บทที่ 47 ราชินีจอเงินแอบแต่งงานมีลูก
ไม่มีใครเข้าไปห้ามได้ พวกเขาล้วนเป็นผู้มีอำนาจ แล้วยังจะต้องกลัวใครอีก หากมีเด็กน้อยวัยนี้อยู่ที่บ้าน คนเหล่านี้ก็เป็นคนแวดวงชั้นสูงทั้งนั้น แต่ไม่ว่าจะเป็นใครพวกเขาก็ไม่กลัว
เด็กคนนี้รบกวนอารมณ์ของพวกเขาจริง ๆ ลงโทษนิดหน่อยจะเป็นอะไรไป แม้ว่าเขาจะตกใจหรือบาดเจ็บ แต่แล้วใครจะกล้ามาถึงหน้าประตูบ้านของเขา
……
เหม็นมาก ซิงซิงสูดจมูกเล็ก ๆ ของเธอกับกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์นี้เลย ทุกคนที่นี่มีกลิ่นเหม็นเหลือจะทน มีเพียงมู่จือเท่านั้นที่ทำให้เธอรู้สึกใกล้ชิด
ซิงซิงจับมือของมู่จือ ร่างกายของมู่จือเกร็งไปหมดแล้ว แต่สัมผัสที่อบอุ่นและนุ่มนวลที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้เธอแทบจะสะดุ้ง
เธอมองลงไปก็เห็นเด็กน้อยมองตนเองอยู่ ดวงตาใสแดงระเรื่อฉายชัดทั้งยังมั่นคง
“พี่สาวไม่ต้องกลัวนะ ซิงซิงจะปกป้องพี่เอง”
ในขณะที่พูด โจวเฉียงก็เดินไปหามู่จือแล้วผลักมู่จือออกไป แต่คาดไม่ถึงเลยว่าเธอจะไม่ขยับสักนิด
โจวเฉียงไม่ทันคิดว่าทำไมมู่จือที่ดูผอมเพรียวกลับไม่ขยับเขยื้อนเลย แต่นั่นกลับทำให้เขาโกรธมากขึ้น เขาเดินผ่านมู่จือไปกระชากตัวซิงซิง
มู่จือตกใจจนไม่ทันได้ตอบโต้อะไร
ซิงซิงพลันถูกยกขึ้นมา เด็กน้อยกรีดร้องก่อนจะกัดนิ้วของโจวเฉียงเข้าอย่างจัง!
“แม่งเอ๊ย!”
โจวเฉียงปล่อยมือ ร่างกายของซิงซิงล้มลงกระแทกพื้น มู่จือดึงเธอขึ้นมาและป้องกันไม่ให้เธอล้ม รอยฟันเล็ก ๆ ปรากฏบนมือของโจวเฉียง ซึ่งมันค่อนข้างลึก
“อะไรวะเนี่ย!” ชายขี้เมาโมโหมาก เขาหันไปทางซิงซิงที่อยู่ตรงหน้า ก่อนคว้าเก้าอี้ข้าง ๆ ขึ้นมา!
เขาเกือบจะเสียสติไปแล้ว ยกเก้าอี้ขึ้นสูงและจะทุบมันลงอย่างแรงในวินาทีถัดมา
รูม่านตาของมู่จือขยายออกเล็กน้อย เธอก้าวไปข้างหน้าเพื่อกันซิงซิงไว้ แผ่นหลังของมู่จือแข็งเกร็ง เธอไม่ได้รับความเจ็บปวดที่คาดไว้ กลับกลายเป็นอีกฝ่ายที่ร้องเสียงหลงเหมือนหมูถูกเฉือดซะเอง
“อ๊ากกก ใครวะ!”
คนที่เหลือต่างก็ยืนขึ้นจ้องมองไปที่ประตูด้วยดวงตาเบิกกว้าง
ใครกันน่ะ?
พวกเขาอยู่ห้อง VIP ของคนแวดวงคนดัง ทำไมถึงยังมีคนเข้ามาได้อีก
โจวเฉียงรู้เพียงว่าข้อมือของเขาเหมือนถูกคีมเหล็กขนาดใหญ่บีบเอาไว้ รู้สึกเหมือนกระดูกกำลังจะหัก เจ็บจนแทบทนไม่ไหว
เก้าอี้ในมือของเขาถูกแย่งไป ทำให้เขาเห็นชัดเจนว่ามีชายแปลกหน้ามาปรากฏตัวตรงหน้า ชายร่างสูงสวมหมวกกันน็อก มองไม่เห็นใบหน้า แต่สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกทั่วทั้งร่าง
“แม่งเอ๊ย ปล่อยสิว่ะ! รปภ. รปภ.!” โจวเฉียงร้องด้วยความเจ็บปวด
ในที่สุดชายคนนั้นก็ปล่อยมือ โจวเฉียงพลันทรุดลงกับพื้นแล้วโวยวายเสียงดัง แต่ซิงซิงกลับลืมตาขึ้นด้วยความประหลาดใจ!
“พี่ใหญ่ พี่ใหญ่!” เสียงของเด็กน้อยดูตื่นเต้น!
ซิงซิงจำได้ว่าใครคือคนที่เข้ามาจึงรีบวิ่งไปหาเขา!
พี่ชายของฉันคือซูเปอร์แมน!
มู่จือยืดตัวขึ้น ดวงตาเรี่ยวยาวจ้องมองอีกฝ่าย
ชายคนนั้นถอดหมวกกันน็อกออก เผยให้เห็นใบหน้าที่พวกเขาทุกคนคุ้นเคย
“ฉันจะพาเด็กน้อยของฉันกลับ”
เสียงของอินเสินเย็นชาพอ ๆ กับการแสดงออกของเขา
เขาดึงซิงซิงที่เกาะขาเขาแน่นคล้ายโคอาล่าออกอย่างชำนาญ แล้วอุ้มเจ้าตัวน้อยไว้ในอ้อมแขนของตนเอง เดิมทีเขาอยากจะตีก้นเล็ก ๆ ของเจ้าตัวซนแรง ๆ สักที แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้ทำในเวลานี้
“ประธานอิน?” ผู้กำกับซ่งเป็นคนแรกที่ตอบสนอง
ในเวลาเดียวกัน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายคนก็รีบเข้ามา ผู้คนที่เข้ามาร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำโบกมือให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยออกไปราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่
“ไม่เป็นไร มันเป็นแค่ความเข้าใจผิดเล็กน้อยเท่านั้น”
“ประธานอิน ทำไมคุณถึงมาที่นี่ได้ล่ะ?”
“นี่เป็นเด็กน้อยของคุณเหรอ ทำไมถึงไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย ไม่แปลกใจเลยที่เธอสวยมาก”
“ประธานอินนั่งลงเถอะ เดี๋ยวฉันดื่มให้คุณสักแก้ว”
ทุกคนต่างปรับตัวไปตามสถานการณ์ และไม่ได้สนใจโจวเฉียงที่ยังคงร้องโอดครวญอยู่บนพื้น ทุกคนรู้ดีว่าอินเสินกำลังวางแผนที่จะเข้าสู่วงการบันเทิง บางทีเขาอาจจะเป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดในอนาคต
โจวเฉียงเป็นน้องชายของโจวเต๋อ และคอยช่วยจัดการเรื่องอุตสาหกรรมวงการบันเทิงให้โจวเต๋อในปัจจุบัน เพราะได้ยินข่าวว่าโจวเต๋อมีสุขภาพร่างกายไม่ค่อยดี และเขากำลังพบกับปัญหาบางอย่าง แม้ว่าตอนนี้จะดูดีขึ้นแล้ว แต่ใครจะไปรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต
โจวเฉียงนั่งอยู่บนพื้น ข้อมือของเขาบวมแดง ใบหน้าก็ขึ้นสีเขียว
นังเด็กน้อยนี่เป็นเด็กบ้านประธานอินหรือ
ประธานอินมีลูกตั้งแต่เมื่อไหร่!?
อินเสินเพียงเหลือบมองทุกคนแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“เด็กน้อยของฉันวิ่งเล่นสร้างปัญหาให้ทุกคนแล้ว เด็กสามสี่ขวบก็ซนอย่างนี้แหละ ทุกคนอย่าถือสาเลยนะ”
“ไม่รบกวนแล้ว ไว้เจอกันใหม่”
หลังจากพูดจบ เขาก็หมุนกายเดินจากไป
ซิงซิงซบบนไหล่ของอินเสินและรีบเอื้อมมือไปหามู่จือ
“พี่สาว พี่สาวก็ไปด้วยกันเถอะ”
มู่จือตกตะลึง
เธอจะจากไปได้ยังไงกัน คนที่นี่ไม่มีทางปล่อยเธอไปแน่ เว้นแต่อินเสินจะเอ่ยปาก แต่อินเสินจะมาออกตัวแทนได้ยังไง
เธอยิ้มเล็กน้อย “พี่สาวไม่ไป...”
ยังไม่ทันพูดจบ อินเสินก็พูดอย่างเย็นชา
“มู่จือ ตามมา”
เขาไม่ได้พูดเสียงดัง แต่เมื่อออกคำสั่งแล้วก็ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ
มู่จือกัดฟันทั้งยังรู้สึกแปลกใจ
อินเสินใจดีพอที่จะช่วยเหลือเธอตั้งแต่เมื่อไหร่
มู่จือแสดงรอยยิ้มที่สดใสงดงาม หันไปเผชิญหน้ากับผู้คนด้วยสีหน้าที่แตกต่างกันแล้วพูดว่า
“ต้องขอโทษจริง ๆ ประธานอินเรียกฉันแล้ว ฉันคงต้องไปก่อน ไว้คราวหน้าฉันจะขอโทษทุกคนอีกครั้งนะคะ”
หลังจากพูดจบ ราวกับว่าเธอเพิ่งเห็นโจวเฉียงบนพื้น จึงแสร้งพูดขึ้นด้วยความตกใจ
“อ้าว ประธานโจว ทำไมคุณถึงไปนั่งอยู่ที่พื้นซะล่ะ ให้ฉันช่วยคุณ…”
โจวเฉียงผลักมู่จือออกไปด้วยใบหน้าเขียวคล้ำ แต่เขาก็ไม่กล้าว่าอะไร
ซิงซิงซบลงบนไหล่ของอินเสิน เธอรู้สึกถึงความปลอดภัยและความสุขอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน จนกระทั่งอินเสินเดินอุ้มซิงซิงออกมาจากโรงแรม เด็กน้อยจึงตระหนักได้ถึงความน่ากลัว
หนึ่งคือหวาดกลัวคนชั่วพวกนั้นในตอนนี้ และอย่างที่สองคือกลัวพี่ใหญ่ที่แผ่ความกดดันออกมา
มู่จือตามอินเสินมา และเมื่อออกมาจากโรงแรม เธอก็มองเห็นแสงไฟกะพริบข้าง ๆ โรงแรม
เธอกำลังจะเตือนอินเสิน แต่อินเสินกลับเปิดปากพูดก่อน
เขาพูดกับซิงซิง “ยังกล้าวิ่งเล่นไปทั่วอีกไหม”
ซิงซิงประสานมือ ลดศีรษะลงและทำหน้ามุ่ย ยอมรับความผิดของตัวเอง “ไม่กล้าแล้ว...”
หลังจากพูดจบ เธอก็เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง โอบแขนรอบคอของอินเสินแล้วพูดด้วยรอยยิ้มอันแสนหวาน
“พี่ใหญ่คือซูเปอร์แมน เป็นซูเปอร์แมนที่ดีที่สุดในโลกเลย เจ๋งมาก เก่งมาก!”
เด็กน้อยชื่นชมจากใจ ดวงตากลมโตซึ่งแต่เดิมเป็นสีแดงด้วยความโกรธและความกลัว บัดนี้กลับเปล่งประกาย
ดวงตาสีนิลใสสะท้อนภาพของพี่ใหญ่
หัวใจของอินเสินอ่อนยวบ เขาลืมทุกสิ่งที่เขาเตรียมจะว่าทันที
เหอะ
เขากัดลิ้นเพื่อรักษาสีหน้าที่จริงจังเข้มงวด “กลับบ้านกันก่อน”
จากนั้นเขาก็เหลือบไปมองมู่จือที่ติดตามเขามาด้านหลัง “ตามฉันมา”
มู่จือบิดเอวแล้วเดินตามอินเสินไป ก่อนจะยักไหล่หันศีรษะไปยิ้มให้ปาปารัสซี่ที่แอบถ่ายรูปอยู่ไม่ไกล
……
ห้านาทีต่อมา มู่จือยืนนิ่งมองไปที่มอเตอร์ไซค์สุดเท่พร้อมกับเลิกคิ้ว
“ให้ฉันนั่งคันนี้เหรอ”
“มีเท่านี้แหละ” อินเสินพูดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์พลางถอดเสื้อแจ็กเก็ตออกแล้วมัดซิงซิงไว้ที่หน้าอก จากนั้นขายาวก็ก้าวขึ้นมอเตอร์ไซค์แล้วสวมหมวกกันน็อก
“เธอจะไม่นั่งก็ได้นะ”
มู่จือได้สติกลับมาก็แสดงรอยยิ้มมีเสน่ห์บนใบหน้าเจ้าเล่ห์ของเธอ
“พี่ใหญ่ขี่รถเองแท้ ๆ ฉันจะไม่นั่งได้ยังไง”
หลังจากพูดอย่างนั้นเธอก็ก้มลงจับชายกระโปรงด้วยมือทั้งสองข้างแล้วดึงอย่างแรง—
เสียงผ้าฉีดขาดดังขึ้น กระโปรงด้านข้างถูกฉีดไปเป็นทางยาวจนถึงต้นขาของเธอ จากนั้นเธอก็ปีนขึ้นนั่งซ้อนข้างหลังอินเสิน
อินเสินเข้าเกียร์บิดคันเร่ง มอเตอร์ไซค์คันงามพุ่งออกไป
……
ปาปารัสซี่ที่แต่เดิมวางแผนจะเสี่ยงโชคในการถ่ายภาพสวย ๆ ของมู่จือต่างต้องตกตะลึง พวกเขาแทบจะเป็นลมหมดสติเพราะภาพที่เห็นตรงหน้าราวกับถูกวางระเบิด
เมื่อกี้นี้มันคืออะไรกัน!
ราชินีจอเงินอย่างมู่จือกับประธานอินกรุ๊ปแต่งงานกันอย่างลับ ๆ และมีลูกแล้ว!!