ด้านนาวิน
รถสปอร์ตสุดหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดภายในลานจอดรถพิเศษที่ติดป้ายทะเบียนล็อคช่องไว้อย่างชัดเจนก่อนที่ผมจะก้าวลงมาจากรถแล้วเดินมายังตึกของคณะวิศวะ ซึ่งเป็คณะที่ผมเรียนอยู่และตอนนี้ก็ปีที่ 4 แล้ว ผมยืนมองนักศึกษาชายหญิงหน้าใหม่-เก่าหลายคนจากบนตึกหน้าห้องเรียนของตัวเองเพื่อฆ่าเวลาระหว่างรอเพื่อนสนิทอย่างไอ้คิมหันต์ที่ตอนนี้คงไม่พ้นแวะทักทายสาวๆ น้องใหม่ตามคณะต่างๆ ระหว่างทางมาที่ตึกของตัวเอง เนื่องจากวันนี้เป็วันเปิดเทอมวันแรกของภาคเรียนไม่มีอะไรแปลกใหม่นอกจากเป็วันแรกของนักศึกษาปี 1 ที่จะได้เริ่มต้นเข้ามาเรียนในมหาลัยนี้เป็วันแรก ซึ่งก็คงไม่ต่างอะไรกับวันที่ผมก้าวเข้ามาที่นี้ความตื่นเต้นมันก็ต้องมีบ้างเป็เื่ธรรมดาของนักเรียนที่ได้ก้าวเข้ามาใส่ชุดนักศึกษาเป็ครั้งแรกแถมยังเป็มหาลัยชื่อดังที่ต้องมีตังค์มากระดับหนึ่งถึงจะเข้ามาเรียนที่นี้ได้ทำให้นักศึกษาส่วนใหญ่ที่นี้บางคนรู้จักกันมาจากข้างนอกด้วยฐานะทางสังคมเลยไม่แปลกที่จะเห็นว่าส่วนใหญ่นั่งกันเป็กลุ่มเพื่อนด้วยความสนิทมากกว่าเดิน งง ในดงมหาลัย
"เพิ่งจะรู้ว่าเพื่อนกูมีโมเม้นต์ยืนมองสาวๆ ด้วยวะ?" น้ำเสียงกวนประสาทของไอ้คิมหันต์ที่หาเื่โดนส่วนล่างของผมแต่เช้า มันเดินมาพร้อมกับสาวข้างกายที่หน้าตาไม่เคยซ้ำ แค่วันแรกมันก็เล่นน้องใหม่ที่ยังไม่ได้ทันได้ซื้อเสื้อช็อปของคณะใส่เลยด้วยซ้ำ
"กูมองหามึง ถึงว่าโทรไปไม่รับ" ทุกครั้งที่มันควงสาวมันจะลืมไปเลยว่ามันมีเพื่อน โทรศัพท์ไม่เคยเปิดเสียงเรียกได้ว่าไม่พกเลยดีกว่า
"น้องหยาดครับ คนนี้พี่นาวิน เพื่อนพี่เอง มันดุแบบนี้แหละ ไม่ต้องกลัวนะ แต่ว่าถ้ากลัวก็กอดพี่แน่นๆ ได้เลย" น้ำเสียงนุ่มแบบคนเ้าชู้พร้อมมือใหญ่ที่โอบหัวกลมๆ ของสาวข้างกายเข้าไปไว้บนแผงอกของมัน หญิงสาวที่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แค่มันคนแรกที่ได้ควงเพราะดูจากการแต่งกายแล้วเสื้อนักศึกษาสีขาวรัดรูป่อกที่แทบจะติดกระดุมไม่อยู่ กระโปรงทรงแคบที่สั้นจนแแทบจะปิดอะไรไม่ได้ ใบหน้าเรียวที่ถูกเติมแต่งด้วยเครื่องสำอางระดับหรูดูแล้วมีสีสันประหนึ่งเป็สาวที่มีนิสัยไม่ต่างกันกับไอ้คิมหันต์ไม่งั้นคงไม่เดินมากับมันด้วยความหน้ามั่นอย่างแน่นอน
"สวัสดีค่ะพี่นาวิน หนูชื่อหยาด ลูกสาวคุณพ่อธัชชัยหนึ่งในผู้บริหารเครือเดียวกับธุรกิจอสังหาฯ ของคุณพ่อพี่ค่ะ" เธอส่งยิ้มหวานพร้อมเอ่ยแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะนอบน้อม...แต่ลึก ๆ แล้วแฝงความหมายบางอย่างไว้ชัดเจน เพราะถ้าแค่อยากรู้จักในฐานะรุ่นพี่รุ่นน้องก็คงไม่จำเป็ต้องบอกถึงฐานะทางบ้านของตัวเองหากไม่ได้หวังถึงขั้นให้ผมคิดว่าเธอเหมาะสมกับการที่ผมจะทำความรู้จักผ่านการจับมือ สายตาคู่คมของผมจ้องมองมือของเธอที่ยื่นมาตรงหน้าก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องเรียนโดยไม่สนใจเธอแม้แต่หางตา
"เอ่อ..เพื่อนพี่มันน่าจะหงุดหงิดที่เช้านี้รถติดอะ เอาเป็ว่าเดี๋ยวพี่โทรหาอีกทีนะ ไว้เจอกันต้อนเวลารับน้องนะครับ" "ก็ได้ค่ะ" เสียงขอองไอ้คิมหันต์ที่รีบบอกลาสาวด้วยน้ำเสียงเหมือนเสียหน้าคงจะคุยอวดกับสาวคนนั้นไม่น้อยประมาณว่าจะพามาทำความรู้จักผมก่อนจะเดินเข้ามาหาผมในห้องแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ของตัวเอง ซึ่งโต๊ะของพวกผมจะอยู่ที่ข้างหลังห้องแบบแยกออกมา 2 ตัวห่างจากนักศึกษาคนอื่นอย่างชัดเจนเพราะผมไม่ชอบความวุ่นวายเลยไม่ชอบให้ใครมานั่งใกล้ๆ และที่ทำตามใจตัวเองแบบนี้ได้ก็เพราะว่าคิมหันต์เพื่อนสนิทของผมเป็ลูกชายคนเดียวของเ้าของมหาลัยนี้
"ไม่ได้แดกข้าวเช้าหรือไงวะ ถึงได้โมโหหิวขนาดนี้" คิมหันต์ถามผมที่ยังคงนั่งเล่นโทรศัพท์ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง อารมณ์ยังคงหงุดหงิดนิดหน่อย
"กูไม่ชอบผู้หญิงแบบนั้น มึงก็รู้" ผมตอบกลับแบบไม่ได้เงยหน้าแต่น้ำเสียงบ่งบอกอารมณ์เสียชัดเจน
"สเปกมึงคงเป็ผู้หญิงใบ้ ตอนเอากันก็ไม่ให้ร้องแถมยังไม่ชอบผู้หญิงพูดมาก กูละนึกสงสารคนที่จะมาเป็เมียมึงชิบหาย ไม่รู้ว่าจะตายก่อนได้มีละ..เฮ้ยเพื่อนเวรกูเจ็บนะเว้ย!" ผมยกเท้าถีบขาของไอ้คิมหันต์ที่ยังคงกวนประสาทไม่เลิกจนมันเกือบตกเก้าอี้ โชคดีที่ขายาวพอจะเกี่ยวรั้งขาเก้าอี้ไว้ทันก่อนที่ทุกอย่างจะสงบลงเมื่ออาจารย์ประจำวิชาเดินเข้ามาสอน