บทที่ 16 ลูกจะคิดถึงท่านพ่อเ้าค่ะ... (รีไรต์)
ผู้เฒ่าทังและภรรยาถูกสายฟ้าฟาดจนสติเลอะเลือน ทว่ายังพอมีลมหายใจอยู่ ดวงตายังคงกลอกกลิ้งไปมาได้บ้าง แต่นับว่าชีวิตคงหายไปแล้วกึ่งหนึ่ง ต่อให้ถูกฟ้าผ่าจนตายตกไปในยามนี้ ก็หาไม่มีผู้ใดนึกแปลกใจ
เพราะนั่นคือผลกรรมที่สมควรได้รับแล้ว!
เมื่อหัวหน้าหมู่บ้านออกคำสั่ง เหล่าสะใภ้และหลานชายตระกูลทังจึงรีบเข้าไปประคองสองเฒ่ากลับบ้านด้วยความลนลาน
ช่างน่าหวาดหวั่นยิ่งนัก หากพวกเขาไม่ได้ยืนห่างออกมาเพียงไม่กี่ก้าว มีหรือจะรอดพ้นจากรัศมีของสายฟ้านั้นมาได้!
ยามนี้ทุกคนต่างขวัญเสียและอกสั่นขวัญแขวนหาย
เมื่อคนตระกูลทังจากไปแล้ว ชาวบ้านต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์กันขนานใหญ่ ล้วนแต่กล่าวว่าบ้านทังทำเื่ไร้คุณธรรมไว้มาก จึงต้องมาเผชิญกับทัณฑ์์เช่นนี้
แม่หมอหลิวอาศัยจังหวะนี้กล่าวเสริมบารมีตนเอง "เห็นหรือไม่ว่าเบื้องบนนั้นมีตา ใครกระทำสิ่งใดไว้์ย่อมเฝ้ามองอยู่เสมอ! จงอย่าได้ทำเื่ผิดต่อมโนธรรมเป็อันขาด!"
นางร่ายยาวเยี่ยงผู้ทรงศีล
หวังเทียนโกวผู้มักจะเงียบขรึมอยู่เป็นิจพลันเอ่ยขึ้น "เสี่ยวหยวนเป่า เ้าคือพระโพธิสัตว์กลับชาติมาเกิดจริง ๆ ใช่ไหม เ้าจึงช่วยชีวิตข้าให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้"
ผู้คนรอบข้างพลันเงียบกริบ ต่างพากันเงี่ยหูรอฟังคำตอบ
เ้าก้อนแป้งน้อยที่กำลังพยายามดึงเปลือกตาตนเองไว้เอ่ยเสียงง่วงงุน "ไม่ใช่เช่นนั้นเ้าค่ะ ท่านพ่อบอกข้าว่า ข้ายังขาดคุณสมบัติอีกมากนัก ต้องพากเพียรศึกษาและหมั่นกระทำความดีเสียก่อน วันหน้าจึงจะมีโอกาสบรรลุถึงขั้นพระโพธิสัตว์ได้..."
ทุกคนต่างพากันหัวเราะด้วยความเอ็นดู
เหตุใดคำพูดไร้สาระของเด็กน้อยผู้นี้จึงได้น่ารักน่าใคร่ถึงเพียงนี้
ช่างน่าเอ็นดูเสียจริง!
"เสี่ยวหยวนเป่า แล้วเ้าจะดึงเปลือกตาตนเองไว้ทำไมกันเล่า"
เ้าก้อนแป้งน้อยยามนี้ฝืนทนต่อไปหาได้ไม่แล้ว "ข้า...ข้าอยากนอนแล้วเ้าค่ะ..."
ตอนนี้คนชั่วหนีหายไปหมดแล้ว
ถึงเวลาพักผ่อนเสียที
กล่าวจบ ศีรษะเล็ก ๆ ก็เอนซบลงบนอกของไฉ่ซื่อ แล้วผล็อยหลับไปในชั่วพริบตา
ชาวบ้านหมู่บ้านตระกูลทังต่างอิ่มเอมกับการชมเื่ราวที่เกิดขึ้น ส่วนผู้ที่เคยระแวงในความผิดปกติของเสี่ยวหยวนเป่า ต่างก็พากันคลายความกังวลใจลงสิ้น
ตระกูลหวังช่วยกันขนเสบียงเข้าไปเก็บไว้ในกระท่อมหญ้าของพวกนาง
แม่เฒ่าหลี่บอกให้ซานเป่าตามนางกลับบ้านไป เพื่อไปจูงสุนัขดำตัวใหญ่มาเฝ้าบ้านให้ นางให้เสี่ยวหยวนเป่ายืมเลี้ยงไว้สักสองสามวัน เพื่อคอยอารักขาเสบียง ป้องกันผู้ที่คิดจะลอบมาขโมย
ส่วนแม่หมอหลิวก็รีบกลับบ้านไปเตรียมเสบียง แผ่นยันต์ และชาดแดง เพื่อรอหาฤกษ์งามยามดีมาเชิญเ้าก้อนแป้งน้อยไปช่วยเขียนยันต์ที่บ้านตน
เมื่อหัวหน้าหมู่บ้านและชาวบ้านแยกย้ายกันไปหมดแล้ว เหลือเพียงไฉ่ซื่อ ต้าเป่า และเอ้อร์เป่า ที่ยังคงจ้องมองกองเสบียงที่สุมกันจนเต็มห้องด้วยความรู้สึกที่ยังไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง
……
"เสี่ยวหยวนเป่า! นึกไม่ถึงว่าเ้าจะสามารถใช้อาคมเรียกสายฟ้าได้ ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ไม่เสียแรงข้าที่พร่ำสอนเ้ามา"
ในยามที่เสี่ยวหยวนเป่ากำลังหลับสนิท เสียงอันทรงอำนาจที่คุ้นเคยพลันดังขึ้นในห้วงจิต
"ท่านพ่อ!"
นางลืมตาขึ้นด้วยความดีใจ ความรู้สึกประหนึ่งนางได้กลับไปยังปรโลก กลับสู่ตำหนักของนางอีกครั้ง ท่านพ่อพญายมกำลังนั่งอยู่ที่ข้างเตียง จ้องมองนางด้วยสายตาเปี่ยมด้วยความเมตตา
"อืม ิญญาของเ้าหลุดออกจากร่างมา ข้ารู้แล้ว นี่คือวิบากกรรมตามลิขิต เ้าต้องใช้ชีวิตในร่างของเสี่ยวหยวนเป่าให้จบสิ้นอายุขัยเสียก่อน เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ข้าจึงจะรับเ้ากลับมา ทว่ายามอยู่โลกมนุษย์ เ้าจงอย่าได้ทิ้งการเรียน และหมั่นสั่งสมบุญกุศลไว้ให้มาก!"
เสี่ยวหยวนเป่ารู้สึกยินดียิ่งนัก นางเคยกังวลว่าหากท่านพ่อล่วงรู้ จะถูกลากตัวกลับไปในทันที นับว่าโชคดีที่ยังได้รับอนุญาตให้อยู่ที่นี่ต่อ
นางพยักหน้ารับคำรัว ๆ "ลูกจะกระทำตามคำสอนเ้าค่ะ ท่านพ่อโปรดวางใจ"
พญายมผู้สง่างามและเ็าเอ่ยต่อ "อาคมเรียกสายฟ้าของเ้าในวันนี้ ได้ปลิดชีพผีขาดมโนธรรมไปถึงสองตน ถือว่ากระทำได้ดียิ่ง ช่วยแบ่งเบาภาระของเหล่าขุนพลผีไปได้ไม่น้อย ผีชนิดนี้คือิญญาชั่วร้ายที่หลบหนีจากปรโลก ยามที่ร่างจริงของเ้าไม่ได้อยู่ที่นี่จึงย่อมมีข้อจำกัดอยู่มาก ข้าจะมอบน้ำเต้าให้เ้าไว้ใบหนึ่ง วันหน้าหากพบเจอิญญาชั่วร้ายเช่นนี้อีก เ้าจงใช้น้ำเต้านี้เก็บกวาดพวกมันเสีย ทุกิญญาที่เ้าจัดการ ข้าจะนับเป็แต้มบุญกุศลให้ตามระดับความชั่วร้าย..."
ดวงตาของเสี่ยวหยวนเป่าเป็ประกาย "เ้าค่ะท่านพ่อ! ลูกยินดีรับภารกิจนี้!"
นี่คืองานของขุนพลผี การนำดวงิญญาที่ดีไปสู่สุคติและปราบปรามดวงิญญาที่ชั่วร้าย
เสี่ยวหยวนเป่านับว่าได้รับตำแหน่งขุนพลผีตัวน้อยเป็การชั่วคราวแล้ว
อาคมเรียกสายฟ้าในวันนี้นั้นต้องอาศัยทั้งฟ้า ดิน และคน เมื่อคนเ่าั้สาบาน นางจึงสามารถใช้พลังนั้นได้
ทว่าในยามปกติ นางยากที่จะเรียกสายฟ้าลงมาได้ง่าย ๆ อีกทั้งการใช้อาคมนี้ยังเผาผลาญพลังจิติญญาอย่างมหาศาล จนทำให้นางต้องหลับใหลไป ซึ่งนับว่าเสี่ยงต่ออันตรายไม่น้อย
หากมีน้ำเต้าที่ท่านพ่อมอบให้ เื่ยุ่งยากเหล่านี้ย่อมหมดไป
หึหึ
ไม่ต้องเหนื่อยแรงถึงเพียงนั้นอีกแล้ว
"อืม เสี่ยวหยวนเป่า ข้าขอให้เ้าผ่านพ้นวิบากกรรมนี้ได้สำเร็จ และกลับคืนสู่ปรโลกโดยเร็ววัน"
"ลูกจะคิดถึงท่านพ่อเ้าค่ะ..."
"ไปเถิด"
เสี่ยวหยวนเป่ารู้สึกราวกับร่างล่องลอยเคว้งคว้างไปมา...
ทันใดนั้น ท้องของนางก็ส่งเสียงร้องโครกคราก
หิวเหลือเกิน!
อยากกินอะไรบางอย่างจัง!
ดูเหมือนจะได้กลิ่นหอมของอาหารลอยมา...
เสี่ยวหยวนเป่าลืมตาตื่นขึ้นเพราะความหิว
นางยังคงนอนอยู่บนเตียงฟางที่ปูด้วยหญ้าแห้ง
เอ๊ะ
เมื่อครู่นี้ข้าเพียงแค่ฝันไปหรือ
นางก้มมองดูมือน้อย ๆ พลันพบว่าในอุ้งมือกำน้ำเต้าใบเล็กไว้ใบหนึ่ง บนน้ำเต้าสลักคำว่า 'เหยียน' *[1]
เป็ของที่ท่านพ่อมอบให้จริง ๆ ด้วย!
ท่านพ่อคงจะเข้ามาในความฝันเพื่อมอบสิ่งนี้ให้แก่นาง ทว่านางจะเก็บน้ำเต้านี้ไว้ที่ใดไม่ให้สูญหายดี
ควรจะหาเชือกเส้นเล็ก ๆ มาคล้องไว้ที่คอดีหรือไม่ แต่น้ำเต้านี้มีสีดำทะมึน ทั้งยังเย็นเฉียบ คล้องไว้คงไม่สวยงาม และคงไม่สบายตัวนัก
ในขณะที่เสี่ยวหยวนเป่ากำลังกังวลใจว่าจะเก็บน้ำเต้าไว้ที่ใด น้ำเต้าใบนั้นพลันค่อย ๆ เลือนหายไป กลายเป็ภาพโปร่งแสงประทับลงบนฝ่ามือน้อย ๆ เมื่อแบมือนางออกมา ก็จะเห็นเป็รอยประทับรูปน้ำเต้าจาง ๆ
เสี่ยวหยวนเป่ายิ้มกว้างด้วยความดีใจ
เช่นนี้ก็นับว่าดียิ่งนัก
โครกคราก...
ขณะนี้ท้องของนางประท้วงอย่างหนัก
นางหาได้อยากนอนต่อไม่ จึงขยับขาสั้น ๆ ลงจากเตียงเพื่อไปหาของกิน
"ท่านแม่ ข้าหิวแล้วเ้าค่ะ!"
"รีบมากินข้าวเร็วเข้า"
ไฉ่ซื่อเตรียมอาหารไว้ให้นางนานแล้ว โดยอุ่นไว้ในเตาให้ร้อนอยู่เสมอ โจ๊กข้าวฟ่างหนึ่งชาม หมั่นโถวแป้งขาวสองลูก และผัดไข่ใส่ใบกุ้ยช่ายชามเล็ก ๆ อาหารที่ดูเรียบง่ายนี้ ถือว่าเป็อาหารชั้นเลิศที่สุดเท่าที่บ้านนี้เคยมีมา
ไข่ไก่นั้นแม่เฒ่าหลี่เป็ผู้นำมาให้ พี่ชายคนอื่น ๆ ต่างไม่ได้แตะต้อง เพราะจงใจเก็บไว้ให้เสี่ยวหยวนเป่าเพียงผู้เดียว
เ้าตัวน้อยไม่ได้เป็เด็กเลือกกิน นางกินอย่างเอร็ดอร่อยจนเกลี้ยงชาม เมื่ออิ่มหนำแล้ว เสี่ยวหยวนเป่าก็ลูบท้องที่กลมป่องพลางบิดี้เีด้วยความสำราญใจ
ต้าเป่า เอ้อร์เป่า และซานเป่า ต่างพากันจ้องมองกองเสบียงที่เต็มห้องพลางเอ่ยอย่างตื้นตัน
"ท่านแม่ ข้าวปลามากมายถึงเพียงนี้ พวกเราจะกินหมดตอนไหนกัน!"
"นับจากนี้ พวกเราจงทานอาหารวันละสามมื้อเถิด! หากคืนใดหิวก็สามารถนึ่งหมั่นโถวแป้งหยาบมากินได้" เพียงแค่คิดก็น้ำลายสอแล้ว
เสี่ยวหยวนเป่าหัวเราะร่วน "วันหน้าครอบครัวเราจะมีเสบียงมากกว่านี้อีกเ้าค่ะ ท่านแม่กินให้ร่างกายสมบูรณ์ ส่วนพี่ชายทั้งหลายก็จงกินให้ร่างกายสูงใหญ่!"
ไฉ่ซื่อโอบกอดเสี่ยวหยวนเป่าไว้ด้วยความยินดี "ดี ๆ ๆ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็เพราะวาสนาของเสี่ยวหยวนเป่าแท้ ๆ ที่ทำให้พวกเราได้มีชีวิตที่ดีเช่นนี้"
หลังจากชื่นชมยินดีกันครู่หนึ่ง
เอ้อร์เป่าผู้มีความคิดรอบคอบกว่าใครก็เอ่ยขึ้น "เสบียงมากมายเพียงนี้เก็บไว้ในบ้านเห็นทีจะไม่ปลอดภัย พวกเราควรนำไปฝากไว้ที่ร้านข้าวในเมือง ในแต่ละเดือน้าเท่าใดค่อยไปรับมาจะดีที่สุด"
ต้าเป่าเสริม "แล้วแบ่งบางส่วนไปแลกเป็เงินไว้บ้างฤดูใบไม้ผลิมาถึง จะได้ซื้อลูกไก่มาเลี้ยง เมื่อเติบโตขึ้นจะได้มีไข่ให้น้องสาวกินทุกวัน เพื่อให้นางมีร่างกายที่แข็งแรง..."
ไฉ่ซื่อพยักหน้าเห็นชอบกับสิ่งที่บุตรชายทั้งสองกล่าว
เสี่ยวหยวนเป่ากะพริบตาปริบ ๆ "พี่ใหญ่ เงินคือสิ่งใดกันรึเ้าคะ"
"เงินรึ มันคือสิ่งที่ใช้สำหรับแลกเปลี่ยนซื้อขาย หากเ้าปรารถนาสิ่งใดก็สามารถใช้เงินซื้อหามาได้ เงินที่มีค่าน้อยที่สุดคืออีแปะ ถัดมาคือเศษเงิน และเครื่องเงินที่เป็แท่ง เงินหนึ่งตำลึงมีค่าเท่ากับหนึ่งพันอีแปะ..." ต้าเป่าอธิบายให้น้องสาวฟังด้วยความใจเย็น ทั้งยังเปรียบเทียบขนาดและรูปร่างให้เห็นภาพชัดเจน
[1] 阎 เหยียน คือ พญายม หรือ พญายมราช