“อย่างนั้นเองสิ่นะ ถึงเื่ฉลองจะเป็เพียงแค่การล้อเล่น แต่เื่ที่วันนี้อาจารย์ไม่สอนนั้นเป็เื่จริง อาจารย์อยากให้พวกเธอพัักผ่อนกันก่อนน่ะ เราควรเริ่มต้นเมื่อพร้อมล่ะนะ”
ฟานอวี่(ขอแทนแบบนี้ไปเลยนะ)ที่เอ่ยออกมาแบบนั้นถึงกับทำให้กูเฉินยืนนิ่งราวกับขอนไม้ ไม่ใช่เหตุผลอื่นใด แต่เป็เพราะอาจารย์ของเขาพูดเหมือนคนปกติทั่วไป
“ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวก่อนนะคะท่านอาจารย์”
เมื่อยืนยันได้แล้วว่าไม่มีการเรียนการสอน เสี่ยวถังจึงขอตัวลานะตอนนี้เลย เธอเองก็รู้สึกเหนื่อยจากการประลองกับกูเฉิน ถึงแม้ว่าจะสู้กันไม่นาน แต่พลังปราณที่ถูกใช้ไปนั้นก็ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว
“แล้วเ้าไม่ไปกับเขาด้วยรึ?”
ฟานอวี่ที่เห็นว่ากูเฉินยังไม่ได้เดินไปไหนจึงได้เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“พอดีข้ายังไม่ได้หาที่พักเลยน่ะ ข้ากำลังคิดอยู่ว่าจะไปที่ไหนดี”
กูเฉินที่ยืนครุ่นคิดอยู่ก็ตอบคำถามของฟานอวี่พลางคิดต่อว่าจะอยู่ตรงไหนไปก่อนดี
“หากเ้าไม่มีที่พักก็มาอยู่ด้วยกันที่บ้านพักของข้าสิ่ ข้าไม่คิดค่าเช่าหรอกนะ”
ฟานอวี่ได้ชวนกูเฉินมาพักที่บ้านพักของนาง เพราะนางอยู่เพียงคนเดียวและมีที่พอให้มีผู้อยู่อาศัยเพิ่ม
“ท่านคิดอะไรของท่านน่ะ…. ยี้!”
แต่เมื่อกูเฉินได้ยินดังนั้นเขาจึงกอดตัวเอง บิดตัวเล็กน้อย และทำหน้าตาขยะแขยงออกมา
“ไอ้ท่าทางกวนเบื้องร่างของเ้านั่นมันอะไรกัน ข้าแค่จะหาคนทำความสะอาดบ้าน”
ฟานอวี่เอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่เ็าราวกับน้ำแข็งแห้ง มันจึงทำให้กูเฉินเลิกทำตัวกวนตีนแล้วกลับมาเป็ปกติ
“ได้แน่นอน ถ้ามีที่พักฟรีมีหรือที่ข้าจะไม่ไป”
ของฟรีใครๆก็ชอบ ยิ่งคนแบบกูเฉินนี่ยิ่งไม่มีพลาด
.
.
.
ณ บ้านพักอาจารย์ของฟานอวี่
“เอ่อ… นี่บ้านหรือรังหนูน่ะท่านอาจารย์ แต่ข้าว่าบางทีรังหนูอาจจะสะอาดกว่าเสียด้วยซ้ำ”
เมื่อเปิดประตูบ้านพักของฟานอวี่เข้าไปเท่านั้นแหละ ลกเสียยิ่งกว่าอะไรดี หากบอกว่าในนี้มีัซ้อนอยู่ก็คงเชื่ออยู่หรอ
“นี่แหละค่าเช่าที่เ้าต้องจ่าย ข้าจะออกไปทำธุระก่อน เ้าก็ทำความสะอาจไปซะ”
ฟานอวี่ทิ้งงานให้กับกูเฉินแล้วก็เดินจากไป
“นี่ข้าต้องทำความสะอาดรังหนูนี่จริงๆน่ะหรอ ช่างมันเถอะ”
กูเฉินทำได้เพียงแค่บ่นกับตัวเขาเองเพียงเท่านั้นก่อนที่เขาจะเริ่มลงมือทำความสะอาดบ้านทั้งหลัง
“นี่มันบ้าอะไรเนี่ย ทำไมมันถึงมาอยู่ตรงนี้”
“เฮ้ย ไอ้นี่มันอาวุธชีวภาพชัดๆ”
“โอโฮ้ สีนี่เขียวมาเชียว”
“บวมเบ่งเลย นี่ท่านไม่คิดจะเอาอะไรที่ไม่ได้ใช้ไปทิ้งเลยจริงๆใช่มั้ยเนี่ย”
เขาทำได้เพียงแค่บ่นไปด้วยทำความสะอาดไปด้วย เพราะสิ่งที่เขาเจอนั้นมีทั้งแหวนมิติขนาดเล็กที่ราคามันก็แพงเอาเริ่มอยู่รวมกับกองขยะในห้องเอย อาหารที่เน่าเสียจนเห็ดราขึ้นในตู้กับข้าว เนื้อที่เน่าจนเขียวทั้งชิ้นกับกล่องนมที่ราวกับว่ามันจะะเิออกได้ตลอดเวลา บางทีรังหนูอาจจะน่าอยู่กว่าบ้านหลังนี้ก็เป็ได้
“ฟู่! เสร็จสักที เอาเื่เหมือนกันนะเนี่ย”
เมื่อเก็บกวาดห้องสุดท้ายที่เป็ห้องนอนของฟานอวี่เสร็จกูเฉินก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกับปาดเหงื่อเล็กน้อย ซึ่งทั้งหลังข้าวของก็ถูกจัดเป็ระเบียบเรียบร้อยรวมถึงห้องนอนของฟานอวี่ก็ด้วย
“ทีนี้ก็ไปจ่ายตลาดยามบ่าย”
กูเฉินเดินหน้าออกจากสถาบันทันทีเพื่อไปซื้อวัตถุดิบทำอาหารมากมายมายัดใส่ตู้เย็น ส่วนนมน่ะหรอ ซื้อสิ่ แต่ไม่ได้ซื้อมาแทนที่นมบูดกล่องนั้นหรอกนะ เขาซื้อมาไว้ใช้ทำอาหารต่างหาก
.
.
.
ในเวลาเดียวกันกับที่กูเฉินกำลังทำความสะอาด
“อ่าวอาจารยฟานอวี่ ครั้งนี้ท่านมาที่หอสมุดแห่งนี้เพราะ้าสิ่งใดรึ?”
ผู้าุโท่านหนึ่งในสถาบันลู่ได้ทักทายฟานอวี่เมื่อเห็นว่านางมายังหอสมุดของสถาบัน เขามีขนาดร่างกายขนาดเล็ก เส้นผมสีขาวที่หลุดร่วงไปตามการเวลาจนมีไม่มากแล้ว เขาเป็คนที่มีอัธยาสัยดี เป็คนที่รักในความเที่ยงธรรม เห็นถูกเป็ถูก เห็นผิดเป็ผิด
“เคารพท่านผู้าุโเฝิง เช้านี้ข้าได้ลูกศิษย์ฝีมือดีมาสองคนค่ะ คนหนึ่งถึงแม้ว่าขาจะมาอาการาเ็เรื้อรังแต่ก็ถือว่ามีพร์ ส่วนอีกคนถึงว่าจะเป็เพียงระดับพื้นฐานขั้นสุดแต่กลับสามารถเอาชนะระดับนักสู้ขั้นต้นได้ ข้าจึง้าทักษะที่เหมาะสมในการฝึกให้แก่พวกเขาค่ะ”
ฟานอวี่ได้เล่าถึงกูเฉินและเสี่ยวชิงให้กับผู้าุโเฝิงได้รับรู้ ซึ่งเขาก็พยักหน้าตอบรับอยู่สองสามครั้ง
“ดีๆ คราวนี้เ้าได้ลูกศิษย์ที่มีความสามารถที่ยอดเยี่ยมถึงสองคน ข้าหวังว่าชื่อเสียงภายในสถาบันของเ้าจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีได้เพราะศิษย์สองคนนี้นะ เชิญเ้าเข้าไปค้นหาทักษะเพื่อคนรุ่นใหม่ได้เลย ข้าไม่อยากรบกวนเวลาของเ้ามากไปกว่านี้แล้ว”
ผู้าุโเฝิงนั้นเขาคือคนที่รู้จักความสามารถของฟานอวี่ดี แต่ถึงฝีมือดีอย่างไรแต่หากเจอคำเล่าลือจากคนหมู่มากก็กลับกลายเป็เพียงแค่คนไร้ความสามารถในสายตาของผู้คน ทำให้นางได้รับแต่เหล่าลูกศิษย์ที่มีพร์ไม่ต่างจากขยะและพลังใจของพวกเขามันก็ไม่ต่างอะไรจากขยะเช่นกัน ทำให้เชื่อเสียงของฟานอวี่นี้นั้นแย่ยิ่งขึ้นไปอีก โดยการที่นางไม่เคยมีลูกศิษย์อยู่ถึงปีที่สองเลยสักคน แต่เขาก็ไม่อยากยื่นมือเข้าไปช่วย นางต้องหาหนทางด้วยตัวของนางเพื่อตัวของนายเอง และดูเหมือนหนทางที่ว่านั่นมันได้ปรากฏขึ้นแล้ว
“ขอบคุณค่ะท่านาุโเฝิง ข้าจะทำให้พวกเขาเป็ศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในสถาบันลู่แห่งนี้ให้ได้”
ฟานอวี่กล่าวขอบคุณผู้าุโเฝิงก่อนที่จะเข้าไปภายหอสมุด
“ข้ารอดูเวลาแห่งความรุ่งโรจน์ของเ้าอยู่นะฟานอวี่”
.
.
.
แซก~ แซก~ แซก~
เสียงไม้กวาดที่ลากไปกับพื้นได้ดังขึ้นระหว่างทางที่กูเฉินเดินกลับไปยังบ้านพักของฟานอวี่ภายในสถาบัน
“เอ่อ ท่านผู้เฒ่า(ผู้เฒ่าผู้แก่ ไม่ได้หมายถึงผู้าุโ)นี่มันก็เย็นแล้วนะท่าน ทำไมท่านถึงยังต้องกวาดพื้นอยู่อีกล่ะ”
เมื่อเห็นชายชราร่างเล็ก(ไม่ใช่ผู้าุโเฝิงนะ)กวาดพื้นถนนอยู่ถึงแม้ว่ามันจะเป็่เย็นแล้ว กูเฉินจึงเข้าไปถามด้วยความเป็ห่วง หากเกิดอะไรขึ้นมาแล้วไม่มีใครผ่านมาเห็นเล่าจะเกิดอะไรขึ้น
“มันเป็หน้าที่น่ะพ่อหนุ่มเอ้ย”
ชายชราตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มพร้อมกับกวาดถนนต่อ
“ถ้าอย่างนั้นข้าขอนำของพวกนี้ไปเก็บสักครู่ เดี๋ยวกลับมาช่วยท่าเอง”
เมื่อพูดเสร็จกูเฉินก็นำข้าวของที่พึ่งซื้อมากลับไปเก็บที่บ้านพักแล้วกลับมาช่วยชายชราที่กำลังกวาดถนนอยู่
“ขอบใจนะพ่อหนุ่มที่มาช่วยคนแก่ๆอย่างข้า”
“เื่แค่นี้สบายมากขอรับท่านผู้เฒ่า”
แล้วพวกเขาก็ช่วยกันกวาดถนนบริเวณนั้นจนเสร็จก่อนที่ฟ้าจะมืด
.
.
.
ในเวลาเดียวกัน ณ บ้านพักของเสี่ยวชิง
“ทำไมกันนะ ทำไมเขาถึงแข็งแกร่งขนาดนั้นทั้งๆที่อยู่แค่ระดับพื้นฐานขั้นสุด แถมยังมีวรยุทธที่เกือบแทบเคียงตระกูลของเราอีกด้วย เขาเป็ใครกันแน่นะ”
เสี่ยงชิงนอนแช่น้ำในอ่างพลางคิดถึงเื่ของกูเฉินไปด้วย