ใกล้จะถึงวันจริงของการฝึกนอกสถานที่แล้ว
ริโอะเลือกเรียนวิชา『ทฤษฎีเวทมนตร์』ซึ่งสอนโดยอาจารย์สาวคนสนิทของเขาเอง
ผู้ที่ลงเรียนวิชานี้ได้มีทั้งเด็กนักเรียนชั้น ป.5 และ ป.6
เนื้อหาที่เรียนค่อนข้างยากและส่วนมากไม่สามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้
แต่ที่มีนักเรียนลงเรียนกันเยอะเป็เพราะเซเรียเป็คนสอน
ตอนนี้เซเรียเป็สาวเต็มตัว เธออายุได้ 17 ปีแต่กลับมีรูปร่างหน้าตาเยาว์วัยไม่ต่างจากเด็กชั้นม.ต้น
หน้าตาของอาจารย์สาวยังน่ารักลงตัวไปหมดทุกส่วนแถมยังเป็คนคุยง่ายไม่ถือตัว
เซเรียจึงเป็อาจารย์ที่ได้รับความนิยมในหมู่นักเรียนเป็อย่างมาก
นักเรียนส่วนใหญ่ก็เป็นักเรียนชายตามคาด
ที่แห่กันมาลงเรียนวิชานี้ไม่ใช่เพราะอยากเรียนอะไรหรอกจะมาส่องอาจารย์คนสวยกันต่างหาก
นักเรียนในคลาสนี้มีประมาณ 40 คน
ในบรรดานักเรียนหญิงเพียงไม่กี่คนนั้นมีคริสติน่า โรอาน่าและฟลอร่ารวมอยู่ด้วย
“เวทมนตร์คืออะไร? ช่วยตอบให้เพื่อนๆ ฟังหน่อยได้ไหมเพคะองค์หญิงคริสติน่า?”
“เวทมนตร์คือเทคนิคต่างๆที่เกิดขึ้นจากการผสมผสานระหว่างพลังวิเศษและคาถาค่ะ”
คริสติน่าตอบตามสิ่งที่แล่นเข้ามาในหัวทันที
“เก่งมากเพคะ! เราได้คำตอบที่สุดยอดั้แ่ถามคนแรกเลยสมกับเป็องค์หญิงของประเทศเราจริงๆ เพคะ”
“ขอบคุณค่ะ”
คริสติน่าตอบรับอย่างไร้อารมณ์
“จริงๆ แล้ว นิยามของเวทมนตร์นั้นขึ้นอยู่กับแต่ละคนจะมองจ้ะแต่ที่องค์หญิงตอบมาคือคำนิยามในความหมายกว้างที่สุด ส่วนขั้นตอนการใช้เวทมนตร์ล่ะ? นักเรียนคิดว่าเราจะเริ่มใช้เวทมนตร์ได้ยังไงจ๊ะ?ตอบให้ฟังหน่อยได้ไหมสเตรียดคุง?”
เมื่อถูกเรียก สเตรียดก็ลุกขึ้นยืนตอบด้วยสีหน้ามั่นใจเต็มร้อย
“เวทมนตร์เกิดขึ้นจากการนำพลังเวทบรรจุลงในคาถาครับ”
“เกือบถูกแล้วจ้ะ คะแนนจาก 100 คงได้ประมาณ 80 ...ขาดอะไรไปเอ่ย?”
“...ไม่ทราบครับ”
สเตรียดพูดไม่ออก ได้แต่ทำหน้าเจ็บใจ
“ถ้างั้น ริโอะล่ะจ๊ะ?”
“ถ้าไม่ใช้คาถาคุมพลังเวท เราต้องควบคุมพลังเวทด้วยตัวเองครับหากควบคุมพลังไม่ได้เวทมนตร์ก็จะสลายไปในที่สุด”
“100 คะแนนเต็มจ้ะ!”
เซเรียเห็นริโอะตอบได้อย่างลื่นไหลก็ยิ้มอย่างพึงใจ
ใกล้กับนักเรียนคนเก่ง มีสเตรียดทำท่าฮึดฮัดอย่างหัวเสียอยู่
“แล้วคาถาล่ะจ๊ะ คืออะไร? คุณโรอาน่า”
“คาถาคือการร่ายเวทบังคับให้สถานการณ์เป็ไปตามที่เรา้าค่ะ”
“ดีมากจ้ะ ไม่ผิดหวังจริงๆ”
“เป็เกียรติอย่างยิ่งค่ะ”
โรอาน่ายิ้มอย่างดีใจเมื่อได้รับคำชมจากเซเรีย
“เวทมนตร์ก็คือการควบคุมพลังในตัวเราแล้วใช้คาถาเป็สื่อกลางเพื่อบันดาลให้เกิดสิ่งที่เรา้าจึงเปรียบเสมือนของขวัญที่เทพเ้าประทานมาให้ มหาเทพทั้ง 6ทรงสรรค์สร้างคาถาขึ้นมาให้เหล่านักเวททั่วไปได้ใช้กัน”
นักเรียนทั้งห้องตั้งใจฟังที่เซเรียพูดอย่างขะมักเขม้น
มหาเทพทั้ง 6นั้นปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์และอารยธรรมของเขตชู้ตราลมาช้านานประชาชนในเขตนี้จึงมีความเชื่อเกี่ยวกับมหาเทพทั้ง 6
แต่ริโอะกลับแตกต่าง เขาเติบโตมาอย่างเด็กกำพร้าในสลัมที่โหดร้ายเื่เทพเ้าเหล่านี้จึงไม่เคยอยู่ในสมองของเขาเลย
“พวกเธอคงจะรู้อยู่แล้วการควบคุมพลังนั้นสำคัญมากกับฝึกฝนและการใช้เวทมนตร์เวทมนตร์ระดับต่ำอาจจะไม่ต้องใช้คาถาที่ซับซ้อนมากแต่หากจะพัฒนาไปยังระดับสูงก็ควรจะเริ่มจากควบคุมพลังของตัวเองให้ได้ซะก่อนนะจ๊ะ”
“อาจารย์ครับ!”
สเตรียดยกมือขึ้นกลางห้องเรียน
“มีอะไรหรือจ๊ะสเตรียดคุง?”
“ถ้าคาถาที่ทำขึ้นเพื่อฝึกเวทเกี่ยวข้องกับการควบคุมพลังเวทมากๆงั้นก็หมายความว่าคนที่ควบคุมพลังของตัวเองยังไม่ได้ก็ไม่สามารถฝึกการใช้เวทได้ใช่ไหมครับ?”
สเตรียดมองไปทางริโอะแล้วยิ้มเยาะอย่างสะใจ
เห็นแล้วนักเรียนคนอื่นๆที่เข้าใจความหมายต่างก็พากันหัวเราะคิกคักตามไปด้วย
ริโอะปล่อยคำพูดเ่าั้ผ่านทะลุหูไปด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
“ไม่หรอกจ้ะ คาถาแต่ละแบบก็มีความเหมาะสมกับคนแต่ละคนแตกต่างกันไปจ้ะ เวทมนตร์ที่คนควบคุมพลังไม่เก่งก็ใช้ได้มีถมไปนะจ๊ะ”
เซเรียตอบกลับอย่างเคร่งขรึม
เวทมนตร์คือทักษะที่ดึงคาถาเข้ามาสู่ร่างกายของนักเวท
หากทำสำเร็จ จากนั้นเพียงแค่เอ่ยชื่อเวทที่เรามีคาถาอยู่ในตัวคาถาก็จะทำงานตามกลไกของมันได้เองอัตโนมัติ
พันธสัญญาคือพิธีกรรมที่จำเป็เพื่อที่จะนำคาถาเข้าไปในร่างกาย
ขั้นตอนนั้นง่ายมาก เพียงวาดรูปวงแหวนแห่งเวทขึ้นมาเข้าไปยืนกลางสัญลักษณ์ที่วาดไว้แล้วเอ่ยชื่อคาถา ตั้งสติแล้วควบคุมพลังหากทำสัญญากับเวทมนตร์นั้นสำเร็จแล้ว คาถาจะเข้าไปในร่างกายของผู้ทำสัญญาทันที
เพียงแค่เอ่ยชื่อคาถาที่อยู่ในร่างของเราออกเสียงเวทมนตร์ก็จะทำงานทันทีโดยไม่ต้องวาดรูปเพื่อทำพิธีกรรมซ้ำอีก
ความเข้มข้นของพลังเวทถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกได้ง่าย
ระหว่างคนที่ใช้เวทมนตร์ได้และไม่ได้นั้นมีความแตกต่างกันมาก
คนที่ใช้เวทมนตร์ได้จึงมักจะมีฐานะทางสังคมกว่าคนที่ใช้ไม่ได้
ขุนนางที่ยังอายุน้อยมักจะเข้าใจผิดคิดว่าคนพิเศษเท่านั้นที่จะใช้เวทมนตร์ได้
ในกรณีของริโอะนั้นประหลาดมาก เขาสามารถบังคับให้เกิดสิ่งต่างๆได้เพียงแค่เอ่ยชื่อคาถา ซึ่งในเื่นี้ไม่มีใครรู้
แต่เขากลับทำพันธสัญญาไม่สำเร็จเลยแม้แต่ครั้งเดียวเขาจึงไม่สามารถใช้เวทมนตร์ผ่านทางคาถาได้เหมือนคนอื่นๆ
เด็กชายฉลาดรอบด้าน ทั้งเื่เรียนและฟันดาบ เพื่อนๆจึงอิจฉาตาร้อน
แต่พอเขานำคาถาเข้าร่างเหมือนคนอื่นๆ ไม่ได้ เพื่อนๆจึงนำจุดนี้มาหาเื่โจมตีเด็กชาย
ในสายตาเหล่าลูกท่านหลานเธอพวกนี้เขาคือผู้ที่ไม่ได้รับความรักจากพระเ้า
“เข้าใจแล้วครับสรุปคือคนที่ใช้เวทมนตร์ได้ก็มีแต่ผู้ที่พระเ้าเลือกเท่านั้นใช่ไหมครับ? ขอบคุณครับสำหรับคำตอบนะครับอาจารย์”
สเตรียดนั่งลงด้วยสีหน้าพอใจเขาไม่สนใจคำตอบเชิงปฏิเสธของเซเรียเสียด้วยซ้ำ
เซเรียถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเริ่มสอนอีกครั้ง
“กลับมาสู่เนื้อหาของวิชาเรียนกันต่อนะจ๊ะ แต่เดิม...”
หลังจากนั้นชั่วโมงเรียนก็ดำเนินไปได้อย่างปกติ เวลาผ่านไปไวมากจนคาบเรียนนี้จบลง
“สมกับเป็อาจารย์เซเรียจริงๆ เลยนะครับ ได้ชื่อว่าเป็เด็กอัจฉริยะประจำโรงเรียนผมประทับใจในความรู้ลึกซึ้งของอาจารย์จริงๆ”
สเตรียดเดินตามหลังเซเรียแล้วบอกความรู้สึกในคาบเรียน
“แหะๆ ขอบใจจ้ะ”
เซเรียยิ้มเจื่อนก่อนจะกล่าวขอบคุณตามมารยาท
อีกด้านหนึ่งริโอะรีบเก็บอุปกรณ์การเรียนของตนเองแล้วกำลังจะออกจากห้องเรียน แต่
“อ๊ะ! ริ....”
“เฮ้ย! ไอ้ไพร่! เวทมนตร์ก็ใช้ไม่เป็แล้วจะลงเรียนวิชานี้ทำไม? เก่งแต่เรียนนี่หว่า”
เซเรียพยายามจะเรียกริโอะแต่สเตรียดกลับพูดแทรกขึ้นมาอย่างเสียมารยาท
ริโอะหยุดแล้วหันไปมองนักเลงขุนนางเ้าประจำ
“ถึงผมจะใช้เวทมนตร์ไม่ได้ แต่ผมก็มีพลังเวท”
เด็กชายถูกต่อว่าเช่นนี้อยู่เป็ประจำ และเขาก็มักจะตอบกลับไปแบบนี้ทุกครั้ง
“ผิดเื่แล้ว ข้าจะพูดเื่ที่เ้าชอบหลอกพวกผู้หญิงต่างหาก”
สเตรียดโมโห
“ผมไม่มีเจตนาแบบนั้นซะหน่อย”
ริโอะส่ายหน้าตอบ
ชื่อเสียง เงินทอง ตำแหน่ง วงศ์ตระกูล คือ 4ปัจจัยสำคัญในการหาคู่ครองสำหรับลูกสาวขุนนาง
หน้าที่ของพวกเธอคือการแต่งงานกับคนที่มีฐานะทางสังคมเพื่อคงความบริสุทธิ์ของสายเื
แต่เมื่อสาวๆ พวกนี้ยังอยู่ใน่ก่อนหาคู่พวกเธอมักจะลืมปัจจัยทั้ง 4 นั้นไปเมื่อพบบุรุษรูปงาม
ริโอะก็ถือว่าเป็บุรุษรูปงามผู้หนึ่งยิ่งโตทั้งโครงหน้าและเครื่องหน้าของเขาก็หวานขึ้นเหมือนผู้หญิงวัยแรกแย้มก็ไม่ปาน
เมื่อเด็กชายอายุก้าวเข้าสู่ชั้นประถมปลายเด็กผู้หญิงที่พึงใจกับใบหน้าหวานหยดนี้ก็พยายามเข้าใกล้หวังพัฒนาความสัมพันธ์
แต่เขาก็ปฏิเสธไปทุกครั้ง
ผู้หญิงที่ถูกปฏิเสธบางคนรับไม่ได้จนปล่อยข่าวลือมั่วๆ เสียๆ หายๆ
แต่่นี้ข่าวลือซาลงไปมากแล้วแต่ดูเหมือนว่าสเตรียดจะเชื่ออย่างสนิทใจ
“ตลบตะแลง!ได้ข่าวว่ามาแกล้งจีบผู้หญิงห้องข้าอีกแล้วใช่ไหม่นี้?”
่นี้?
ริโอะงงกับเื่ที่เขาพูด
“จีบ... เหรอครับ? ตอนไหน?”
หรือว่าจะเป็เด็กที่เอาจดหมายให้เราวันก่อนนะ?
เราจีบ?
ริโอะส่ายหน้าอีกครั้ง
“ฮึ! อย่าลำพองไปหน่อยเลย กะอีแค่สู้ชนะอัศวิน โชคช่วยชัดๆ”
สเตรียดพูดจาถากถางริโอะ
แม้แต่ริโอะเองก็ไม่รู้ว่าเขากำลังดังในหมู่เด็กหญิงอายุน้อยกว่า
ต้นเหตุมาจากการแข่งขันประลองฝีมือกับอัศวินเมื่อวันก่อน
“เื่นี้ผมทราบดีครับ”
“ไปให้พ้นๆ หน้าข้าซะ! เห็นคางคกขึ้นวอแล้วอยากจะอ้วก!”
“เหรอครับ? ผมจะพยายามไม่ให้ตัวเองเก่งต่อหน้าคุณแล้วกันนะครับ”
ยิ่งฟังยิ่งเหมือนราดน้ำมันลงในกองไฟ
“ฮึ งั้นก็ไปเรียนวิชาอื่นไป!”
สิ้นประโยคของสเตรียด ทั้งห้องก็เงียบสงัดราวกับป่าช้า