/เฮดโฟนหูเเมวของนายท่านตอนนี้เลเวล76เเล้วค่ะ/
[ปลดล็อคคัมภีร์อัญเชิญเเมวดำ][เงื่อนไขในการปลดล็อคเลเวล50]
[ปลดล็อคชุดนักปราชญ์[2]][เงื่อนไขในการปลดล็อคเลเวล60]
[ปลดล็อคสกิลรังสรรค์เวทยมนตร์ธาตุ][เงื่อนไขในการปลดล็อคเลเวล70]
.....
/นายท่านเลเวลอัพมาถึง52หลังจัดการกับไวเวิร์นปีศาจเเละเลื่อนขึ้นมาเป็76หลังจัดการกับอัศวินต้องสาป/
"อืม ขอบคุณสำหรับการรายงานนะ"
ฉันกล่าวขอบคุณเฮเลนก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นเเห้งๆที่ถูกกลายสภาพด้วยพลังจากอัศวินดำ
ตอนนี้ฉันเริ่มรู้สึกอยากพักขึ้นมาจริงๆเป็ครั้งเเรก ฉันรู้สึกได้เลยว่าตอนนี้มานาของฉันลดไปเกือบจะถึงครึ่งนึงเเล้ว คงเป็ผลมาจากการใช้เวทยมนตร์หลายครั้งติดต่อกันในระยะเวลาอันสั้นเลยทำให้อัตราการฟื้นฟูของมานานั้นตามฟื้นได้ไม่ทัน เเต่คิดว่าพักเฉยๆสักครึ่งชั่วโมงคงจะกลับมาฟื้นฟูได้เต็มสมบูรณ์เหมือนเดิม...
ว่าเเต่เป็คุณอัศวินที่โหดเอาเื่เลยเเหะ...
คิดเเบบนั้นเเล้วเหลือบไปมองร่างอัศวินดำที่ถูกเเช่เเข็ง ร่างนั้นหยุดนิ่งประหนึ่งรูปปั้นที่ไม่มีทีท่าจะขยับอะไร ฟีต้าที่เห็นว่าฉันจัดการได้ก็รีบมาสำรวจร่างของมัน เธอมองดูอย่างใในขณะที่ออกอาการตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น
"ิญญาร้ายที่สิงอยู่ในชุดเกราะถูกชำระล้าง? พึ่งจะเคยเห็นเวทย์น้ำเเข็งทำอะไรเเบบนี้ได้มาก่อนเลย!"
ฟีต้าหันมามองฉันเธอถามว่าฉันทำได้ยังไง เเต่ฉันก็ส่ายหน้าเเล้วตอบไปว่าไม่รู้ ในตอนนั้นฉันปล่อยตัวเองให้เคลื่อนไหวไปตามสัญชาตญาณ ไม่ได้มีเเบบเเผนที่จะจัดการกับเ้านั่นไว้ก่อนเป็การเคลื่อนไหวที่ไหลไปตามธรรมชาติ ซึ่งก็เเปลกใจตัวเองเหมือนกันที่ในตอนสุดท้ายนั่นพุ่งไปปะทะเข้ากับไอพลังคำสาปที่เข้มข้นขนาดนั้นได้อย่างไม่กลัวเกรง
อย่างกับว่าตัวเองรู้อยู่ก่อนเเล้วว่ายังไงไอคำสาปนั่นก็ทำอะไรตัวเองไม่ได้...เเต่ถึงอย่างงั้นก็กล้ามากเลยนะที่เข้าไปหากลุ่มก้อนพลังที่มีเเต่กลิ่นเน่าเเบบนั้น ถ้าในจังหวะนั้นไม่กลั้นหายใจเอาไว้คิดว่าฉันคงได้อาเจียนไปทั้งๆเเบบนั้น...
เเค่คิดก็น่ากลัวขึ้นมาเเล้ว ดีจริงๆที่มีความสามารถของชุดนักปราชญ์ช่วยเอาไว้
"คุณฟราน นี่ฉันถามจริงจังนะคะ ทำไมถึงชำระล้างิญญาร้ายของอัศวินปีศาจได้ล่ะ!"
ฟีต้ายังคงข้องใจเเล้วถามฉัน เเต่ฉันก็ส่ายหน้าเเล้วบอกไปว่าไม่รู้จริงๆ
สำหรับฉัน [ราตรีน้ำเเข็ง] ถือเป็เวทยมนตร์ที่มีอิมเมจเลเวลที่น้อยกว่าบุปผาน้ำเเข็ง ทำให้คิดได้ว่ามันน่าจะจัดการกับศัตรูได้ยากกว่า เเต่ดูเหมือนว่าตัวเลขนั้นจะไม่ใช่สิ่งที่ตัดสินความรุนเเรงของเวทยมนตร์ได้
บุปผาน้ำเเข็งนั้นเป็เวทย์น้ำเเข็งที่จะสร้างเสาน้ำเเข็งสูงขึ้นมาจากพื้นดิน สามารถสร้างรูปทรงให้เป็หนามเเหลมได้ เเละจากการที่ลงมานาไปที่เวทยมนตร์นี้อย่างเต็มที่จะทำให้ได้รูปทรงที่เเข็งเเรงเเละสูงถึงในระดับที่ไปเเตะข้างบนน้ำตกของพวกภูติได้
พลังโจมตีเองก็เเรง ดูจากการที่สร้างความเสียหายให้เกราะเเข็งนั่นได้ก็รู้เเล้วล่ะว่ามันเป็เวทย์ที่เเรงขนาดไหน อีกทั้งการสร้างเสาขึ้นมายังไม่มีข้อจำกัดในเื่ของพื้นที่ว่าต้องเป็พื้นดินเท่านั้น เเต่มันยังสามารถงอกเสาออกมาจากต้นไม้รอบๆป่านี้ได้อีกด้วย
ตอนที่สู้กับอัศวินดำฉันก็ทำเเบบนั้น ล่อให้เ้านั่นเข้ามาในป่าเเล้วเอาต้นไม้จากไอเท็มบ๊อกซ์ออกมาโจมตีใส่เ้าพวกนั้นจากบนฟ้า เเละเพราะว่าเงื่อนไขของการใช้บุปผาน้ำเเข็งคือการสร้างเสาในระยะสายตาทำให้ฉันสามารถใช้บุปผาน้ำเเข็งหลายๆครั้งสร้างเสาเเหลมขึ้นมาทิ่มเเทงเ้าไวเวิร์นสีดำนั่นจากทั่วทิศทาง...ซึ่งก็ได้ผลดีใช้ได้ มันบ่งบอกเลยว่าบุปผาน้ำเเข็งคือเวทยมนตร์ที่มีความรุนเเรงในการใช้เเบบพลิกเเพลงได้หลายอย่าง
เเต่ก็ยังจัดการกับเ้าอัศวินดำนั่นไม่ได้ สิ่งที่จะทำลายเ้านั่นได้เเค่ทำให้เกราะเเตกทั้งหมดมันยังไม่พอ ปีศาจที่มีไอความเเค้นเป็จุดกำเนิดจำเป็ต้องมีเวทยมนตร์ชำระล้างในการกำจัดเเละส่งิญญากลับไปยังภูมิภพเดิม นั่นคือสิ่งที่ฟีต้าบอก
ถ้างั้นฉันจัดการกับเ้านั่นได้ไง? คำตอบนั้นถ้าให้ฉันคาดเดาดูมันก็น่าจะเป็เพราะเวทย์ [ราตรีน้ำเเข็ง] ให้ผลชำระล้างิญญานั่นเอง
เยือกเเข็งทั้งร่างกายไปจนถึงิญญา เเล้วเเทนที่ทั้งหมดนั้นด้วยน้ำเเข็งอันเย็นเยือก ไม่เเปลกใจเลยว่าทำไมตอนใช้กับหมูป่าไนโตรเ้านั่นถึงได้ตายลงได้ทันที
ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเวทย์นี้เป็เวทย์ที่ไม่ควรเอาไปใช้กับคนเด็ดขาด ดีไม่ดีฉันอาจจะพรากชีวิตคนๆนึงได้เพราะงั้นจากนี้ต้องระวังสักหน่อย
*
หลังจากให้ฟีต้าสำรวจสภาพไร้ิญญาของอัศวินดำเรียบร้อยเเล้วฉันก็เก็บมันเข้าไปในไอเท็มบ๊อกซ์ ซึ่งฟีต้าก็ยังคงใเเละถามฉัน เเต่ฉันก็ตอบไปว่ามันเป็เวทยมนตร์ที่ฉันคิดค้นขึ้นมา ซึ่งมันก็ควรผ่านไปได้ด้วยดี เเต่ว่า-
"ทำไมถึงต้องเป็ข้างในหูด้วยล่ะคะ?"
"...."
ไม่รู้เลยจริงๆว่าจะตอบคำถามนั้นยังไง จะตอบไปว่าชอบก็ดูจะเสเเสร้งเกินไปด้วยสิ เพราะงั้นฉันจึงตัดสินใจเมินคำถามนั้นเเละพูดบางอย่างลอยๆเพื่อเปลี่ยนเื่เเทน
....
"...ปีศาจเนี้ยมันเก่งเเบบนี้กันทุกตัวเลยหรือเปล่านะ...?"
ฉันเพียงเเค่พูดไปลอยๆเพื่อเปลี่ยนเื่เเต่ไม่รู้ทำไมพอได้ยินฉันบอกไปเเบบนั้นฟีต้าก็ดูใขึ้นมา
"เอ๊ะ!? พูดเื่อะไรน่ะคะ!? ปีศาจที่มีพลังระดับอาเรสต้าน่ะ มันจะไปมีอีกได้ยังไงล่ะคะ! ถ้าเป็ปีศาจที่มีพลังระดับเดียวกันคิดว่าคงไม่มีอีกเเล้ว เเต่ถ้าเก่งกว่าล่ะก็คิดว่าคงจะเป็พวกระดับผู้นำทัพปีศาจนั่นเเหละค่ะ!"
"ผู้นำทัพ...หรอ?"
ฟังดูเหมือนพวกรองบอสที่อยู่ในเกมเเนวRPGเลยเเหะ เเต่ถ้าระดับเ้าอัศวินดำนั่นยังไม่ใช่ที่สุดจริงๆ งั้นโลกนี้ก็คงอันตรายกว่าที่คิดไว้ตอนเเรกเยอะเลย
ทั้งมอนเตอร์เอย ทั้งปีศาจเอย ช่างเป็โลกที่เกิดมาเพื่อพวกบ้าการต่อสู้เเท้ๆเลยนะ ถึงจะไม่ได้เกลียดก็เถอะ เเต่ถ้ามันอยู่ได้สงบสุขกว่านี้คงตอบได้เต็มปากว่าชอบล่ะนะ
จะว่าไปเเล้วจากนี้จะทำอะไรดีล่ะ...ถ้าจำไม่ผิดต้องกลับไปคลายปราการน้ำเเข็งที่ตั้งอยู่บนน้ำตกออกสินะ...
.....
....!
อะไรน่ะ เสียงที่ดูโหวกเหวกวุ่นวายนี่...มันดังมาจากทางน้ำตกของพวกภูติงั้นหรอ?
"ยะ-เเย่เเล้วค่ะ!"
ฟีต้าที่ท่าทางตื่นตระหนกรีบบินไปทางน้ำตกของภูติโดยไม่หันมาบอกอะไรฉัน ชั่วครู่นึงฉันลังเลเเล้วคิดว่าจะตามไปดีไหม เเต่ยังไงก็ต้องไปคลายปราการน้ำเเข็งออกอยู่เเล้วเพราะงั้นจึงต้องตามไปดู
....
เเละเมื่อฉันวิ่งตามฟีต้าได้ทันจนออกมาพ้นป่า สิ่งเเรกที่ฉันสังเกตเห็นเลยก็คือลำธารยาวที่กำลังกลายเป็สีดำขุ่น มันดูคล้ายกับว่ามีสารพิษปะปนอยู่ในน้ำตามลำธารนั่นเลย
"ไม่จริง..."
ฉันสังเกตเห็นว่าฟีต้ากำลังช็อคกับภาพตรงหน้ามาก เเสดงว่าเ้าสิ่งนี้ไม่ใช่เื่ปกติสินะ
พอฉันลองเเหงนหน้าขึ้นไปบนน้ำตก ก็รู้สึกว่าที่นั่นกำลังปล่อยเ้าน้ำสีดำขุ่นนี่ให้ไหลลงมาที่ลำธารสายยาว ด้วยความสงสัยฉันจึงรีบวิ่งไปที่ลำธารเเล้วเริ่มตรวจสอบโดยการใช้มือจุ่มลงไปที่เเม่น้ำในลำธารดู
"ระวังด้วยนะคะ! ตอนนี้ลำธารมันเจือปนไปด้วยคำสาป ถ้าขืนไปเเตะมันตรงๆเข้าล่ะก็-"
อย่างงี้นี่เอง คำสาปสินะ...
"ไม่เป็ไร คำสาปอะไรพวกนั้นมันทำอะไรฉันไม่ได้หรอก"
ว่าเสร็จฉันก็ใช้นิ้วจุ่มลงไปในน้ำ
....
ััไม่ได้ต่างไปจากเดิมเลยเเหะ อาจจะเพราะระหว่างที่สวมชุดนักปราชญ์อยู่ร่างกายของฉันอาจจะถูกห่อหุ้มไว้ด้วยเวทยมนตร์ป้องกันสถานะผิดปกติอยู่ก็ได้ มันถึงทำให้ฉันรู้สึกเเปลกๆไม่ได้
ถ้าจะถามว่ามันเปลี่ยนไปยังไงคงเป็ที่กลิ่นซึ่งฉันกำลังรู้สึกได้ตอนนี้ รู้สึกว่ามันจะมีกลิ่นเหม็นนิดๆลอยออกมาจากน้ำในลำธารนี่ด้วย เเม้จะไม่เท่าตอนที่โดนสายลมสีดำม่วงนั่น เเต่คิดว่านอกจากเ้าอัศวินดำนั่นเเล้วคงไม่ใช่ฝีมือของใครอื่นหรอก คำถามคือจะทำให้น้ำในลำธารนี้กลับมาเป็อย่างเดิมได้ไงตังหาก
"เฮเลน พอจะมีวิธีจัดการไหม?"
ด้วยความที่ไม่รู้เื่มากนักจึงได้ลองถามเฮเลนซึ่งเธอก็อธิบายให้ฉันในทันที
/....คำสาปนั้นปกติจะใช้เวทย์ชำระล้างของธาตุเเสงปัดเป่าให้คำสาปนั้นหายไปได้ค่ะ เเต่สำหรับนายท่านที่ยังไม่มีเวทย์เเสงนั้นคิดว่ายังพอมีวิธีที่มีเเค่นายท่านเท่านั้นที่จะทำได้อยู่ ซึ่งนั่นก็คือ-/
.....
"...เเน่ใจนะว่าไม่มีวิธีอื่นเเล้ว"
/ค่ะ/
เธอตอบกลับมาอย่างชัดเจนหลังจากได้อธิบายวิธีที่ฉันในตอนนี้สามารถทำได้ให้ฟัง ซึ่งว่ากันตามจริงมันค่อนข้างเป็วิธีที่ค่อนข้างประหลาด...
เเต่ก็นั่นเเหละ ฉันมีทางเลือกที่ไหนล่ะ ดูจากสภาพของน้ำในลำธารตอนนี้ก็รู้เเล้วล่ะว่าพวกภูติจัดการกันเองไม่ได้ อาจจะเพราะว่าเวทยมนตร์ของเ้าอัศวินดำนั่นมันร้ายเเรงเกินไป เเละอาจจะเพราะพวกเขาหลายคนสูญเสียพลังไปเยอะจนไม่สามารถหยุดคำสาปที่เจือปนอยู่ในน้ำนี้ได้ ดังนั้นเเล้วฉันต้องไปทำอะไรสักอย่างดู
"นี่...ช่วยพาฉันไปที่บ่อน้ำที่พวกเธอดูเเลกันอยู่ได้เปล่า?"
"คุณฟราน...คิดจะทำอะไรงั้นหรอคะ?"
"ฉันจะลองใช้เวทยมนตร์ของฉันทำอะไรสักอย่างดูน่ะ ขืนปล่อยให้น้ำในลำธารที่เต็มไปด้วยคำสาปนี่ยาวไปถึงเมืองมันจะเเย่เอาใช่ไหมล่ะ?"
"คุณฟราน..."
พอฉันว่าไปเเบบนั้นสีหน้าของฟีต้าก็ดีขึ้น เเม้เธอจะสงสัยว่าฉันจะทำอะไรเเต่เธอก็เชื่อคำพูดฉันเเละบินนำฉันไปที่ข้างบนของน้ำตก
*
เมื่อฉันเเละฟีต้ารีบมาที่บ่อน้ำ ฉันก็ใช้เวทยมนตร์สร้างรูขนาดใหญ่ขึ้นที่ปราการน้ำเเข็งเพื่อให้ฉันเเละฟีต้าสามารถเดินผ่านเข้าไปได้
.....
พอฉันเดินผ่านเข้าไปข้างไปหลังปราการน้ำเเข็งเเล้ว พวกภูติที่ทั้งบินอยู่เเละนั่งอยู่ด้านในก็หันมามองฉัน มันควรเป็สายตาที่ต้องใกว่านี้ เเต่เหมือนพวกเขาจะกำลังอยู่ในสภาพที่สิ้นหวังกัน เลยไม่สามารถสนใจการมาของฉันได้อย่างเต็มที่
พวกเขาคงจะกำลังเสียใจที่บ่อน้ำซึ่งตัวเองดูเเลอยู่กลายเป็บ่อน้ำที่เจือปนไปด้วยคำสาปสินะ...
ฉันเดินผ่านพวกเขาโดยพยายามไม่ไปเหยียบเหล่าภูติที่ไม่มีเเรงจะบิน เเละเมื่อผ่านไปสักพักฉันก็เห็นบ่อน้ำทรงกลมขนาดใหญ่ที่มีไอสีดำลอยสูงขึ้นมา ทั้งกลิ่นทั้งสีนั่นดูเข้มข้นกว่าที่เห็นในลำธารเสียอีก
"ท่านเเม่คะ!"
"ฟีต้า!"
ระหว่างที่ฉันกำลังมองบ่อน้ำที่โดนคำสาปอยู่ฟีต้าก็รีบบินไปหาภูติตนหนึ่งที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ตรงริมขอบของบ่อน้ำ เธอตัวสูงกว่าภูติทั่วไปเเละอยู่ในชุดลายดอกไม้ซึ่งประดับด้วยมงกุฏใบไม้ ก่อนหน้านี้ฉันเคยช่วยเขาไว้ไม่ให้เขาต้องถูกอัศวินดำนั่นเหยียบจนเเบน ซึ่งก็ดีจริงๆที่ช่วยไว้ได้ทัน
เมื่อมองดูดีๆเเล้วฉันก็เห็นว่าเขากำลังร้องไห้อยู่ด้วย...
"ขอโทษนะฟีต้า ที่เราผู้เป็เเม่เเละราชินีของพวกเ้าไม่สามารถหยุดการเเพร่ระบาดของคำสาปนี้ได้"
เธอว่าเเบบนั้นเเล้วเข้าไปกอดฟีต้าพร้อมน้ำตาของความเสียใจที่กำลังเอ่อล้น ฟีต้าที่เห็นเเบบนั้นก็กอดเธอกลับเเล้วปล่อยน้ำตาออกมาเช่นกัน....โดยที่ไม่ต้องบอกอะไรเหล่าภูติที่กระจัดกระจายอยู่ข้างกันก็มารวมตัวกันเเล้วเข้าไปกอดราชินีเเน่นเเม้จะดูอึดอัดเเต่คิดว่าเเบบนั้นมันอาจจะดีเเล้วก็ได้
จะว่าไปฉันมาทำอะไรที่นี่เนี้ย เหมือนตัวเองเป็ส่วนเกินยังไงก็ไม่รู้...
"...เราเเละลูกๆตนอื่นๆรวมพลังเวทย์เเสงเพื่อยับยั้งมันอย่างสุดความสามารถเเล้ว เเต่จู่ๆพลังเเห่งความเเค้นของผู้ใช้คำสาปก็เพิ่มสูงขึ้น เเละทำให้มันรุนเเรงจนพวกเรายับยั้งต่อไม่ไหว"
ราชินีภูติบอกสิ่งที่เกิดขึ้นกับฟีต้า เเละเมื่อเธอรู้เื่นั้นเธอก็หันมามองฉันครู่หนึ่งก่อนจะกลับไปคุยกับเเม่ของเธออีกครั้ง
"นั่นน่าจะเป็เพราะอัศวินดำนั่นถูกชำระล้างิญญาไปนะคะ..."
"ถูกชำระล้างงั้นหรอ?"
"ค่ะ มนุษย์เเมวผู้นี้-คุณฟรานได้เอาชนะอัศวินปีศาจตัวนั้นเเละชำระล้างิญญามันไปได้ค่ะ คิดว่าการตายของมันน่าจะสาเหตที่ทำให้พลังเเห่งความเครียดเเค้นที่ปนอยู่ในคำสาปนั้นสูงขึ้นมาก่อนที่จิตชั่วร้ายนั้นจะหายไปจนหมดก็ได้ค่ะ"
ฟีต้าว่าเเบบนั้นพร้อมกับผายมือมาทางฉัน ฉันจึงโค้งให้ราชินีเล็กน้อย เเต่พอได้ยินว่าการตายของเ้านั่นเป็สาเหตุทำให้เกิดสิ่งนี้ก็ทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา ดูเหมือนว่าส่วนนึงจะเป็ความผิดของฉันด้วยสินะ ถ้าอย่างงั้นก็ต้องทำเต็มที่เพื่อที่จะเเก้ไขมันให้ได้เเล้วสิ
"เ้า...จัดการได้เเล้วจริงๆ?"
"...."
คุณราชินีภูติเช็ดน้ำตาที่อยู่บนเเก้มออกก่อนจะหันมาถามฉัน ฉันจึงพยัคตอบเบาๆเป็การตอบว่าใช่ไป ถึงจะไม่ค่อยรู้เื่เกี่ยวกับิญญาร้ายอะไรนั่น เเต่ถ้าอิงจากที่เฮดโฟนหูเเมวเลเวลอัพขึ้นมา งั้นฉันก็คงจัดการเ้านั่นได้เเล้วจริงๆ...
ก็ขอให้ไม่มีอะไรอย่างิญญาร้ายมาตามหลอกหลอนในฝันฉันล่ะนะ
"...เ้าเเข็งเเกร่งกว่าที่เห็นมากเลยสินะ ขอบคุณที่เข้ามาช่วยเหลือชีวิตของพวกเราเเละจัดการกับเ้าอัศวินปีศาจนั่นให้ ถ้ามีสิ่งใดที่ปรารถนาก็จงร้องขอมาจากเราได้เลยนะ"
"เเล้วเื่บ่อน้ำนี่...?"
"ก็ตามที่เห็นมันสายเกินไปที่จะหยุดไม่ให้พิษจากคำสาปนั่นไหลไปไกลกว่านี้ การจะชำระล้างคำสาปที่เข้มข้นขนาดนี้ได้จำเป็ต้องมีเผ่าอื่นมาช่วยด้วย ซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้นคำสาปนี่คงสร้างความเสียหายให้กับเมืองเเกรนเดอเรียไปเเล้ว"
"ที่ปลายสุดของลำธารนั่นคือเมืองหรอคะ?"
"...ใช่เเล้วล่ะ ตอนนี้น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เจือปนไปด้วยคำสาปน่าจะกำลังไหลที่นั่นอยู่ เเต่มันไกลมากน่าจะอีกสักพักกว่าพิษของคำสาปจะไปถึงที่นั่น...เเละเมื่อครู่เราก็ได้สั่งให้ภูติตนนึงบินไปบอกข่าวกับชาวเมืองที่นั่นให้เเล้ว ถ้าไปถึงทันก็น่าจะทำให้ความเสียหายนั้นลดลงได้บ้าง เเต่คิดว่าความเสียหายนั้นมันอาจจะทำให้สูญเสียไปหลายชีวิตเลยก็ได้..."
ถึงจะฟังดูน่ากลัว เเต่ยังมีเวลาอยู่สินะ...
"...ขอโทษนะคะที่ต้องถามเเบบนี้ เเต่ที่ก้นของบ่อน้ำนี่มีวงจรเวทยมนตร์อยู่ใช่หรือเปล่าคะ?"
"..!!!"
เมื่อฉันลองถามดู คุณราชินีภูติก็เบิกตากว้าง เธอเริ่มมองฉันด้วยสายตาเเปลกๆทำเอาฉันรีบหันไปมองฟีต้าเพื่อขอความช่วยเหลือ ซึ่งฟีต้าที่เข้าใจได้ก็หันมาอธิบายกับราชินีภูติเเทนฉัน
"ท่านเเม่คะ...คุณฟรานอยากจะรู้เื่นั้นเพื่อที่จะลองเเก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นกับบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ดูค่ะ"
"มันเกี่ยวกับเื่วงจรเวทยมนตร์ยังไงล่ะ?"
เมื่อถูกถามเเบบนั้นฉันก็รวมมานามาไว้ที่มือของตัวเองจนเกิดเป็เเสงเล็กๆ
"ฉันจะใช้เวทยมนตร์เเช่เเข็งน้ำทั้งบ่อน้ำนี่ค่ะ"
"...ทำได้งั้นหรอ?"
ฉันพยัคหน้าก่อนจะอธิบายเสริม
"เเต่การทำเเบบนั้นจะทำให้วงจรเวทยมนตร์ที่อยู่ด้านล่างนั่นเสียหาย มันอาจจะทำให้สร้างน้ำศักดิ์สิทธิ์ออกมาไม่ได้อีก เพราะงั้นฉันจึงต้องได้รู้ซะก่อนว่าวงจรเวทยมนตร์อยู่ข้างใต้นั่นจริงๆหรือเปล่า..."
"...."
"ท่านเเม่คะ! ตอนนี้เราต้องให้เธอทำนะคะ ถ้าบ่อน้ำยังปล่อยให้น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เจือปนไปด้วยคำสาปนี้ไหลต่อไปล่ะก็-มันจะทำให้เกิดเื่เเย่ขึ้นตุ่์ที่อยู่เมืองนั้นนะคะ!"
"....ฟีต้า"
พอได้ยินเเบบนั้นคุณราชินีภูติก็เริ่มครุ่นคิด เธอนิ่งเงียบเเล้วใช้ความคิดของตัวเองสักพักก่อนจะตัดสินใจ
"...ดูเหมือนว่าเราจะต้องพึ่งเธออีกครั้งสินะ"
"ท่านเเม่..."
เธอยิ้มให้ฟีต้าที่กำลังดีใจก่อนจะหันมาพูดกับฉัน
"ก็ตามที่เ้าสงสัย ที่ก้นของบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์นี้มีวงจรเวทย์ที่ถูกคิดค้นโดยบรรพบุรูษของพวกเราเหล่าภูติที่ร่วมมือกันกับเอลฟ์ พวกเขาได้สร้างมันขึ้นเเละลงพลังเวทย์ของเอลฟ์กับภูติาุโนับสิบตนรวมเข้าไปด้วยกัน เพื่อสร้างบ่อน้ำที่สามารถปล่อยน้ำศักดิ์สิทธิ์ออกมาได้ตลอดเวลาจนก่าจะครบ20ปีถึงจะมีการลงพลังเวทย์เพิ่ม เเต่นี่พึ่งผ่านไปเเค่3ปีเท่านั้น ถึงจะรีบไปติดต่อขอร้องให้เขามาลงเวทย์ใหม่ตอนนี้ก็เกรงว่ามันจะสายเกินไป"
"...."
"ถึงจะเหมือนเห็นเเก่ตัวไปหน่อยที่มาขอร้องให้เ้าช่วยทั้งๆที่เราพึ่งจะเจอกัน เเต่ขอร้องล่ะ ช่วยหยุดหายนะที่จะเกิดขึ้นนี้ทีเถอะ"
"ฉันเองก็ขอร้องด้วยค่ะ! ลำพังพวกเราตอนนี้ไม่สามารถหยุดมันได้เเล้วจริงๆ!"
ฟีต้าเเละคุณราชินีภูติต่างขอร้องฉัน เท่าที่ฉันเห็นพวกเขาเสียพลังไปเยอะในการชะลอการไหลของคำสาปไม่ให้ตกไปที่น้ำตก พวกเขานั้นไม่ได้อยู่ในสภาพพร้อมอย่างเต็มที่ทำให้ไม่สามารถชำระล้างบ่อน้ำให้กลับมาเหมือนเดิมได้...เื่ตรงนั้นฉันเข้าใจดีเพราะเเบบนั้นพวกเขาถึงได้พึ่งฉัน
มันไม่ใช่การขอร้องเพื่อที่จะใช้ประโยชน์ทั้งหมดนี่มันคือความรู้สึกที่อยากจะได้รับการช่วยเหลือจริงๆ
....
ยังไงก็เถอะพวกเขาจะหวังกับฉันสูงเกินไปเเล้วนะ นี่ถ้าฉันทำไม่สำเร็จขึ้นมาจะโดนพวกภูติที่อยู่รอบๆจับปะาหรือเปล่านะ
ถึงจะไม่คิดว่าพวกเขาจะทำก็เถอะ เเต่กลัวไว้หน่อยก็ดี มันจะได้ทำให้ตัวฉันมีเเรงกระตุ้นที่จะสั่งให้ตัวเองทำมันได้อย่างเต็มที่
"...ฉันจะลองเท่าที่ทำได้ดูก่อน ถ้ายังไงขอลงไปตรวจสอบที่ก้นบ่อน้ำได้ไหมคะ?"
"...."
"...."
"หืม...เหมือนเราจะได้ยินอะไรเเปลกๆ ช่วยพูดอีกทีได้ไหม?"
"ค่ะ คือฉันบอกว่า...จะขอลงไปตรวจสอบที่ก้นบ่อน้ำนี่ดูจะได้หรือเปล่าคะ?"
"นี่เ้าบ้าไปเเล้วเรอะ!!!"
เเล้วก็โดนว่ามาเเบบนั้น...
เอาจริงๆฉันว่าตัวเองสมองปกติดีนะ เเต่ไหงโดนว่าเเบบนั้นได้ล่ะเนี้ย
***