เสียงหายใจของพีชที่หลับสนิทบนโซฟาตัวถัดไปส่งมาเป็นจังหวะประหนึ่งเพลงพื้นหลังแม้เธอจะนอนอยู่ไม่ใกล้นักแต่ความสว่างจากโคมไฟอ่อนๆ ก็ทำให้เห็นขอบหน้าของเธอเปล่งประกาย ยามที่ผ้าห่มสีครีมกอดร่างไว้แน่นพลางแอบคิดในใจว่า พีชสบายกว่านัทพงษ์หลายสเต็ปเรียกว่าโชคดีที่เป็นผู้หญิงด้วยกัน
นัทพงษ์ยืนตระหนักอยู่ท้ายโซฟามือกำแก้วไวน์จนมือสั่นเล็กน้อย ดูเหมือนสัญชาติญาณจะสั่งให้เขาออกไปทว่าหัวใจกลับสั่งให้ยืนอยู่ที่เดิม ชายหนุ่มเดินไปยืนข้างสาวรุ่นพี่ริมฝีปากแห้งผากในขณะที่สายตาแอบไล่สำรวจชุดนอนบางๆ อย่างกล้าๆ กลัวๆ ...ทุกริ้วลวดลายเงางามที่ปรากฏราวกับถูกรังสรรค์มาเพื่อคืนนี้โดยเฉพาะ
“นัทพงษ์…” มารตีพูดเบาๆ แต่ก็แผ่วเบาพอจะทำให้เขาหยุดชะงัก
นัทพงษ์เงยขึ้นมอง เพื่อหาเสียงใจให้เต้นแรงพอจะกลบความเงียบ“ผม…คิดว่าควรกลับห้องแล้วครับ พี่พีช…” เขาลังเลรู้ว่ามันแปลกที่เขาจะอยู่กับเธอคนเดียวในห้องสูท กลางคืนอันเปลี่ยวเหงา
“ปล่อยพีชไว้ตรงนั้นเถอะ” มารตียังคงใช้เสียงนุ่ม“อย่างน้อยเธอก็เป็นผู้หญิงเหมือนพี่”
คำพูดนั้นปลุกความกล้าของนัทพงษ์ขึ้นเล็กน้อยแต่ใจเขาก็ตีตื้นด้วยความกังวล “ผมคงไม่เหมาะ…” เขาพูดไปคล้ายจะขอโทษ
มารตียืนขึ้นช้าๆ เอื้อมมือไปแตะแขนเขา“อยู่ต่อสิ… ถ้านายอยากจะอยู่”
คำว่า “อยากจะอยู่” นั้นแม้เรียบง่ายทว่ากลับหนักแน่นจนทำให้นัทพงษ์ชะงักฝีเท้า ดวงตาเขาสบกับดวงตาเธอระยะประชิดและเงาของไฟอ่อนๆ สะท้อนบนสายตาคู่นั้นจนเขาแทบละสายตาไม่ได้
“ผม…ครับ” นัทพงษ์ตอบเสียงเบาเส้นเสียงสั่นคลอน ราวกับปลายลิ้นยังไม่กล้าสะกดคำให้เที่ยงตรง
หญิงสาวยิ้มน้อยๆแล้วเชื้อเชิญให้เขานั่งลงข้างๆ บนโซฟาหนังเนื้อนุ่ม นัทพงษ์จึงค่อยๆนั่งลงน้ำหนักร่างเขายังเกร็ง แต่เมื่อมือมารตีวางลงบนมือเขาเขาก็รู้สึกถึงความอบอุ่นที่ค่อยๆ ไหลล้นเข้ามาในตัว บรรยากาศในห้องเงียบจนเกือบได้ยินเสียงหัวใจเต้นของเขาเองเสียงลมหายใจของมารตีก็ชัดขึ้นเมื่อเธอเอียงหน้ามาใกล้ ริมฝีปากชื้นของเธอสั่นระริกเล็กน้อยเหมือนกำลังตั้งใจค่อยๆ สื่อสารบางสิ่งผ่านสัมผัสนั้น
“นัทพงษ์…” เธอกระซิบน้ำเสียงเรียกชื่อเขาอ่อนโยนจนทำให้หัวใจเขาแทบจะหยุดเต้น
เขาพยักหน้าเล็กน้อย น้ำเสียงแทบจะไม่กล้าเอ่ยออกมา“ครับ…พี่รตี”
มารตีก้มตัวลงช้าๆดวงตาคู่นั้นมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขาจนนัทพงษ์รู้สึกเหมือนถูกสะกดจนขยับตัวไม่ได้มือเรียวขาวอีกข้างยกมาประคองแก้มเขาเบาๆ ราวกับกลัวว่าเขาจะลอยหนีลงไปในความมืด และแล้ว…ความยับยั้งชั่งใจของมารตีก็ขาดผึง
ริมฝีปากอวบอิ่มนุ่มลื่นของเธอแตะสัมผัสริมฝีปากของนัทพงษ์อย่างช้าๆแต่มั่นคง...ครั้งแรกของเขา… เป็นการแตะเพียงเบาๆ ราวกับกลัวจะทำลายบางสิ่งหนุ่มน้อยตกใจจนสะดุ้งเฮือก แต่ก็ไม่ทันปฏิเสธ เขาสับสนไปหมดระหว่างความเขินอายและแรงปรารถนาที่พุ่งพล่านริมฝีปากเขาสัมผัสกับเธออย่างแผ่วเบา พยายามคล้อยตาม แต่เสียงหัวใจมันกลับดังคร่ำครวญ…
ฉึบ!
ริมฝีปากของนัทพงษ์ไถลผ่านริมฝีปากของมารตีอย่างไม่ทันตั้งตัวการจูบครั้งนี้จึงดูเหมือนล้มเหลวไม่เป็นท่า นัทพงษ์สะดุ้ง จูบที่เขาหวังจะให้เป็นจังหวะเดียวกันกับเธอกลายเป็นความผิดพลาด มารตีถอนหายใจเฮือก เธอผละออกเล็กน้อย มองเขาด้วยสายตาเข้าใจ
“ไม่เป็นไรหรอก…” เธอกระซิบ “ใหม่ๆ มันไม่ใช่จะต้องเรียบร้อยทุกครั้งหรอก”
นัทพงษ์เขินจนไม่กล้ามองหน้าเธอมือทั้งสองข้างขยับมาประสานกันแน่น เสี้ยวหน้านั้นแดงระเรื่อไปด้วยเลือดฝาดเขาจ้องไปที่ริมฝีปากของเธอก่อนจะก้มหน้าลงต่ำ มารตีไม่ปล่อยมือเขา เธอค่อยๆยกสายตาขึ้นมองเขาใหม่
“มานั่งนิ่งๆ ก่อนนะจ้ะ”
และเมื่อนัทพงษ์พยักหน้าเธอก็ยกมือขึ้นแตะที่ปากเขาเบาๆ นัทพงษ์นิ่งไปสักครู่ก่อนจะตัดสินใจส่งสายตาเต็มไปด้วยความจริงใจ “ผม… ผมอยากให้พี่ทำเหมือนเมื่อกี้แต่… ให้ผมลองนำบ้างได้ไหมครับ”
มารตีเลิกคิ้วเบาๆ แล้วยิ้มน้อยๆราวกับท้าทาย “ได้สิ… ถ้านายกล้า”
นัทพงษ์สูดลมหายใจลึกอีกครั้งรวบรวมความกล้าที่กระจัดกระจายกลับคืนมา เขาก้มลงริมฝีปากเขาสัมผัสริมฝีปากเธออีกครั้ง คราวนี้ไม่รีบ หลบหลีก หรือลนลานอีก เขาค่อยๆกดริมฝีปากเบาๆ ให้จูบมั่นคง แต่ยังคงแฝงไว้ด้วยความอ่อนหวาน
มารตีเผอิญกระพริบตาเมื่อความรู้สึกนั้นกลับมาอย่างช้าๆ แต่มั่นคง เธอจึงอ้าแขนรับเขาเข้าไปแนบชิด สองร่างซ้อนกันยืนเกร็งแต่ก็พร้อมที่จะแตะต้องกันและกัน จูบเกิดขึ้นอีกครั้ง ทว่าคราวนี้มันไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ บทที่นัทพงษ์เรียนรู้การรักและบทที่มารตีเปิดใจรับความรู้สึกครั้งแรกของเขา เสียงลมหายใจของทั้งสองเผชิญหน้ากันเงียบงันท่ามกลางเสียงคลื่น
หลังจากจบจูบแรกที่ทั้งหวั่นไหวและมั่นคงมารตีและนัทพงษ์ยังนั่งซบกันบนโซฟาภายในห้องสูท เสียงคลื่นทะเลก้องอยู่เบื้องนอกแต่ภายในห้องกลับเหมือนมีเพียงเราสองคน มารตีค่อยๆ พยุงตัวขึ้นและกระซิบว่า
“คืนนี้… พี่อยากให้มันสมบูรณ์กว่านี้”
นัทพงษ์พยักหน้าเบาๆ หัวใจเต้นแรงกว่าเดิมเป็นร้อยเท่าเมื่อเธอหลับตาลงก่อนโน้มตัวลงมาที่หน้าอกเขา ริมฝีปากเธอเลื่อนไปที่ใบหูแดงก่ำของเขากระซิบเบาๆ“ครั้งแรก ไม่ต้องรีบมาก แค่ช้าๆ ก็พอ”
นัทพงษ์ค่อยๆ จูบไล้ลงมาที่ส่วนยอดของภูเขาเนื้อของมารตีอย่างแผ่วเบา ขณะที่เธอเอียงตัวนอนลงบนโซฟาเรียวขาขยับออกโอบช่วงเอวชายหนุ่มไว้มือของเขาสั่นระริกเมื่อสัมผัสผิวเปลือยใต้ชุดนอนบางๆ เสื้อผ้าของเขาหลุดจนหมดตัว
หญิงสาวปล่อยให้เขารุกล้ำเข้ามา แต่แค่เพียงสัมผัสกับความนุ่มชื้นก็มีเสียงครางหนักๆ จากร่างที่ทาบทับอยู่ด้านบน มารตีตกใจเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าเขาทะลักทะลายตั้งแต่ยังไม่ทันได้เข้าที่เข้าทาง
“อ๊ะ… เสร็จแล้วเหรอ?” เธออุทานเบาๆ อย่างลืมตัวพร้อมสอดปลายนิ้วลูบผ่านผิวตรงเอวเขาช้าๆ นัทพงษ์หน้าแดงจัด อย่างสำนึกผิด “ขะ...ขอโทษครับ…ผมไม่ทัน…”
มารตียิ้มน้อยๆ อย่างอารมณ์ดี“ไม่เป็นไรครั้งแรกมันมักเป็นแบบนี้” เธอกดจูบแผ่วบนหน้าผากเขา ก่อนจะดึงเขาให้ลุกขึ้นพาเดินไปที่เตียงกว้าง พลางพากันล้มตัวลงบนเตียงนุ่ม
สาวสวยมากประสบการณ์เปลี่ยนบทบาทเป็นฝ่ายรุกเต็มตัวเธอขยับร่างไปแนบชิดเขา แล้วขึ้นนั่งคร่อมบนกลางตัวของชายหนุ่มปลายนิ้วเธอลากผ่านไหล่จนถึงซี่โครง ค่อยๆ กดหน้าลงบนหน้าอกเขาริมฝีปากของเธอผสานกับผิวอุ่น หญิงสาวสวมบทบาทนางพญาที่มั่นคงและอ่อนโยน
นัทพงษ์หลับตา ครางหนักขึ้นเมื่อสัมผัสสาวสวยครั้งแรกเธอกดจูบที่ซอกคอเขาสองสามครั้ง แล้วค่อยๆ เคลื่อนนิ้วมือเรียวยาวลงสู่หน้าท้องสัมผัสส่วนที่แข็งขืนของเขาพลางจัดให้เข้ามาในตัวเธอ
มารตีหมุนตัวขึ้นจูบที่ริมฝีปากเขาอย่างหนักหน่วง ขณะขยับเอวช้าๆ คราวนี้นัทพงษ์พยายามควบคุมตัวเอง อย่างหนัก แต่ก็พ่ายแพ้ต่อเจ้านกยักษ์ที่กู่ก้องในอกเขาปลดปล่อยอีกครั้งในเวลาไม่ถึงนาที
นัทพงษ์หน้าเสีย หายใจแรง “ผม…ขอโทษครับ ผะ ผมตื่นเต้นเกินไป”
ผู้จัดการสาวลุกขึ้นจากตัวเขา พลางโน้มตัวไปจูบหน้าผากชื้นเหงื่อของเขาเบาๆ“ไม่ต้องขอโทษจ้ะ มันก็แค่เริ่มต้นเอง”
ผ่านไปชั่วครู่กล้ามเนื้อเขาแข็งตัวขึ้นอีกครั้งมารตีปลดชุดนอนที่หลุดรุ่ยของเธอออกไปพ้นตัว เผยให้เห็นเต้าเต่งอวบอิ่ม เธอนั่งอ้าขาบนโซฟาข้างเตียงหันหน้าออกและเชื้อเชิญให้เขาเข้ามาหา
“มาใกล้ๆ หน่อย…” เธอกระซิบ ขยับสะโพกเบาๆ
ชายหนุ่มเคลื่อนตัวเข้ามา จูบหนักหน่วงบนริมฝีปากเย้ายวนของเธอแล้วค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าไปแนบชิด อ้อมแขนของเขาโอบรอบเอวบางของเธอก่อนที่จะสอดตัวเข้าไปบางส่วน ร่างกายทั้งสองประกบกันแนบสนิทเสียงลมหายใจสองคนผสานหนักหน่วงขึ้นอีกครั้ง