
ตอนที่42 ประลองการเดินหมากแปดทิศ
ฮองเฮาจิงจงเชื่อมั่นในสัมพันธ์ของตัวเองกับเสด็จปู่จอมจักรพรรดิอสูรวารีว่า สักวันนางจะใช้ความสัมพันธ์ ที่เป็นหลานคนโปรดส่งเสริม ชีวิตบุตรชายคนเดียวของนาง ให้เจริญรุ่งเรืองถึงขีดสูงสุด
ณ.ท้องพระโรงราชวังอสูรวารีน้ำจืด กริชเพชร และองค์ฮองเฮาจิงจงมารดาได้เสด็จเข้าร่วมงานสถาปนาแต่งตั้งองค์ชายเก้า และองค์ชายสิบสี่ขึ้นเป็นราชโอรสอย่างเป็นทางการ มีทั้งเชื้อพระวงศ์เสนาอำมาตย์ ข้าราชบริพารเข้าร่วมกันอย่างมากมาย
พระมารดาของกริชเพชรให้นางข้าหลวงคนสนิท เอาเครื่องแต่งกายเต็มยศมาสวมใส่ให้พระองค์ มันเป็นความภาคภูมิใจของพระมารดา ที่นางได้นำบุตรชายเข้ารับการอวยยศเป็นครั้งแรก
หลังจากที่นางได้แต่มองดูฮองเฮาฝ่ายซ้ายที่ขนลูกหลาน ที่เกิดกับองค์ราชาเข้ารับการอวยยศตั้งแต่อภิเษกกันมาถึงแปดองค์ ในปีนั้นที่องค์ฮองเฮาจิงจงได้กำเนิดบุตร เป็นไข่สี่ใบแล้วนำไปเข้าฟูมฟักที่น้ำตกศักดิ์สิทธิ์
นางคาดหวังว่าอีกสองปีข้างหน้า นางจะมีบุตรมารับการอวยยศแต่ข่าวร้ายที่นางสุดขื่นขมในจิตใจคือไข่ทั้งสี่ใบของนางได้หายสาบสูญหลังจากออกจากเปลือกเป็นเวลา หนึ่งปีเต็ม
นำความเศร้าโศกมาถึงนางจนแทบใจสลายแต่การปรากฏกายขององค์ชายสิบสี่ทำให้ความชุ่มชื่นในจิตใจของนางกลับคืนมาอีกครั้ง
วันนี้หญิงสาวแต่งตัวสวยงามที่สุดเท่าที่นางจะสามารถทำได้ เพื่อมาอวดบุตรชายคนเดียวของนางกับเหล่าราชบริพารแต่ที่สำคัญที่สุดคืออยากมาสร้างความภาคภูมิใจให้กับพระสวามี ที่มิเคยได้ให้ความสำคัญแก่พระนางมาก่อนตั้งแต่อภิเษกกันมา
กริชเพชรเดินตามพระนางจิงจงเข้ามาด้านในท้องพระโรงทางประตูด้านขวา เขาค่อยๆ เดินตามพระมารดา เข้าไปอย่างนอบน้อมถ่อมตนที่สุด โค้งลำตัวเล็กน้อยค้อมหัวไหล่นิดหน่อย ตามที่เคยร่ำเรียนมารักษามารยาท ในการที่จะเข้าร่วมพิธีสำคัญของบ้านเมือง
เขาปรายตามองไปในท้องพระโรง เห็นผู้ตรวจการแผ่นดินท่านตา นั่งอยู่ด้านขวามือ บนโต๊ะเตี้ยๆ ด้านล่าง ในชั้นที่สามด้านซ้ายมือกับนั่งด้วยมหาอำมาตย์เผชิญหน้ากัน
ตรงกลางสูงสุดเป็นพระที่นั่งขนาดใหญ่มีรูปหัวมังกรขนาดยักษ์ กางกรงเล็บสองข้างด้านหลังเป็นสีทองอร่าม ที่นั่งว่างเปล่ายังไม่มีผู้มาประทับ คาดว่าคงจะเป็นพระที่นั่งของราชาอสูรวารีน้ำจืด
ด้านซ้ายสุดระดับเดียวกับที่เขาและพระมารดากำลังจะไปทรุดตัวนั่งลง เป็นพระที่นั่งของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่หน้าตาสวยงามรูปร่างอรชรอ้อนแอ้น ใส่ชุดสีม่วงปักดิ้นด้วยทองทั้งตัว
โต๊ะด้านหลังพระนางนั่งไว้ด้วยองค์ชายเก้าที่หน้าตาซีดเซียวใส่ชุดเต็มยศ แต่ด้วยอาการบาดเจ็บที่ยังไม่ได้รับการฟื้นฟูเต็มที่ ทำให้หน้าตาอันหล่อเหลาเฉียบคมของเขาดูขาวซีดไร้สง่าราศี และด้านหลังขององค์ชายเก้านั่งด้วยชายรูปร่างหล่อเหลา อีกแปดโต๊ะคาดว่าคงจะเป็นองค์ชายบุตรของพระนางทั้งสิ้น
ด้านซ้ายสุดเป็นหญิงงามหน้าตาสะสวยคล้ายกับองค์ฮองเฮาฝ่ายซ้าย ตาของนางเฉียบคมดุจเหยี่ยวปากเป็นกระจับเชิดสูงขึ้นนิดหน่อย บ่งบอกถึงความเอาแต่ใจและมีความ เย่อหยิ่งในตัว คาดว่าจะเป็นพระธิดาของพระนางองค์ฮองเฮาฝ่ายซ้าย
นางชายตาหันมาชำเลืองมองเขาและพระมารดา เผยแววความเหยียดหยามอยู่ในนั้น กริชเพชรสังเกตดูองค์ฮองเฮามารดาของเขาหาได้สนใจมอง นางเชิดหน้าตั้งคอตรง แสดงถึงความภาคภูมิใจกลับชุดสีทองของพระมารดาที่สวมใส่ยิ่งนัก บ่งบอกถึงฐานะที่สูงศักดิ์ระดับองค์ฮองเฮาฝ่ายขวา ถ้าตามปกติแล้วพระนางถือว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในราชวังฝ่ายใน
แต่กลับถูกลิดรอนอำนาจตลอดมาโดยพระนางฮองเฮาฝ่ายซ้ายที่เป็นที่รักของพระสวามี ด้วยนางไม่มีบุตรกับเขาสักคนเดียวจึงเป็นเหตุให้พระสวามีไม่อวยยศและให้อำนาจการปกครองฝ่ายในกับพระนางเลย
เพราะเมื่อพระนางฮองเฮาฝ่ายซ้ายนำบุตรมาถวายแต่งตั้งเป็นราชโอรสราชธิดาก็รับการอวยยศยึดทรัพยากร และตำแหน่งที่สำคัญไปหมดสิ้นให้กับบุตรของนาง และตัวเองแม้แต่ราชบริพารเสนาอำมาตย์ทั้งสิ้นนางก็ยึดไว้ในอุ้งมือตลอดมาเกือบร้อยปีมีเพียงแต่บิดาขององค์ฮองเฮาฝ่ายขวาเท่านั้นที่ยังดำรงตำแหน่งอยู่ได้ด้วยท่านเป็นนักรบ ที่เคียงบ่าเคียงไหล่กับจักรพรรดิอสูรวารียึดครองเขตวารีทั้งสิ้น
จึงยกหลานชายให้แต่งกับลูกสาวของผู้ตรวจการใหญ่บริวารผู้จงรักภักดี ให้มาครองนครอสูรวารีน้ำจืดบนเกาะแห่งนี้ แต่กลับตาลปัตร หลานชายของจักรพรรดิกลับไม่สนใจใยดีบุตรสาวของผู้ตรวจการใหญ่
พวกเขาจึงอยู่ในฐานะลำบาก ลูกสาวก็ไม่ได้ร่วมหอกับพระสวามี จนไม่เกิดบุตรธิดายิ่งทำให้อำนาจถูกลดทอนลงไปเรื่อยๆ แม้ว่าจะไม่ถูกปลด เพราะเป็นคนโปรดของมหาจักรพรรดิท่านปู่ขององค์กษัตริย์ จึงยังดำรงตำแหน่งแบบไม่มีอำนาจใดๆ ในมือ
เป็นเพียงแต่หัวโขนอุปโลกน์ขึ้นอยู่ในนครแห่งนี้ไปวันๆ ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะท่านเก่งกล้าสามารถคงจะถูกลอบสังหารไปนานแล้ว
กริชเพชรมองลงไปด้านล่างที่เป็นลานกว้างมีเหล่าทหารองครักษ์ซ้ายขวากระจายกำลังอยู่รอบๆ ถือว่าเป็นห้องพระโรงที่ใหญ่โตมากๆ มีลานการแสดง ซึ่งตอนนี้กำลังบรรเลงเพลงไพเราะ ฟังแล้วแปลกๆ ไม่เคยได้ยินมาก่อน
มีนางรำสาวสิบกว่าคนกำลังร่ายรำพัดกันอย่างสวยงาม สร้างความเพลิดเพลินให้กับผู้ที่ เข้าร่วมพิธีสถาปนาองค์ชายครั้งนี้
และเป็นอะไรที่ตื่นตาตื่นใจ เพราะเป็นครั้งแรกที่ฮองเฮาฝ่ายขวามีองค์ชายร่วมสถาปนาเป็นราชโอรสแบบเป็นทางการครั้งแรก เสียงเพลงสิ้นสุดลง เสียงเป่าแตใหญ่ดังขึ้น เหมือนองค์จอมกษัตริย์กำลังเสด็จเข้าสู่พิธี
"ฮ่องเต้เสด็จแล้ว..." เสียงเหล่าทหารมหาดเล็กทั้งหลาย ต่างร้องกระหึ่มแข่งกับเสียงแตรที่ดังลั่นทั่วท้องพระโรงสะกดกลั้นทุกลมหายใจให้หยุดนิ่ง ก่อนที่จะมีร่างสูงใหญ่สง่างามหน้าตาคมขำภูมิฐานดั่งเจ้าครองนคร เดินออกมาพร้อมกับเหล่าขันทีก่อนที่จะนั่งลง ประทับเบื้องสูงเขายกคทาขึ้นโบกไปมา
มงกุฎที่บนหัวของมหาราชา ส่องแววระยิบระยับฉายแสงออกไปก่อให้เกิดความอบอุ่นด้วยพลังดวงจิตแก่นแท้ระดับสูงขั้นเทพอสูรระดับหนึ่ง ทุกคนต่างลุกขึ้นยืนให้ความเคารพถวายพระพรกันทั่วหน้าอย่างพร้อมเพรียง มหาอำมาตย์ลุกขึ้นจากที่นั่ง ยื่นไม้ตำแหน่งยศของท่านขึ้นเดินออกไปกราบทูลมหาราชา
"ข้าแต่ฝ่าพระบาทองค์จอมกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งนครอสูรวารีน้ำจืด บัดนี้ถึงเวลามหาฤกษ์ที่จะสถาปนาราชโอรสทั้งสองพระองค์ ที่เสด็จกลับมาจากน้ำตกศักดิ์สิทธิ์ผู้ที่ฟูมฟัก ก่อกำเนิดบุตรธิดาของพระองค์ทั้งสองบ่อ เป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่งนักขอกราบทูลพระองค์ทรงสถาปนาแต่งตั้งพระเจ้าค่ะ..."
เสียงของมหาอำมาตย์ผู้ยิ่งใหญ่ดังสนั่นองค์มหาราชายิ้มที่มุมปาก ยกคิ้วสูงอย่างสง่างามกล่าวด้วยเสียงอันทรงพลังของพระองค์
"ในฐานะที่ข้าเป็นองค์จอมราชาเมื่อมีบุตรชายปรากฏทั้งสองคน ข้าขอแต่งตั้งองค์ชายเก้าขึ้นเป็นองค์ชายในราชวงศ์อสูรน้ำจืดเป็นทางการ นามว่าองค์ชายเจ้าลีปังมหาดเล็กมอบป้ายทองประจำตัวองค์ชายเก้า ณ.บัดนี้..."
เสียงพระราชบิดาดังลั่น องค์ชายเก้าค่อยๆ ลุกขึ้นเดินมาอย่างองอาจ แม้ว่าพระองค์จะได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ด้วยจิตใจที่หยิ่งยโสทำให้องค์ชายเก้า พยายามสะกดกลั้นความเจ็บปวดทั่วสารพางค์กาย เดินออกไปรับป้ายทองประจำตัว ก่อนจะขยับไปยืนหยุดนิ่งด้านซ้ายมือ
"ในฐานะที่ข้าเป็นองค์จอมมหาราชาอสูรวารีน้ำจืด มีบุตรชายปรากฏตัวอีกผู้หนึ่งคือองค์ชายสิบสี่ ข้าขอมอบป้ายทองแต่งตั้งพระโอรสอย่างเป็นทางการ นามว่าเจ้าจิงโจว จงรับป้ายทองแต่งตั้งณบัดนี้..."
เสียงองค์จอมกษัตริย์เบาลงกว่าครั้งแรกที่ประกาศชื่อองค์ชายเก้า ดูเขาจะไม่ค่อยภูมิใจในบุตรชายฝ่ายขวาของพระองค์เหมือนจะดำเนินพิธีการไปตามความจำเป็นเท่านั้น แม้แต่สายตายังไม่ชำเลืองมองดูกริชเพชร
"ลูกรักของแม่ออกไปรับการประทานแต่งตั้งสิ..."
เสียงของฮองเฮากระซิบบอกกริชเพชร ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วค่อยๆ เดินไปยืนตรงที่ องค์ชายเก้าเคยยืนรับป้ายทองแต่งตั้ง ท่าทางของเขาดูจ๋องๆ ยังไงไม่รู้สำหรับความคิดของคนอื่น
ไม่มีความสง่าผ่าเผยเหมือนองค์ชายเก้าแม้แต่นิดเดียวค้อมตัวเดินนิดๆ เหมือนพวกบัณฑิตที่ถ่อมตัวมากกว่า หาเค้ามูลความเก่งกาจที่สามารถเอาชนะองค์ชายเก้ามาได้ไม่มีหลงเหลือในตัวคนผู้นี้เลย เหล่าอำมาตย์ราชบริพารและเชื้อพระวงศ์ต่างมองกริชเพชรด้วยสายตาแบบเดียวกันทั้งสิ้น
โดยเฉพาะองค์หญิงคนที่นั่งหลังสุดของฮองเฮาฝ่ายซ้ายนางเบะปากเหยียดหยาม นางเป็นพระธิดาองค์โตคนแรก ของจอมกษัตริย์กายอสูรของนางอยู่ในระดับสูง อีกก้าวเดียวก็จะขึ้นขั้นเป็นระดับแปด ตอนนี้นางมีกายอสูรระดับเจ็ดขั้นสมบูรณ์ เทียบเท่ากับกริชเพชรเลยทีเดียว
แต่สิ่งที่นางยังไม่สามารถพัฒนาดวงจิตแก่นแท้ให้พลังเทียบเท่ากายอสูรได้ นางมีเพียงพลังดวงจิตแก่นแท้ระดับห้าเท่านั้น แม้ว่าจะขนทรัพยากร เกือบทั้งหมดมาใช้ก็ตาม ก่อนที่จะลดลงเพราะมีน้องชายทั้งเจ็ดคน เกิดขึ้นมาแบ่งปันทรัพยากรกับนาง
จนทำให้หญิงสาวติดแหงกอยู่ที่พลังบอลดวงจิตแก่นแท้ระดับห้าเท่านั้น พิธีทุกอย่างต่างล่วงเลยไปเสร็จสิ้น พระนางฮองเฮาฝ่ายซ้ายลุกขึ้นจากโต๊ะของพระองค์ เดินไปตรงหน้าบัลลังก์พระสวามี
"ฝ่าพระบาท หม่อมฉันขอถวายพระพรในฐานะที่เป็นพระมารดาขององค์ชายเก้าเพคะ.."
หญิงสาวกราบทูลพร้อมกับย่อตัวถวายพระพรองค์ฮองเฮาฝ่ายขวา พระนางก็ลุกขึ้นมาไม่น้อยหน้าในฐานะเป็นพระมารดาขององค์ชายสิบสี่
"หม่อมฉันขอถวายพระพรเช่นกันในฐานะพระมารดาองค์ชายสิบสี่เพคะ..."
ทั้งสองต่างชำเลืองตาอันแหลมคมประสานกันกลางอากาศ ดุจสายฟ้าบ่งบอกถึงความเป็นคู่อริอย่างชัดเจน ต่างไม่ยอมซึ่งกันและกันในเวลานี้ ทำให้บรรยากาศในท้องพระโรงเงียบกริบ ส่งกระแสคลื่นจิตที่ไม่ยอมอ่อนข้อ จนสร้างความอึมครึมทั่วรอบบริเวณ
องค์มหาราชากษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดรู้สึกถึงความแข็งข้อของฮองเฮาฝ่ายขวา จนเขาหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ในหัวใจของจอมกษัตริย์เอนเอียงเข้าข้างเมียน้อยอย่างชัดเจน
"เอาอย่างนี้ในฐานะที่เจ้าทั้งสองมีคุณความดีทำให้บรรพบุรุษอสูรวารีน้ำจืดของเรา มีหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์เกิดขึ้นถึงสองพระองค์เราจะมอบของขวัญให้กับเจ้าทั้งสอง และองค์ชายด้วย แต่ของที่ข้ามีแค่สองชิ้นซึ่งมีคุณค่าต่างกัน ซึ่งผู้ที่มีความเก่งกล้าสามารถ ถึงจะรับของขวัญที่ดีที่สุดนี้ไปเป็นรางวัลได้..."
องค์จอมกษัตริย์ได้ปรึกษากับฮองเฮาฝ่ายซ้ายแล้วว่าองค์ชายเก้าบาดเจ็บ ไม่สามารถประลองฝีมือกับองค์ชายสิบสี่ได้ด้วยพละกำลัง ดังนั้นพระนางจึงเสนอให้ประลองปัญญากับองค์ชายเก้าแทน
ซึ่งเป็นการประลองการเดินหมากเหมือนยุทธวิธีการรบสมัยโบราณ ซึ่งมหาอำมาตย์เป็นผู้ชำนาญในด้านนี้ และเป็นการวางแผน ที่องค์ฮองเฮาฝ่ายขวากับผู้ตรวจการใหญ่ไม่รู้มาก่อน
"การประลองครั้งนี้ข้าต้องการให้โอรสของข้าทั้งสองประลองการเดินหมากแปดทิศโดยจะให้ประลองบนสนามตรงหน้านี้..."เสียงขององค์จอมกษัตริย์ดังสนั่นเหล่าทหารที่ถูกมอบหมายไว้ทั้งสองด้านก็เข้ายืนประจำตำแหน่งกลางลานท้องพระโรงใหญ่
......................................................................................................................................................................................