บทที่104
คดีลักพาตัวเด็กสาว
เสียงกรีดร้องดังขึ้นมากังวานดังกึกก้องไปทั่วทั้งพื้นถนนที่เงียบงันเด็กหญิงผู้นั้นที่วิ่งหนีบางอย่างที่กำลังไล่ตามตนเองอยู่นางทำการส่งเสียงกรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง
เสียงกรีดร้องอย่างสุดเสียงที่ดังก้องกังวานขึ้นมามันทำให้ทั่วทั้งถนนแห่งนี้ไม่ได้เงียบงันเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้วแต่มองดูแล้วมันน่าแปลกแม้ว่านาจะทำการส่งเสียงกรีดร้องอย่างสุดเสียงเช่นนั้นแต่กลับไม่มีผู้ใดที่ออกมาจากบ้านเรือนที่อยู่ภายในบริเวณนี้เลย
ทั้งที่บริเวณถนนเส้นนี้มันเองก็มีบ้านเรือนที่ตั้งอยู่บริเวณรอบๆสองข้างทางแต่กลับไม่มีผู้ใดที่ก้าวทางออกมาเลยแม้แต่น้อยแม้จะได้ยินเสียงร้องของเด็กหญิงผู้นี้
บริเวณด้านหลังของนางเมื่อนางหันไปมองปรากฏพบเห็นร่างเงาสูงใหญ่โดยร่างเงาสูงใหญ่ที่มันปรากฏอยู่บริเวณด้านหลังของนางในยามนี้ไม่ได้ปรากฏรูปลักษณ์ที่แน่ชัด
มันเป็นเพราะว่าคนที่ปรากฏอยู่ด้านหลังของนางสวมใส่เสื้อคลุมสีดำสนิทปกปิดทั่วทั้งร่างกายไม่เผยส่วนใดเห็นเลยแม้แต่น้อย
แต่ว่าเมื่อมองดูร่างกายที่ใหญ่โตของคนผู้นั้นมองดูจากสัดส่วนของร่างกายก็พอจะคาดเดาได้ว่าเป็นบุรุษอย่างแน่นอนเพราะว่าคนพวกนั้นมีร่างกายที่กำยำใหญ่โตแตกต่างจากสตรี
แม้ว่าจะอยู่ภายใต้ผ้าคลุมสีดำที่ปกปิดร่างกายของตนเองเอาไว้ทั่วทั้งร่างกายแต่ว่าอย่างไรเสียก็ไม่สามารถปกปิดเพศของตนเองได้
ไม่ว่าผู้ใดก็มองออกทั้งสิ้นว่าคนผู้นี้เป็นบุรุษแต่วันนั้นมันจะสำคัญใดเล่ายามนี้มันมาปรากฏกายอยู่ด้านหลังของนางเด็ดพรุ่งนี้ส่งเสียงกรีดร้องอย่างสุดเสียงไม่มีผู้ใดได้ยินเลยแม้แต่น้อย
ร่างของนางที่นั่งอยู่ที่พื้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวพยายามขยับร่างกายของตนเองถอยหลังมาเรื่อยๆเพื่อหนีออกจากจุดนั้น
แต่ว่าร่างกายใหญ่โตของคนผู้นั้นก็ก้าวเท้าเข้ามาหานางเรื่อยๆพร้อมกับยื่นมือของตนเองเข้ามาหวังจะคว้าจับร่างของเด็กหญิงผู้นั้นไป
ในขณะที่เด็กหญิงผู้นั้นกำลังเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่มองเห็นมือขนาดใหญ่นั้นกำลังยื่นเข้ามาคว้าจากตนเอง
เสียงการเคลื่อนไหวพุ่งผ่านสายลมร่างของคนผู้หนึ่งปรากฏขึ้นด้านบนท้องนภามันทำให้ทั้งบุรุษผู้นั้นที่ปกปิดตนเองอยู่และก็เด็กหญิงที่กำลังนั่งอยู่ที่พื้นด้วยความหวาดกลัวแหงนใบหน้าของตนเองขึ้นไปมองอย่างรวดเร็ว
เมื่อยแขนใบหน้าของตัวเองขึ้นไปมองบริเวณด้านบนพวกเขาก็มองเห็นอย่างชัดเจนว่าในตอนนี้บริเวณด้านบนปรากฏล่างของสตรีผู้หนึ่งที่สวมใส่อาภรณ์สีแดงสด
ร่างของนางปรากฏกายขึ้นท่ามกลางบนท้องนภาจันทรากระจ่างส่องแสงสีเงินผ่านด้านหลังของนางลงมาด้านล่างปรากฏเห็นเรือนร่างที่ชัดเจนมากขึ้น
ภาพที่มันปรากฏในยามนี้ผู้ที่แหงนมองขึ้นไปด้านบนจะกล่าวว่าเป็นเทพธิดามาจุติบนโลกมนุษย์ก็ไม่ปาน
คนผู้นั้นคือแม่ทัพใหญ่แห่งเมืองหลวงใบหน้าที่ขาวผ่องแต่เย็นชาของนางมีเอกลักษณ์อย่างชัดเจน
เพียงแค่บุรุษที่อยู่ด้านล่างที่เป็นชายร่างกายใหญ่โตที่หวังจะจับตัวเด็กหญิงผู้นั้นไปมองเห็นมันก็ตื่นตัวอย่างรวดเร็วเพราะจำได้ในทันทีว่าคนพวกนี้เป็นผู้ใด
ไป๋เฟิ่งลอยอยู่ท่ามกลางท้องนภานางใช้มือของตนเองคว้าจับด้ามกระบี่ที่อยู่ภายในมืออีกข้างนึงก่อนที่จะดึงกระบี่ของนางออกมา
กระบี่ลือนามที่อยู่ภายในมือถูกดึงออกมาจากฝักกระบี่มันเผลอเห็นรูปลักษณ์ของกระบี่ที่งดงามเป็นอย่างมาก
ดวงตาหงส์คู่นั้นปรากฏฉายแววความจริงจังก่อนที่นางจะใช้วิชาตัวเบาพุ่งทะยานลงมาด้านล่างอย่างรวดเร็วนางไม่รีรอและก็ไม่ทำการเอ่ยถามเกี่ยวกับเรื่องราวความเป็นมาใช้กระบี่ของตนเองชี้ตรงเข้าไปที่คนผู้นั้นอย่างรวดเร็ว
กระบี่ของนางพุ่งตรงเข้าไปหาร่างของบุรุษผู้นั้นที่ยืนอยู่เบื้องล่างกระบี่เล่มนี้ไม่ใช่กระบี่ธรรมดาตอนนี้มันถูกรวบรวมลมปราณเอาไว้เป็นจำนวนมากยามที่พุ่งทะยานไปรุนแรงกว่าลูกธนูหลาย
เมื่อมันพุ่งตรงเข้าไปหาร่างของผู้ที่อยู่ด้านล่างในตอนนี้ชายที่มันอยู่บริเวณด้านล่างทำการยกมือของตนเองขึ้นมารวบรวมลมปราณเอาไว้จำนวนนึง
และก็ใช้มือที่รวบรวมปราณเอาไว้ส่วนหนึ่งของตนเองปะทะกับกระบี่ของนางที่ปกคลุมไปด้วยลมปราณกัน
เมื่อพวกมันทั้งสองปะทะเข้าหากันร่างของบุรุษผู้นั้นที่สวมใส่อาภรณ์สีดำสนิทกระเด็นไปหลายเมตรแต่ไป๋เฟิ่งนางหมุนตัวอยู่ในตรงจุดเดิมก่อนที่เท้าทั้งสองข้างจะลงมาสัมผัสกับพื้น
หลังจากที่ได้ลองประมือกันหนึ่งกระบวนท่ามันทำให้นางสามารถประเมินพลังของอีกฝ่ายได้“ ยอดฝีมือขั้นที่สอง!! ”
คนผู้นี้แม้ว่าจะมีลมปราณภายในร่างกายไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากับนางแต่ว่าการที่สามารถต้านทานการโจมตีจากกระบี่ของนางได้โดยที่ร่างกายเพียงแค่ประเด็นหอยไปเช่นนั้นก็เป็นข้อพิสูจน์แล้วว่ามันเป็นยอดฝีมือที่มีระดับพลังภายในร่างกายที่ไม่ธรรมดา
ดวงตาของนางมองตรงไปที่บุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีดำผู้นั้นก่อนที่ชายที่มีร่างกายใหญ่โตผู้นั้นมันจะหันไปมองทางด้านข้างซ้ายและขวามองหาหนทางหนีและกระโดดขึ้นไปบนหลังคาอย่างรวดเร็วหวังจะหนีออกจากจุดนี้
ไป๋เฟิ่งมองเห็นว่ามันกำลังจะออกไปจากจุดนี้นั่งขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากันก่อนที่จะใช้วิชาตัวเบาของตนเองพุ่งทะยานขึ้นไปบนหลังคาอย่างรวดเร็ว
เท้าทั้งสองข้างสัมผัสลงที่หลังคากระเบื้องก่อนที่จะพุ่งทะยานและเคลื่อนไหวตามร่างของบุรุษผู้นั้นที่พยายามหนีนาง
ไป๋เฟิ่งไล่ตามมันอย่างเต็มกำลังร่างกายของนางเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วแต่หลังจากที่เคลื่อนที่ตามมันไปเพียงแค่เล็กน้อยคนผู้นั้นก็ได้หยุดลงมันหันกลับมาแล้วใช้ฝ่ามือซัดตรงเข้ามาที่นางหนึ่งฝ่ามือ
ไป๋เฟิ่งมองเห็นการโจมตีตอบโต้กับของมันที่พุ่งทะยานเข้ามาหาตนเองนางยกกระบี่ภายในมือของตนขึ้นมาในแนวขวางป้องกันหนึ่งฝ่ามือนั้น
ฝ่ามือนั้นอัดกระแทกเข้าที่กระบี่ของนางมันผลักดันโดยใช้ลมปราณอัดกระแทกเข้าที่ร่างของนางทำให้นางกระเด็นออกมาจากจุดนั้นประมาณ
ร่างของนางกระเด็นถอยมาประมาณสามถึงสี่ก้าวก่อนที่จะใช้เท้าของตนเองตั้งหลักได้อีกครั้ง
แต่ในขณะที่กำลังปะทะกับผู้ที่อยู่ด้านหน้าอยู่นั้นอยู่ๆเสียงดังแว่วมาจากด้านหลังเป็นเสียงของเด็กน้อยคนเดิม “ ช่วยด้วย!!! ”
เสียงนั้นดังมาจากบริเวณด้านหลังทำให้นางต้องหันใบหน้าของตนเองหันไปมองสิ่งที่มันปรากฏขึ้นบริเวณด้านหลังในตอนนี้อย่างรวดเร็ว
และเมื่อทำการหันใบหน้าของตนเองไปมองมองเห็นว่าตอนนี้เด็กหญิงผู้นั้นที่กำลังอยู่ด้านหลังของนางที่นานละทิ้งมานางโดนคนอีกผู้หนึ่งที่สวมใส่ชุดสีดำเช่นเดียวกันอุ้มขึ้นหลังไปเรียบร้อยแล้ว
ไป๋เฟิ่งไม่คิดว่ามันจะมีพรรคพวกถึงสองคนนางหันกลับไปสนใจกับคนผู้นั้นที่จะลักพาตัวเด็กน้อยผู้นั้นไปนางพยายามจะใช้วิชาตัวเบาของตนเองพรุ่งทะยานเข้าไปช่วยเด็กน้อยผู้นั้น
แต่ทันทีที่จะก้าวเท้าและก็พุ่งทะยานออกไปก็โดนขัดขวางเอาไว้ด้วยคนที่อยู่บริเวณด้านหลัง
บุรุษร่างกายใหญ่โตผู้นั้นพุ่งทะยานเข้ามาหานางพร้อมกับปล่อยฝ่ามืออีกหนึ่งฝ่ามือเข้ามามันทำให้นางที่จะพุ่งไปช่วยเด็กน้อยผู้นั้นไม่สามารถทำได้ต้องหันกลับมารับฝ่ามือของมันเอาไว้
นางสามารถต้านทานฝ่ามือนั้นเอาไว้ได้แต่เมื่อหันกลับไปมองด้านหลังก็มองเห็นว่าชายผู้นั้นที่อุ้มเด็กน้อยนั้นขึ้นหลังมันกระโดดขึ้นไปบนหลังคาและกำลังจะหนีไปอีกทิศทางหนึ่งแล้ว
เมื่อมองเห็นสถานการณ์เช่นนี้ใบหน้าที่เรียบเฉยเย็นชาของนางมันเองก็ไม่สามารถเรียกเฉยเย็นชาได้เช่นเดิมนางแสดงใบหน้าที่ไม่พึงพอใจออกมาเล็กน้อย
นางไม่สามารถตามคนผู้นั้นไปได้เพราะว่ามีผู้ที่อยู่ด้านหน้าคอยขัดขวางนั่งอยู่ตลอดเวลา
ในขณะนั้นเองในขณะที่บุรุษผู้นั้นที่อุ้มร่างของเด็กหญิงผู้นั้นขึ้นบนหลังกำลังจะหนีไปอีกทางนึง
มีผู้ใดจะคิดเราร่างของมันต้องหยุดชะงักลงชั่วขณะในขณะที่กำลังจะวิ่งหนีไปเพราะว่าในตอนนี้บริเวณด้านหน้าของมันปรากฏร่างเงาของคนพูดนึงที่โดยการลงมาจากด้านบนท้องนภา
ร่างของบุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีครามเด่นเป็นสง่ายามราตรีภายในมือถือกล่องไม้ที่มีรูปลักษณะทรงยาวขนาดใหญ่เอาไว้หนึ่งกล่อง
ลู่หยางปรากฏกายออกมาจากที่ใดก็ไม่รู้มากกว่าหน้าคนผู้นั้นที่กำลังจะรับพาตัวเด็กหญิงผู้นี้เอาไว้
เมื่อเขามาทำการขวางหน้ามันเอาไว้มันก็ทำให้บุรุษผู้นั้นต้องหยุดชะงักมันทำตัวไม่ถูกมองเห็นบุรุษที่อยู่ด้านหน้าปรากฏกายออกมา
แต่ลู่หยางเองแล้วว่าจะเพิ่งเดินทางมาถึงแต่ดูเหมือนว่าเขานั้นจะรู้สถานการณ์ทุกอย่างเป็นอย่างดีเขาไม่รีรอและไม่พูดจาอันใดยกกล่องกระบี่ของตนเองขึ้นมากระแทกมันลงไปที่หลังคาทำให้กระเบื้องบริเวณรอบๆลอยตัวสูงขึ้นด้วยลมปราณอันแข็งแกร่ง
จากนั้นกลไกภายในกล่องกระบี่ทำงานมีกระบี่หนึ่งเล่มพุ่งทะยานออกมาจากภายในนั้นโดยกระบี่เล่มนั้นก็พุ่งทะยานไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วพุ่งทะยานเข้าไปหาร่างของชายผู้นั้น
ชายผู้นั้นที่กำลังแบกร่างของเด็กหญิงผู้นั้นอยู่มองเห็นว่ากระบี่นั้นพุ่งทะยานเข้ามาหาตนเองมันใช้วิธีที่ต่ำช้าโดยการยกร่างของเด็กหญิงที่อยู่บริเวณด้านหลังของมันมาเอาไว้ด้านหน้าเพื่อใช้รับการโจมตี
ลู่หยางมองเห็นว่ามันใช้ร่างของคนที่มันจับอยู่มาเป็นโล่กำบังเขาบังคับทิศทางของกระบี่เขาให้พุ่งตรงเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นบุรุษที่อยู่เบื้องหน้าเมื่อมันป้องกันการโจมตีได้สำเร็จก็ยกยิ้มขึ้นมาที่มุมปากที่ถูกปกปิดเอาไว้ด้วยผ้าสีดำแล้วกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงคล้ายคลึงสะใจ“ อ่อนหัดยิ่งนัก… ”
ลู่หยางเขาได้ยินอย่างชัดเจนว่าคนผู้นั้นมันกล่าวถึงเขาเขาถึงกลับขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากันแล้วก็กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว“ ว่าอย่างไรนะ… ”
จบบท