คุณชายหมิงเจ๋อเขาเดือดดาลเป็นโทสะขึ้นมาในทันที ครั้นยันกายพร้อมกับริมฝีปากที่เปรอะเปื้อนเลือดขึ้นมายืนได้ ...หมู่ชนเผ่าพันธุ์บรรพกาล โดยรอบต่างก็พูดคุยกันออกมาไม่ขาดเมื่อเห็น ผู้ที่อยู่ขั้นเซียนสวรรค์ถูกตบกลิ้งเช่นนี้ "เป็นไปได้อย่างไร คุณชายหมิงเจ๋อ เผ่าพันธุ์ข้าแพ้ได้อย่างไร หน้ากากนั้นมันคือ สิ่งประดิษฐ์ อะไรกันแน่"
ด้านคุณชาย หมิงเจ๋อ เขาเอ่ยเสียงเรียบแสยะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย "พวกเจ้าเผ่าพันธุ์บรรพกาล ใครจะร่วมต่อสู้กับข้า ช่วงชิงสมบัติล้ำค่าที่อยู่เบื้องหน้า กับข้าหรือไม่" ครั้นชายหนุ่มพยักหน้าออกไปหาเผ่าพันธุ์บรรพกาล ไม่ว่าจะเป็น นายน้อยหนิงหรง แห่งเผ่าเต่านิลกาฬ จ้าววังมดแดงสวรรค์ ฮูหยินหนานเอ๋อร์ แห่งเผ่ากินเลนโลกันตร์ต่างก็ขานรับพยักหน้ารับคำ คุณชายหมิงเจ๋อ แห่งเผ่ามังกรทอง
ฉับพลันร่างเซียนสวรรค์ทั้ง4 ก็พุ่งปราดหายวับเข้าต่อสู้กับ อี้เฉิน อย่างบ้าคลั่ง ก่อนแค่นเสียงแข็งกร้าว ดูถูกเย้ยหยันออกมาไม่ขาด "หนุ่มน้อย เจ้าคิดจริงหรือว่า เพียงพลังของเจ้า ไปแตะอยู่ในขั้นเซียนสวรรค์ เจ้าจะสามารถกำราบพวกเราเหล่าเซียนสวรรค์ลงได้"
"เจ้าช่างโอหังนัก รับการโจมตีของพวกข้าไปกินเสีย"
เพียงไม่กี่ชั่วอึดใจแสงหมัดฝ่ามือ ที่พร่างพราวก็พุ่งเข้าหาอี้เฉินอย่างบ้าคลั่ง อี้เฉินถึงกับถอยล้นออกไปอย่างต่อเนื่อง จากการโจมตีของพวกเขาทั้ง4 ส่งให้ริมฝีปากกระอักเลือดออกมาไม่หยุดในฉับพลัน กลางหน้าผากเกิดรอยปริแตกเล็กๆ ขึ้นมา จากปราณพลังที่สำแดงวิชา ฉีกกระชากสวรรค์ปฐพี จนแตกออกเป็นเสี่ยงๆ มรรคาวิถีถูกสำแดงออกมาใช้ อย่างไม่มีเก็บออม ประหนึ่งว่ายามนี้ อี้เฉินถูกร่างวิญญาณ ขนาดยักษ์ของพวกเขา ยื่นฝ่ามือ เข้ามาบีบจับร่างเอาไว้ภายใต้ฝ่ามือ ของพวกเขาเหล่านั้น
เล่งซุนที่เห็น ท่าไม่ดีเขาเอ่ยสั่งการหญิงสาวที่เขายืนคุ้มกัน ในทันที ครั้นเมื่อนึกถึงคำสั่งขององค์หญิงอิงฮวา "เจ้าอยู่เฉยๆ อย่าทำอะไรโง่ๆ เฉกเช่นสหายของเจ้า"
เมี่ยนจือ มองด้วยสายตาเอาเรื่องไปที่เล่งซุน อยู่ไม่น้อย "เจ้าไปเถอะข้ารู้ตัวดี ไม่ได้โง่เหมือนอี้เฉิน" ครั้นเล่งซุน พยักหน้ายิ้มเจื่อนให้เมี่ยนจือ เขาก็พุ่งปราดเข้าผสมโรงในทันใด
ก่อนเสียงแค่นคำราม จ้าววังมดแดงสวรรค์ จะดังออกมาก้อง ฝ่ามือที่เตรียมจะฆ่าสังหาร อี้เฉิน กลับถูกองครักษ์ เล่งซุน คนขององค์หญิง เข้ามาขัดขวาง หยุดฝ่ามือของเขาไว้ในฉับพลัน "เจ้า!คิดจะทำอะไร เล่งซุน! หรือเจ้าคิดจะทรยศต่อดินแดนบรรพกาล!"
อี้เฉินที่เห็น เล่งซุน คนขององค์หญิง สอดมือเข้ามาขวาง ทว่าเขายันไว้ได้2คนก็เต็มกลืนแล้วในยามนี้ อี้เฉินระเบิดพลังของ หน้ากาก ระดับ จักรพรรดิ ออกมาใช้ในทันใด ปราณพลังที่มากล้น แพร่ขยายออกไปกว้างไกลในชั่วพริบตา ที่อี้เฉินกระทืบเท้าลงท่ามกลางอากาศอย่างรุนแรง ปัง!! ส่งให้รอบบริเวณเต็มไปด้วยปราณพลังอี้เฉินปลดปล่อยออกไปในฉับพลัน แม้แต่สัตว์อสูรที่บินอยู่ห่างออกไป ยังเชื่องช้าลงในเสี้ยวพริบตา จากปราณพลังการกดข่ม ของอี้เฉิน
หลายคนที่ต่อสู้กับอี้เฉิน เริ่มรับรู้ถึงความน่าคร้ามเกรงของอี้เฉิน น้ำเสียงหนึ่งจึงเอ่ยขึ้นมาด้วยใบหน้าขมวดคิ้วมุ่น "องครักษ์ เล่งซุน ข้า จ้าววังมดแดงสวรรค์ ผู้นี้จะเป็นคน ขัดขวางเขาไว้ให้เอง ..พวกเจ้ารีบจัดการเด็กหนุ่ม นามว่าอี้เฉินนั้นเสียเร็วเข้า"
ครั้นพวกเขาขานรับกันได้ อีก3คนต่างก็ไม่รอช้าพุ่งปราด ส่งฝ่ามือ กำปั้นหมุนควงเข้าเข่นฆ่าอี้เฉินในทันใด ทว่าเมื่อสัมผัสได้ถึงปราณพลัง ที่มากมหาศาล ล้นทะลักทลาย หลั่งไหล พรั่งพรูออกมาไม่ขาดสายจากกายาอี้เฉิน เสียดแทงกายาพวกเขาจนรู้สึกหนาวสั่น ดวงตาของพวกเขาเริ่มฉายแววหวาดหวั่นในทันใด กล่าวอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง "นี่หรือพลังของ สิ่งประดิษฐ์ อาวุธ ระดับ จักรพรรดิ"
อี้เฉินแค่นเสียงคำรามออกมาก้อง ในทันใดที่การโจมตีใกล้จะถึงตัวเขา "จงสำแดงวิชาหมื่นโลก" ฉับพลันปราณพลังที่ล้นทะลักทลาย รอบกายอี้เฉินก็แปรเปลี่ยนเป็นม่านพลังสีทองพร่างพราว ราวกับเป็นโลกใบเล็กที่เขาสร้างขึ้นมา ก่อนมันจะขยายออกมากว้างในเสี้ยววินาที ไม่กระจ้อยร่อย แบบในยามก่อนอีกต่อไป
ส่งผลให้ผู้ที่โจมตีเข้ามาหาอี้เฉิน ร่างลอยกระเด็นออกไปราวกับสายป่านเว่าที่ขาด ริมฝีปาก ร้อง "อ๊าก!" กระอักเลือดออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา "เป็นไปได้อย่างไร มันไม่น่าจะเป็นเช่นนี้ได้ไม่ใช่หรือ อี้เฉินหรือเขาจะมีพลังแตะไปอยู่ในขอบเขต เซียนสวรรค์แท้จริงได้ กลายเป็นผู้อาวุโสตั้งแต่วัยเยาว์"
หมู่ชนบรรพกาลที่เฝ้าดูอยู่โดยรอบ ไม่เว้นแม้แต่ เล่งซุน จ้าววังมดแดงสวรรค์ที่ต่อสู้ ต่างก็อ้าปากค้างแล้วในยามนี้ ไม่มีใครคาดคิดเด็กหนุ่มนามว่าอี้เฉิน ขั้นพลังแค่ เทพสวรรค์ จะสามารถทัดเทียม ขั้นเซียนสวรรค์ได้
ประหนึ่งพวกเขาเห็นราชันหนุ่ม ผู้มาจากยุคสมัยเบิกฟ้า ข้ามแม่น้ำ สีทอง แห่งกาลเวลา มายืนต่อหน้าพวกเขาก็มิปานในยามนี้ ก่อนคำพูดที่อี้เฉินกล่าวพูดเอาไว้ในยามก่อน ว่าเขาจะเป็น ราชันผู้อยู่เหนือราชันทุกยุคทุกสมัย ก้าวข้ามจักรพรรดิทุกผู้คน เริ่มกลับมาหลอกหลอน ดังก้องเข้าไปภายในโสตประสาท ของพวกเขาทั้ง 4คนอีกครา
ทว่าคุณชายหมิงเจ๋อ ฮูหยินหนานเอ๋อร์ นายน้อย หนิงหรง ปรายตาไปมองอี้เฉินด้วยสายตาเอาเรื่อง เป็นโทสะ ไม่เชื่อสิ่งที่เห็นต่อหน้าในยามนี้ 'อย่างไรพวกเขาก็เชื่อไม่ลง แค่เด็กหนุ่มขั้นเทพสวรรค์ จะมายืนเทียบชั้นกับพวกเขาได้ มันจึงมีเหตุผลใดที่ต้องให้พวกเขา ต้องหวาดเกรงอี้เฉินในยามนี้'
แต่เมื่อเห็นกายาเด็กหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า แผ่รัศมีความน่าคร้ามเกรง ของผู้ไร้พ่ายในขั้นพลังเซียนสวรรค์ออกมาไม่ขาด กดข่มกำราบศัตรูออกไปทั่วทิศ ราวกับเห็นเซียนโบราณ พร้อมกับกลิ่นอายของผู้สูงส่ง มันก็ทำให้พวกเขาทั้งสาม หัวใจสั่นสะท้านไม่น้อย
"เจ้า เจ้าเป็นไปได้อย่างไร เจ้ายังไม่ได้อยู่ในขั้นพลังเซียนสวรรค์เสียด้วยซ้ำ เหตุใดเจ้าถึงมีพลังของผู้ไร้พ่ายในขั้นพลังเซียนสวรรค์ได้ ต้องเป็นสิ่งประดิษฐ์ ที่เจ้าสวมใส่อย่างแน่นอน ที่ช่วยเพิ่มพูนศักยภาพของเจ้า มันไม่ใช่พลังของเจ้าแม้แต่น้อย หนุ่มน้อยเจ้าอย่าพึ่งได้ใจไป" คุณชายหมิงเจ๋อกล่าวคำพูด ออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อ ว่านั้นจะเป็นพลังของอี้เฉินในยามนี้
อี้เฉินเขาเองก็ไม่ได้ค้าน คำพูดของคุณชายหมิงเจ๋อ ที่มองเขาด้วยสายตานุ่มลึก ที่เขาต้องสำแดงพลัง จะได้ง่ายต่อการพูดคุยเจรจา หากเขาไม่มีพลัง มีหรือคนพวกนี้จะยอมรับตัวเขา
ก่อนร่างอี้เฉินจะพุ่งหายวับ ออกไปท่ามกลางความตกตะลึง ของพวกเขาทั้งสาม ในยามนี้ ครั้นอี้เฉิน กลางฝ่ามือออกมากว้าง ฝ่ามือของเขาก็ซัดเข้าใส่ใบหน้าสองบุรุษหนุ่มจนกระอักเลือด ฟันแตกหักดังออกมาก้อง ร่างถอยร่นในทันใด ชนิดที่ไร้การตอบโต้ จากวิชาเคลื่อนที่ของอี้เฉิน
"อ๊ากๆๆ! เจ้า! เจ้า! ไอ้เวร ช่างใจกล้าห่อฟ้านัก ถึงกับแอบซ่อนวิชาเคลื่อนที่ไว้อีก"
มีเพียงฮูหยินหนานเอ๋อร์ ที่อี้เฉินซัดฝ่ามือใส่ หน้าท้องของนางเท่านั้น จนหญิงสาวใบหน้างดงามให้อารมณ์ของสาววัยกลางคน เม้มริมฝีปากแดงน้อยไว้แน่น ไม่คิดการสู้กับเด็กรุ่นหลัง จะทำให้พวกเขาเหล่าเซียนสวรรค์ อับอายต่อหน้าหมู่ชนได้มากถึงเพียงนี้
คุณชายหมิงเจ๋อ เขาเดือดดาลเป็นโทสะ อย่างไรเขาก็ไม่ยินยอมให้ผู้ใดมาโอหัง ภายในดินแดนบรรพกาล ฝ่ามือนำหอกเซียนออกมากำไว้จนแน่น ส่งเสียงบีบรัดออกมา อย่างรุนแรงจนฝ่ามือเกิดเลือดไหลซึมออกมา ครั้นชี้หอกมังกร ออกมาเบื้องหน้าอี้เฉินได้ เขาก็แค่นเสียงเกรี้ยวกราดออกมาดังก้อง "บัดซบ! บัดซบ! ข้าจะฆ่าเจ้าเสียไอ้เด็กโอหัง วันนี้เจ้าอย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอดอีกต่อไป"
อี้เฉิน ที่ยืนมือไพล่หลัง ปลดปล่อยความน่าคร้ามเกรงออกมาไม่ขาด ยากที่จะคาดเดาอารมณ์ของเขาได้ จากอายความเยือกเย็น สงบนิ่งที่แผ่ซ่านออกไปทั่วสารพางค์กาย ให้ความรู้สึกที่ไม่อาจเอื้อมหยั่งถึงได้ในยามนี้
ก่อนผู้อาวุโสใหญ่ จะพุ่งปราดสืบฝีเท้ามาขวางจากสถานที่ ที่มองชมอยู่ห่างไกล แค่นเสียงออกมา ด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดูท่าจะเป็นที่ยำเกรงของ หมู่ชนคนดินแดนบรรพกาลไม่น้อย "พวกเจ้าโปรดหยุดมือก่อน สหายน้อย เจ้าต้องการพูดคุยเจรจา ใช่หรือไม่ ..ไม่เช่นนั้นเจ้าได้ฆ่าคนของพวกเรา ดินแดนบรรพกาลไปแล้วเป็นแน่ ด้วยพลังของเจ้าในยามนี้"