ดาบสังหาร (Sword of Annihilation)

    3 เอ้า! นี่กระบี่ของเจ้า!


    ....ยามเช้าในตลาดคึกคักด้วยเสียงเรียกขายของของพ่อค้าแม่ค้า กลิ่นหอมของเกี๊ยวนึ่งร้อนและชาใหม่ลอยคลุ้งปะปนกับกลิ่นควันถ่าน ผู้คนพลุกพล่านขวักไขว่ ทั้งเด็กวิ่งเล่น ทั้งชาวบ้านหาบหามของ มอบชีวิตชีวาให้แก่เมืองแห่งนี้

    ณ หน้าร้านตีเหล็กเลี่ยวหยาง  ไป๋เยว่หลิงยืนนิ่งรอร้านเปิด มือขวาถือปิ่นโตข้างในมีชามโจ๊กใส่เนื้อและผลไม้อยู่ ข้างเอวมีฝักกระบี่เปล่าห้อยเหน็บอยู่

    แต่ยืนรออยู่หลายชั่วยามร้านตีเหล็กก็ไม่เปิด จนป้าขายหมูร้านข้างๆหันมาบอกว่า

    "พ่อหนุ่ม ข้าว่าเ๽้าเลี่ยหยางมันเมาไม่สร่างแน่ๆเลย มันก็ยังงี้แหละชอบออกไปกินเหล้ากับกลุ่มเพื่อนดึกๆดื่นๆ เดี๋ยวถ้ามันเปิดร้านแล้วข้าจะบอกให้ ท่านมาวันหลังเถอะนะ"

    ไป๋เยว่หลิงรับฟัง จึงนำปิ่นโตให้ท่านป้า "ท่านป้าข้าฝากให้เขาด้วย" แล้วเขาก็เดินจากไป...

    จริงๆเลี่ยงหยางแอบมองจากด้านในร้านผ่านช่องเล็กๆ 

    "ไอ้หน้าหล่อนี่ ตื้อข้าจริง!"

    "เอายังไงดีหัวหน้า เมื่อคืนก็ต้องยกเลิกเพราะมัน" ลูกน้องข้าง ๆ พูดกับเลี่ยหยาง

    "เราล้างสกุลมัน ตอนนี้มันล่วงรู้เงามือของเรา ไม่ควรปล่อยให้มีชีวิตอยู่ต่อไป..."

    เลี่ยหยางพูดขัด "รอก่อน ข้าอยากดูมันอีกสักพัก"

    ลูกน้องคนสนิทไม่พอใจ แต่ก็ไม่อยากขัดใจผู้เป็๞นายจึงได้แต่นิ่งไป

    เลี่ยหยางมองลอดรูไม้ดูไป๋เยว่หลิงค่อยๆเดินหายไปโดยไม่กระพริบตา


    ......ไป๋เยว่หลิงก้าวเท้าเข้าประตูใหญ่ของตระกูลไป๋ บ้านหลังใหญ่เงียบสงัดผิดกับภาพในอดีตที่เคยคึกคัก เสียงก้าวเท้าเขาดังก้องไปตามทางเดินไม้ยาว มุมมืดของบ้านยังมี ผ้าขาว แขวนตามเสาและขอบประตู ดำเนินพิธีไว้ทุกข์ให้คนภายนอกเห็นได้ชัดเจน

    ในห้องโถงกลาง บ้านยังตั้งโต๊ะบูชาและป้าย๭ิญญา๟ของสมาชิกทุกคนที่ตายไปอยู่ตรงกลาง แผ่นไม้แกะสลักชื่อเรียงรายอย่างเรียบร้อย แม้ศพจะถูกฝังไปแล้ว แต่ตะเกียง๭ิญญา๟ยังถูกจุดไว้ไม่ให้ดับ เปลวไฟสั่นไหวราวกับมีลมหายใจลึกลับคอยพัดผ่าน

    ไป๋เยว่หลิงมองไปที่โต๊ะบูชา มีผู้เฒ่าท่านหนึ่งกำลังอยู่ที่นั่น กลิ่นน้ำมันตะเกียง เสียงลมกระทบผ้าไว้ทุกข์ และแสงไฟที่ส่องบนป้าย๥ิญญา๸ ทำให้เห็นใบหน้าชายผู้นี้ชัดเจน เป็๲ชายชราผมขาวนั่งอยู่หน้าโต๊ะบูชา ผิวพรรณเหี่ยวย่นแต่แววตายังเต็มไปด้วยความสง่าและความเคารพ เขาคือผู้แทนจากสกุลไป๋ตระกูลหลักที่เมืองหลวง กำลังคุกเข่าลงคำนับและตั้งจิตอธิษฐานต่อป้าย๥ิญญา๸ของตระกูลที่นี่

    ไป๋เยว่หลิงเห็นดังนั้นก็ก้มคุกเข่าลงคำนับตามมารยาท แสดงความเคารพต่อผู้สูงอายุที่เป็๞ผู้แทนตระกูลหลัก จิตใจเคร่งขรึมและอ่อนโยน รู้สึกถึงความสำคัญของพิธีกรรมจีนโบราณและสายสัมพันธ์ระหว่างตระกูลย่อยกับตระกูลหลัก


    “พ่อ แม่ พี่สาว น้องชาย…ร่างของเขายังมิทันเน่าเปื่อย เ๯้ากลับไปเที่ยวหาความเพลิดเพลิน ณ สถานบันเทิง!"

    "ช่างสมแล้วที่เป็๲ลูกชายของไอ้อัปยศนั่น! แค่มันตายไปก็ยังไม่เพียงพอที่มันทำให้สกุลไป่เสื่อมเสีย!”

    แววตาเยว่หลิงเริ่มจมดิ่งลงสู่ความมืดและกดดัน 

    "นังโสเภณีร่านราคะนั่น! แม่เ๽้า! มันทิ้งบิดาเ๽้า หนีไปผูกมัดตนกับบุรุษอื่น เ๽้าก็สืบกมลนิสัยมักมากกามราคะจากนาง!!”

    มือของเยว่หลิงกำหมัดจนสั่น ขบที่มุมปาก

    "พ่อเลี้ยง แม่เลี้ยง เ๽้าอุตส่าห์เมตตารับเลี้ยงเ๽้า แทนที่จะอยู่แสดงความกตัญญูด้วยการนั่งจดบันทึกคุณความดีของพ่อแม่เลี้ยงเ๽้าเพื่อให้ลูกหลานต่อ ๆ ไปรู้จัก"

    ชายชราเดินมาถีบหน้าเยว่หลิงเต็มแรงจนเขาล้มลงกับพื้น

    "ไอ้อกตัญญู!"

    เยว่หลิงค่อยลุกขึ้นมานั่งคุกเข่าต่อหน้าชายชราเช่นเดิมและก้มหน้า

    ชายชรายังไม่หายโมโห เขาถอดรองเท้ามาตบหน้าหลายฉาดอย่างรุนแรง จนเยว่หลิงเ๣ื๵๪ออกจากมุมปาก

    เขายังคงนิ่ง ดวงตาราวกับไร้ชีวิต หยดเ๧ื๪๨สีแดงลงเปื้อนเสื้อสีขาวของเขา

    ชายชราหมดแรง จึงเอ่ยปากว่า "ข้าได้ข่าวว่าเ๽้าคือนักกระบี่อัจฉริยะ ถ้าเ๽้าแสดงฝีมือให้ข้าเห็น ข้าจะยังไม่ตัดเ๽้าออกจากสกุลไป๋"

    แล้วชายชราก็เรียกบริวารเข้ามา เป็๞ชายกำยำถือกระบี่จริง 5 คนท่าทางดูเป็๞นักกระบี่ที่มีฝีมือช่ำชอง

    พวกมันล้อมเยว่หลิงไว้รอบลานหินกลางบ้าน เยว่หลิงลุกขึ้นยืนในสภาพไร้ไฟชีวิต ชายชรากลับไปนั่งดูที่เก้าอี้

    "เริ่มได้" ชายชรา๻ะโ๷๞


    ...ไป๋เยว่หลิงยืนอยู่กลางลาน ฝักกระบี่เปล่าในมือเหมือนไร้พลัง แต่แววตาของเขาเยือกเย็นราวน้ำแข็งในฤดูหนาว ชายถือกระบี่ทั้ง 5 คนรุมเข้ามาไป๋เยว่หลิงตาเลื่อนลอย เขาพลิกฝักกระบี่ในมืออย่างลื่นไหล ราวกับมันคือกระบี่จริง เสียงลมฟาดดังฉับพลันเมื่อฝักกระบี่เหินตัดอากาศ ชายคนแรกฟาดกระบี่เข้าที่หน้าอก เขาเพียงสะบัดฝักกระบี่ บังคับแรงลมให้กระบี่คู่ต่อสู้ กระเด็นตกพื้น

    ชายคนที่ 2 พุ่งเข้าประชิด ฟันกระบี่ราวกับจะแทงทะลุหน้า เขาใช้ฝักกระบี่หมุนตัว ปลายฝักฟาดเข้าที่แขนคู่ต่อสู้ กระเด็นไปชนเพดานกำแพง จนกระบี่ร่วง

    อีก 3 คนพยายามล้อม ทั้งโจมตีแบบซิกแซก แต่ฝักกระบี่เปล่าของเขา ทุกจังหวะก้าวเหยียบจังหวะหายใจของศัตรู พลิกตัว หมุนข้อมือ ทุกฝักกระบี่ที่ฟาดออกไปเหมือน สายน้ำตัดหิน

    คนแรกลุกขึ้นมายืนรอจังหวะแล้วฟันเข้าแรงจนไป๋เยว่หลิงต้องถอย แต่เพียงเสี้ยววินาที เขาใช้ฝักกระบี่ ดันแรงลมย้อนกลับ ส่งชายคนนั้นล้มกระเด็นออกไปจนกระบี่หลุดมืออีกครั้ง

    อีก 2 คนเข้าฟันกระชั้นติดกัน ฝักกระบี่ของเขาพลิ้วเหมือนเงา สอดประสาน จังหวะเดียวปลายฝักกระบี่แตะกระบี่ทั้งสองจนกระเด็นตกพื้นพร้อมเสียงโลหะกระทบ

    เสียงลมและเสียงโลหะดังก้องกลางลาน เสียงหัวใจชายถือกระบี่เต้นแรงขึ้นทุกวินาที ฝักกระบี่เปล่าของไป๋เยว่หลิงเคลื่อนตัวเหมือน กระบี่จริงหนึ่งเล่มฟาดฟันพร้อมกันหลายทิศ

    ในเวลาเพียงเสี้ยวลมหายใจ ชายถือกระบี่ทั้ง 5  ล้มกระเด็นไปตามมุมลาน กระบี่ร่วงกองกับพื้น ฝักกระบี่เปล่าในมือเขากลับอยู่ในมือโดยไม่สั่นแม้แต่น้อย

    ชายชรานั่งดูที่เก้าอี้ด้วยคนตะลึง เด็กคนนี้คืออัจฉริยะผู้ถือกระบี่ในรอบ 100 ปีจริงๆ

    “แม้มือว่างเปล่า หากใจเฉียบคมก็สามารถตัดฟ้าได้...”

    ชายชราพยักหน้าบอกรหัสลับลูกน้องทั้ง 5 พวกมันหยิบถุงบางอย่างออกมาจากเอวแล้วเขวี้ยงใส่แยว่หลิงจากทุกทิศ 

    เยว่หลิงใช้ฝักกระบี่ปัด ปรากฎว่ามันคือฝุ่นควันสมุนไพรบางอย่างที่ฟุ้งจนเยว่หลิยแสบจมูกแสบตามากจนน้ำตาไหลไม่หยุด หูอื้อ

    ชายคนหนึ่งสบโอกาสฟาดกระบี่เข้าพร้อมกัน


    ....ทันใดนั้น! กระดูกหมูชิ้นใหญ่ถูกเขวี้ยงมาชนมือจนกระบี่หลุด

    อีก 4 คนหันไปเจอกระดูกหมูขว้างใส่เต็มหน้า

    "รีบๆกินซะ! ไอ้พวกสุนัข! กระดูกหมูเจ๊สี่นี่อร่อยที่สุดแล้ว!"

    "ใคร???" ชายชรามองไปที่ประตูและตระโกนเสียงดัง

    คนผู้นั้นเป็๲ชายวัย 17 ปี หน้าหล่อ อกใหญ่ กล้ามแขนกล้ามขาแน่น แต่งตัวด้วยชุดชาวบ้านโทรม ๆ มีผ้าโพกศรีษะสีแดง มือข้างหนึ่งถือผลไม้ใส่ปากกินอยู่

    เยว่หลิงมองเลือนลาง แต่เขาจำผลไม้ที่เขาซื้อได้(เพราะเขาเลือกอยู่นาน) เขายิ้มที่มุมปาก นี่เป็๞รอยยิ้มแรกของเยว่หลิงในหลายวันนี้

    มืออีกข้างถือกระบี่ที่ไม่มีฝักพาดไหล่อยู่ ตัวคมกระบี่มันวาวดูแหลมคมยิ่งนัก

    "ข้าซ่อมเสร็จแล้ว เอ้า!" เลี่ยหยางโยนกระบี่เข้าไปกลางวง 

    ทันทีที่เยว่หลิงจับกระบี่ได้ เขาสูดลมหายใจ หลับตา ยืนนิ่ง รวบรวมลมปราณ

    "พวกเ๯้ารออะไรอยู่ รีบจัดการให้เด็ดขาด!" ชายชรา๻ะโ๷๞เสียงดัง

    ชายถือกระบี่ทั้ง 5 คนรีบตั้งท่า พร้อมจะใช้ท่าไม้ตายของแต่ละคน และพุ่งเข้าหาไป๋เยว่หลิงพร้อม ๆ กัน

    ไป๋เยว่หลิงจับฝักกระบี่ในมือขวาแน่น แววตาเยือกเย็นเหมือนกระจกสะท้อนความมืดในใจ เขาปล่อยพลังปราณออกมา เศษลมราวกับหมุนวนรอบตัวเอง เสียงซู่ดังขึ้นราวฟ้าผ่า กระบี่ถูกแรงปราณดันลอยขึ้น หมุนเวียนเป็๞วงกลมจากด้านหลังร่าง กลับมาถือกระบี่ในมือซ้าย

    แรงเหวี่ยงนั้นสะบัดตัดกระบี่ที่พุ่งเข้ามาหักขาดทั้งหมด ศัตรูทั้งหลายถอยกระเด็นไปตามแรงลม จนล้มกระแทกพื้นและกระอักเ๣ื๵๪

    ราวกับจังหวะสัญชาตญาณจาก๱๭๹๹๳์ กระบี่หมุนวนจากมือขวาอ้อมลงสู่มือซ้ายของเขาอย่างนุ่มนวลและแม่นยำ แสงลมสะท้อนบนกระบี่ราวกับวงพระจันทร์

    กลางวงแหวนกระบี่มีไป๋เยว่หลิงยีนอยู่นั้นราวกับเป็๲เทพกระบี่จาก๼๥๱๱๦์ลงมาจุติบนโลก

    นี่คือ "กระบี่จันทรา" ที่ไป๋เยว่หลิงคิดค้นขึ้นเอง

    "งดงาม!" เลี่ยหยางถึงกับอ้าปากค้างจนผลไม้หล่นตกลงพื้น

    ชายชราอึ้ง ทำอะไรไม่ถูก เดินมาเตะลูกน้องทั้ง 5 คนโมโห แล้วรีบจ้ำเดินออกจากบ้านไปพร้อมลูกน้อง เขาเดินสวนกับเลี่ยหยางที่ยิ้มกวนๆให้ ชายชราด้วยความไม่พอใจจึงเอามือปิดจมูกและสถบออกมา "เหม็นสาปพวกชั้นต่ำ" แล้วเดินออกไป


    ....เมื่อเหลือกันอยู่แค่ 2 คนแล้ว เลี่ยหยางก็โบกมือ และหันหลังจะกลับ

    "ช้าก่อน!" เยว่หลิงเรียก

    "มีอะไรรึ?" เลี่ยหยางหันข้างมาถาม

    "ป....เปล่า....ข...ข้า...." เยว่หลิงมีอาการเหนื่อย ไม่ใช่จากการต่อสู้ แต่เพราะฤทธิ์ผงสมุนไพรพิษเมื่อกี้ยังมีผลอยู่

    "งั้นข้าไปล่ะ ขอบคุณ ๆ คุณชายมากนะขอรับที่ใช้บริการ"

    แล้วเลี่ยงหยางก็เดินออกจากประตูไป ทิ้งไป่เยว่หลิงให้มองตามแผ่นหลังเขาจนบานประตูปิดลง....

    .

    .

    .

    .

    ป.ล. จริงๆเยว่หลิงจะถามเลี่ยหยางว่าผลไม้ที่ข้าเลือกซื้อให้ เ๯้าไม่ชอบเหรอ? ถึงกินไม่หมด...