วันรุ่งขึ้นอี้เฟิงก็ได้มายืนอยู่หน้าประตูของคนบ้านซูแล้ว เมื่อมาถึงเขาก็ได้ทุบประตูพร้อมกับะโเรียกคนในบ้านเพื่อให้ออกมาเปิดประตูให้เขาด้วย
จินเป่าเมื่อได้ยินเสียงทุบประตูและเสียงที่ะโเรียก เขาก็จำได้ว่าเป็ใคร เขาจึงได้รีบเดินออกมาจากด้านในบ้าน
“มาแล้วครับคุณลุงหยุดเคาะก่อนนะครับผมกำลังเปิดประตูให้” จินเป่าบอกกับคนที่อยู่ด้านนอก
“สวัสดีครับคุณลุงทำไมวันนี้มาแต่เช้าเลยครับ เข้าบ้านก่อนเถอะครับ”จินเป่า ทักทายอี้เฟิงพร้อมกับเชิญให้เขาเข้าไปในบ้าน
“จินเป่าช่วยออกไปยืนยันคนกับลุงก่อนเพราะมันเป็เื่ด่วนเธอพร้อมที่จะไปกับลุงเลยไหม เราจะต้องเข้าไปในตัวมณฑลกัน” อี้เฟิงพูดจุดประสงค์ออกมาโดยทันที
“เื่อะไรเหรอครับคุณลุงพอจะบอกกับผมได้ไหม ผมจะได้บอกกับที่บ้านได้ถูก” จินเป่าถามออกมาด้วยความสงสัย
“เธอจำครั้งแรกที่ลุงมาบ้านของเธอได้ไหม ที่วันนั้นมีผู้ชายและผู้หญิงมาที่บ้านเธอ เขาสองคนตอนนี้ได้เสียชีวิตแล้วแต่ลุงไม่แน่ใจแล้วก็ไม่รู้ว่าพวกเขาเป็ใครลุงเลย้าให้เธอไปยืนยัน”
จินเป่าเมื่อเขาได้ยินสิ่งที่อี้เฟิงพูดออกมา เขายอมรับว่าใมากแต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจหากคนที่ลุงอี้เฟิงบอกว่าคน คนนั้นได้เสียชีวิตลงแล้ว
“ลุงรอผมสักครู่นะครับผมขอไปบอกคนในบ้านก่อน” จินเป่าพูดจบเขาก็วิ่งกลับเข้าไปในบ้านทันที ด้านอี้เฟิงที่รออยู่ด้านนอกได้ไม่นานจินเป่าก็วิ่งออกมา
“เราไปกันเถอะครับ ผมพร้อมแล้ว”จินเป่าพูดกับอี้เฟิงที่ชะเง้อคอของตนมองเข้าไปในบ้านของเขา
“เดี๋ยวตอนกลับมา ลุงก็เข้าไปกินข้าวบ้านผมหรือจะนอนค้างก็ได้ครับ ไม่ต้องชะเง้อคอขนาดนั้นหรอกครับแม่ผมอยู่ในครัวด้านหลังลุงมองไม่เห็นแน่นอน”
“อะแฮ่ม งั้นก็ไปขึ้นรถของลุงกันเถอะ” อี้เฟิงเมื่อได้ยินที่จินเป่าพูดเขาก็รู้สึกอายเล็กน้อย จึงรีบเดินนำจินเป่าไปที่รถที่ผู้ช่วยของเขารออยู่แล้ว
รถของอี้เฟิงขับมาประมาณสองชั่วโมงก็มาถึงยังตัวมณฑล จินเป่ามองค่ายทหารที่อยู่ด้านหน้าด้วยความสนใจ จนรถได้เข้ามาด้านในและจอดอยู่หน้าอาคารหลังหนึ่ง เมื่อเดินเข้าไปจินเป่าเห็นว่าในห้องขังมีคนอยู่จำนวนมาก
“พี่สาม จินเป่ามาช่วยผมด้วยผมไม่อยากอยู่ในนี้” เสียงเรียกชื่อจินเป่าดังออกมาจากในห้องขัง
จินเป่าและอี้เฟิงก็พากันชะงักเท้าที่กำลังก้าวเดิน แล้วหันไปมองทางห้องขังนั้นด้วยความสงสัย เมื่อจินเป่่าเห็นว่าเป็ใครที่เรียกเขาเอาไว้ เขาก็ไม่ได้สนใจอีกผิดกับอี้เฟิงที่อยากรู้
“เธอรู้จักกับคนที่อยู่ในนั้นด้วยเหรอ พวกนี้เป็เหล่าสหายของลุงจับมาเมื่อวานจากการเข้าไปทลายบ่อนเถื่อน คนพวกนี้จะต้องถูกส่งไปใช้แรงงานที่ชายแดนเป็เวลาสิบปีเลยทีเดียว”อี้เฟิงถามกับจินเป่าและพูดถึงโทษที่คนพวกนั้นจะได้รับออกมาด้วยขณะที่กำลังเดินไปยังห้องเก็บศพ
“เขาเป็น้องชายคนละแม่ของผมครับ การได้รับโทษของเขามันก็สมควรแล้ว”จินเป่าตอบอี้เฟิงตามจริง
ด้านหลงเหวินเมื่อเห็นว่าจินเป่าได้เดินเข้ามากับนายทหารคนหนึ่งเขาก็ได้ะโเรียกเพื่อที่จะได้ขอความช่วยเหลือแต่ใครจะคิดว่าไอ้ลูกนอกคลอกของพ่อเขามันจะไม่สนใจเขาเลย หรือว่ามันจะถูกจับมาเหมือนกันแต่ทำไมมันถึงไม่ได้เข้ามาอยู่ในห้องขังเดียวกับเขากันล่ะ
“มึงจะอยู่เงียบๆ ไม่ได้หรือไงถ้ายังมีเสียงอีกเดี๋ยวกูจะปิดปากมึงให้เงียบเอง” หนึ่งในนักเลงที่ถูกจับมาพร้อมกับหลงเหวินพูดข่มขู่ออกมา
“ครับๆ” หลงเหวินรับคำของนักเลงคนนั้นอย่างหวาดกลัวเพราะมีแต่มันที่ะโเสียงดังอยู่คนเดียวเ้านักเลงนั่นต้องหมายความถึงเขาเป็แน่
จินเป่ากับอี้เฟิงพร้อมกับผู้ช่วยของเขาก็พากันเดินมาถึงหน้าห้อง ที่เขียนว่าห้องเก็บศพ จินเป่าสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วก็เดินตามอี้เฟิงที่เปิดประตู แล้วเดินเข้าไปด้านใน ด้านหน้าของเขาตอนนี้มีเตียงที่มีผ้าขาวคลุมร่างของศพเอาไว้สามศพซึ่งก็ได้สร้างความแปลกใจให้กับเขา
“ไปดูศพกันก่อนเดี๋ยวลุงจะเล่าเื่ที่หลานสงสัยให้ฟัง” อี้เฟิงพูดกับจินเป่าเมื่อเห็นว่าเขามีสีหน้าแปลกใจ
ตอนนี้เ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในห้องก็ได้เปิดผ้าคลุมร่างของศพทั้งสามออกแล้ว ศพแรกที่จินเป่าไปดูเป็ศพของหยุนเกอ ซึ่งจินเป่าไม่รู้จักจึงเดินผ่านไปยังศพที่สอง
“เขาชื่อหลงตาอี้ครับ เขาเป็พ่อของผมเอง”จินเป่าพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแสดงความเ็าอย่างชัดเจน เขาจึงได้เดินไปดูศพที่สามต่อ
“เธอชื่อหลิวอี้เหลียนครับเป็ภรรยาของหลงตาอี้” เมื่ออี้เฟิงได้ยินสิ่งที่จินเป่าพูดออกมาเขายอมรับว่าใ เพราะเขาไม่เคยเห็นหน้าของสามีเก่าของเย่วจินมาก่อน
เขาเคยได้ยินแค่ชื่อมาเท่านั้น แต่ดูจากอาการของจินเป่าแล้วเขาคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองจะต้องไม่ดีอย่างแน่นอน
“เธอ้ารับศพเขาไปจัดการไหม หรือว่าจะให้ลุงไปแจ้งกับครอบครัวของเขาโดยตรง”
“ลุงไปแจ้งกับครอบครัวของเขาเถอะครับ ผมกับตระกูลเขาเราตัดขาดกันมานานแล้ว และผู้ชายด้านนอกที่อยู่ในห้องขังก็เป็ลูกชายคนเล็กของเขาชื่อหลงเหวินครับ” จินเป่าบอกกับอี้เฟิงถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนที่นอนอยู่ในนี้กับคนที่อยู่ในห้องขังด้านนอก
“เดี๋ยวลุงจะไปบอกให้เ้าหน้าที่พาเขาเข้ามาดูศพแม่และพ่อของเขา ถ้าอย่างนั้นเราก็ไปกันเถอะ เพราะนี่เราก็พากันออกมานานแล้วเดี๋ยวแม่ของเธอจะเป็ห่วง”ในเมื่อยืนยันเื่ของคนตายจบแล้วหน้าที่ของเขาก็หมดลงแล้วเช่นกันเขาจะได้ไปอยู่บ้านของคนรักได้อย่างสบายใจ
“คุณไปพาคนที่ชื่อหลงเหวินเข้ามาในห้องนี้นะให้เขาได้มาดูหน้าพ่อกับแม่ของเขาเป็ครั้งสุดท้าย” อี้เฟิงเดินออกมาด้านนอกแล้วก็ไปบอกกับเ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบอยู่แถวนั้น
“ครับท่าน” เ้าหน้าที่คนนั้นทำความเคารพแล้วก็เดินไปเรียกชื่อหลงเหวิน
ในระหว่างที่ทั้งสามรวมทั้งผู้ช่วยของอี้เฟิงเดินมาด้วยกันอี้เฟิงจึงได้เล่าเื่ที่เกิดขึ้นกับตาอี้ให้กับจินเป่าฟัง ความรู้สึกของจินเป่าเมื่อฟังจบแล้วเขาก็ได้แต่รู้สึกสมเพชให้กับชายที่มีสายเืกับเขาเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น
ตอนนี้จินเป่าและอี้เฟิงได้ขึ้นมาในรถพร้อมที่จะกลับไปยังบ้านซู บ้านที่แสนอบอุ่นของเขาจินเป่าได้แต่นั่งคิดอยู่ในใจอย่างเงียบๆ ว่าจบสิ้นกันแล้วสินะกับคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็พ่อของเขา เพราะั้แ่เขาจำความได้เขามีแต่ความเ็ปทุกครั้งกับชายคนนี้
แต่ความรู้สึกของเขามันก็ไม่สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนนักเมื่อเขาเห็นร่างที่ไร้ลมหายใจอยู่ตรงหน้าในตอนนั้น มันทำให้เขาเองก็สับสนไปชั่วครู่แต่เขามั่นใจได้อย่างแน่่นอนว่ามันไม่ใช่ความรู้สึกเสียใจแม้แต่น้อย ด้วยยิ่งมาทราบว่าชายผู้นี้ตายด้วยสาเหตุใดแล้ว
เขาเองก็มีแต่ความสมเพชเวทนาเพียงเท่านั้น เพราะชายผู้นั้นจะว่าเป็คนมั่นคงในความรักก็ไม่ใช่ เพราะตอนนั้นที่เกิดเื่ขึ้นแม่ของเขาก็ได้ปฏิเสธไปแล้ว แต่เป็ครอบครัวของชายผู้นั้นเองที่จะ้ารับผิดชอบให้ได้ ถ้าผู้ชายคนนั้นเป็คนมั่นคงในความรักและเป็คนดีจริงต่อให้ครอบครัวจะพูดอย่างไรเขาก็ต้องปฏิเสธออกมาสิ
แต่นี่เขาเองก็ทำตามความ้าของครอบครัว แม่ของเขารู้ว่าสิ่งที่ครอบครัวนั้น้าก็คือเงินเพียงเท่านั้น แม่ของเขาจึงได้เอาเงินเข้าแลกหลายครั้ง สำหรับชายคนนี้จินเป่านิยามเขาได้ประโยคเดียวว่าเขาเป็คนเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ
รถขับมาเรื่อยๆ จนเข้ามาถึงตัวอำเภอแล้ว จินเป่าถึงได้หลุดออกมาจากความคิดของตน ด้านอี้เฟิงเองเขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเช่นกันเพราะเขาคิดว่าจินเป่าน่าจะมีเื่ให้เขาคิดและทำความเข้าใจอยู่กับตนเองเป็แน่ เพราะยังไงคนที่ตายก็เป็พ่อของเขา
“จอดด้านหน้าบ้านหลังข้างหน้านะครับนั่นเป็บ้านของเขา” จินเป่าบอกกับคนขับ
เมื่อรถจอดลงสนิทดีแล้วอี้เฟิงก็ลงไปพร้อมกับจินเป่าและผู้ช่วยซึ่งเป็คนขับรถของเขา ผู้ช่วยตบประตูบ้านอยู่สามทีก็มีคนะโกลับมาพร้อมกับประตูที่เปิดออก
หลงเทียนเมื่อเปิดประตูออกมาก็เห็นว่าเป็ทหารสองนาย และก็มีจินเป่ายืนอยู่ด้วย เขาก็ได้แต่ทำหน้าสงสัยจนเขาได้ยินเสียงของผู้เป็ย่าที่เดินตามมาพร้อมกับผู้เป็ปู่
“สวัสดีคุณทหาร ไอ้จินเป่ามันทำอะไรผิดก็ไม่เกี่ยวกับบ้านเรานะ มันกับครอบครัวตัดขาดจากตระกูลของเราไปนานแล้ว”เสียงของผู้เป็ย่ารีบพูดขึ้นมาอย่างร้อนรน
ด้านปู่ที่คิดว่าเป็ลูกชายของตัวเองกลับมาจึงได้เดินออกมาดู แต่พอเห็นว่าไม่ใช่เขาก็กำลังจะเดินจากไปแต่สิ่งที่เขาได้ยินได้ทำให้เขาหยุดนิ่งเสียก่อน
“สวัสดีครับผมจะมาแจ้งข่าวเื่ลูกชาย ลูกสะใภ้และหลานชายคนเล็กของพวกคุณต่างหากละครับ ตอนนี้ลูกชายและลูกสะใภ้ของคุณเขาได้เสียชีวิตลงแล้วั้แ่เมื่อวานนี้ ส่วนหลานชายคนเล็กของพวกคุณเขาก็ได้ติดคุกอยู่เช่นกันและจะต้องถูกลงโทษโดยการไปใช้แรงงานที่ชายแดนเป็เวลาสิบปี” ผู้ช่วยของอี้เฟิงเป็คนรายงานเื่ทั้งหมดให้กับคนบ้านหลงฟัง
พ่อแม่ของตาอี้นั้นเมื่อได้ยิน ว่าลูกของตนตายแล้วผู้เป็แม่ก็ได้แต่กรีดร้องขึ้นมาพร้อมกับร้องะโว่า “ไม่จริง”ด้วยน้ำตาที่ไหลอาบแก้มแล้วก็ยืนไม่อยู่จนล้มลงไปนั่งกับพื้นแล้วส่วนผู้เป็พ่อตอนนี้ได้ลมตึงไปแล้วด้วยความใ และเสียใจ
ภายในลานบ้านหลงตอนนี้ก็ได้ยินแต่เสียงร่ำไห้ของจินเซียงดังออกมา ส่วนหลงเทียนเขาได้วิ่งเข้าไปดูปู่ของตนพร้อมกับจินเป่าและอี้เฟิงแล้ว
อี้เฟิงได้ทำการตรวจร่างกายของเขาเบื้องตนพร้อมกับส่ายหน้าออกมา อย่างหมดหนทางในการช่วยเหลือ จินเป่าเมื่อได้เห็นท่าทางของลุงอี้เฟิงเขาก็ได้แต่นั่งนิ่งๆอย่างจนใจ
“มึงหลีกไปหากไม่คิดจะช่วยกูจะดูปู่”หลงเทียนผลักจินเป่าที่นั่งนิ่งๆ ออกให้พ้นจากผู้เป็ปู่
“ปู่ของคุณท่านสิ้นแล้วผมคิดว่าเขาน่าจะใจนช็อค”อี้เฟิงบอกกับหลงเทียน
เมื่อผู้เป็ย่าได้ยินแบบนี้สติก็กระเจิดกระเจิงไปอีก เธอวิ่งะโเรียกชื่อลูกชายและสามี หลงเทียนเมื่อเห็นอาการของผู้เป็ย่าเขาเองก็ใทำอะไรไม่ถูกและยังไม่ทันที่เขาจะได้จับผู้เป็ย่าไว้
จินเซียงก็วิ่งออกไปจากลานบ้านแล้ว หลงเทียนไม่รู้จะทำยังไง ไหนจะศพปู่ที่เพิ่งเสียไหนจะย่าที่วิ่งอย่างเตลิดออกไปอีก จินเป่าเมื่อหายใเขาก็รีบวิ่งตามผู้เป็ย่าออกไปอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้ชาวบ้านก็ได้รู้ข่าวของคนบ้านหลงแล้วจากปากของเจียว เจียว ที่ได้ยินทหารมา บอกแล้วนำเื่มาแจ้งกับผู้ใหญ่บ้าน แต่กว่าจะถึงบ้านผู้ใหญ่เธอเจอใครก็พูดให้เขาฟังหมดตามนิสัยคนปากบอน
เมื่อผู้ใหญ่บ้านได้ยินก็รีบพาคนมาบ้านหลงทันทีระหว่างทางก็ได้เห็นจินเซียงวิ่งมาทางพวกเขาในสภาพกระเซอะกระเซิง พวกเขาก็พากันใ
“ช่วยกันจับย่าไว้หน่อยครับ” เสียงจินเป่าะโบอกกับกลุ่มคนด้านหน้า
เมื่อพวกเขาได้ยินต่างก็ช่วยกันจับจินเซียงเอาไว้ เมื่อจับได้ก็เห็นว่าจินเซียงเหมือนจะไม่รู้ว่าตัวเองเป็ใครไปเสียแล้ว