บทที่ 17 อะไรวะเนี่ย พาร์ท 2
เหลือเวลาอีกสักพักก่อนที่จะมีคนมาถึงบริเวณที่โทบี้อยู่จากระยะทางการวางเขตแดนจารึกรูน สิ่งที่เขาทำคือทำความสะอาดสนามรบด้วยการดึงจักรกลออกจากบ่โคลนและใช้รูนเพื่อสลายบ่โคลนโดยการเปลี่ยนคุณสมบัติของพื้นที่ให้กลับมาแข็งโดยการดึงน้ำออก
นอกจากนี้เขาสลักรูนเข้าไปที่จักรกลรบเพื่อเปลี่ยนคุณสมบัติของเกราะบนจักรกลให้ผุพังจากนั้นจึงทำลายจักรกลด้วยการทุบโดยค้อนที่เขาเพิ่งจะใช้สลักรูน
“ต้องซ่อนวิธีที่ฉันจัดการกับจักรกลเหล่านี้”
เพราะไม่เชี่ยวชาญในการจัดการกับผู้คน ทำให้ดีกว่าที่จะซ่อนว่าเขาเอาชนะจักรกลรบได้อย่างไร เขากลัวว่าหากผู้อื่นรู้ว่ามันเป็นวิธีการที่ไม่ได้ใช้ความแข็งแกร่งมากนักและจักรกลเหล่านี้มอบอะไรให้เขา เขาจะถูกตามล่า
หลังจากที่จัดการกับสิ่งต่างๆเสร็จสิ้น โทบี้จึงเดินลงใต้ทันทีเพราะนั่นเป็นทิศทางตรงข้ามกับบางคนที่เดินเข้ามาในเขตแดนของเขา
[โซนผู้ชม]
ทีโซนผู้ชมถูกสร้างขึ้นในเขตกลางเมืองจอภาพหลากหลายปรากฎขึ้นกลางอากาศสำหรับให้ผู้ชมเลือกชม
ผ่านจักรกลขนาดเล็กที่คอยติดตามผู้ทดสอบแต่ละคน ภาพของผู้ทดสอบถูกถ่ายทอดออกมาและผู้ชมสามารถมองหาผู้ทดสอบบางคนเป็นพิเศษ
ในช่วงเริ่มต้นแน่นอนว่าทุกคนเลือกที่จะจับตาไปที่จอของอาเรีย พวกเขาทุกคนต่างอยากรู้อยากเห็นถึงความสามารถที่เคยได้ยินตามข่าวลือว่าเป็นจริงมากน้อยเพียงใด
การปะทะกันในช่วงแรกของอาเรียกับนักเรียนคนอื่นๆ ทำให้พวกเขาไดข้อสรุปว่าอาเรียค่อนข้างประมาท อาศัยกฎของการทดสอบทำให้เด็กชายบางคนสามารถขโมยสมบัติไปจากเธอและหนีไปได้
“เธอยังเด็กเกินไป และขาดประสบการณ์” ผู้ชมบางคนกล่าวขึ้นมา อย่างไรก็ตามมีบางคนค่อนข้างจะไม่เห็นด้วยกับเหตุผลนั้น
“เธอแทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย อีกฝ่ายก็เพียงแค่หนี” นั่นคือสิ่งที่คนไม่เห็นด้วยคิดและค่อนข้างเสียดาย เพราะพวกเขาแทบจะไม่เห็นพลังของเธอ
“เธออาจจะอยากปกปิดความสามารถ” อีกหนึ่งสันนิษฐานปรากฏขึ้น
“เธอดูเหมือนจะเป็นนักล่าคนแรก ในขณะที่คนอื่นเลือกจะเป็นเหยื่อและและทำเพียงหนีเอาชีวิตรอด น่าตลกแค่ไหนกับการทดสอบของนักเรียนที่จะเป็นนักล่าในอนาคต พวกเขายังไม่ตระหนักเลยว่าจะกลายเป็นหินเพื่อสร้างนักล่าที่อันตราย” สโตนกล่าวและนั่นดึงดูดความสนใจของทุกคนทันที
ในบรรดานักเรียนทั้งหมดสโตนนั้นฉลาดที่สุด หากเทียบในเรื่องความหลักแหลมแม้แจ็คก็ยังห่างไกลจากเขามาก ไม่มีใครสงสัยในสิ่งที่เขากล่าว แจ็คขมวดคิ้วและพยักหน้าเห็นด้วย
อาจารย์ของเขาก็กล่าวสิ่งที่คล้ายๆกันนี้ ด้วยการสร้างบททดสอบเช่นนี้ มันจะยกระดับความสามารถของนักล่าที่แท้จริงอย่างมาก ในขณะเดียวกันก็แบ่งแยกชัดเจนระหว่างผู้ที่มีอนาคตและไร้อนาคต แม้บททดสอบถูกจัดขึ้นในรูปแบบเอาชีวิตรอด ทว่านักล่าที่เอาแต่หนีเพื่อชีวิตจะยังเรียกตัวเองว่านักล่าได้หรือไม่
เด็กส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมการเตรียมสอบครั้งนี้หลายคนไม่มีอาจารย์นั่นทำให้นักล่าหลายคนอาจเริ่มมองหาลูกศิษย์จากสิ่งนี้ เรื่องอาเรียนั้นไม่ได้เหนือความคาดหมายของผู้คนเท่าใดนัก ในขณะที่คนอื่นๆที่ทำได้ดีอาจได้รับความสนใจ
“มีหลายคนเริ่มออกล่าเช่นกันและดูเหมือนว่าจะมีบางคนที่เล็งล่าจักรกลรบด้วย” แจ็คกล่าวด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นหนึ่งในผู้ทดสอบคอยเฝ้าสังเกตจักรกลรบบางตัว
“ค่อนข้างน่าสนใจ จักรกลรบพวกนี้เป็นยังไง”สโตนส่งคำถามที่หลายคนสงสัย
“ไม่ง่ายนักที่จะถูกโค่นด้วยความสามารถของนักเรียน เกราะของมันค่อนข้างหนาและค่อนข้างทรงพลังเมื่อโจมตี แต่ก็มีจุดอ่อนที่เห็นได้ชัด ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้นักล่าระดับสูงมากเพื่อจัดการกับมัน”
“แต่นักเรียนก็ไม่ใช่นักล่า แถมพวกเขาส่วนใหญ่ไม่เลือกที่จะเป็นด้วยซ้ำ ในตอนนี้ สี่ในห้ายังเลือกบทเหยื่อ”
“ใช่.. อาจารย์สร้างมันเพื่อแยกนักล่าออกจากนักเรียนทั่วไป” นักเรียนเพียงคนเดียวที่เริ่มกำหนดเป้าหมายเป็นจักรกลรบในปัจจุบันคือโทบี้นั่นเอง นั่นทำให้แจ็คอดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้ม
“โอ้.. ดูเหมือนว่าเธอกำลังเผชิญหน้าเหล่าจักรกลเช่นกัน” ใครบางคนกล่าวขึ้น
แม้ว่า ‘เธอ’ นั้นไม่ได้ระบุว่าเป็นใครแต่เหมือนทุกคนจะเข้าใจว่าเป็นอาเรียและจ้องมองไปที่สถานการณ์ของเธอในปัจจุบัน
หัวกระโหลกที่ดูเหมือนจะเป็นอุปกรณ์เวทมนตร์สักอย่างลอยออกไปเผชิญหน้ากับจักรกลรบ สักพักแสงเล็กราวกับหิ่งห้อยลอยออกมาและหายไปในปากของกระโหลก การเผชิญหน้าจบลง????
ไม่มีใครที่นี่รู้จักจักรกลรบเหล่านี้ดีเท่าแจ็ค นั่นจึงทำให้เขาประหลาดใจมากที่สุดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“อะไรวะนั่น????”
ไม่ใช่เพียงแค่แจ็คเท่านั้นที่ประหลาดใจ ทุกคนเองก็ประหลาดใจมากเช่นกัน แจ็คยังเชื่อว่าแม้อาจารย์ของเขาก็จะยังคงประหลาดใจจากสิ่งนี้อย่างมาก
แจ็คสังเกตเห็นว่ากลไกสุดท้ายของจักรกลรบไม่ได้ทำงานและกรรมการปรากฎตัวออกมาเพื่อแจ้งคะแนนแก่เธอ นั่นพอที่จะทำให้เขาเดาสิ่งที่เธอทำได้คร่าวๆ
กลไกสุดท้ายถูกกระตุ้นด้วยเวทมนตร์เพียงเล็กน้อย และเมื่อจักรกลรบได้รับความเสียหายมากพอหรือใช้เวทมนตร์ขับเคลื่อนจนเกือบหมด กลไกสุดท้ายจะถูกกระตุ้น
หากกลไกสุดท้ายไม่ทำงานนั่นกมายความว่าเธอสร้างปัญหาบางอย่างให้กับจักรกล หรือบางทีลูกไฟที่เห็นอาจเป็นพลังเวททั้งหมดที่ขับเคลื่อนจักรกล
‘ดูเหมือนว่าเธอจะเป็น antimage ของแท้’
แจ็คเริ่มจินตนาการเกี่ยวกับการเผชิญหน้ากับเธอและพบว่าเมื่อมันเกิดขึ้น คงจะลำบากมากสำหรับเขา
เขาต้องการเวลาที่จะเตรียมพร้อมสำหรับอุปกรณ์ของเขาเพื่อต่อต้านเธอ อย่างน้อยที่สุด ในปัจจุบันหากเขาต้องเผชิญหน้ากับเธอเขาจะต้องหนี
“เธอผิดปกติ.. ถ้าจะประเมินระดับของจักรกลคงทำไม่ได้เมื่อมันเผชิญหน้ากับเธอ.. ลองดูที่คนอื่น” แจ็คกล่าว
“น่าจะอย่างนั้น”
สโตนเริ่มมองหาคนอื่นที่ตัดสินใจเผชิญหน้ากับจักรกล ในตอนนี้ผู้คนที่เลือกเผชิญหน้ากับจักรกลมีอยู่ประมาณเกือบสิบคน ทุกคนยังคงตรวจสอบจักรกลเหล่านั้นจากระยะไกล
“ดูเหมือนว่าต้องใช้ทักษะนักล่าเพียงเล็กน้อยในการจัดการกับจักรกลเหล่านี้ แต่ยังคงเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ที่คิดแค่ต้องการเอาชีวิตรอด”
ใช้เวลาสักพักสโตนก็รู้ว่าอะไรคือจุดอ่อนของจักรกลเหล่านี้ แจ็คเพียงพยักหน้ารับเท่านี้นั้น ในปัจจุบัน มีอีกหนึ่งคนที่เริ่มเผชิญหน้ากับจักรกล
|แชลเธียร์ ฟานเดอร่า|
เธอเพียงสังเกตไม่นานและเลือกจะเผชิญหน้ากับจักรกลโดยตรง มันไม่ใช่ว่าเธอไม่สามารถมองเห็นจุดอ่อนของจักรกล เพียงแต่เธอค่อนข้างมั่นใจในพลังของตัวเองมากเพียงเท่านั้น
[ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเขตทดสอบ]
เมื่อแชลเธียร์ถูกส่งลงมาในสนามทดสอบและได้รับเอกสารจากจักรกลแล้ว เธอส่งพลังเวทคุณสมบัติลมไปที่ดาบและตวัดดาบหนึ่งครั้ง
เวทลมถูกส่งกระจายออกไปรอบตัวของเธอทันทีโดยมีเธอเป็นศูนย์กลาง จากนั้นจึงส่งคุณสมบัติธาตุดินไปที่ดาบแล้วปักดาบลงบนพื้น
“สัมผัสพสุธา”
หนึ่งในทักษะตรวจจับของเธอถูกใช้ “สัมผัสพสุธา” เป็นทักษะตรวจจับที่แม่นยำมากในบรรดาสัมผัสพื้นฐานสี่ธาตุ ทว่ามีเงื่อนไขจำเป็นที่ต้องให้เป้าหมายสัมผัสพื้นดินเท่านั้นจึงจะสามารถตรวจพบ
“สัมผัสสายหมอก” เป็นสัมผัสที่จะบ่งบอกตำแหน่งของสิ่งกีดขวางรอบตัวเท่านั้น เป็นเพียงการตรวจจับที่ให้รายละเอียดน้อยที่สุดไม่เหมาะสำหรับตรวจหาศัตรู
แชลเธียร์ที่มีพลังของธาตุทั้งธาตุดินและลมจึงเลือกสัมผัสพสุธาแทนที่จะเลือกสัมผัสสายหมอก และลมที่ถูกส่งไปครั้งแรกนั้นเพียงเพื่อผลักศัตรูให้สัมผัสกับพื้นดินเท่านั้น
เดิมทีพลังธาตุลมของเธอจะไม่สามารถปล่อยออกมาด้านนอกร่างกายได้นอกเหนือจากใบดาบ แต่เพราะดาบเล่มใหม่ซึ่งเป็นดาบที่กระจายพลังเวทมนตร์ได้ดีอย่างมากนั่นทำให้เหตุการณ์ปัจจุบันเกิดขึ้นได้
ดาบเล่มนี้เธอได้จากภารกิจพิชิตดันเจี้ยนแบล็คเคิร์สร่วมกับอาเรีย หลังจากที่เธอศึกษามันเธอพบว่าดาบเล่มนี้มีความสามารถนำเวทมนตร์และกระจายเวทมนตร์ดีอย่างมาก
ความลับอีกอย่างของดาบเล่มนี้คืออักขระเวทมนตร์บนใบดาบซึ่งดูเหมือนว่าหากเธอจ่ายพลังเข้าไปมากพอ ดาบเล่มนี้จะสามารถเปิดใช้พลังบางอย่าง เพียงแต่เธอยังไม่สามารถใช้มันได้เพราะพลังเวทของเธอไม่มากพอ
‘มันเป็นดาบที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักดาบเวทมนตร์’
พริบตานั้นเองที่เธอสัมผัสได้ถึงศัตรูที่ซ่อนอยู่ห่างออกไปเกือบร้อยเมตร เธอกระจายเวทมนตร์ลมรอบตัวและพุ่งไปที่ทิศทางนั้นทันที
เวทมนตร์ลมช่วยเพิ่มความเร็วของเธอทำให้แม้อีกฝ่ายจะเริ่มหลบหนีทันที แต่เธอก็ยังเร็วพอและเข้าใกล้ศัตรูมากขึ้นทุกขณะ
*ปึกก*
ในตอนนั้นเองเหยื่อที่เธอไล่ตามถูกกระแทกด้วยบางอย่างจนกระเด็นออกไปไกลในด้านข้าง
แม้การปะทะจะค่อนข้างรุนแรงแต่เด็กคนนั้นยังลุกขึ้นมาและหนีต่อไปอย่างทุลักทุเล แชลเธียร์ที่สังเกตุเห็นจักรกลรบซึ่งกระแทกเด็กคนนั้นจนปลิวเลือกที่จะหยุดไล่ตามและเลือกที่จะสังเกตุจักรกลรบด้านหน้าแทน