ซ่งจื่อหยวนกับหลินซูลี่เริ่มขายของในตลาดมืดอย่างไม่รอช้า และการค้าของพวกเขาก็ดีมากทีเดียว ซ่งจื่อหยวนใช้วิธีขายส่งสินค้าให้กับพ่อค้าเ้าใหญ่ในตลาดมืดแทนที่เขาจะเป็คนไปยืนขายสินค้าพวกนั้นเอง อีกทั้งพ่อค้าเ้าใหญ่ในตลาดมืดก็มีกันอยู่หลายคน เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่พอใจที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต ซ่งจื่อหยวนจึงขายส่งสินค้าให้กับพวกเขาแต่ละคนไม่ซ้ำกัน และวิธีนี้ก็ดูเหมือนว่าจะได้ผล เพราะนอกจากพ่อค้าเ่าั้จะไม่ทะเลาะเพื่อแย่งสินค้ากันแล้ว ซ่งจื่อหยวนยังได้รับการต้อนรับอย่างดีและราคาที่พวกเขาให้มาก็สูงกว่าที่ซ่งจื่อหยวนกับหลินซูลี่ตั้งราคาเอาไว้เองเสียอีก
ถึงแม้หลินซูลี่จะดีใจที่ตัวเองขายของได้เงินมาเป็กอบเป็กำ หรือแม้แต่งานในไร่ก็ดูจะเบาแรงลงเพราะซ่งจื่อหยวนคอยช่วยเหลือเธออยู่ไม่ห่าง แต่หลินซูลี่ก็ยังทุกข์ใจทุกครั้งที่ซ่งจื่อหยวนกับเหวินเฉียวช่วยทบทวนตำราให้กับเธอ เพราะทั้งสองหนุ่มต่างก็เรียนเก่งกันทั้งคู่ ผิดกับเธอที่...
“ฮ่าๆๆ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยนะซูลี่ว่าโจทย์คณิตศาสตร์ง่ายๆ แค่นี้เธอก็ทำไม่ได้ นี่มันโจทย์คณิตศาสตร์ของมัธยมปลายปีที่หนึ่งเองนะ ตกลงว่าเธอเรียนจบชั้นมัธยมปลายปีที่สามมาเหมือนกับพวกเราหรือเปล่าเนี่ย” เหวินเฉียวอดที่จะหัวเราะให้กับท่าทางเหมือนกินยาขมของหลินซูลี่ไม่ได้
“ก็ฉันบอกกับเพื่อนรักของนายไปแล้วว่าฉันเรียนไม่เก่ง และฉันก็ไม่อยากจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่เพื่อนนายก็ไม่ฟัง เอาแต่บังคับให้ฉันมาอ่านหนังสืออยู่ได้” หลินซูลี่หันไปมองค้อนแฟนหนุ่ม
“คุณอย่าเพิ่งท้อสิ ยังมีเวลาอีกตั้งเยอะ ค่อยๆ อ่านค่อยๆ แก้โจทย์ไปเดี๋ยวคุณก็ทำได้เอง” ซ่งจื่อหยวนปลอบใจ
“จื่อหยวนคะ” หลินซูลี่เรียกแฟนหนุ่มเสียงหวาน “อีกหน่อยฉันก็จะต้องกลายเป็แม่บ้าน เพราะฉะนั้นเรียนไปก็คงไม่มีประโยชน์อะไรหรอกจริงไหมคะ”
“หลินซูลี่!” เหวินเฉียวร้องขึ้นอย่างใและอดขำกับความคิดของเพื่อนไม่ได้ “ฉันไม่คิดว่าเธอจะเป็คนอย่างนี้เลยนะ นี่เธอไม่อยากอ่านหนังสือจนถึงขั้นที่จะแต่งงานหนีปัญหาเลยหรือเนี่ย”
“ได้ไหมคะจื่อหยวน” หลินซูลี่ไม่สนใจเหวินเฉียว แต่ยังหันไปพูดกับแฟนหนุ่มเสียงหวานกว่าเดิม “หรือว่าคุณไม่อยากแต่ง...”
ซ่งจื่อหยวนไม่รอให้แฟนสาวพูดจบ “ลองอีกสักเดือนนะครับ ถ้ามันยังไม่ได้ผล เราค่อยมาปรึกษากันอีกทีว่าพอกลับไปเมืองหลวงแล้วคุณอยากทำอะไร”
“ขอบคุณนะคะ” หลินซูลี่ยังหันไปส่งยิ้มหวานๆ ให้แฟนหนุ่มอย่างไม่เกรงใจเหวินเฉียว
“โอ๊ย! ทนไม่ไหวแล้วโว้ย ฉันกลับห้องของฉันก่อนล่ะ” เหวินเฉียวลุกขึ้นหอบหนังสือเตรียมกลับห้อง
“ทำไมรีบกลับล่ะ นายก็ยังแก้โจทย์อีกข้อหนึ่งไม่เสร็จเลย” ซ่งจื่อหยวนท้วง
“มันใช่เวลาที่ฉันจะต้องมานั่งแก้โจทย์คณิตศาสตร์ข้อนี้อยู่ไหม ฉันจะกลับไปเขียนจดหมาย และจะต้องรีบเอาไปส่งให้เร็วที่สุดด้วย พอกลับไปถึงเมืองหลวง ฉันก็จะรีบแต่งงานกับคู่หมั้นของฉันทันที ฉันจะไม่ยอมให้พวกนายมาอวดความหวานต่อหน้าฉันได้อีก และฉันก็จะรีบมีลูก มีลูกให้ออกมาวิ่งเล่นให้ได้ก่อนที่ลูกของพวกนายจะเกิด ดูซิว่าพวกนายยังจะกล้ามาแสดงความรักต่อหน้าฉันอีกไหม”
เหวินเฉียวเดินกลับห้องไปอย่างที่บอก ปล่อยให้ซ่งจื่อหยวนกับหลินซูลี่มองตามอย่างขำๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะหันมายิ้มให้กันอย่างสดใส และภาพเ่าั้ก็อยู่ในสายตาของฟางซินเยว่ตลอด
“สวัสดีค่ะ คุณป้าจะเข้าเมืองเหมือนกันหรือคะ” ฟางซินเยว่ทักป้าจาง
“ใช่จ้ะ ป้าจะเข้าไปซื้อของในสหกรณ์สักหน่อย หนูก็จะเข้าเมืองเหมือนกันหรือจ๊ะ”
“หนูจะไปส่งจดหมายหาที่บ้านน่ะค่ะ”
“คงจะรีบส่งไปบอกข่าวดีกับที่บ้านล่ะสินะ ป้าดีใจด้วยนะที่อีกไม่กี่เดือนพวกหนูก็จะได้ย้ายกลับไปอยู่กับครอบครัวแล้ว” ป้าจางถอนหายใจ
“ขอบคุณค่ะ แต่ว่าป้าจางทำไมถึงถอนหายใจออกมาอย่างนั้นล่ะคะ”
“หนูเป็เพื่อนกับยุวชนหลินใช่ไหมจ๊ะ หนูพอจะรู้ไหมว่ายุวชนหลินมีคนรักรออยู่ที่เมืองหลวงหรือเปล่า”
ฟางซินเยว่ขมวดคิ้วในคราวแรก ก่อนที่เธอจะเข้าใจอะไรบ้างอย่าง เธอยิ้มและตอบป้าจางไปด้วยท่าทางจริงใจ “คุณป้าถามเื่นี้ทำไมหรือคะ”
“ป้าแค่อยากรู้ว่ายุวชนหลินมีคนรักหรือว่าคู่หมั้นหรือยังน่ะจ้ะ”
“เอ่อ...” ฟางซินเยว่ทำท่าทางลังเล “มันคงไม่เหมาะเท่าไหร่ที่หนูจะพูดเื่ส่วนตัวของซูลี่น่ะค่ะ”
“เราไปหาที่นั่งคุยกันก่อนดีกว่านะ หนูไปนั่งรอที่ใต้ต้นไม้นั้นก่อน เดี๋ยวป้าไปซื้อเมล็ดแตงโมมาให้กินเพลินๆ”
ฟางซินเยว่มองตามหลังป้าจางอย่างพอใจ ทำไมเธอถึงไม่รู้ให้เร็วกว่านี้สักหน่อยนะว่าป้าจางอยากจับคู่หลินซูลี่ให้กับลูกชายของนาง ไม่งั้นเธอคงไม่ปล่อยให้หลินซูลี่กับซ่งจื่อหยวนได้มีโอกาสใกล้ชิดกันมากขนาดนี้
“นี่จ้ะ เมล็ดแตงโมเม็ดใหญ่ๆ เรามานั่งกินกันไปคุยกันไปดีกว่า”
“ขอบคุณค่ะ แต่ถึงยังไงเื่ของซูลี่ หนูก็...”
“ป้าจะไม่ปิดบังหนูนะจ๊ะ ป้าอยากจับคู่ยุวชนหลินให้กับลูกชายของป้า อาชิงของป้าน่ะช่างอาภัพ ภรรยามาจากไปั้แ่อายุยังน้อย แถมยังต้องมาเลี้ยงดูลูกสาวอยู่คนเดียว อายุเขาก็ยังไม่มาก ป้าคิดว่าเขาควรจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับใครสักคนได้แล้ว และยุวชนหลินก็ดูจะเป็คนดี เอ่อ...ไม่ใช่ว่าป้าว่าหนูไม่ดีนะจ๊ะ”
“หนูเข้าใจค่ะ” ฟางซินเยว่ยิ้ม “พี่ใหญ่จางเป็คนดีจริงๆ เลยนะคะ ทุกคนในหมู่บ้านก็คงจะคิดอย่างนั้น”
“ใช่แล้วล่ะ ลูกชายป้าเป็คนดีมาก”
“พี่ใหญ่จางชอบซูลี่หรือคะ” ฟางซินเยว่แสร้งทำสีหน้าลำบากใจ
“เื่นั้น...ป้าเห็นว่าถิงถิงดูจะชอบยุวชนหลินมาก ป้าก็เลยอยากจะจับคู่ให้พวกเขา แต่ถ้ายุวชนหลินมีคนรักอยู่แล้ว ป้าก็จะไม่ไปยุ่งกับเธอหรอกจ้ะ” ป้าจางรีบยกเหตุผลอื่นขึ้นมาและเริ่มตัดพ้อ “หนูคิดว่าลูกชายของป้ายังดีไม่พอสำหรับเพื่อนหนูใช่ไหม ใช่สินะพวกป้ามันคนชนบท ชีวิตก็อยู่แต่ในนาในไร่ พวกเราจะไปเทียบกับคนเมืองอย่างพวกหนูได้ยังไง ยุวชนหลินก็คงจะดูถูกพวกเราอย่างนี้เหมือนกันล่ะสิ”
“ไม่ใช่ค่ะไม่ใช่ ซูลี่ไม่เคยดูถูกพี่ใหญ่จางเลยนะคะ เพราะพี่ใหญ่จางดีกว่าคนรักของเธอมาก ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่คนดีเลยค่ะ เป็ผู้ชายที่เห็นแก่ตัวและเลวมาก” ฟางซินเยว่รีบอธิบาย “หนูก็ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงเหมือนกันค่ะคุณป้า เพียงแต่่นี้ซูลี่ชอบถามถึงพี่ใหญ่จาง และหนูยังรู้สึกว่าั้แ่ที่เธอรู้ว่าจะได้ย้ายกลับไปอยู่เมืองหลวง ซูลี่ก็ดูไม่มีความสุขเหมือนเมื่อก่อน เหมือนว่าเธอจะไม่เต็มใจที่จะกลับไปหาคนรักของเธอน่ะค่ะ”
“แสดงว่ายุวชนหลินก็พอใจลูกชายของป้าเหมือนกันอย่างนั้นสิ” ป้าจางกลับมายิ้มได้อีกครั้ง
“คุณป้าลองไปปรึกษาพี่ใหญ่จางดูก่อนดีไหมคะ หรือไม่อย่างนั้นก็หาวิธีให้พวกเขาได้พูดคุยเพื่อทำความรู้จักกันให้มากขึ้น บางทีถ้าคุณป้าสร้างสถานการณ์ดีๆ ให้กับพวกเขา อย่างเช่นเปิดโอกาสให้พวกเขาได้อยู่กันตามลำพังบ้าง ไม่แน่ว่าคุณป้าอาจจะได้จัดงานมงคลเร็วๆ นี้ก็ได้นะคะ”