ตอนที่10 หมู่บ้านเล็กๆ
หลังจากที่เดินทางมาราวๆสองชั่วโมงเฟิงอี้ก็ได้บอกให้เสี่ยวฉุนลดความเร็วลงเพราะทางเบื้องหน้ามีบางอย่างที่แปลกๆไป
“นี่มันััของค่ายกลระดับสูง”เฟิงอี้แปลกใจเป็อย่างมากเพราะััมันแผ่ออกมาจากหมู่บ้านเล็กๆที่ดูเหมือนกับหมู่บ้านของคนป่า
“ค่ายกลนี้มีระดับสูงกว่าของเด็กเล่นที่พระราชวังต้าเหว่ยเป็ไหนๆเหตุใดจึงมีของเช่นนี้ที่นี่กัน?”เฟิงอี้ครุ่นคิดทันใดนั้นสายตาก็กวาดมองไปมองมาก็พบเข้ากับชาวบ้านหลายสิบคนที่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายปกติ
“นะ นี่มันสัตว์อสูร!”ชาวบ้านหลายคนตื่นใและหวาดกลัวทันทีเพราะสัตว์อสูรขนาดใหญ่กำลังจ้องมองพวกเขาพร้อมกับมีบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งนั่งอยู่บนหลังของมัน
“แย่แล้วเรียกท่านผู้ใหญ่บ้านเร็ว!”เสียงของบางคนะโขึ้นแต่ทว่าไม่นานก็ถูกบางคนห้ามปรามไว้
“ประเดี๋ยวก่อนมีคนนั่งอยู่บนหลังมันเ้ามิเห็นรึ?”ชาวบ้านที่ช่างสังเกตและใจเย็นได้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบสหายของมันช่างใจเสาะยิ่งนักตื่นตูมเกินเหตุ
“นายท่านมิทราบว่าท่านเดินทางมาถึงที่หมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้เพื่อการใดหรือ?”ชาวบ้านผู้ช่างสังเกตผู้นี้ผมยาวถึงกลางหลังสวมอาภรณ์สีขาวดูเรียบง่ายเขาเป็บุรุษอายุราวๆ 30 กว่าปีเท่านั้น
"มิต้องสนใจข้าพวกท่านทำตัวปกติเถิดข้าแค่ผ่านทางมาก็เท่านั้น"เฟิงอี้เอ่ยด้วยเสียงราบเรียบก่อนที่จักละสายตาออกจากเหล่าชาวบ้าน
"ขอรับเช่นนั้นก็เชิญนายท่านตามสบาย"ว่าแล้วบุรุษชาวบ้านอายุ30ก็เดินไปทำธุระของตนต่อ
พวกชาวบ้านโล่งใจขึ้นมาทันทีเพราะว่าหมู่บ้านนี้นานๆครั้งก็จักมีโจรป่าเข้ามารุกรานเช่นกัน
ผู้ที่ต่อกรกับพวกโจรได้ก็มีแค่ผู้ใหญ่บ้านและผู้าุโไม่กี่คนเท่านั้น
ผู้ใหญ่บ้านเองก็เป็ผู้ฝึกตนบ่มเพาะพลังซึ่งชาวบ้านรู้คร่าวๆว่ามีระดับกำเนิดเส้นชีพจรขั้นที่5เท่านั้น
มันเรียกได้ว่าแข็งแกร่งมากในหมู่บ้านเล็กๆในป่าแห่งนี้แต่ทว่าหากเทียบกับที่อื่นแล้วก็มินับเป็อันใดได้เลยอย่างเช่นที่เมืองหลวงของอาณาจักรต้าเหว่ยต่างมีผู้ฝึกตนระดับสูงๆมากมาย
มีทั้งผู้ฝึกตนระดับกำเนิดปฐีและระดับกำเนิดบ่อปราณเสียด้วยซ้ำ
เช่นจักรพรรดิแห่งต้าเหว่ยหรือบิดาของเฟิงอี้เฟิงต้าิเป็ถึงผู้ฝีกตนระดับกำเนิดบ่อปราณ์ขั้นที่9!
ซึ่งเรียกได้ว่าเป็พลังรบที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งอาณาจักรต้าเหว่ย
'กลิ่นอายของค่ายกลระดับสูงมันแผ่ออกมาจากต้นไม้ต้นนี้หรือ?'เฟิงอี้ครุ่นคิดในหัวพร้อมกวาดตามอง
เบื้องหน้าในครรลองก็คือต้นไม้ขนาดใหญ่ั์ที่สูงราวๆร้อยกว่าเมตรที่โคลนต้นมันมีโพรงขนาดใหญ่อยู่โพรงหนึ่ง
"นี่มันสุสานงั้นหรือ?"เฟิงอี้ราวกับว่าเข้าใจอันใดบ้างอย่างจึงได้ลงจากหลังของเสี่ยวฉุนแล้วเดินเข้าไปที่โพรงไม้
"ทดสอบกันั้แ่ยังมิได้เข้าไปเลยรึ?"เฟิงอี้มองถูกพลังของค่ายกลสกัดเอาไว้ไม่ให้ก้าวเดินต่อไปได้อีกหากว่าเฟิงอี้อยากเข้าไปต้องแก้ค่ายกลเสียก่อน
"ค่ายกลธรรมดาแค่นี้คิดว่าข้ามิสามารถแก้ไขหรือทำลายมันได้หรือหึหึ"เฟิงอี้ยกมื้อขึ้นมาเบื้องหน้าในฉับพลันก่อนที่จะวาดลวดลายบางอย่างบนอากาศพลังปราณถูกถ่ายออกจนเกิดแสงที่ปลายนิ้วสว่างวาบคราหนึ่งอย่างเจิดจรัส
"นี่คือค่ายกลมังพฤกษาหากจะทำลายมันต้องวาดค่ายกลัอัคคี"ทันทีที่เอ่ยจบกลางอากาศก็ปรากฏเส้นแสงสีเขียวอ่อนราวกับัพุ่งมาทางเฟิงอี้ราวกับว่า้ารัดพันธนาการเฟิ้งอี้เอาไว้
"ัอัคคีทำลาย!"ฉับพลันกลางอากาศปรากฏวงแหวนแสงสีแดงฉานวงหนึ่งขึ้นภายในวงแหวนมีภาพของัอัคคีกำลังคำรามอยู่มองดูแล้วสวยงามยิ่งนัก
แกร๊ว!
เส้นแสงสีแดงฉานได้ปรากฏขึ้นมันทะยานเข้าไปพัวพันกับเส้นแสงสีเขียวทันทีกลิ่นอายพฤษาถูกทำลายลงโดยรวดเร็วถูกกลิ่นอายทำลายล้างน่าหวาดกลัวของอัคคีเผาผลาญกลืนกินจนสิ้นไป!
ค่ายกลของสุสานได้สลายไปหนึ่งอัน
"หืมเ้าของสุสานไม่เลวเลยทีเดียวสร้างค่ายกลที่มากมายเช่นนี้"ทางเข้าเปิดแล้วในตอนนี้แต่ทว่าเฟิงอี้ยังสำผัสได้ถึงค่ายกลอีกมากมายที่ยังคงมีอยู่
เฟิงอี้เข้าไปในโพรงมันก็ดูเหมือนไม่มีอะไรแต่ทว่าไม่นานก็เกิดแสงสว่างสีฟ้าสดใสขึ้นรอบกาย
“ค่ายกลเคลื่อนย้ายเช่นนั้นรึ?”เฟิงอี้มองออกในทันทีแต่ทว่าไม่ขัดขืนเพราะรู้ว่านี่คือการเปลี่ยนแบบทดสอบ
วิ้ง!
แสงสีฟ้าสดใสปกคลุมร่างกายของเฟิงอี้และไม่นานมันก็สลายไปพร้อมกับกับร่างกายของเฟิงอี้เสี่ยวฉุนมองดูอยู่ห่างๆก็งุนงงเ้านายมันหายไปไหนกัน?
อ๋าว!
มันไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อไปดีจึงได้นอนลงเฝ้าอยู่ตรงหน้าตนไม้นี่อยู่ห่างๆหากมีผู้ใดเข้ามาใกล้มันก็จะข่มขู่ให้หนีไปเสียหรือไม่ก็สังหารเสียเลยเพราะเ้านายมันเองก็คงจัก้าเช่นนี้เหมือนกัน
…
วิ้ง!
หลังจากเคลื่อนย้ายมาเฟิงอี้ก็มาโผล่อยู่ในสถานที่แห่งหนึ่งที่ตอนนี้เบื้องหน้าของเขาคือขั้นบันไดที่ทอดลึกลงไปเรื่อยๆ
“นี่คือข้างในสุสานอย่างงั้นหรือ? มันจะทดสอบอันใดข้าอีก?”เฟิงอี้หรี่ตามองไปรอบๆตอนนี้เขาััได้ถึงพลังของค่ายกลระดับที่เข้มข้นขึ้นสายหนึ่ง
“ค่ายกลนี้มันคือค่ายกลอันใดกัน? มิเคยพบที่ใดมาก่อน”เฟิ้งอี้แปลกใจเล็กน้อยเพราะนี่คือค่ายกลพิเศษที่ไม่เคยพบเจอมาััมันแปลกใหม่และแปลกประหลาด
“เป็ค่ายกลเฉพาะงั้นหรือ? หึหึ เ้าของสุสานเก่งกาจไม่เบาสร้างค่ายกลเฉพาะออกมาได้”เฟิงอี้เริ่มเกิดความชื่นชมขึ้นมาบ้างเพราะผู้ที่สามารถสร้างค่ายกลเฉพาะออกมาได้ต้องเป็ผู้เชี่ยญชาญอักขระค่ายกลในระดับสูงไม่น้อยเลย
“ระดับพลังของข้าตอนนี้ดูเหมือนจะลำบากเล็กน้อยเสียแล้ว”แม้ปากจะเอ่ยว่าอยากลำบากแต่ทว่าเฟิงอี้ก็เคลื่อนกายเดินลงไปตามขั้นบนไดอย่างมิได้หวาดกลัวเลยแม้แต่น้อยหากเป็ผู้อื่นคงมิกล้าผลีผลามแบบนี้เป็แน่
จบ…โปรดติดตามตอนต่อไป…