ณ B-TY Restaurant เวลา 12:50 นาฬิกา
กุก กัก กุก กัก
"เราจะไปไหนกัน?"
"เงียบๆแล้วตามมาเหอะ" ขณะนี้ผมได้ถูกบรูคพาตัวลงมาข้างล่างที่ไม่คาดคิดว่าร้านอาหารแห่งนี้จะมีชั้นใต้ดินอยู่ด้วย พวกเราเดินลงบันไดเหล็กมาเรื่อยๆจนปลายเท้าแตะพื้นถึงสามารถเห็นสภาพภายในห้องแห่งนี้ได้อย่างชัดเจน สิ่งแรกที่ลงมาเห็นคือเส้นทางตรงอันมืดมิดที่มีเพียงแสงไฟจาก้าค่อยๆส่องสว่างเรื่อยๆตามการเคลื่อนไหวของพวกเราและมีห้องสี่เหลี่ยมขนาบสองข้างทางเข้าไปเรื่อยๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งชั้นใต้ดินแห่งนี้ไม่ได้มีแค่ห้องสี่เหลี่ยมธรรมดาๆแต่ภายในห้องยังมีห้องย่อยๆแยกออกไปอีกเยอะพอสมควร
แสงไฟนีออนสีม่วงแดงชวนให้บรรยากาศเยือนเย็นจนน่าแปลกใจ ระหว่างเดินผมก็ชะเง้อมองเข้าไปในห้องต่างๆเพื่อสำรวจด้วยความอยากรู้อยากเห็นแต่อีกฝ่ายก็เดินเร็วซะเหลือเกินทำให้ต้องรีบตามเดินเ้าตัวไปติดๆ ถ้าไม่อย่างนั้นมีหวังได้หลงทางแน่นอนเพราะยิ่งเดินเข้ามาลึกมากเท่าไหร่ด้านหลังของพวกเรายิ่งมืดมิดลงทุกที
"นี่...จะถึงหรือยัง?"
"ใกล้แล้ว ทำไม?"
"เปล่า ก็แค่กังวลเื่เวลาเท่านั้นเอง" ผมหยิบมือถือขึ้นมาดูเวลาก็พบว่าบ่ายโมงตรงพอดีเป๊ะ เท่ากับว่าตอนนี้หมดเวลาพักและถึงเวลากลับไปทำงานอีกครั้ง แต่ตอนนี้ผมดันอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้และกังวลใจเื่ของเพื่อนร่วมงานข้างบนอีกด้วย หวังว่าพวกเธอจะไม่เป็อะไรนะ
"คุยกันตรงนี้ก็ได้ พอดีจะกลับไปทำงานแล้ว"
"ไม่ได้ มีเื่ต้องถามให้แน่ใจก่อนที่จะไป รีบๆเดิน"
"เดี๋ยวค่อยได้--"
กึก!
"เดินไป"
"..." ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเขาเป็คนอันตรายแต่ผมก็โง่มากับเขาอย่างง่ายดายทำให้ตอนนี้กลายเป็เขาที่เป็ฝ่ายได้เปรียบขณะยกกระบอกปืนคู่ใจของตนจ่อด้านข้างลำตัวพร้อมส่งสายตาทิ่มแทงมาให้ ผมจึงค่อยๆเดินเข้าไปในห้องๆหนึ่งที่มีโต๊ะตัวใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลางห้องและรูปภาพมากมายแปะเต็มผนังพร้อมเมจิกสีแดงลากเส้นโยงไปนู่นมานี่ชวนน่าสงสัย จากที่เห็นคงเป็ห้องสำหรับวางแผนเพื่อจัดการอะไรสักอย่างพร้อมรูปกล่องกระดาษที่ผมเคยเห็นแปะภาพใหญ่สุดอยู่ตรงกลางพอดี
เมื่อมาถึงที่หมายบรูคก็ไม่รอช้าหยิบภาพถ่ายขอใครสักคนที่เห็นแค่ด้านข้างของเขาเท่านั้น เขาเป็ผู้ชายตัวสูง ทรงผมยุ่งเหยิงเล็กน้อยและย้อมผมสีแดงสดใสเลยทีเดียว รอบๆตัวของเขามีกลุ่มคนจำนวนมากล้อมรอบเอาไว้และคนเ่าั้ก็ใส่ชุดสีฉุดฉาดเช่นเดียวกัน นั้นทำให้ผมเข้าใจขึ้นมาหน่อยหลังจากนึกถึงเหตุการณ์ที่เคยเจอก่อนหน้านี้ คนที่ใส่ชุดสีเขียวนีออนตอนนั้นก็คงอยู่ในกลุ่มนี้แน่ๆและเป็คนที่พ่อหน้าบูดกำลังไล่ล่าอยู่สินะ เมื่อคิดมโนเองคนเดียวผมจึงพูดออกมาเบาๆ
"ถ้าจะถามว่ารู้จักคนนี้หรือเปล่า ขอตอบเลยว่าไม่"
"แล้วสถานที่พวกนี้เคยเห็นหรือเปล่า?"
"เอ่อ...หืม? นี่ใช่ญี่ปุ่นจริงๆเหรอ?" บรูคยื่นภาพสามใบออกมาตรงหน้าซึ่งเป็สถานที่ทั้งหมดและเป็สถานที่ๆผมไม่คุ้นตาเลยสักนิดเดียว ภาพที่หนึ่งเป็รูปแอบถ่ายของคฤหาสน์หลังสีขาวแสนงดงามที่มีรถหรูจำนวนมากจอดแน่นิ่งอยู่ภายใน อ่านไม่ผิดครับ คฤหาสน์ที่มีรถจอดอยู่ข้างใน ต้องรวยขนาดไหนถึงเอาคฤหาสน์หลายล้านมาทำเป็ลานจอดรถได้
ส่วนภาพที่สองคือปราสาทโบราณเก่าแก่สไตล์ไทยแท้ที่ไม่ควรมีอยู่ที่นี่ั้แ่แรกเพราะมันไม่เข้ากับวัฒนธรรมของประเทศนี้เอาซะเลย ส่วนรูปสุดท้ายคือร้านขายของเล่นแสนน่ารักที่มีตุ๊กตาน้องหมีสีสันมากมายตกแต่งอยู่หน้าร้านจนแทบไม่เห็นข้างใน สถานที่ทั้งสามเป็ที่ๆผมไม่เคยเห็นมาก่อนจึงส่ายหน้าเบาๆเป็คำตอบแทน
"เหอะ! ไร้ประโยชน์จริงๆ" บรูคที่เริ่มไม่สบอารมณ์บ่นพึมพำออกมาเบาๆแต่เพราะที่นี่เงียบกริบทำให้ผมได้ยินอย่างชัดเจน คนเขาอุตส่าห์ตามมายังจะบ่นนู่นบ่นนี่อีก รู้งี้ไม่ตามมาั้แ่แรกยังจะดีกว่า (-*-)
"หมดธุระแล้วใช่มั้ย?"
"ยัง"
"อะไรอีกล่ะ!"
"สถานที่พวกนี้เคยเห็นมั้ย?"
"(-*-)" บรูคยังคงยื่นภาพถ่ายอีกสองภาพออกมาให้ดูอีกครั้ง แต่ถึงแม้จะถามอะไรไปผมก็ไม่รู้จักสักหน่อย...
"เฮ้ย นั่นห้องเช่าที่ผมพักอยู่นี่ (0_0)" แต่แล้วสายตาก็สะดุดเข้ากับตึกสูงสีขาวที่มีป้ายขนาดใหญ่เขียนว่า Saka เพลส อยู่ในภาพ ผมจำได้แม่นเพราะที่นี่คือห้องพักที่ผมอาศัยอยู่ ณ ตอนนี้ เป็ห้องเช่าขนาดกลางของคนเมืองในเขตนี้เพราะที่นี่ใกล้สถานที่สำคัญๆหลายๆแห่ง ที่ผมเลือกพักที่นี่ก็เพราะเหตุผลนั้นเช่นเดียวกัน แต่ไม่คาดคิดเลยว่าสถานที่แห่งนี้กลายเป็เป้าหมายของพวกคนน่ากลัวซะได้
"ค่อยคุยง่ายหน่อย ได้ข่าวว่าลูกน้องไอเด็กนั่นมันพักอยู่ที่นี่แหละ เคยเห็นมันหรือเปล่า?" บรูคเลื่อนภาพที่มีชายหนุ่มผมแดงคนเดิมและข้างๆตัวของเขามีชายร่างใหญ่เห็นแค่จางๆทำให้ไม่สามารถระบุตัวตนได้ แต่ถึงจะนึกให้ตายยังไงก็ไม่รู้อยู่ดีเพราะลูกบ้านที่พักอยู่ที่นี่มีจำนวนมากพอสมควร ถ้าให้จำหน้าคนทุกๆห้องคงไม่ไหว ผมจึงส่ายหน้าเบาๆก่อนจะถามให้กระจ่างอีกครั้ง
"ไม่เคยเห็นจริงๆนะ เขาชื่ออะไร?"
"ไม่รู้ แต่หมอนี่เป็คนสนิทที่ไอเด็กนั่นเชื่อใจมาก แม้แต่ชื่อจริงก็บอกแค่หมอนี่คนเดียว"
"เขาพักอยู่ชั้นไหน?"
"ไม่รู้"
"รู้อะไรบ้างเนี่ย (-*-)"
"ก็เพราะไม่รู้ไงถึงได้มาถามเอ็ง (-*-)"
"โทษทีนะ ถึงจะพักอยู่ที่นี่แต่ถ้าไม่รู้ชื่อกับหน้าตาก็คงบอกอะไรไม่ได้ ไปถามคนอื่นเถอะ"
"เฮ้อ..." บรูคถอนหายใจยาวๆออกมาก่อนจะเก็บภาพถ่ายพวกนั้นกลับเข้าที่เดิม นั้นทำให้ผมรู้สึกกังวลเล็กน้อยที่ไม่สามารถให้ข้อมูลกับเขาได้ ถ้าไม่ให้ข้อมูลที่เป็ประโยชน์กับเขาๆจะฆ่าเราหรือเปล่าวะ! แค่เห็นสีหน้าบึ้งตึงของเขาตอนนี้ก็ไม่อยากยุ่งเกี่ยวแม้แต่น้อย เอาเป็ว่าลองแนะนำสิ่งที่พอจะช่วยได้ให้เขารับรู้ดีกว่า
"เอ่อ...นี่แค่แนะนำนะ แต่นายควรจ้างพวกนักสืบไม่ดีกว่าหรือไง? พวกนั้นเก่งเื่ตามหาคนมากกว่ามาถามชาวบ้านนะ"
"เคยจ้างไปสามคนแต่ตายไปหมดแล้ว"
"ตะ ตายหมดเลยเหรอ!? (0_0)"
"อืม ทั้งสามคนไปสืบหาที่นั่นแหละ แต่ลูกน้องไอเด็กนั่นก็ส่งแค่ชิ้นส่วนร่างกายของพวกเขากลับมาให้เท่านั้น คงพอเดาได้ใช่มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น..."
"..." ผมเงียบปากลงทันทีหลังจินตนาการตามที่เขากล่าวออกมา ทำไมคนเราสมัยนี้โเี้ขึ้นทุกวันๆแถมมีคนตายในห้องพักที่ผมอาศัยอยู่ด้วย?! แค่คิดก็ไม่อยากจะเชื่อแต่น้ำเสียงของบรูคไม่มีความหวั่นไหวอยู่ภายในแม้แต่น้อย ถ้างั้น...คงเป็เื่จริงสินะ
"ว่าแต่..พวกนายกำลังตามหาอะไรอยู่เหรอ?"
กึก
"?" จู่ๆบรูคที่กำลังก้าวเท้าเดินนำหน้ากลับหยุดชะงักหลังได้ยินประโยคคำถามที่ผมสงสัยมาตลอด แต่มันกลับทำให้ผมรับรู้ได้ทันทีว่าไม่ควรถามคำถามนั้นออกไป แต่ตอนนี้มันคงสายเกินไปเพราะเขาค่อยๆหันหลังกลับมามองด้วยสายตานิ่งเฉยพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบาออกมา
"อยากตายหรือไง?"
"เปล่า"
"งั้นก็อย่ารู้" เพียงคำพูดสั้นๆแต่ได้ใจความทำให้ความอยากรู้อยากเห็นของผมค่อยๆถดถอยลงจนเหลือศูนย์เปอร์เซ็นต์ ถ้าเขาพูดขนาดนั้นของสิ่งนั้นคงอันตรายมากแน่ๆ ดังนั้นอย่าล้ำเส้นมากเกินไปดีกว่าเดี๋ยวจะเกิดเื่อันตรายขึ้นกับตัวเอง
"หมดธุระแล้ว กลับขึ้นไปซะ"
"ฮะ! บังคับให้ลงมาข้างล่างเพื่อมาถามเื่แค่นี้อะนะ?"
"แล้วจะให้ถามอะไรอีก?"
"ก็...นึกว่าจะรุนแรงกว่านี้ซะอีก แบบจับทรมานร่างกายให้พูดอะไรแบบนี้"
"อยากให้ทำแบบนั้นหรือไง?"
"ไม่"
"แล้วจะพูดทำไม (-*-)"
"ก็ปกติมันต้องเป็แบบนั้นไม่ใช่หรือไง เหมือนในซีรีย์ไง" เมื่อเห็นท่าทางนิ่งๆของเขาสิ่งที่ผมคิดในหัวก็คือซีรีย์แนวมาเฟียที่เมริกะเคยเปิดให้ดูตอนพักกลางวัน ยัยนั่นชอบดูมากจนผมเริ่มเชื่อสุดใจว่าคนท่าทางอันตรายต้องทำแบบนี้ทุกคน จึงรู้สึกแปลกใจที่บรูคไม่ได้ลงไม้ลงมือเหมือนตอนเจอกันครั้งแรกทั้งทีควรจะเป็แบบนั้นแท้ๆ
"เสพสื่อพวกนั้นจนหลอนแล้วหรือไง จะไปหาเื่กับคนที่ไม่เกี่ยวข้องให้มันได้อะไรขึ้นมา คิดสิคิด"
"รู้ได้ไงว่าไม่เกี่ยว?"
"แค่เห็นครั้งแรกก็รู้แล้วว่าไม่ใช่ คนของมันไม่มีคนอ่อนแอแบบนี้หรอก"
"อ๋อ..." ไม่รู้ทำไมผมควรรู้สึกดีใจที่ไม่โดนเพ่งเล็งจากคนอันตรายแต่ตอนนี้กลับรู้สึกหงุดหงิดที่โดนตรอกหน้าด้วยคำว่าอ่อนแอ แค่สู้คนไม่เป็ไม่ไปแปลว่าอ่อนแอสักหน่อย หมอนี่น่าโดนถีบให้หงายหลังชะมัด!
"ออกไปได้แล้ว แล้วก็อย่ามาเหยียบที่นี่อีกถ้ายังรักชีวิตของตัวเอง เ้าพวกนั้นยังโกรธเื่ที่นายะเิบ้านของพวกเขาอยู่"
"เข้าใจแล้ว" ผมตอบรับสั้นๆก่อนจะก้าวขาเดินขึ้นบันไดเพื่อกลับไปยังชั้นบนที่มีแสงสว่างสาดส่องลงมา และแน่นอน้ายังคงมีพนักงานชายทั้งสามคนยืนจ้องเขม็งอย่างกับจะกินเืกินเนื้อกันไม่หยุดหย่อน ผมก็เข้าใจแหละว่าโกรธที่ไปทำบ้านเขาพังไม่เป็ท่าแต่ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ แต่ถึงพูดอะไรไปพวกเขาก็คงไม่ฟังอยู่ดี
"ช่างเถอะ แค่อย่ามาใกล้ที่นี่ก็พอ"
.
.
.