หลังจากออกจากห้างสมบัติัทอง ภายในรถม้านั้นเจียงชิงเอ๋อร์ไม่ได้พูดอะไร ส่วนหลี่ลั่วเองก็ปิดปากเงียบเช่นกัน เอาแต่กอดกล่องเอาไว้ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
จนกระทั่งรถม้ามาถึงด้านนอกสวนอันยิ่งใหญ่อลังการแห่งหนึ่งภายในสวนมีูเาขนาดย่อม ศาลาและเรือนพักมากมายตั้งตระหง่านอยู่ทั่ว ดูโอ่โถงอย่างยิ่ง
ที่นี่คือบ้านเก่าที่พ่อแม่ของเขาใช้อยู่อาศัยตอนก่อตั้งคฤหาสน์ลั่วหลานขึ้นมา
สิงห์อาชาสี่ตัวหยุดอยู่หน้าประตูสวน ส่วนหลี่ลั่วและเจียงชิงเอ๋อร์ก็ลงจากรถม้า
“ที่นี่เงียบเหงามากกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยจริงๆ”เจียงชิงเอ๋อร์มองไปที่คฤหาสน์พร้อมกล่าวด้วยความรู้สึกะเืใจ
ในอดีตตอนที่พ่อแม่ของหลี่ลั่วยังอยู่ ที่นี่คือสำนักงานใหญ่ของคฤหาสน์ลั่วหลานภาพของผู้คนพลุกพล่านในตอนนั้นกับความเงียบเหงาในตอนนี้ ช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
“สำนักงานใหญ่ของคฤหาสน์ลั่วหลานย้ายไปที่เมืองหลวงนานแล้วที่นี่เป็เพียงบ้านเก่าๆ เท่านั้น จะเงียบเหงาก็ไม่แปลก” หลี่ลั่วหัวเราะกล่าว
ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน ก็มีคนเดินออกมาต้อนรับจากด้านหลังประตู
ชายชราคนหนึ่งเดินนำหน้า ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่นข้างๆ เขายังมีหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งแต่งกายด้วยชุดที่ดูเป็ผู้ใหญ่ตามมาด้วย หน้าตาของนางค่อนข้างงดงามและที่สะดุดตาที่สุดก็คือรูปร่างที่อวบอิ่ม มีส่วนโค้งเว้าชัดเจน กิริยาท่าทางชดช้อยงดงามเย้ายวนใจ
“ลุงหลิว”
หลี่ลั่วส่งเสียงทักทายชายชรา ชายชราผู้นี้เป็คนที่ติดตามพ่อแม่เขามานานมากแล้วตอนนี้ก็ยังคงคอยดูแลบ้านเก่าหลังนี้ คอยดูแลความเป็อยู่ของหลี่ลั่ว
แต่หญิงสาวที่ดูเป็ผู้ใหญ่คนนั้น หลี่ลั่วกลับไม่เคยเห็นมาก่อน
“ลุงหลิว ไม่ได้เจอกันนานเลย” เจียงชิงเอ๋อร์พยักหน้าเล็กน้อยให้ชายชราจากนั้นจึงแนะนำกับหลี่ลั่วว่า“ผู้นี้คือพี่ไช่เวย นางเป็ผู้ช่วยของข้าในเมืองหลวง คอยช่วยข้าดูแลจัดการธุระต่างๆของคฤหาสน์ลั่วหลาน”
“ยินดีที่ได้พบคุณชายน้อย” หญิงงามที่ชื่อไช่เวยแย้มยิ้มอย่างอ่อนโยนให้หลี่ลั่วดวงตาของนางมองสำรวจหลี่ลั่วครู่หนึ่ง
หลี่ลั่วพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “ลำบากพี่ไช่เวยแล้ว”
“หลังจากนี้ พี่ไช่เวยจะอยู่ที่นครหนานเฟิงคอยจัดการกิจการของคฤหาสน์ลั่วหลานในมณฑลเทียนสู่ให้สักพัก แล้วจะรายงานเื่ทั้งหมดให้เ้าทราบ”เจียงชิงเอ๋อร์กล่าวต่อ
หลี่ลั่วชะงักเล็กน้อย หลังจากที่คฤหาสน์ลั่วหลานย้ายสำนักงานใหญ่ไปที่เมืองหลวงกิจการต่างๆ ในมณฑลเทียนสู่นี้ก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย ยังคงดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่นเหตุใดอยู่ๆ พี่ชิงเอ๋อร์จึงส่งผู้ช่วยคนสำคัญมาดูแลในตอนนี้?
“มีเื่อะไรเกิดขึ้นใช่ไหม?” หลี่ลั่วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็เอ่ยถามออกมา
การที่เจียงชิงเอ๋อร์กลับมาอย่างกะทันหันในครั้งนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่เพราะวันพรุ่งนี้เป็วันเกิดครบรอบสิบเจ็ดปีของเขา
เจียงชิงเอ๋อร์เงียบไปครู่หนึ่ง ใบหน้าที่งดงามนั้นดูเ็าขึ้นจากนั้นนางก็เดินเข้าไปด้านในพร้อมกับส่งสัญญาณให้หลี่ลั่วตามไป
“ถึงแม้ว่าเ้าจะอยู่ที่นครหนานเฟิง แต่คิดว่าคงจะได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับคฤหาสน์ลั่วหลานมาบ้างแล้วสินะ?ที่ก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้บอกเ้าเพราะกลัวว่าจะส่งผลกระทบต่อเ้า” เจียงชิงเอ๋อร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเ็าขณะที่เดินไปตามทางเดินหินกรวดท่ามกลางแสงแดดที่ส่องลอดผ่านต้นไม้
หลี่ลั่วพยักหน้าถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับธุระของคฤหาสน์ลั่วหลานแต่เขาก็เดาได้เหมือนกันว่า หลังจากที่พ่อแม่ของเขาหายสาบสูญไปหลายปี คฤหาสน์ลั่วหลานไม่มีทางสงบสุขได้อยู่แล้ว
ในอาณาจักรต้าเซี่ย การจะก่อตั้งคฤหาสน์ขึ้นมานั้นไม่ใช่เื่ง่ายเลยหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญก็คือต้องเป็ผู้ประดับยศขุนนางเท่านั้น จึงจะสามารถก่อตั้งคฤหาสน์ได้
ตอนนี้ในอาณาจักรต้าเซี่ยมีห้ามหาคฤหาสน์ซึ่งคฤหาสน์ลั่วหลานก็เป็หนึ่งในนั้น
ในบรรดาห้ามหาคฤหาสน์ คฤหาสน์ลั่วหลานมีระยะเวลาในการก่อตั้งขึ้นมาน้อยที่สุดและเติบโตเร็วที่สุด เพราะทั้งพ่อและแม่ของหลี่ลั่วในตอนนั้นต่างก็ก้าวสู่ระดับขุนนางแล้ว
ขุนนางหยางเสวียน หลี่ไท่เสวียน
ขุนนางหลาน ถานไถหลาน
หนึ่งคฤหาสน์สองขุนนาง นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้คฤหาสน์ลั่วหลานที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นไม่นานสามารถเติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็วจนกลายเป็หนึ่งในห้ามหาคฤหาสน์ได้เมื่อเทียบกับคฤหาสน์อื่นๆ ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานแล้ว คฤหาสน์ลั่วหลานจึงถือว่าเป็คฤหาสน์ที่ยังอายุน้อยที่สุดแต่ในขณะเดียวกันมันก็มีความหมายด้วยว่า หากวัดกันด้วยเื่ของขุมพลังแล้ว คฤหาสน์ลั่วหลานยังอ่อนกว่าอีกสี่คฤหาสน์ไม่น้อย
แต่เดิมที มันก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร ด้วยพร์และความสามารถของหลี่ไท่เสวียนและถานไถหลานแล้วใน่เวลาต่อจากนี้มันก็เพียงพอที่จะลดช่องว่างระหว่างนี้ลงได้แล้ว
แต่น่าเสียดาย อยู่ๆ พวกเขาก็หายสาบสูญไปอย่างกะทันหัน
การที่เสาหลักทั้งสองหายไป ทำให้ความแข็งแกร่งของคฤหาสน์ลั่วหลานลดลงอย่างรวดเร็วใน่แรกเริ่มนั้น บารมีของขุนนางทั้งคู่ยังคงอยู่ จึงไม่มีใครกล้าก่อเื่ แต่เมื่อเวลาผ่านไปข่าวคราวของหลี่ไท่เสวียนและถานไถหลานก็ยังคงเงียบหายไปเหมือนเดิม สุดท้ายก็ถึงขั้นมีข่าวลือว่าพวกเขาเสียชีวิตในสมรภูมิขุนนางราชันไปแล้ว
คฤหาสน์ลั่วหลานเป็หนึ่งในห้ามหาคฤหาสน์ของอาณาจักรต้าเซี่ยมีกิจการมากมายอยู่ภายใต้การดูแล มันเป็ดั่งก้อนแป้งที่ก้อนใหญ่จนยากจะบรรยายได้ ในอาณาจักรต้าเซี่ยมีขุมอำนาจไม่รู้มากมายเพียงใดที่จับจ้องมายังคฤหาสน์ลั่วหลานด้วยความโลภ
ดังนั้น เมื่อเวลาผ่านไป บารมีที่หลี่ไท่เสวียนและถานไถหลานทิ้งไว้ก็ค่อยๆลดลง ใน่ปีสองปีมานี้ก็เริ่มมีขุมอำนาจจำนวนหนึ่งอดใจไม่ไหวเริ่มแยกเขี้ยวเล็บใส่คฤหาสน์ลั่วหลานแล้ว
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เจียงชิงเอ๋อร์ที่ยังคงบำเพ็ญอยู่ในวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงจึงต้องเข้ามาดูแลคฤหาสน์ลั่วหลานก่อนชั่วคราวแต่ถึงแม้ว่าชื่อเสียงของเจียงชิงเอ๋อร์ในอาณาจักรต้าเซี่ยจะโด่งดังมากขึ้นใน่สองปีมานี้ทว่านางก็ยังไม่ได้ก้าวขึ้นสู่ระดับขุนนาง จึงยังคงขาดอำนาจบารมีอยู่ ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับการรุมทึ้งของฝูงหมาป่าแล้วนางจึงตัดสินใจละทิ้งกิจการบางส่วนของคฤหาสน์ลั่วหลานไปอย่างเด็ดเดี่ยว คิดจะยื้อเวลาให้พอมีจังหวะได้ฟื้นฟูและขยายขึ้นมาใหม่ได้บ้าง
การยอมถอยอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ ทำให้คนภายนอกมองว่าเป็หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้คฤหาสน์ลั่วหลานเริ่มสั่นคลอน
แต่หลี่ลั่วกลับเห็นด้วยกับเื่นี้อย่างมากอย่างไรเสียหากไร้ซึ่งพลังที่แข็งแกร่งมากพอ แต่ยังคงฝืนยึดครองูเาทองคำเอาไว้ ก็มีแต่จะยิ่งนำพาปัญหาที่ใหญ่หลวงเข้ามามากกว่าเดิมการรู้จักอดทนอย่างเหมาะสมจึงเป็แผนการที่ยั่งยืนกว่า
“่สองปีที่ผ่านมานี้ ถึงแม้ว่าชื่อเสียงของคฤหาสน์ลั่วหลานจะตกต่ำลงไปมากแต่โดยรวมแล้วก็ดูเหมือนจะเริ่มมั่นคงแล้วใช่ไหม?” หลี่ลั่วถามด้วยความสงสัย
เจียงชิงเอ๋อร์เม้มริมฝีปากบางๆ ของนางก่อนกล่าวอย่างใจเย็น “แรงกดดันจากภายนอก มันลดน้อยลงไปบ้างแล้วชั่วขณะ แต่ครั้งนี้ปัญหามันเกิดขึ้นที่ภายในของคฤหาสน์ลั่วหลาน”
แววตาของหลี่ลั่วพลันตึงเขม็ง ค่อยๆ เอ่ยกล่าวว่า“เป็ศิษย์พี่เผยฮ่าวสินะ?”
เจียงชิงเอ๋อร์และหญิงสาวที่ชื่อไช่เวยผู้นั้นต่างก็มองมาทางหลี่ลั่วด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
“ถึงแม้ว่าพี่ชิงเอ๋อร์เพิ่งจะเข้ามาดูแลคฤหาสน์ลั่วหลานได้ไม่นานแต่เสน่ห์ของพี่นั้นไม่มีใครเทียบได้ ตอนนี้บารมีของพี่ในคฤหาสน์ลั่วหลานนับว่าสูงมากซึ่งคนที่สามารถต่อกรกับท่านได้ในคฤหาสน์ลั่วหลานก็มีเพียงศิษย์พี่ใหญ่ในนาม[1] ที่พ่อแม่ข้ารับมาเป็ศิษย์เท่านั้น”หลี่ลั่วยิ้มให้กับสายตาประหลาดใจของพวกนาง
เผยฮ่าว ในวัยเด็กเคยเป็เด็กอันธพาลเร่ร่อนต่อมาเพราะไปล่วงเกินคู่อริเข้าจึงเกือบถูกฆ่าตาย พ่อแม่ของหลี่ลั่วบังเอิญช่วยเขาไว้พอดีและด้วยความสงสาร จึงได้รับเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ลั่วหลาน หลังจากเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ลั่วหลานเขาก็ทำงานอย่างขยันขันแข็ง และแสดงให้เห็นถึงพร์ที่ไม่เลว จึงได้รับการยอมรับจากคนในคฤหาสน์ลั่วหลานสุดท้ายพ่อแม่ของหลี่ลั่วจึงรับเขาเป็ศิษย์ในนาม
หลังจากได้รับตำแหน่งนี้ ฐานะของเผยฮ่าวในคฤหาสน์ลั่วหลานก็ยกระดับสูงขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งพ่อแม่ของหลี่ลั่วหายสาบสูญไป เขาก็กลายเป็ผู้มีอำนาจของคฤหาสน์ลั่วหลานไปแล้ว
ตอนที่พ่อแม่เขายังอยู่ ศิษย์พี่เผยฮ่าวผู้นี้มักจะมาตีสนิทกับเขาอยู่เป็ประจำแต่ใน่สองปีที่ผ่านมามันกลับลดน้อยลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อเื่ที่เขาไร้อัตลักษณ์แพร่ออกไป...
ดูจากจุดนี้ ศิษย์พี่เผยฮ่าวคนนี้ก็นับว่าตรงไปตรงมาดีเหมือนกัน
“เผยฮ่าวไม่เห็นด้วยที่ข้าเข้ามาดูแลคฤหาสน์ลั่วหลานมาโดยตลอดทั้งยังมีการตัดสินใจอะไรหลายๆ อย่างในคฤหาสน์โดยพลการ ซึ่งเขานั้นก็มีบารมีในคฤหาสน์ลั่วหลานไม่น้อยเลยเหมือนกันในบรรดาเก้าหอ มีประมุขเกือบครึ่งหนึ่งที่เข้าข้างเขา ซึ่งมันสร้างผลกระทบที่ไม่ดีอย่างมากขึ้นมา”เจียงชิงเอ๋อร์กล่าวเสียงเรียบ
“อันที่จริงหากเขาสามารถช่วยเหลือคฤหาสน์ลั่วหลานได้ข้ายินดีจะทนทุกอย่าง แม้แต่ตำแหน่งผู้ดูแลคฤหาสน์แห่งนี้ หากไม่ใช่เพราะอาจารย์และอาจารย์แม่เคยกำชับไว้ก่อนจากไปละก็ข้าเองก็ไม่อยากออกหน้ามายุ่งเหมือนกัน”
หลี่ลั่วพยักหน้า ด้วยนิสัยของเจียงชิงเอ๋อร์อันที่จริงแล้วนางไม่ชอบยุ่งเื่กิจการภายในคฤหาสน์เท่าใดนัก ด้วยพร์ของนางการตั้งใจบำเพ็ญต่างหากที่เหมาะกับนางมากที่สุด
แน่นอนว่าหากจะกล่าวกันจริงๆ ละก็ สุดท้ายก็เป็เพราะคุณชายน้อยอย่างเขายังไม่มีน้ำยา...แต่ว่า ทั้งเขาและเจียงชิงเอ๋อร์ต่างก็รู้ดีว่า ด้วยสภาพของเขาในตอนนี้ ด้วยพร์ไร้อัตลักษณ์ของเขามันไม่มีทางทำให้ใครยอมรับได้อย่างสิ้นเชิง หากให้คุณชายน้อยอย่างเขามาดูแลคฤหาสน์ลั่วหลานจริงๆละก็ เกรงว่าเพียงไม่นานก็คงจะทำให้กิจการที่พ่อแม่สร้างมาต้องพินาศย่อยยับลงแล้ว
อย่างไรเสียในโลกใบนี้ความแข็งแกร่งต่างหากคือรากฐานที่จะทำให้ผู้อื่นยอมรับนับถือได้
“ลำบากพี่ชิงเอ๋อร์แล้วจริงๆ” หลี่ลั่วกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ
เจียงชิงเอ๋อร์ส่ายหน้า “ไม่ต้องเกรงใจถึงอย่างไรพวกเราก็หมั้นหมายกันไว้แล้ว คฤหาสน์ลั่วหลานเองก็มีส่วนของข้าด้วย”
ช่างพูดตรงเหลือเกิน!
หลี่ลั่วอึ้งไป ส่วนไช่เวยที่อยู่ข้างๆเองก็ใช้มือป้องปากหัวเราะเบาๆ ดูน่าหลงใหลอย่างยิ่ง
“หลังจากที่อาจารย์และอาจารย์แม่หายสาบสูญไปจิตใจของผู้คนในคฤหาสน์ก็เริ่มหวั่นไหว ถึงแม้ว่าข้าจะพยายามกดไว้อย่างเต็มที่แล้วแต่สถานการณ์ของคฤหาสน์ลั่วหลานก็ยังดูออกได้ไม่ยากอยู่ดี ซึ่งเ้าเผยฮ่าวมันก็ฉวยโอกาสนี้ซื้อใจผู้คนคอยขัดขวางข้าทุกอย่าง ก่อนหน้านี้ข้าได้สืบข่าวมาบ้างแล้ว สงสัยว่าเื้ัของเ้านั่นบางทีอาจจะมีขุมอำนาจอื่นให้ความช่วยเหลืออยู่ด้วย” เจียงชิงเอ๋อร์กล่าวต่อ
หลี่ลั่วเอื้อมมือไปรับใบไม้ที่ร่วงหล่นลงมาตรงหน้ากล่าวว่า “นี่เรา… เลี้ยงหมาป่าตาขาว[2]เอาไว้สินะ”
“พรุ่งนี้เผยฮ่าวจะพาคนมาเจรจากับข้าที่นครหนานเฟิงแต่น่าจะเจรจากันไม่รู้เื่มากกว่า หากตกลงกันไม่ได้ เกรงว่าคฤหาสน์ลั่วหลานจะต้องแตกแยกไปทันทีสำหรับสถานการณ์ของคฤหาสน์ลั่วหลานในตอนนี้แล้ว มันจะสร้างความเสียหายขึ้นอย่างรุนแรง”ดวงตาสีทองของเจียงชิงเอ๋อร์ตอนนี้ดูเย็นเยียบยิ่งกว่าปกติ ทั้งยังมีจิตสังหารเผยออกมารางๆด้วย
หลี่ลั่วขมวดคิ้วแน่น เดิมทีคฤหาสน์ลั่วหลานในอาณาจักรต้าเซี่ยตอนนี้ก็ถูกฝูงหมาป่าจ้องตาเป็มันอยู่แล้วหากแตกแยกกันจริงๆ ละก็ ความแข็งแกร่งของคฤหาสน์ลั่วหลานจะถูกบั่นทอนลงอย่างมหันต์และในอนาคตจะยิ่งมีปัญหาตามมามากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย
แต่สุดท้ายเขาก็ได้แต่ถอนหายใจด้วยความจนใจเพราะด้วยพลังของเขาในตอนนี้ ไม่สามารถทำอะไรกับสถานการณ์นี้ได้เลยแม้แต่น้อย คุณชายน้อยอย่างเขาเกรงว่าคงแทบไม่มีใครในคฤหาสน์ลั่วหลานให้ค่าเขาจริงๆเลย หรือบางทีคนในคฤหาสน์หลายคนอาจจะลืมคุณชายน้อยอย่างเขาไปแล้วก็เป็ได้
ทั้งหมดนี้ก็เป็เพราะตัวเขาไร้ซึ่งความแข็งแกร่งและอนาคต
“ขอโทษ ข้าช่วยอะไรไม่ได้เลย” หลี่ลั่วกล่าว
เจียงชิงเอ๋อร์ส่ายหน้า “ไม่ต้องกังวล ถึงแม้ว่าคฤหาสน์ลั่วหลานในตอนนี้จะไม่มั่นคงแต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องมอบให้เ้า ข้าจะต้องทำให้มันสมบูรณ์แบบอย่างแน่นอน”
หลี่ลั่วไม่ได้พูดอะไร เพราะอันที่จริงเขาไม่ได้สนใจเื่นี้มากนักเพราะไม่ว่าคฤหาสน์ลั่วหลานจะแข็งแกร่งเพียงใด มันก็เป็เพียงสิ่งของนอกกาย ในโลกนี้มีเพียงความแข็งแกร่งของตัวเองเท่านั้นที่เป็รากฐานของทุกอย่าง
หากวันใดวันหนึ่งเขาสามารถก้าวสู่ระดับขุนนางได้โจทย์ยากทั้งหมดก็จะถูกคลี่คลายลงได้โดยปริยาย
ต่อจากนั้นทั้งสองก็กลับไปยังบ้านเก่า รับประทานอาหารร่วมกันส่วนเจียงชิงเอ๋อร์ก็รีบไปทำงานต่อ เห็นได้ชัดว่ากำลังเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้
หลี่ลั่วไม่ได้รบกวนนาง เขาไปฝึกฝนวิชาอัตลักษณ์ในห้องฝึกเป็เวลาสองชั่วโมงจากนั้นก็กลับไปพักผ่อนที่ห้องตัวเอง
คืนนี้หลี่ลั่วไม่อาจข่มตานอนได้เลย จนกระทั่งเวลาผ่านไปถึงเที่ยงคืนแล้วเขาก็ได้ลุกขึ้นจากเตียงทันที จากนั้นก็หยิบกระเป๋าถือที่วางอยู่ใต้เตียงออกมาเปิด
เขานำลูกแก้วสีดำลึกลับนั่นออกมา ถือมันไว้อย่างระมัดระวังวินาทีนี้หลี่ลั่วรู้สึกได้ว่าหัวใจของเขากำลังเต้นอย่างรุนแรง
“พ่อ แม่ พวกท่านทิ้งอะไรไว้ให้ข้ากันแน่?”
หลี่ลั่วตบหน้าอกที่หัวใจเต้นแรงอย่างแ่เบาก่อนจะพูดล้อเล่นปลอบใจตัวเอง
“มันคงไม่ใช่แค่เค้กวันเกิดที่เก็บไว้หลายปีหรอกนะ…”
-----------------------------
[1] ศิษย์ในนาม เป็ลูกศิษย์ที่มีความสามารถอยู่ในเกณฑ์ดีจึงถูกจดจำชื่อเอาไว้เผื่อใช้เป็ตัวสำรอง
[2] หมาป่าตาขาว สำนวนจีน หมายถึงคนเนรคุณ