เสียงฝีเท้าที่เดินจากไปเบาลงเชียล่าเบี่ยงตัวออกจากอ้อมแขนของเขาอย่างฉับพลันแต่ความอ่อนใจจากความรู้สึกเร่าร้อนที่เขาถ่ายทอดไว้ทำให้เธอถอยห่างจากเขาได้เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นพอหันหลังให้แบรดก็ตาเข้าไปคว้าเอวไว้
ลมหายใจอุ่นๆของเขาเป่าอยู่บนเรือนผม เชียล่าตัวแข็งรู้สึกเจ็บตรง่ท้องที่เขากดไว้แรงััจากท่อนแขนของแบรด ราวจะเผาไหม้ลึกลงไปจนถึงเนื้อหนัง่นั้น
“หนักใจหรือ?” สุ้มเสียงของเขาบอกความขบขัน “ไม่เป็ไรน่าทอมมันก็แค่เห็นเราจูบกันเท่านั้นละ ไม่เห็นมีอะไรเลย”
“มันไม่ใช่อย่างนั้น” เชียล่าเบี่ยงศีรษะไปข้างหนึ่งเมื่อปฏิเสธการคิดเอาเองของเขา
แบรดถือโอกาสนั้นซุกไซ้ริมฝีปากที่ร้อนเร่าลงบนเรือนผมไล้เลยลงไปบนต้นคอขาวผ่องกลมกลึงหัวใจเธอเต้นระรัวเมื่อฝ่ามือโลมไล้ลงตรงหน้าท้องพร้อมกับดึงร่างให้แนบชิดอยู่กับทรวงอกของเขา
“ฉันคิดว่าคุณคงไม่รู้นะคะว่ากำลังทำอะไรฉันอยู่” เชียล่าพูดเสียงเบา
“ผมทำอะไรกับคุณน่ะรึ?” แบรดเปล่งเสียงหัวเราะออกมาปลายนิ้วไล้เส้นผมไปเหน็บไว้ตรงข้างหู “คุณน่ะไม่ได้เป็อะไรเลยนอกจากคนช่างยั่วเชียล่า โรเจอร์ส “เขาต่อว่าอย่างหยาบคาย่แขนที่กระชับอยู่รอบเอวกระชับขึ้น จนเธอไม่อาจแสร้งทำเป็ไม่รู้สึกกับความเป็ชายของเขาที่ทาบทับอยู่กับเนื้อหนังของเธอได้“คุณให้คำมั่นกับผมด้วยจูบแต่พอถึงเวลาเข้าจริงๆ คุณก็หันหลังให้ผมเห็นจะต้องฉุดคุณเข้าโรงแรมแล้วก็จัดการกับคุณเสียแล้ว” พร้อมกันนั้นฝ่ามือก็ตะโบมลงตรงกลางทรวงอกของเธอ
“อย่า..!”
“ผมไม่ทำหรอกน่า” แบรดจับร่างเธอหมุนให้หันมาเผชิญสีหน้าของเขาเคร่งเครียดมีแววหวั่นฉาบอยู่บ้างแต่ก็บางเบาเต็มที “แม้ว่าในอาทิตย์หลังๆที่คุณอยากจะยอมให้ผมจัดการกับคุณตั้งหลายครั้ง แต่ก็แกล้งทำเป็ร้องอุทธรณ์ก็เถอะอย่าปฏิเสธหน่อยเลย”
แก้มของเชียล่าร้อนผ่าวด้วยความโกรธความทระนงถือดีที่ที่เขาคิดว่าจะได้ตัวเธอไปง่ายๆ ทำให้เชียล่าขุ่นใจขึ้นมาทันทีเพราะเธอเองก็รู้อยู่แก่ใจว่ามันเป็ความจริงเช่นที่เขาพูด
“ก็แล้วทำไมคุณถึงไม่ทำเสียเลยล่ะ?” เธอถามอย่างท้าทาย
“เพราะอะไรน่ะหรือ..แม่เด็กน้อยขี้อ้อน..” แบรดทำเสียงล้อๆ“ก็เพราะผมไม่มีวันเต้นตามเชือกที่คุณชักเหมือนเพื่อนผู้ชายคนอื่นๆของคุณหรอก ถ้าเราจะร่วมรักกันนั่นย่อมหมายความว่า คุณจะต้องเป็คนเชิญผมเองไม่ใช่เพราะผมต้องทำตามบัญชาของคุณ ถ้าเราจะนอนกันก็ต้องเพราะคุณเป็ฝ่ายร้องขอเข้าใจไว้ด้วย ผมไม่สนหรอกว่ามันจะก่อนหรือหลังแต่งงานกันแต่คุณจะต้องเป็คนขอร้องผม..!”
“ทั้งหมดนั่น..” เสียงพูดของเชียล่าเหมือนสำลักในความยโสโอหังที่เปล่งออกมาเป็วาจานั้นว่าเธอจะต้องเป็ฝ่ายง้องอนเขา
แบรดหัวเราะเมื่อเห็นสีหน้าท่าทางของเธอเข้าและปิดปากที่ท้าทายคุณนั้นด้วยริมฝีปากของเขาเชียล่าต่อต้านอยู่เพียงครู่ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะร่ายมนตร์ลงและแล้วเธอก็เอนเอียงเข้าไปหาเขาอีก ในนาทีที่ความหยิ่งของตัวเองถูกลืมเลือน
ในที่สุดเขาก็เงยหน้าขึ้นแววพอใจฉายแสงอยู่ในดวงตาขณะก้มลงมองใบหน้าที่เงยขึ้นหา ยิ้มฉาบฉวยปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“บอกสิว่าคุณรักผม” เขาพูดเหมือนจะสั่ง เหนี่ยว่เอวเธอไว้
“ฉันรักคุณค่ะ” เธอตอบทันที
“และคุณสัญญาว่าจะรัก ให้เกียรติ เชื่อฟังผมด้วย”
ริมฝีปากของเธอเผยอออกเหมือนจะรับคำนั้นแต่แล้วแววสุกใสในดวงตาก็จางวูบหายไป เมื่อนึกถึงข้อขัดแย้งระหว่างตัวเองกับพ่อแม่
“ค่ะ..” เชียล่าตอบรับ หลังจากที่อึ้งไปเป็ครู่
แบรดทันสังเกตเห็นความลังเลใจและความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าที่เกิดขึ้นเขาเอนหลังหรี่ตามองหน้าเธออยู่
“ฉันพูดกับพ่อแม่เื่เราแล้ว..”
“และ..?” ริมฝีปากของเขาเหยียดออกเป็เส้นตรงทันที
“พ่อกับแม่มีความคิดว่าเรายังอายุน้อยยังไม่สมควรแต่งงานกัน” เชียล่าบอก
เขาปล่อยมือพร้อมกับผละออกจากเธอทันทีแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด
“และพ่อแม่คุณก็คงจะพูดว่า ผมไม่ดีพอใช่ไหมล่ะ?” น้ำเสียงของเขากราดเกรี้ยวและไม่รอที่จะฟังคำตอบ“เพราะอะไรรู้ไหม..เพราะว่าผมมันจนเกินไปสำหรับลูกรักของเขาจริงไหม..ผมรู้นะที่พ่อแม่คุณไม่ชอบ ก็เพราะผมต้องเรียนถึงเจ็ดปีกว่าจะสำเร็จแล้วมันก็เป็ความผิดของผมด้วยหรือที่เกิดมาไม่มีพ่อแม่ร่ำรวยอย่างคุณต้องทำงานไปเรียนไป แทนที่จะสำเร็จในสี่ปี มันก็เลยต้องใช้เวลานานขนาดนั้น”
“แบรด..โธ่..ได้โปรดเถอะ..” เธอพยายามจะระงับอารมณ์พลุ่งพล่านของเขา“มันไม่ใช่อย่างนี้หรอกพ่อกับแม่คิดเพียงแต่คิดว่า มันไม่ฉลาดที่เราจะรีบร้อนแต่งงานกันเร็วเกินไปคุณก็ยังไม่ได้รับปริญญาจนกว่าจะถึงฤดูใบไม้ผลิแล้วก็..”
“และเขาก็เลยกลัวว่าถ้าเราแต่งงานกันตอนนี้เขาจะต้องมาเลี้ยงดูเรา หรือถ้าจะพูดให้มันชัดลงไปเลยก็ต้องมาเลี้ยงผมเพิ่มอีกคนผมคิดว่าพ่อแม่คุณเขาคงจะคิดสินะว่า ที่ผมอยากแต่งงานกับคุณเพราะเงินคุณก็รู้อยู่แก่ใจนี่ว่าเงินของเขามันทำอะไรได้บ้าง จริงไหมล่ะ?”
“นี่..มันไม่ใช่เื่เงินเลยนะ” เชียล่าจะรู้สึกร้าวรานเพราะการพูดเื่เงิน มันเท่ากับเป็การทำร้ายแบรด “พ่อกับแม่พูดเป็ทำนองว่าเราควรจะเรออีกสักปีแล้วค่อยแต่งงานกันจะดีกว่า เพราะตอนนั้นคุณก็ได้รับปริญญาแล้วมีงานการทำเป็หลักฐานโดยไม่ต้องให้เมียมาคอยช่วยเวลาแค่ปีเดียวมันก็ไม่ได้ช้าอะไรนี่ โดยเฉพาะเมื่อเราสองคนก็รักกันอยู่แล้ว”
ดวงตาคมปลาบของแบรดเหมือนจะตรึงร่างเธอไว้
“บอกผมมาตรงๆ ดีกว่า เชียล่าว่าพ่อแม่ของคุณเต็มใจที่จะให้ผมเป็สามีในอนาคตของคุณหรือเปล่า?”
เธอมีท่าทีลังเลขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจสำหรับพ่อนั้นแสดงออกมาให้เห็นเลยว่าไม่เต็มใจ แต่เพราะแรงสนับสนุนของแม่เท่านั้นข้อตกลงถึงได้กลายมาเป็ให้รอเวลาอีกหนึ่งปี เชียล่ารู้ว่าพ่อกำลังหวังว่าเธอกับแบรดจะต้องแยกทางจากกันแน่ๆ ภายในเวลาหนึ่งปีที่ให้รออยู่
“นั่นเท่ากับตอบคำถามของผมแล้วใช่ไหม?” เขาถามเสียงเกรี้ยวสีหน้าถมึงทึงขึ้นมาทันที
“เขาก็ไม่ถึงกับจะไม่เห็นด้วยในตัวคุณหรอกนะคะแบรด” เชียล่ารีบตอบ“แต่เป็เพราะว่าทั้งพ่อและแม่ไม่รู้จักคุณดีเท่ากับฉัน แล้วอีกอย่างหนึ่ง ท่านก็ยังคงคิดอยู่นั่นเองว่าฉันยังเป็ลูกเล็กๆ อยู่ มันก้เลยออกจะยากอยู่สักหน่อยสำหรับท่าน ที่จู่ๆจะต้องเห็นฉันกลายเป็ภรรยาของผู้ชายคนหนึ่งซึ่งที่จริงแล้วก็เท่ากับเป็คนแปลกหน้าสำหรับท่านจริงๆ เสียด้วย”
“แล้วตัวคุณเองล่ะ..อยากจะรออีกตั้งปีด้วยหรือเปล่า?”
“อ๋อ..ฉันไม่อยากแน่”
“แต่ก็ไม่เห็นคุณจะมีท่าทางเสียอกเสียใจกับไอ้ความคิดบ้าๆนั่นด้วยเลยนี่” เขายกมือขึ้นท้าวสะเอวอกเสื้อกั๊กเผยอออก
เชียล่ายกมือขึ้นในท่าแบบโกรธๆเสียงสายสร้อยกระทบกันเบาๆ
“ก็แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไงล่ะตีอกชกหัวอย่างนั้นเหรอ?
“ผมรู้นะว่าพ่อแม่คุณจะต้องหาว่าคนอย่างผมมันเป็แค่นักแสวงโชคเท่านั้น” เขาพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
“นี่..พ่อแม่ฉันไม่ได้ว่าอะไรคุณเลยนะ” เชียล่าพยายามระงับอารมณ์ที่พลุ่งขึ้นมาไว้อย่างสุดความสามารถ“เอาละฉันยอมรับก็ได้ว่าพ่อยังไม่เชื่อใจคุณ แต่แม่ไม่ได้แสดงความสงสัยอะไรในตัวคุณเลยมันไม่ถึงกับเป็การยอมรับ แต่ก็ไม่ได้ตำหนิติเตียนอะไรคุณ”
“แล้วผมก็ควรจะต้องแสดงความขอบคุณด้วยอย่างนั้นสิ” เขาพูดอย่างเย้ยหยัน
ที่คุณควรจะต้องทำก็คือพยายามเข้าใจอะไรๆ เสียบ้าง” เชียล่าตอบห้วนๆ
แต่กิริยาที่เขาแสดงออกมานั้นบอกให้รู้ว่าแบรดไม่ได้เห็นด้วยเลย
“แล้วคุณจะทำยังไงถ้าพ่อแม่คุณสั่งไม่ให้มาแต่งงานกับผม?” เขาถามอย่างคาดคั้นดวงตาหรี่ลงขณะจ้องมองหน้าเธออยู่
“แต่ท่านก็ไม่ได้ทำนี่” เชียล่าทักท้วง
“ก็ถ้าเขาทำล่ะ? ไ แบรดไม่ยอมลดละ
“เอาละ ถ้าท่านทำ ฉันก็ยังจะแต่งงานกับคุณอยู่ดี” เชียล่ากัดฟันตอบ
“ใช่..ผมรู้ว่าคุณจะต้องทำอย่างนั้นแน่” หางเสียงของเขาบอกความขมขื่นแต่ก็ถูกกลับด้วยเสียงหัวเราะปร่าๆที่หลุดลอดออกมาจากในลำคอ “ผมรู้ว่าคุณเอาเื่เวลามาอ้างจะได้ใคร่ครวญเกี่ยวกับเื่ที่จะแต่งงานกับผม”
“ถ้าฉันจะต้องใคร่ครวญใหม่ละก็มันก็ไม่ได้เกิดเพราะพ่อแม่มาพูดอะไรทั้งสิ้น” เธอเบี่ยงตัวออก ทำท่าจะผลจากเขาเพราะนี่คือนิสัยอย่างหนึ่งของแบรดที่เธอรังเกียจ