แคว้นลั่ว คือแคว้นที่ถูกเรียกได้ว่าแข็งแกร่งที่สุดและมีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลที่สุดในดินแดนระดับต่ำทิศตะวันออกถูกปกครองโดยราชวงศ์ลั่วที่ถือได้ว่าแข็งแกร่งราวกับสัตว์ประหลาด โดยเฉพาะองค์จักรพรรดิองค์ปัจจุบันที่มีนามว่าลั่วไห่เฟิงนั้น ความน่าหวั่นเกรงนั้นกระจายไปทั่วทิศทั่วแดน
ไม่ใช่แค่จักรพรรดิลั่วเท่านั้นแต่เหล่าเชื้อพระวงศ์ทุกคนต่างมีพร์มากมายและท่วมท้น บุตรชายหกคนและหลานหกคนราวกับเป็สัตว์ประหลาดเลยก็ว่าได้ จนกระทั้งหลานชายคนที่สิบห้าซึ่งเป็บุตรชายขององค์หญิงคนสุดท้องของจักรพรรดิปรากฏตัวขึ้นมาตัวเด็กคนนี้ไร้พร์ในการบ่มเพาะอย่างสิ้นเชิง แน่นอนมันทำให้ทุกคนในเวลานั้นแตกตื่นกันยกใหญ่ แต่ทว่าองค์จักรพรรดิรวมถึงองค์ราชินีก็ไม่ได้สนใจคำติฉินนินทาใดๆและเลี้ยงดูเด็กคนนี้ตลอดมา
"ไร้รากปราณแล้วอย่างไร ด้วยอำนาจของข้าจะเลี้ยงดูให้เขาเติบใหญ่ไม่ได้เชียวหรือ"นี่คือคำกล่าวของทั้งองค์จักรพรรดิและองค์ราชินี ที่ประกาศแด่ใต้หล้า ในเมื่อเป็หลานชายของพวกเขาแล้วจะรังเกียจได้อย่างไร แม้จะไม่รู้ว่าลูกสาวตัวดีไปท้องกับใครหรือหายตัวไปไหนก็ตามที
ตัดภาพกลับมายังปัจจุบัน ในที่สุดงานเทศกาลล่าก็มาถึง งานนี้ถูกจัดขึ้นที่ป่าไร้ขอบเขตที่ติดกับชายฝั่งเมืองหลวงเขตตะวันตก ที่นั่นมีผู้คนมามุ่งดูกันหนาตาเพื่อที่จะได้เห็นความหล่อเหล่าและงดงามของบรรดาองค์ชายและองค์หญิงของพวกเขาและยังมีเหล่ารุนเยาว์ของชนชั้นขุนนางมากมาย ซึ่งในตอนนี้ได้มารวมตัวกันอยู่ที่บริเวณใจกลางลานกว้างขนาดใหญ่
ลั่วอู่หลินเองก็เป็หนึ่งในนั้นเช่นเดียวกันเขาอยู่ข้างๆกับองค์ชายใหญ่ลั่วหยุนหยาง ส่วนเหล่าพี่น้องคนอื่นๆนั้นบ้างก็มองมาที่เขาด้วยสายตาเหยียดหยาม บางก็มองด้วยสายตาเ็า การถูกมองเช่นนี้หากเป็แต่ก่อนลั่วอู่หลินคงได้ร้องไห้ไปนานแล้วแต่ทว่าบัดนี้เขาเริ่มชินชากับมันและไม่ได้ใส่ใจอะไร
นอกจากเหล่าเชื้อพระวงศ์แล้วยังมีรุ่นเยาว์จากตระกูลขุนนางอีกห้าตระกูลด้วยกันที่เข้าร่วม ประกอบไปด้วย ตระกูลฟง ตระกูลหยิน ตระกูลอี้ และตระกูลลู่ ห้าตระกูลนี้ราวกับเป็แขนขาขององค์จักรพรรดิเลยก็ว่าได้
ในขณะที่รุนเยาว์พากันตื่นเต้นกับเทศกาลล่าในครั้งนี้ บนฟากฟ้าได้ปรากฏร่างชายหนุ่มที่ดูสง่างามหกคนหรือก็คือองค์ชายรุ่นที่หนึ่งซึ่งเป็บุตรขององค์จักรพรรดิลอยลงมายังบนเวทีก่อนที่พวกเขาจะหันหลังไปผสานอคาราวะกันอย่างพร้อมเพรียงกัน เบื้องบนของพวกเขานั้นคือองค์จักรพรรดิและองราชีนีที่ปรากฏตัวขึ้นบนฟากฟ้าราวกับเทพและเทพธิดามาจุติ
ทั่วทั้งบริเวณต่างผสานมือคาราวะอย่างนอบน้อม ความสูงศักดิ์ที่แผ่ออมาจากองค์จักรพรรดิรวมไปถึงบรรดาองค์ชายทำให้เหล่าประชาชนเลื่อมใสศรัทธายิ่ง องค์จักรพรรดิลั่วไห่เฟิงยกยิ้มบางผายมือไปด้านหน้าราวกับประทานพรให้แด่เหล่าชาวประชาและลอยลงมานั่งลงยังบัลลังก์สูงสุดรวมกับองค์ราชินี
เมื่อองค์จักรพรรดินั่งลงลูกชายทั้งหกคนของพระองค์ก็นั่งลงที่บัลลังก์เล็กซึ่งเป็ที่ของตนเองเช่นเดียวกัน ในตอนนี้เหล่ารุนเยาว์ทุกคนพากันตื่นเต้นจะมีเพียงลั่วอู่หลินเท่านั้นที่รู้สึกว่ามันช่างกดดันเสียเหลือเกิน เขาจะต้องทำอย่างไรถึงจะไม่ให้ขายหน้าไปถึงท่านยายของเขากัน
ในบรรดารุ่นเยาว์ทั้งหมดนี้มีเพียงเขาเท่านั้นที่ไร้การบ่มเพาะส่วนคนอื่นนั้นมีั้แ่นักสู้ขั้นที่เจ็ดไปจนถึงนับรบขั้นที่สามเลยทีเดียว ความแตกต่างนี้ช่างมากมายเสียจริงๆ
"ในเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วก็เริ่มเลยเถอะ ของรางวัลของเทศกาลล่าครานี้ก็คือเม็ดยาเสริมปราณระดับดำขั้นต่ำ"เมื่อทุกคนได้ยินคำขององค์จักรพรรดิเสียงฮือฮาก็ดังขึ้นมาไม่ขาดสาย เม็ดยาจะแบ่งระดับเป็ เหลือง ม่วง ดำ ปฐี นภา ์ แต่ระดับยังแบ่งเป็ชั้นย่อยเป็ต่ำ กลาง สูง ลำพังแค่เม็ดยาระดับม่วงก็หาได้ยากยิ่งแล้วนี่ยังเป็ถึงเม็ดยาระดับดำ สำหรับดินแดนนี้ถือได้ว่าเป็สมบัติล้ำค่าเลยก็ว่าได้
เสียงฮือฮาบวกกับแววตาที่เต็มไปด้วยความ้าของทุกคนปรากฏขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อสัญญาณเริ่มต้นดังขึ้นเหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางพุ่งตรงไปยังป่าใหญ่ในทันทีกำหนดการล่าในครั้งนี้คือเจ็ดวันด้วยกัน
"น้องเล็ก หากไม่ไหวก็อย่าฝืนซะละ ไม่เช่นนั้นหากตายไปท่านย่าคงได้เสียใจมากแน่ๆ ฮ่าๆๆ"เ้าชายคนหนึ่งกล่าวขึ้นเหล่าเ้าชายและเ้าหญิงคนอื่นๆต่างพากันหัวเราะอย่างขบขันและพุ่งทะยานกันออกไป
"อย่าไปฟังคำของพวกนั้นเลย เ้าทำให้ดีที่สุดก็พอแล้ว เมื่อพยายามถึงขีดสุดแล้วยังล่าไม่ได้เดี๋ยวพี่ชายจะกลับมาช่วยเ้าเองดังนั้นไม่ต้องกังวลไป"ลั่วหยุนหยางตบไหล่น้องชายคนเล็กเชิงให้กำลังใจและพุ่งทะยานออกไปเช่นเดียวกัน บัดนี้ในสนามกว้างเหลือเพียงลั่วอู่หลินเท่านั้นชายหนุ่มพลันวิ่งตามทุกคนเข้าป่าไปในทันทีโดยไม่รีรอ ในมือถือคันศรขนาดไม่ใหญ่มากนักภาพนี้ทำให้แม้แต่ประชาชนยังเกือบที่จะกลั่นขำไม่ได้ เ้าชายองค์นี้มีเพียงหน้าตาเท่านั้นจริงๆที่โดดเด่นกว่าเ้าชายคนอื่นๆส่วนเื่ความสามารถนับว่าเป็ศูนย์เลยก็ว่าได้
แม้ในสายตาของเหล่าประชาชน ขุนนาง รวมไปถึงองค์ชายที่เป็ดั่งท่านลุงบางคนของลั่วอู่หลินจะมองอย่างดูแคลนเช่นนั้น แต่ในสายตาขององค์จักรพรรดิ องค์ราชีนี รวมไปถึงองค์รัชทายาทต่างมองไปที่เด็กหนุ่มด้วยสายตาที่เอ็นดู
เด็กหนุ่มวิ่งเข้าไปยังด้านในป่าสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าคือความเงียบงันเท่านั้น สาเหตุมาจากคนที่เข้ามาก่อนหน้าล้วนแต่ล่าสังหารเหล่าสัตว์อสูรระดับต่ำไปกันจนหมด ลั่วอู่หลินตอนนี้ไม่รู้จะทำอย่างไรทำได้เพียงวิ่งไปด้านหน้าด้วยกำลังที่มีสายตามองซ้ายมองขวาหาสัตว์อสูรหรือสัตว์ป่าสักตัวเพื่อที่จะล่าให้ได้
เด็กหนุ่มที่วิ่งทะยานร่างไปทั่วป่าสีเขียวสีเขียวขจีอย่างใจเย็นแม้ไม่มีสัตว์อสูรก็ยังคงระวังตัวทุกฝีก้าว มือกระชับคันศรเตรียมตัวยิงในทันทีเมื่อมีความเคลื่อนไหวแปลกประหลาด โดยที่ไม่รู้เลยว่าตัวเองเข้ามาลึกเพียงใด
ลั่วอู่หลินยิ่งเดินมากเท่าไรป่ายิ่งมืดมิดราวกับหลุดมาอีกมิติอย่างไรอย่างนั้น เสียงวิหคดังลั่นทั่วท้องฟ้าแต่ไร้ซึ่งตัวของมัน ในเวลานี้เองลั่วอู่หลินพลันคำนึงได้ว่าเขาได้ลงทางมาไกลเสียแล้วทั้งยังไม่รู้ทางออกอีกต่างหาก
"แย่แล้วมัวแต่สนใจสัตว์อสูรจนลืมดูทาง"เด็กหนุ่มตอนนี้รู้สึกราวมืดแปดด้านหันหลังกลับไปในทิศทางเดิมแต่ทว่าราวกับเดินอย่างไร้จุดหมาย
ในขณะที่เดินไปนั้นลั่วอู่หลินััได้ว่าตอนนี้มีตัวอะไรสักอย่างกำลังเฝ้ามองตัวเขาอยู่ไม่ไกล เด็กหนุ่มหันซ้ายหันขวาในทันใดวิ่งที่สุดแรงที่มี
"อู๊วว!!!"
"เสียงแบบนี้หมาป่างั้นหรือ แย่แล้ว"เด็กหนุ่มตื่นตระหนกอย่างช่วยไม่ได้ สัตว์อสูรหมาป่ามักจะออกล่าเป็กลุ่มใหญ่หากพวกมันพุ่งเข้ามาหาเขาละก็มีแต่ความตายเท่านั้นที่รออยู่
ลั่วอู่หลินวิ่งสุดฝีเท้า รอบข้างของเขามีดวงตาสีแดงหลายสิบคู่จ้องมาหาตน เด็กหนุ่มไม่รอช้ารีบดึงลูกศรจากด้านหลังยิงไปทางดวงตาเ่าั้ในทันที
"ฟิ้ว"
"สวบ"
ฝีมือการยิงธนูของเด็กหนุ่มนั้นดีมาก ลูกศรพุ่งแหวกอากาศเข้ากลางระหว่างดวงตาของหมาป่าอย่างแม่นยำ แต่ทว่าหมาป่าตัวอื่นนั้นกลับพุ่งเข้าใส่พร้อมที่จะขย้ำชายหนุ่มจนต้องทำให้ต้องก้มลงเพื่อหลบมัน
"ให้ตายเถอะชีวิตข้าเหตุใดถึงได้เฮงซวยปานนี้ ข้ายังไม่เจอท่านพ่อท่านแม่เลยข้าจะต้องตายที่นี่จริงหรือ"เด็กหนุ่มอดไม่ได้ที่จะสบถออกมาเพื่อระบาย เขาหลบการโจมตีของหมาป่าครั้งแล้วครั้งเล่าพร้อมทั้งง่างคันศรยิงพวกมันตายตกไปหลายตัวด้วยกันแต่จำนวนของพวกมันนั้นกลับไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อยทั้งยังดูมากกว่าเก่าด้วยซ้ำ
"สวบๆๆ"
"อ๊าก!!!"
หลังจากวิ่งหนีมาได้สักพักความเร็วของเขาก็เริ่มช้าลงไปเรื่อยๆทำให้พลาดท่าถูกกรงเล็บของหมาป่าโจมตีนับครั้งไม่ถ้วนจนเนื้อตัวเต็มไปด้วยาแ แต่ก็ไม่ได้หยุดวิ่งแต่อย่างใด เด็กหนุ่มที่สภาพเนื้อตัวอาบไปด้วยเืวิ่งทะลุทะลวงพุ่มไม้ใหญ่จนในที่สุดก็ดูเหมือนราวกับ์ให้โอกาศเขาได้อยู่รอดต่อไป
ลั่วอู่หลินตกลงไปในสระน้ำสีฟ้าใสขนาดใหญ่ เมื่อมาถึงตรงนี้เหล่าหมาป่าที่ไล่ตามเขามาค่อยๆล่าถอยราวกับไม่อยากเข้าใกล้สระน้ำนี้ทำให้เด็กหนุ่มถอนหายใจอย่างโล่งอก
"ฟู่! นึกว่าจะตายเสียแล้ว"เขายังคงอยู่ในสระน้ำนั้นพักใหญ่เพื่อความปลอดภัย ความเย็นสบายของสระน้ำนั้นกลับทำให้ชายหนุ่มเพลิดเพลินเสียจนลืมวันเวลา ในขณะนั้นเองเด็กหนุ่มพลันดวงตาเบิกกว้างจนดวงตาสีทับทิมแทบถล่น น้ำในสระพลันหลั่งไหลเข้าไปในตัวของเขาจากทุกรูขุมขนไม่ขาดสาย
ลั่วอู่หลินรู้สึกได้ถึงความหนาวเหน็บแทบขาดใจ ร่างกายของเขาแข็งค้างด้านชาไปหมดราวกับไม่ได้มีความรู้สึกอะไรหลงเหลือก็ไม่ปาน ในขณะที่เด็กหนุ่มกำลังทั้งทรมาณและไม่เข้าใจนั้นเบื้องหน้าของเขาปรากฏอสรพิษสีขาวขนาดใหญ่ ชั้นเกล็ดดูคล้ายราวกับเป็ผนึกน้ำแข็งแวววาว บนหัวของมันมีเขาสีขาวราวหิมะประดับเอาไว้ราวกับเป็พญาั ในตอนที่มันเลื้อยผ่านราวกับทุกอย่างจะกลายเป็น้ำแข็งในพริบตา
"นี่ก็ผ่านมาหลายพันปีแล้ว เด็กน้อยเ้าเป็คนแรกที่เข้ามายังสถานที่ศักดิสิทธิ์นี้ได้ นับว่าโชคชะตาของเ้าไม่เลวนัก"เสียงอันไพเราะดังมาจากอสรพิษสีขาว เด็กหนุ่มเมื่อได้ยินก็พลันไปหันมอง ทันทีที่อสรพิษขาวตัวนั้นเลื้อยลงสู่สระน้ำตัวของมันพลันจำแลงกายเป็หญิงงามผมขาวอาภรณ์ขาวลวดลายเกล็ดหิมะ ผิวพรรณเรียบเนียนไร้ที่ติ แววตาสีฟ้าครามคล้ายอสรพิษดูน่าพิศวงแต่เมื่อบวกกับหน้าตาและทรวงทรงที่สมบูรณ์แบบของนางนับได้ว่าคือหนึ่งในแผ่นดินอย่างแท้จริง