หลังเ้ากรมที่ดินได้เสพสมค่ำคืนที่หอมหวานเขากลับรู้สึกไม่เพียงพอ อยากกลับไปหาหญิงสาวนางนั้นอีกครั้ง
แต่ให้เขาทำอย่างไรก็ไม่สามารถกลับเข้าไปที่เรือนนั้นได้อีกเขาเพียรพยายามอยู่นาน ทำแม้กระทั้ง คิดหาวิธีจะหาทางขัดขาใต้เท้าสวีอีกครั้ง เพื่อเขาจะได้กลับไปหาหญิงสาวแสนเย้ายวนนางนั้นได้อีก
ทว่าระหว่างที่เขากำลังหาหนทางอยู่กลับมีคำสั่งเนรเทศเขาไปอยู่ชายแดนห่างไกล ด้วยความผิดรับสินบนประพฤติมิชอบ เขาถูกต้องโทษโดยไม่ทันได้หาวิธีแก้ต่างรู้ตัวอีกทีเขาก็ถูกคุมขังส่งตัวออกชายแดนแล้ว
่เวลากลางวันบรรดาสตรีในคฤหาสน์ใต้เท้าสวีมีกำหนดสัปดาห์ละครั้งที่จะมานั่งพูดคุยกันนอกเหนือจากเวลาที่ยกน้ำชาให้ฮูหยินใหญ่ทุกเช้า ทำให้ตอนนี้ศาลากลางสวนกว้างมีทั้งฮูหยินใหญ่ ฮูหยินรองและบรรดาอนุทั้งหลายนั่งรายล้อมอยู่ด้วยกัน
ทุกคราสิ่งที่สตรีเหล่านี้พูดคุยกันคงไม่พ้นเื่ดอกไม้ในสวนหรืออวดชุดอาภรณ์เครื่องประดับที่สวมใส่ ทว่าวันนี้กลับผิดจากทุกครั้งสิ่งที่พวกนางกำลังสนใจคือ อีกฝากของสวนกว้าง เพราะน้อยครั้งที่นางจะได้พบเจอผู้คนอยู่บริเวณนั้น
หญิงสาวที่เก็บตัวแต่ในเรือนหลังอยู่ๆ ก็ออกมาเดินเล่น นี่จึงเป็ครั้งแรกที่พวกนางได้พบเจอ ทำให้ปฎิเสธความอยากรู้อยากเห็นที่จะเข้าไปยลโฉมใบหน้าอีกฝ่ายใกล้ ๆและถือโอกาสเข้าไปพูดคุยด้วยไม่ได้
ทว่ายังไม่ทันได้ทำอย่างที่ใจคิดกลับถูกผู้คุ้มกันขัดขวาง ไม่ยอมให้พวกนางเข้าไปใกล้กว่าที่เห็นอยู่นัก
มีเพียงฮูหยินใหญ่เสียนลู่เท่านั้นที่ไม่ได้ลุกตามออกไปอยากรู้อยากเห็นด้วย เพราะรู้ดีว่าอย่างไรสามีก็มิให้ผู้ใดเข้าใกล้หญิงสาวนางนั้นได้
ครั้งนี้ก็เช่นกันหญิงนางนั้นมิเคยออกมาจากเรือน แต่กลับเจาะจงเดินออกมาเวลานี้คงไม่มีเหตุผลอื่นใด นอกจากจะออกมาเยาะเย้ยพวกนางเท่านั้นที่ตอนนี้สามีอยู่ด้วยมิห่าง เดินจับประคองอย่างกับกลัวจะล้มลงทุกย่างก้าว
"พี่หญิงใหญ่ นั่นท่านพี่จริงหรือเ้าคะเหตุใดถึงดูอ่อนโยนกับสตรีได้เช่นนั้น"เมื่อหมดหนทางจะเข้าไปใกล้หญิงสาวนางนั้นพวกบรรดาอนุทั้งหลายก็กลับมานั่งอยู่ในศาลาเช่นเดิม
"นั่นนะสิ ถึงเห็นได้ไม่ชัด แต่บุรุษผู้นั้นเป็ท่านพี่ของพวกเราอย่างแน่นอน"
สตรีทุกนางที่เดินกลับเข้ามานั่งในศาลาาต่างพูดถึงภาพที่เห็นตรงหน้ามิขาด นั่นคือสามีคนที่อยู่กับพวกนางจริง ๆ หรือความอ่อนโยนที่เห็นคืออันใดกัน
แม้ไม่ได้ยินคำพูดที่กำลังสนทนากันทว่านางพวกรับรู้ได้ว่า นั่นมิใช่สามีที่พวกนางพบเจออยู่ทุกวันเป็แน่
เสียนลู่ปล่อยให้สตรีที่นั่งรายล้อมนางอยู่พูดวิพากษ์วิจารณ์กันไปโดยมิได้ผสมโรงด้วย เพราะนางเองก็เป็เช่นกันเมื่อเห็นคราแรก บุรุษที่อยู่กับหญิงสาวนางนั้นแทบจะมิใช่สามีที่นางพบเจออยู่ทุกวัน สามีที่ดูแข็งกระด้าง ไม่มีถ้อยคำอ่อนหวานการกระทำที่ห่างเหิน
ช่างดูแตกต่างกับบุรุษที่เห็นอยู่ตรงหน้ามากนัก
แต่จะให้นางทำอย่างไรได้เล่าหากร้องขอความรักมากเกินไป อาจถูกเขาตีตัวออกห่างกว่านี้ก็เป็ได้
ที่เป็อยู่ทุกวันนี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว
ทางด้านอีกฟากของสวนมิได้รับรู้ว่าตนกำลังถูกพูดวิเคราะห์วิจารณ์อยู่ทั้งสองทำเพียงช่วยกันเก็บดอกไม้ที่ผลิบาน เลือกใส่ตะกร้าที่เตรียมไว้จนเต็มก่อนจะพากันกลับเข้าเรือนไปโดยมิสนใจสิ่งรอบข้าง
"นายท่าน วันนี้เหตุใดใจดีให้ฟางเอ๋อร์ออกไปเก็บดอกไม้นอกเรือนได้"
"ดอกไม้ในสวนผลิบานมากกว่าเคย เ้าชอบมิใช่หรือ ที่ ๆมีดอกไม้เยอะแยะเช่นนี้" เจ๋อหยางจับจูงมือเล็กของสตรีข้างกายนำพาให้นางกลับเข้าเรือน
"ฟางเอ๋อร์ชอบเ้าค่ะเช่นนี้คราวหน้าฟางเอ๋อร์ขอออกไปเก็บดอกไม้อีกนะเ้าคะ"
"ได้ แต่ต้องตอนที่มีข้าอยู่เท่านั้นมิเช่นนั้นห้ามออกนอกเรือนเป็อันขาด" มือใหญ่ลูบศีรษะร่างบางที่นั่งคัดเลือกดอกไม้อยู่ด้านข้างนางพยักหน้าตอบรับเขาเป็อย่างดี ใบหน้าสวยยกยิ้มกว้างอย่างชอบใจ
"เด็กดี"
เจ๋อหยางจับยกร่างบางที่กำลังนั่งคัดดอกไม้อยู่ขึ้นมานั่งอยู่บนตักแกร่งตน ก่อนจะกกกอดนางไว้ในอ้อมกอด แนบใบหน้าลงกับแผ่นหลังบางดวงตาสีเข้มค่อย ๆ ปิดสนิด ใช้จมูกสูดดมกลิ่นกายหอม ทำให้ตนรู้สึกผ่อนคลาย
"กลิ่นกายเ้าทำให้ข้ารู้สึกดี ฟางเหนียงชื่อนี้ถึงเหมาะกันเ้าที่สุด"
"เหนื่อยหรือเ้าคะ" ฟางเหนียงหรือหญิงสาวบนตักใต้เท้าสวีไม่ได้รับคำตอบจากคำถามที่นางเอ่ย
แต่เมื่อเขาไม่อยากตอบนางก็ไม่รบเร้าเอ่ยถามต่อ ปล่อยให้เขาซบใบหน้ากับแผ่นหลังนางต่อไป
** ฟางเหนียง หมายถึง หญิงสาวผู้มีกลิ่นกายหอม
ดอกไม้ที่ฟางเหนียงเก็บมาจากสวนถูกจัดแต่งในแจกันอย่างสวยงาม นางจึงส่งต่อให้สาวใช้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆนำไปจัดวางให้ทั่วเรือน พยายามขยับตัวให้น้อยที่สุดเพื่อจะได้ไม่รบกวนคนที่กำลังหลับอยู่ด้านหลังนาง"อืมม"
"ฟางเอ๋อร์ทำให้นายท่านตื่นหรือเ้าคะ" ทั้งที่นางพยายามแล้วกลับยังทำให้เขาตื่นจนได้
"จัดดอกไม้เสร็จแล้วหรือ ข้าเผลอหลับไปจนได้"
เจ๋อหยางจับพลิกให้ร่างบางบนตักหันข้างใช้อ้อมแขนข้างหนึ่งประคองหลังนางไว้ส่วนมืออีกข้างแหวกเสื้อคลุมตัวบางที่นางสวมใส่ไว้ เผยให้เห็นเนินอกขาวเนียน ที่ถูกชุดกระโปรงเกาะอกปิดรัดไว้
"ผ่านไปหลายวัน รอยที่เ้านั้นฝากไว้มิหายไปเสียที"สายตาคมมองรอยช้ำแดงตามผิวขาว ถึงแม้จะจางลงมากแล้ว แต่ก็ยังเห็นรอยให้เขารำคาญใจ
"เดี๋ยวก็หายเ้าค่ะ"
"มาเถอะข้าจะลบรอยเก่าพวกนี้ให้หายไปให้หมด"
ใบหน้าสวยยกยิ้มมุกปากขึ้นมาอย่างรู้ทันนางไม่เอ่ยถามว่าเขาจะทำอย่างไร ทำเพียงขยับกายจากหันข้างให้เขาประคองแผ่นหลังไว้เป็หันหน้าเข้าหาเขาแทน ลุกขึ้นนั่งคร่อมขาแกร่งทั้งสอง พร้อมถอดเสื้อคลุมที่ติดค้างไว้ตรงไหล่ ให้หลุดล่วงลงพื้นอย่างไร้ค่า
มือเล็กดึงชุดกระโปรงเกาะอกที่ปิดบังเต้าอวบไว้ลง เผยให้เห็นก้อนเนื้อนิ่มทั้งสอง ที่ยังคงมีรอยช้ำจาง ๆ มิต่างจากเนินอกหญิงสาวใช้มือจับขอบโต๊ะไว้แน่นพร้อมแอ่นกายขึ้นยกเต้าอวบให้ชายตรงหน้าอย่างเชิญชวน
"เ้าช่างรู้ความจริง ๆ" เจ๋อหยางก้มลงดูดดึงจุกสีชมพูจนเต้าอวบเสียรูปเนื้อนิ่มยืดตามติดริมฝีปากเขามาด้วย ถึงยอมปล่อยออกผลัดเปลี่ยนทำทั้งสองข้างมิให้น้อยหน้ากัน ข้างหนึ่งถูกดูดข้างหนึ่งก็ถูกบีบเคล้น
"อืมม นายท่าน" มือเล็กที่จับยึดขอบโต๊ะไว้เปลี่ยนมาลูบศีรษะชายที่กำลังดูดจุกสีชมพูนางอยู่ ขย้ำผมดำนุ่มจนไม่เป็ทรงโดยมิกลัวว่าเขาจะโกรธเคืองนางหรือไม่
เจ๋อหยางดูดเลียจุกสีชมพูจนตั้งแข็งลิ้นร้อนไล่เลียวนรอบฐาน กระดกหยอกล้อให้ร่างบางบนตักได้เสียวซ่านก่อนจะดูดทับรอบซ้ำแดงที่จางลงให้เด่นชัดขึ้นมาอีกครั้ง ริมฝีปากหนาไล้เลียดูดทั่วผิวกายขาวให้ทุกส่วนที่เคยถูกััมาก่อนหน้า เกิดจากการกระทำเขาเท่านั้น
"อะ อืมม ซี๊ดดด นายท่านเบาหน่อย ฟางเอ๋อร์เจ็บเ้าค่ะ"
"ชอบแรง ๆ มิใช่หรือ" ใบหน้าหล่อเหลายกยิ้มมุมปากหยอกล้อหญิงสาวบนตักอย่างชอบใจ สายตาคมมองผลงานตนเองที่ทำรอยทิ้งไว้ั้แ่ลำคอระหงไล่ลงมาที่เต้าอวบ จนถึงหน้าท้องแบนราบรอยช้ำแดงเด่นชัดขึ้นจากฝีมือเขาทั้งนั้น
"อุ้ย นายท่าน" ฟางเหนียงร้องใที่อยู่ ๆ นางที่นั่งอยู่บนตักถูกยกขึ้นสูงก่อนจะวางบนโต๊ะ
สองขาเรียวถูกจับแยกออกกว้างชุดกระโปรงที่ตกค้างอยู่ที่หน้าท้องแบน ถูกดึงออกอย่างแรง ทำให้ร่างบางเปลือยเปล่าทันทีเพราะปรกติหญิงสาวจะไม่ชอบใส่อะไรไว้ด้านในอยู่แล้ว
เจ๋อหยางแทรกกายเข้าระหว่างกลางยกขาเรียวขึ้นก่อนจะพรมจูบหน้าขาด้านใน ดูดเลียรอยช้ำเก่าให้สีแดงเด่นชัดยิ่งขึ้น
ขาเรียวทั้งสองของฟางเหนียงถูกเขาดูดเลียจนทั่วตรงไหนที่ไม่มีรอยแดงเก่าถูกทำทิ้งไว้ เขาก็ทำมันขึ้นมาใหม่จนขาขาวมีแต่รอยแดงช้ำ
"หันหลังมา" เมื่อสองขาเรียวถูกเขาทำรอยจนหมดสิ้นด้านหลังก็ควรทำด้วยเช่นกัน
ฟางเหนียงทำตามที่นายท่านสั่งเป็อย่างดีร่างบางที่เปลือยเปล่าพลิกกายลุกขึ้นนั่งคุกเข่าบนโต๊ะโดยหันหลังให้เขาแผ่นหลังยืนตรงยกมือผสานไว้บนศีรษะอย่างที่ชอบให้ทำ
"อืมม เด็กดี"
ริมฝีปากหนาก้มลงัักับผิวกายขาวอีกครั้งสองมือใหญ่โอบรอบร่างบางบีบขย้ำเต้าอวบด้านหน้า ลิ้นร้อนไล่เลียวนทั่วแผ่นหลังขาวออกแรงดูดเพิ่มรอยช้ำแดงจนทั่ว
"อือออ" เสียงหวานร้องครวญครางออกมาอย่างพึงใจ ร่างบางบิดเร้าด้วยความเสียว
เจ๋อหยางทำรอยทิ้งไว้จนพอใจถึงถอยออกให้หญิงสาวก้มใบหน้าลงต่ำแนบชิดโต๊ะ ยกก้นกลมแอ่นโด่งขึ้นสูงคุกเข่าแยกขาออกกว้าง ให้เขาเห็นกลีบเนื้อนิ่มกับติ่งสวาทสีสวย
เพี้ยะ เพี้ยะ
มือใหญ่อดไม่ได้ที่จะตีก้นกลมเนื้อแน่นจนเกิดรอยแดงก่อนจะก้มลงใช้นิ้วยาวแหวกกลีบเนื้อนิ่มออก เพื่อดูดเลียติ่งสวาทด้านในลิ้นร้อนกระดกเขี่ยติ่งสวาทเต่งตึงไปมา ให้ร่างบางที่ก้มอยู่สั่นสะท้าน
"อะ อ๊าาา อืมม เสียวเ้าค่ะ อือออ" ฟางเหนียงกำมือเล็กแน่น นางเสียวซ่านไปทั้งกายลิ้นร้อนกระดกเลียติ่งสวาทถี่รัว ทั้งยังดูดดึงจนนางได้ยินเสียงน่าอายไม่ขาด
เจ๋อหยางดูดเลียติ่งสวาทจนเปียกแฉะก่อนจะถอนใบหน้าออก เปลี่ยนเป็ใช้นิ้วยาวแทงเข้ารูสวาทแทนนิ้วยาวสองนิ้วเข้ารูสวาทไปทีเดียว จากนั้นถึงขยี้หาจุดกระสันด้านใน เด่นย้ำอยู่แบบนั้นจนร่างบางกระตุกไม่หยุด
แจ๊ะ แจ๊ะ แจ๊ะแจ๊ะ
"อ๊าา อ๊าา นายท่าน อืมม ซี๊ดดด จะเสร็จแล้วเ้าค่ะ อะ อร๊ายยย" ร่างบางกระตุกเสร็จสมตัวโก่งงอกระตุกปลดปล่อยน้ำรักเปื้อนนิ้วยาว หอบหายใจเหนื่อยทิ้งกายลงบนโต๊ะทันทีที่นิ้วยาวถอนออกจากรูสวาท
"หวานยิ่งนัก"
เจ๋อหยางส่งปลายนิ้วยาวเข้าปากตนเองดูดเลียชิมน้ำรักที่เปาะเปื้อน เอ่ยชมจนใบหน้าสวยจองร่างบางที่นอนอยู่ขึ้นสีแดงระเรื่อมิรู้ว่าเพราะเขินอายหรือกำลังเหนื่อยหอบอยู่กันแน่
"มาเถอะ ข้าต้องลบรอยตรงนี้ด้วย"