จักรวาลที่เราอาศัยอยู่นั้นกว้างใหญ่เพียงใดและสิ้นสุดที่ใด? การะเิครั้งใหญ่หรือบิ๊กแบงเมื่อ 14,000 ล้านปีก่อนนั้นทำให้กำเนิดพหุภพ ซึ่งก็คือจักรวาลอื่นนอกจากจักรวาลของเราอีกมากมายไม่อาจจะนับได้ จักรวาลอื่นในพหุภพอันอนันนั้นยังมีจักรวาลที่มีสิ่งแวดล้อมและเหตุการณ์เหมือนกับจักรวาลที่เราอาศัยอยู่ "โลกคู่ขนาด"อาจจะอยู่ในจักรวาลใดสักแห่งในพหุภพก็เป็ได้ ดังนั้นสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาเหมือนมนุษย์หรือยิ่งกว่ามนุษย์ก็มีความเป็ไปได้ที่จะมีอยู่
ป้อมปราการสร้างด้วยดินและหินกำลังถูกล้อมด้วยกองทัพที่มีอารยธรรมแบบเอเชียตะวันออกโบราณ พวกเขามีเครื่องเหวี่ยงหินติดล้ออยู่หลายสิบคัน บรรจุหินขนาดลูกแตงโมระดมเหวี่ยงเข้าไปยังป้อมปราการแห่งนั้นหลังจากแม่ทัพสั่งยิง ทันทีที่ลูกหินก้อนแรกตกกระทบป้อมปราการ ลูกะเิจากในป้อมปราการยิงด้วยเครื่องยิงลูกะเิขนาด60มม. หรือที่เรียกกันว่าปืนคอ พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าทำให้เกิดเสียงหวีดหวิว แล้วตกกระทบพื้นดินที่กองทัพเ่าั้อยู่ลูกแล้วลูกเล่าไม่แพ้เครื่องเหวี่ยงหินที่พวกเขาเหวี่ยงเข้าไปในป้องปราการ แต่ความศูนย์เสียของกองทัพนั้นสาหัสขึ้นทุกนาที กองทหารโกลหลไม่อยู่ในวินัยทหารเลวต่างหมอบหลบะเิเพียงให้ตนเองรอดโดยไม่สนใจคำสั่งของเ้านาย ทหารอยู่บนป้อมปราการเล็งปืนไรเฟิลติดดาบปลายปืนแบบตายตัว ดึงคันโยกเพื่อเปิดรังเพลิงแล้วบรรจุลูกะุเข้าไปแล้วโยกคันโยกปิดรังเพลิงไว้ เมื่อผู้บังคับบัญชาเป่านกหวีดทหารชุดแรกเหนี่ยวไกะุพุ่งทะลุร่างของทหารในกองทัพที่อลมานอยู่ โยกคันโยกเพื่อเปิดรังเพลิงอีกครั้งปลอกะุกระเด็นออกมาแล้วบรรจุะุนัดใหม่ลงไปขณะที่ทหารชุดที่สองเหนี่ยวไก พวกเขาทำเช่นนี้สลับกัน ไม่ช้ากองทัพก็ล่าถอยออกจากป้อมปราการแห่งนั้น แม้มีกำลังพลเพียงหยิบบนป้อมปราการแต่ก็ต้านทานกองทัพอันยิ่งใหญ่ดังสายน้ำลงได้
รามเป็นักศึกษาหนุ่มคณะรัฐศาสตร์ชั้นปีที่2 เขาสมัครเข้าร่วมกองกำลังสำรองสังกัดกองทัพบก เป็หลักสูตรฝึกวิชาทหารสำหรับนักเรียนนักศึกษา ซึ่งรามฝึกต่อเนื่องมาเป็ปีที่5เป็ปีสุดท้าย หลังจบการฝึกเขาจะถูกบรรจุเป็นายทหารสัญญาบัตรนอกราชการ
เวลาสันธยาของวันหนึ่งที่มีกำหนดการตายตัวไว้แล้ว รามขึ้นรถไฟในจากบ้านเกิดในจังหวัดชายแดนติดกับประเทศลาวและประเทศกัมพูชาเพื่อไปฝึกวิชาทหารภาคสนาม เป็การฝึกเสมือนจริงในภูมิประเทศจริง ต้องใช้ระยะเวลาเดินทาง 12ชั่วโมง ทันทีที่ถึงสถานีรถไฟในชุดฝึกพร้อมเป้สนามใบใหญ่ ครูฝึกผู้กำกับเร่งเร้าให้ทุกคนขึ้นรถโดยเร็วเพื่อทำการเช็คยอดเพื่อให้ทราบจำนวนของกำลังพล
ค่ำคืนบนรถไฟมีลมหนาวเดือนธันวาคมพัดเข้าทางหน้าต่างรถไฟตลอดคืนรามนั่งหลับเบียดเสียดกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน ทำให้รู้สึกอึดอัดไม่สบายตัวแต่นั่นก็ไม่ทำให้คลายความหนาวได้ ความเย็นทะลุเสื้อฝึกแขนยาวหนาๆ เข้ามาราวกับว่าไม่ได้สวมใส่อะไรเลย ยามดึกต้องถูกปลุกด้วยเสียงพ่อค้าแม่ค้าขึ้นมาแร่ขายของบนคันรถ ของที่เอามาขายอาทิเช่น ไก่ปิ้ง ผลไม้ กาแฟ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอื่น ๆ อีกมากมาย เรียกได้ว่าใครมีเงินเยอะก็อิ่มหนัมกันทีเดียว ทำเอารามไม่เป็อันนอนเลย
รุ่งเช้าเวลา06.00น. ถึงสถานีปลายทางกรุงเทพมหานคร เมื่อลงจากรถไฟทหารครูฝึกไล่ต้อนนักเรียนทหารทุกนายลงจากรถไฟไปขึ้นรถประจำทางที่จอดรออยู่มุ่งหน้าสู่ศูนย์ฝึกใหญ่บนเขาจังหวัดกาญจนบุรี
รถประจำทางพากองกำลังสำรองที่จะเข้ารับการฝึกภาคสนามจวนจะถึงที่หมาย รามมองออกไปนอกหน้าต่างรถ เห็นเขาลูกหนึ่งตั้งตะหงานปกคลุมด้วยต้นไม้และนั้นก็คือจุดหมายที่เขาจะต้องไป
เมื่อรถจอดเสียงนกหวีดก็ดังขึ้นครูฝึกะโเรียกทุกคนลงจากรถ รามรีบหยิบเป้สนามและสวมหมวกลงจากรถ เขาวิ่งตามเพื่อนไปตามถนนที่ทอดยาว มีฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณจนไปถึงที่ตั้งกองพัน ซึ้งมีเต็นท์อำนวยการขนาดใหญ่เป็ที่พักของครูฝึกและเก็บอุปกรณ์การฝึก มีเต็นท์ที่กางอย่างง่ายๆนอนได้2คน ตอกด้วยสมอบกไม่มีผ้าปูพื้นเรียงรายเต็มลานราว ๆ 200-300 หลัง อันเป็ที่พักของนักเรียนทหาร
กิจกรรมในวันแรกไม่มีอะไรมากมายจะเป็การเช็คยอด แจกอาวุธปืนไรเฟลรุ่นเก่าสมัยาโลกครั้งที่สองทำจากเหล็กและไม้ ค่อนข้างมีน้ำหนัก ปืนส่วนใหญ่จะชำรุดและปลดประจำการแล้วจึงเหมาะสำหรับนำมาฝึกกองกำลังสำรอง จากนั้นจัดกำลังพลจากทั่วประเทศที่เดินทางเข้ามายังศูนย์ฝึกนี้เข้าสังกัดกองร้อยต่าง ๆ ได้ 3 กองร้อย แล้วตรวจสอบความเรียบร้อย เครื่องแต่งกายและผม
คืนแรกบนเขารามนอนในเต็นท์กับบัดดี้ที่กรนทั้งคืน นอนบนพื้นดินที่ปราศจากเครื่องนอน ในคืนนั้นรามนอนฝันร้ายทั้งคืนเขาตื่นขึ้นมากลางดึกหลายครั้งโดยครั้งสุดท้ายที่ตื่นมาเขาดูเวลาจากนาฬิกาอนาล็อคที่ข้อมือเป็เวลาจวนจะตีสาม เขาไม่อาจข่มตาหลับได้อีกเพราะกลัวฝันร้ายที่หลอกหลอน รามรู้สึกขึ้นมาได้ถึงรางร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้นเหมือนกับทุก ๆ ที
ณ สถานที่แห่งนี้ยามกลางคืนหนาวจับใจเพราะเข้าสู่ฤดูหนาว แต่กลางวันนั้นร้อนระอุ ตลอดการฝึกฝุ่นฟุ้งกระจายจากฝีเท้ามนุษย์ หลายร้อยชีวิต
วันที่สอง เวลา05.00น.รามนอนหงายฟังบัดดี้กรนอยู่ข้างๆ ทันใดเสียงนกหวีดดังขึ้นทุกนายรีบลุกออกจากเต็นท์สวมเครื่องแบบเรียบร้อยพร้อมปืนอาวุธประจำกาย เข้าแถว ณ ที่รวมพลหน้ากองพัน หัวหน้านักเรียนสั่งเช็คยอดกำลังพล แต่จำนวนยอดไม่ครบ ครูฝึกจึงสั่งให้ทุกคนกอดคอกันลุกนั่งพร้อมนับจำนวนยกจนกว่า คนที่อยู่ในเต็นท์ออกมจนครบ จากนั้นครูฝึกนำทำกายบริหาร เมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรม นักเรียนทหารแต่ละหมู่ล้อมวงกันเพื่อรับประทานอาหาร สมาชิกสองนายมาถึงวงล้อมพร้อมเบิกอาหารมาจากเต็นท์อำนวยการพวกเขาวางหม้อสนามทรงกระบอกรูปร่างคล้ายถั่วหากมองจากข้างบนมีหูหิ้วเพื่อถือสะดวก ผิวของหม้อดำสนิดจากการเผาไหม้หุงต้มอาหาร เมื่อเปิดหม้อออกมา 4หม้อแรกเป็ข้าวสวย อีก2หม้อเป็แกงเผ็ดกับแกงเขียวหวาน ซึ่งประกอบด้วยวัตถุดิบยอดฮิตคือหน่อไม้ ไก่ และมะเขือ ซึ่งตลอดการฝึกอาหารจะวนอยู่แต่วัตถุดิบพวกนี้
กิจกรรมดำเนินต่อไป นักศึกษาวิชาทหารต้องวนฝึกเป็กองร้อยเพื่อเรียนวิชาทหาโดยรเข้าฐานตามวิชาต่าง ๆ ซึ่งการฝึกจะเป็เป็ในลักษณะนี้จนถึงวันที่ 3 เรียกว่าการฝึก ณ ที่ตั้ง วันที่ 4 เป็ต้นไปจะได้รับ “ปัญหา” คือการฝึกเสมือนจริงโดยเข้าไปในป่าตลอด3คืน โดยหลักสูตรในครั้งนี้จะฝึกการรบนอกแบบ การตีโฉบฉวย การซุ้มโจมตี
ทุกคืนที่รามหลับนอนบนเขาลูกนี้อันมีประวัติศาสตร์การรบที่ยาวนาน ซึ่งาครั้งใหญ่ที่มีวีรชนล้มตายจำนวนมากคือศึกรบพุ่งกับพม่ารามันสมัยกรุงรัตนโกสินท์ตอนต้น รามนอนฝันร้ายทุกคืนในฝันเต็มไปด้วยการดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดจากคมศาสตราของข้าศึกศัตรู ทำให้ร่างกายของรามอ่อนเพลียลงทุกวัน จนถึง ‘วันที่ห้า’ ของการฝึก
วันที่ห้า เวลา14.00น. ฝึกการเข้าตีโฉบฉวย รามทำหน้าที่พลปืนเล็ก กลางป่าละเมาะแสงแดดส่องเต็มที่ความร้อนสะท้อนขึ้นมาจากพื้นดิน รามเสียเหงื่อไปมากและมีไข้ั้แ่วันแรกของการฝึกอันเกิดจากหลับตากลมบนรถไฟ ทำให้ความร้อนในร่างกายสูงมาก กระติกน้ำเ้ากรรมดันเกิดรั่วจากการที่สะดุดซังอ้อยตอนเคลื่อนกำลังข้ามป่าเวลาเช้ามืดแล้วล้มลง ตออ้อยที่ถูกตัดเป็แนวเฉียงทำให้มีปลายแหลมแตงทะลุกระติกน้ำสนามที่รามพกเข้าป่าไปเสียหายเป็รูรั่วน้ำจึงไหลออกมาจนหมดทำให้เขาดื่มน้ำน้อยในวันนั้น
เสียงนกหวีดเป็สัญญาณให้หมวดเข้าตีโฉบฉวย นักเรียนทหารทุกนายวิ่งไปข้างหน้าด้วยวิธีการโผ ร้อง “เอี้ย ๆ ๆ ๆ” ไปด้วย
รามวิ่งตามเพื่อนไปแต่เขารู้สึกเหนื่อยล้าและหน้ามืดทำให้เขารั้งท้ายกลุ่ม ไม่นานเขาเกิดอาการมือเท้าชาและไม่มีแรงทำให้ปืนหลุดมือลงพื้น เขารู้สึกว่าร่างกายหนักมากจนต้องนอนลงพอรู้สึกตัวพยามจะลุกขึ้นแต่ร่างกายหนักเกินกว่าจะพยุงลุกขึ้น รามมองไปหาเพื่อนที่ค่อยๆ วิ่งห่างออกไป ไม่มีเลยสักคนที่จะหันกลับมามองเขา รามเหนื่อยจนจุกไม่สามารถร้องเรียกใครมาช่วยได้
แขนและขาเริ่มเป็ตะคิว รามเริ่มสูญเสียความรู้สึก หน้าชาไปหมด ความรู้สึกค่อยๆ หายไปจากแขนขาขึ้นท้องน้อยมาช่องท้องขึ้นมาหน้าอก จนถึงลำคอจากนั้นรามหายใจไม่ออก เปลือกตาปิดลง ความฝันที่ดิ้นรนหนีศัตรูเข้ามาในหัว ก่อนจะรู้สึกเจ็บแป๊บที่หน้าอกราวกับเข็มเล่มใหญ่ขนาดเท่านิ้วมือทิ่มแทง เวลาผ่านไปรู้สึกว่าทนไม่ไหวแล้วกับการขาดอากาศ ทำให้รามวูบลง ความเจ็บไม่เหลือ ความอึดอัดไม่เหลือ ความทุกข์ทรมานหายไป ความรู้สึกไม่เหลือ ไม่มีความคิดใด ๆ ในสมอง ทุกอย่างหายไปหมด