆ ชาวบ้านบางคนถึงกับส่ายหน้า พอรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไรให้น่าสนใจแล้วก็แยกย้ายกันไป

            ก่อนหน้านี้หลิวชุนฮวามีมนุษยสัมพันธ์กับคนในหมู่บ้านค่อนข้างดี พวกป้าๆ ที่สนิทกันก็เข้ามาปลอบใจสองสามคำ แล้วก็ช่วยพยุงหล่อนขึ้นมา

            จิ่งเสี่ยวเยวี่ยยังคงสลบอยู่ตรงนั้น แต่เชอฉางเกินกลับไม่ยอมรักษาเธออีก

            หลิวชุนฮวาพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ภรรยาของเชอฉางเกินกลับถือมีดทำครัวเดินออกมาจากไหนก็ไม่รู้ กิริยาแสดงออกชัดเจนว่า ถ้าหลิวชุนฮวายังอาละวาดอีก หล่อนก็พร้อมสู้ตาย

            หลิวชุนฮวาด่าทอสองสามคำ แล้วแบกจิ่งเสี่ยวเยวี่ยกลับบ้านไปเอง

            สุดท้ายหล่อนก็เป็นห่วงจิ่งเสี่ยวเยวี่ย หลังจากกลับถึงบ้านก็ไปหารถไถมา แล้วพาจิ่งเสี่ยวเยวี่ยไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลอำเภอ

            จิ่งเยี่ยนกุยยังคงสุขุมตลอดเวลาตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง เมื่อกลับมาถึงบ้านเก่า เธอเห็นหยางหว่านซิ่วที่ยืนอยู่ข้างๆ ดูเหม่อลอยไป จึงเข้าไปกอดแล้วพูดว่า “ย่าคะ ไม่ว่าหนูจะเป็นลูกใคร ย่าก็คือย่าของหนู”

            หยางหว่านซิ่วน้ำตาคลอหน่วย แล้วพูดเบาๆ “เยี่ยนกุย ไม่ใช่ว่าย่าอยากจะปิดบังนะ แต่ว่า…”

            “หนูเข้าใจค่ะ” จิ่งเยี่ยนกุยพูดขัดขึ้น “หนูรู้ว่าย่ารักหนู! ปิดบังเพราะหวังดีกับหนู”

            เมื่อเธอพูดกับหยางหว่านซิ่วด้วยท่าทีอ่อนโยนเช่นนี้ กลับทำให้หยางหว่านซิ่วรู้สึกผิดมากขึ้น ที่จริงแล้วการที่หยางหว่านซิ่วเลือกที่จะปิดบังชาติกำเนิดของเธอ ก็เพราะความเห็นแก่ตัวบางประการ

            น้ำตาของหยางหว่านซิ่วหลั่งไหล ในที่สุดก็พูดว่า “ยังไงย่าก็ปิดบังหลานอยู่ดี ตอนที่แม่ของหลานพาหลานกลับมาจากในเมือง ก็บอกว่าเก็บหลานมาจากข้างกองขยะ ตอนนั้นหลานเพิ่งเกิด บนตัวมีแค่ผ้าห่อตัวธรรมดาๆ ไม่ได้พิเศษอะไรเลย…”

            วันนี้เชอฉางเกินพูดเรื่องที่หลิวชุนฮวาเก็บจิ่งเยี่ยนกุยมาเลี้ยง ทำให้ยากที่จะหลีกเลี่ยงเรื่องชาติกำเนิดของจิ่งเยี่ยนกุย

            แต่คนที่เก็บจิ่งเยี่ยนกุยมาคือหลิวชุนฮวา หยางหว่านซิ่วไม่รู้รายละเอียดมากนัก

            ตอนที่จิ่งเยี่ยนกุยเพิ่งเกิด คนส่วนใหญ่ยังพากันกินไม่อิ่มท้องและไม่มีใครต้องการลูกสาว

            ในหมู่บ้านอิ๋นซานก็มีชาวบ้านไม่น้อยที่เอาลูกสาวของตัวเองไปทิ้งหรือยกให้คนอื่น

            ด้วยข้อมูลเท่านี้ การตามหาพ่อแม่ที่แท้จริงจึงยากประหนึ่งงมเข็มในมหาสมุทร

            ชาติที่แล้วจิ่งเยี่ยนกุยรู้ว่าตัวเองถูกเก็บมาเลี้ยงตอนที่ใกล้ตายแล้ว ในช่วงเวลาที่เธอทุกข์ทรมานเหล่านั้น ไม่เคยได้ยินว่ามีใครมาตามหาเธอเลย เธอคิดว่าพ่อแม่ที่แท้จริงของเธอก็คงเหมือนกับพ่อแม่ในหมู่บ้านอิ๋นซานที่คลอดลูกสาวหลายคน แต่ก็ยังคงดื้อรั้นอยากจะมีลูกชาย จนทิ้งลูกสาวอย่างเธอไป

            เมื่อพวกเขากล้าที่จะใจร้ายทิ้งเธอไปได้ ก็แสดงว่าการมีอยู่ของเธอเป็นส่วนเกิน

            ในเมื่อเธอเป็นส่วนเกินสำหรับพวกเขาแล้ว ก็ไม่เห็นต้องตามหาคนแบบนั้นเลย

            เธอจึงพูดเบาๆ ว่า “ย่า หนูจะไม่ตามหาพ่อแม่ที่แท้จริงหรอก หนูจะอยู่กับปู่กับย่าตลอดไป”

            หยางหว่านซิ่วรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เธอสูดลมหายใจผ่านจมูกเบาๆ แล้วพูดว่า “พวกเขาไม่เลี้ยงดูหนูตั้งแต่เกิด ก็ไม่ใช่พ่อแม่ที่ดีอยู่แล้ว พวกย่าเลี้ยงดูหนูมา บุญคุณที่เลี้ยงดูนั้นยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใด”

            ตอนที่เธอถูกหลิวชุนฮวาเก็บมาใหม่ๆ หลิวชุนฮวาก็ดีกับเธอไม่น้อย แต่ผ่านไปไม่นานหลิวชุนฮวาก็รู้ว่าตัวเองตั้งท้อง จึงทิ้งเธอไว้ให้หยางหว่านซิ่วเลี้ยงดู พอเธอโตขึ้นมาได้เจ็ดแปดขวบก็ถูกหลิวชุนฮวาเอาตัวกลับไป

            หลิวชุนฮวาเอาแต่คิดจะให้เธอทำงาน การทนหิวถือเป็นเรื่องปกติ แต่หยางหว่านซิ่วทนดูไม่ไหว จึงมักจะหาของกินมาฝากเธอเสมอ ดังนั้นถึงแม้ว่าหลิวชุนฮวาจะพูดว่าจิ่งเยี่ยนกุยเป็นลูกที่เธอเลี้ยงมา แต่ความจริงแล้วคนที่เลี้ยงดูคือคุณย่าต่างหาก

            เมื่อหยางหว่านซิ่วได้ยินประโยคนี้จากจิ่งเยี่ยนกุยอีกครั้ง น้ำตาก็คลอเบ้า กอดเธอไว้ในอ้อมแขนแล้วพูดว่า “เยี่ยนกุยของย่า!”

            เนื่องจากจิ่งเสี่ยวเยวี่ยก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นมากมาย คงเป็นไปไม่ได้ที่จิ่งเยี่ยนกุยจะไม่รู้สึกอะไรเลย เธอไปนั่งเหม่อลอยอยู่ตรงคันนาที่สูงที่สุดริมเชิงเขาของหมู่บ้านอิ๋นซาน

            จะว่าเหม่อลอยก็ไม่ถูก เพราะเธอคิดเรื่องต่างๆ มากมาย เรื่องราวในชาติที่แล้วและเรื่องราวในชาตินี้ต่างสับสนวุ่นวาย กระจัดกระจายไปหมด เธอรู้สึกว่าในใจว่างเปล่าอย่างน่าประหลาด

            ฟางเสียนจือตามมาแล้วนั่งลงข้างเธอ เธอเหลือบมองเขาแล้วถามว่า “คุณมาได้ยังไงคะ?”

            “มาอยู่เป็นเพื่อน” ฟางเสียนจือตอบสั้นๆ

            จิ่งเยี่ยนกุยกลับยิ้มออกมา “ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ”

            ฟางเสียนจือถามเธอว่า “ยังจำสิ่งที่ฉันเคยบอกได้ไหม?”

            จิ่งเยี่ยนกุยค้างไปเล็กน้อย เรื่องที่เขาเคยพูดเธอจำได้ แต่ไม่รู้ว่าเขาหมายถึงประโยคไหน

            ฟางเสียนจือก็ไม่ได้จะให้เธอทาย เขาพูดขึ้นมาตรงๆ ว่า “ฉันเคยบอกว่าต่อจากนี้ไปฉันจะดูแลเธอเอง ต่อให้เธอไม่มีพ่อแม่รักถนอม เธอก็ยังมีฉัน”

            จิ่งเยี่ยนกุยได้ยินประโยคนี้ก็อยากจะหัวเราะ “ฟังจากที่คุณพูดแล้ว เหมือนคุณอยากจะเป็นพ่อแม่ของฉันเลยนะ?”

            “นี่เป็นแค่การเปรียบเทียบ” ฟางเสียนจือมองเธออย่างจริงจัง “ตอนเด็กๆ คนเราก็อยากให้พ่อแม่ดูแลและเอาใจใส่ ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ฉันจะไม่รู้ว่าเธอจะมาเป็นภรรยาของฉัน ชีวิตก่อนอายุสิบเจ็ดปีของเธอ ฉันก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่ตอนนี้เธอเป็นภรรยาของฉันแล้ว ชีวิตหลังจากนี้ฉันก็ต้องรับผิดชอบ”

            “ความสัมพันธ์ระหว่างเราอาจจะไม่เหมือนพ่อแม่กับลูก แต่ฉันเคยได้ยินมาว่าผู้ชายที่เอาใจใส่ภรรยาจริงๆ คือผู้ชายที่ดูแลภรรยาเสมือนลูกสาว”

            เมื่อจิ่งเยี่ยนกุยได้ยินประโยคนี้ก็ไม่ได้หัวเราะอีก เธอกะพริบตาปริบๆ ไปทางเขา “ถึงแม้ฉันจะขาดความรักจากพ่อ แต่ก็ไม่เคยคิดว่าจะให้สามีของตัวเองเป็นพ่อหรอกนะ รู้สึกแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้!”

            พูดจบก็เอนพิงเขาเบาๆ แล้วพูดว่า “ฟางเสียนจือ ขอบคุณนะ”

            ขอบคุณที่เขามาปลอบใจเธอในตอนนี้ และขอบคุณสำหรับความห่วงใยกับความเอาใจใส่ที่เขามีให้เธอในช่วงเวลานี้ เธอสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธอ

            ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยรู้จักวิธีปลอบใจคน แต่สำหรับเธอในตอนนี้ เพียงแค่ยังมีเขาอยู่ข้างๆ ก็เพียงพอแล้ว

            ฟางเสียนจือหันไปมองเธอ หญิงสาวหลับตาลงเล็กน้อย แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องมาจากด้านหลังของเธอ รัศมีสีทองเข้าโอบล้อมร่าง ช่างงดงามสดใส เข้มแข็งและโดดเดี่ยวจนเขารู้สึกปวดใจ

            เขาครุ่นคิดก่อนจะค่อยๆ ยื่นมือออกไปโอบเอวเธอเบาๆ

            จิ่งเยี่ยนกุยที่แต่ก่อนกังวลและสับสนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของทั้งสองคน ตอนนี้กลับรู้สึกสบายใจอย่างประหลาด เมื่อมีเขาอยู่ข้างๆ เธอก็ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวขนาดนั้นอย่างที่คิด

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663