(จบ)ทะลุมิติกลายเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคในยุค 70

    บทที่ 56 เธอจะแยกห้องนอน

    บทที่ 56 เธอจะแยกห้องนอน


    วันจ่ายเงินเดือน ไป๋อวี้กับหลี่หมิงคิดเงินด้วยกัน โดยแจกเงินเดือนกันที่ลานในบ้านเหล่าจ้าว


    กลางลานมีโต๊ะยาวสองตัวตั้งอยู่ ไป๋อวี้ถือสมุดเล่มหนาพร้อมกับใช้ลูกคิดตรวจเช็กไปด้วย


    ปกติจะส่งคนมาครัวเรือนละคน แต่รวมแล้วก็มีหลายร้อยคนอยู่เหมือนกัน 


    เริ่มแจกเงินเดือนตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า ระหว่างนั้นพวกเขาพักครึ่งชั่วโมงเพื่อกินมื้อเที่ยง แล้วแจกยันพลบค่ำกว่าจะแจกครบทุกคน 


    ไป๋อวี้เหนื่อยจนหมดแรงแล้ว


    โชคดีที่พวกตั๋วธัญพืชทั้งหลายแจกแยกตามไตรมาส ไม่งั้นวันนี้ทำงานไม่เสร็จแน่


    พอแจกเสร็จ เธอก็อดถามหลี่หมิงไม่ได้ว่า “อาหลี่ เมื่อก่อนอาทำคนเดียวหมดเลยเหรอ”


    “เมื่อก่อนจะส่งสมุดบัญชีไปที่หน่วยยุวชน ขอให้พวกเขาช่วยตรวจดู แล้วฉันค่อยมาประกาศทีหลัง จากนั้นพวกอิ้งหงก็มาช่วยแจกด้วย”


    ไป๋อวี้กล่าว “งั้นตอนนี้ทำไมไม่ส่งให้หน่วยยุวชนล่ะ”


    “ถ้าพลาดจะต้องเทียวไปเทียวมาอีก” หลี่หมิงพูดอย่างระอาใจ “ถ้าบอกว่าเขาคิดผิด ต้องให้เจ้าตัวตรวจเองถึงจะแก้ได้”


    แต่แล้วเขาก็ชมไป๋อวี้ว่า “เธอทั้งคำนวณเร็วและทำมันได้ดี”


    ไป๋อวี้คลี่ยิ้มกว้าง


    การทำบัญชีต้องมีฝีมือ ชาติก่อนเธอเป็นนักธุรกิจ ย่อมทั้งไวและทำได้ดีเป็นธรรมดา


    หลี่หมิงตรวจดูเล็กน้อยก่อนถามเธอ “เงินเดือนบ้านเธอจะเอายังไง”


    บ้านเธอมีเงินเดือนตั้งสามส่วน ของฉินต้าซาน 82 หยวน 5 เหมา ของเธอ 40 หยวน ฉินเสี่ยวซู่มีตั้ง 11 หยวน 5 เหมา


    ไป๋อวี้รีบพูดทันที “ฉันรับของฉันก็พอแล้วค่ะ”


    หลี่หมิงเอ่ยยิ้ม ๆ อย่างแปลกใจ “โห้ ไม่ต้องทำขนาดนี้หรอก...”


    เขาก็รู้ว่าตอนที่ไป๋อวี้เพิ่งกลับมา ทุกคนต่างก็อยากรู้ว่าเธอแตะต้องเงินหรือเปล่า แถมยังมีสามนางหกแม่ วิ่งไปพูดกับตระกูลฉินว่าห้ามให้เธอยุ่งกับเงินเด็ดขาด


    แต่ตอนนี้ชัดเจนว่าเธอปักหลักอยู่กับตระกูลฉินแล้ว


    รับเงินเดือนแทนแล้วจะเป็นไรไป แค่นี้ก็ไม่ได้เหรอ เขาไม่รู้ว่านี่เป็นความคิดของไป๋อวี้เอง แต่กลับคิดว่าฉินต้าซานใช้ไม่ได้เลย


    แต่ไป๋อวี้ยืนกรานว่าจะรับแค่ส่วนของตัวเอง หลี่หมิงเลยจำใจแจกแค่ส่วนของเธอ


    ทั้งสองช่วยกันเก็บของและโต๊ะจนเสร็จ ไป๋อวี้ก็ไปรับลูกกลับจากบ้านหวังเหลียนแล้วตรงกลับบ้านเลย


    จนตอนนี้แขนของหวังเหลียนก็ยังไม่หายดี


    ป้าฮวากับจ้าวอิ้งหงดูแลเธอไม่ขาดตกบกพร่อง


    กลัวนิสัยนุ่มนิ่มอย่างเธอจะโดนรังแก เลยยกพื้นที่ใหม่ที่สร้างบ้านไว้พร้อมสรรพแล้วให้เธอโดยเฉพาะ ย้ายเข้ามาอยู่ตรงกลางหมู่บ้าน


    พื้นที่อาศัยเดิมที่เธอเคยอยู่เลยถูกริบคืนไป


    เสี่ยวกั่วชอบวิ่งไปบ้านเธอมาก และเธอก็ชอบเสี่ยวกั่วเหมือนกัน แถมสอนเสี่ยวกั่วอ่านออกเสียงตามภาพด้วย


    ตอนนี้เวลาไป๋อวี้ยุ่ง มักจะฝากลูกไว้ที่บ้านเธอเสียเป็นส่วนใหญ่


    ……


    ไป๋อวี้ซ่อนเงินเดือนไว้ในมิติลับของกั่วเอ๋อร์ แล้วสาวเท้าวิ่งปรูดกลับบ้าน


    ฉินต้าซานกับฉินเสี่ยวซู่ที่วันนี้ไม่มีอะไรทำมักตัวอยู่ในสวนทั้งคู่


    ฉินต้าซานยังทุบ ๆ เคาะ ๆ ทำชั้นวางอยู่ เพราะเธอบอกว่าจะใช้วางผึ่งของ


    ช่วงนี้ในบ้านถูกไป๋อวี้ตกแต่งซะจนใหม่เอี่ยม


    แน่นอนว่าเธอเริ่มทำหน้าที่แค่ขยับปากแล้ว


    ฉินเสี่ยวซู่เห็นเธอก็ตะโกนทันที “กลับมาแล้วเหรอ! รีบไปทำอาหารเลย! จริงสิ เอาเงินให้ฉันด้วย!”


    ไป๋อวี้วางเสี่ยวกั่วลงบนพื้น เสี่ยวกั่วรีบวิ่งไปหาพ่อของเธอแล้วใช้มือยันเข่ามองพ่อทำงาน


    ไป๋อวี้กล่าว “เงินอะไร?”


    ฉินเสี่ยวซู่กระโดดโหยง “เงินเดือนไง! เงินเดือนของครอบครัวเรา!”


    เขามองผู้หญิงคนนี้อย่างเดือดดาล คิดในใจว่าหรือเธออยากฮุบไว้คนเดียว!


    ไป๋อวี้กล่าว “ฉันไม่ได้รับมานี่นา ฉันเอามาแค่ของตัวเอง”


    ถ้าเจ้าเด็กนี้กล้าบอกให้เธอเอาเงินเดือนให้ เธอกับเขาได้เห็นดีกันแน่


    ปรากฏว่าฉินเสี่ยวซู่กลับหัวฟัดหัวเหวี่ยง “ช่วยรับแทนฉันหน่อยจะเป็นไรไป! ใจแคบชะมัด! ฉันต้องไปเองอีก!”


    พูดจบก็พุ่งตัวออกไปราวกับสายลม


    ไป๋อวี้รีบเอ่ยทันควัน “ถ้านายวิ่งไวอาจจะตามเหรัญญิกหลี่ทัน!”


    จากนั้นหันหน้าไปพูดกับฉินต้าซานอย่างจริงจัง “ฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ส่งเขาเข้าเรียนซะ”


    ฉินต้าซานเงยหน้ามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าทาน้ำมันตั้งอิ้วให้ตู้ใบใหม่ต่อ


    ไม่พูดไม่จา


    ไป๋อวี้ก็ชินแล้ว


    แต่ตอนที่เธอจะเดินกลับเข้าบ้าน จู่ ๆ ฉินต้าซานกลับตะโกนบอกเธอ


    “หิวแล้ว!”


    เท้าที่กำลังจะก้าวเข้าบ้านของไป๋อวี้หมุนกลับมา 


    ก็ได้ เธอก็หิวแล้วเหมือนกัน


    แต่ตอนที่เธอรีบร้อนเดินผ่านฉินต้าซานไป เขาก็พูดขึ้นอีกคำว่า


    “ครั้งหน้ารับเงินเดือนมาด้วยเลย เสี่ยวซู่จะได้ไม่ต้องไปอีกรอบ”


    “อ้อ”


    ไป๋อวี้คิดว่าในเมื่อพวกเขาพูดขนาดนี้แล้วเธอก็รับให้เลยแล้วกัน ขอแค่ไม่มีใครขอเงินเดือนจากเธอก็พอแล้ว


    ฉินต้าซานก็จิตใจดีทีเดียว ไม่ถามด้วยซ้ำว่าเธอได้เงินเท่าไหร่ 


    วันนี้เธออารมณ์ดีเลยตั้งใจทำอาหาร แต่ตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว ทุกคนต่างก็หิวจนท้องร้องจ๊อก


    ก่อนหน้านี้เธอพาฉินเสี่ยวซู่ไปซื้อเส้นบะหมี่แห้งมัดหนึ่งที่หน่วยยุวชน ในที่สุดวันนี้ก็ยอมตัดใจเอาออกมาสักที


    ใส่น้ำมันหมูหนึ่งช้อน น้ำสะอาดหนึ่งแก้ว เกลือนิดหน่อย ซีอิ๊วนิดหนึ่งลงในบะหมี่แห้งต้มสุก แล้วเสริมด้วยต้นอ่อนกวางตุ้งฮ่องเต้น้อยตามฤดูกาล


    ฉินเสี่ยวซู่กลับมาตอนยกมื้อเย็นขึ้นโต๊ะพอดี 


    พอยื่นหน้ามองบนโต๊ะก็ผิดหวัง “โห! ไม่มีเนื้อสัตว์เลย!”


    ฉินต้าซานล้างมือเสร็จแล้ว เข้ามาก็ชะโงกหน้ามองแวบหนึ่งไม่พูดอะไร ใบหน้าก็เจือความผิดหวังอยู่บ้างเหมือนกัน


    “นายจะไปรู้อะไร อันนี้เรียกบะหมี่หยางชุนย่ะ! บะหมี่หยางชุน! กินคำหนึ่งนายจะรู้เอง!”


    ในบ้านก็ไม่ได้กินมื้อใหญ่หรูหราทุกวัน เพราะยุคนี้สมัยนี้วัตถุดิบสิ่งของก็ไม่ได้หลากหลายขนาดนั้น


    อีกอย่างไป๋อวี้ก็คิดวิธีจัดการพวกเนื้อรมควันกับเนื้อแช่น้ำมันได้ยากมาก


    แต่วันนี้เธอใช้ต้นหอมผัดเนื้อแพะที่ซื้อมาใหม่กับเนื้อรมควัน แล้วจี่แป้งทอดเหลืองทอง ไหนจะผัดผักอีกหลายอย่าง


    เสี่ยวกั่วเอ๋อร์กินบะหมี่หยางชุนอย่างเบิกบานใจ แต่เหมือนว่าฉินเสี่ยวซู่จะไม่โปรดปรานตำนานทางใต้อย่างบะหมี่หยางชุน


    เขาบ่นอุบอิบว่า ‘มีแต่น้ำซุป กินก็เหมือนไม่กิน’


    ไป๋อวี้ตั้งใจใคร่ครวญครู่หนึ่งแล้วกล่าว “งั้นครั้งหน้าจะทำบะหมี่ชงโหยว บะหมี่โหยวพัวให้นายกินแล้วกัน”


    ฉินเสี่ยวซู่ใช้ตะเกียบเคาะตะเกียบของเธอ “ฉันจะกินซาลาเปา! ซาลาเปาน่ะ! ซาลาเปาขาว ๆ อ้วน ๆ!”


    ไป๋อวี้เอ่ยอย่างมีน้ำโมโห “กินข้าวไปเลยนะ! ใช้ตะเกียบให้มันดี ๆ! มื้อนี้ยังไม่ทันกลืนเลยนายก็คิดถึงซาลาเปาแล้ว”


    ช่วยไม่ได้ที่แม่เลี้ยงอย่างเธอไม่มีความน่าเกรงขามเลยสักนิด คนเป็นพ่อก็ไม่สนใจ สุดท้ายเธอเลยต้องใช้ตะเกียบตบตีกับเขา


    ฉินเสี่ยวกั่วนั่งขำคิกคักอยู่ข้าง ๆ “แม่สู้ ๆ! แม่สู้ตาย!”


    ฉินต้าซานซดน้ำซุปจนหมดเกลี้ยงแล้ววางชามลง


    เขาหันไปพูดกับไป๋อวี้ “ตู้โง่ ๆ ของเธอทำเสร็จแล้ว เธอกะจะวางไว้ตรงไหน”


    เรียก ‘ตู้โง่ ๆ’ เพราะมันเป็นตู้ที่บางเฉียบ แทบจะวางของใหญ่ ๆ ไม่ได้เลย


    แถมยังมีสองขาตามที่เธอขอ แล้วก็ถอดชิ้นส่วนได้อีกต่างหาก


    ฉินต้าซานถูกบีบคั้นให้ไปเรียนกับช่างไม้หลู่ว่าตู้นี้ทำยังไง 


    ไป๋อวี้ตาเป็นประกายพลางเอ่ย “เยี่ยมเลย คืนนี้ฉันจะบอกเองว่าจะวางไว้ไหน”


    ……


    ดังนั้นตกกลางคืน ไป๋อวี้เลยให้สองพ่อลูกตระกูลฉินถอดขาตู้ที่ขยับได้ออกแล้ววางไว้บนเตียงเตา


    ตัวตู้วางขวางอยู่กลางเตียงพอดี


    ฉินต้าซาน “...”


    ฉินเสี่ยวซู่งุนงง “เธอทำอะไรเนี่ย”


    ไป๋อวี้กล่าว “ทำอะไรนายไม่รู้เลยเหรอ! ถ้าไม่ใช่เพราะนายนอนดิ้น ฉันคงไม่ต้องให้พ่อนายทำตู้ใบนี้หรอก!”


    ฉินเสี่ยวซู่พานโมโห “เธอเอามากั้นเพราะรังเกียจฉันงั้นเหรอ! อย่างกับฉันอยากอยู่ข้างเธองั้นแหละ!”


    ทั้งสองจะทะเลาะกันอยู่รอมร่อแล้ว


    ฉินต้าซานที่โดนรังเกียจของจริงย่นคิ้วเล็กน้อย พินิจมองตู้ใบนั้นก็ลูบคางโดยไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่

    คล้ายกับเรื่อง(จบ)ทะลุมิติกลายเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคในยุค 70 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592