“ขอโทษจริงๆ รั่วเอ๋อร์ฉันไม่ได้ตั้งใจ...” มู่ซืออวี่พูดขอโทษ พร้อมกับยกรองเท้าส้นสูงเหยียบเด็กทารกให้แหลก
รองเท้าส้นสูงแหลมปรี๊ดเหยียบทะลุร่างลูกน้อยของเธออย่างแรงจนเป็นรู
“อย่า...” หลินรั่วเอ๋อร์ตะโกนออกมาโดยไม่อาจควบคุมตัวเองได้ร่างกายส่วนบนตะเกียกตะกายลงจากเตียง มือทั้งสองสั่นไหวอยากจะเก็บร่างแหลกเหลวของลูกน้อยขึ้นมา
มือเพิ่งจะแตะถึงตัวเด็ก รองเท้าส้นสูงของมู่ซืออวี่ก็เหยียบลงบนหลังมือเธอทันที
ความเจ็บปวดแปลบแล่นขึ้นมา หลินรั่วเอ๋อร์ขมวดคิ้วแน่น แต่ไม่ยอมชักมือกลับ
เธอยอมให้อีกฝ่ายเหยียบมือของเธอ
มู่ซืออวี่จงใจใช้รองเท้าส้นสูงบดขยี้หลังมือ “หลินรั่วเอ๋อร์ นี่คือค่าตอบแทนที่เธอแย่งพี่เฉินซีฉันจะบอกเธอไว้ เธอไม่มีทางสู้ฉันได้แม้แต่น้อย ขอเพียงฉันต้องการ ไม่ใช่แค่ลูกเธอมดลูกเธอ แม้แต่อวัยวะใดๆ ในร่างกายเธอพี่เฉินซีก็จะเอามาให้ฉันโดยไม่ลังเล!”
หลินรั่วเอ๋อร์รู้สึกเหมือนฝ่ามือของตนกำลังจะหักเพราะถูกอีกฝ่ายเหยียบ แต่เธอกลับกัดฟันอดกลั้นความเจ็บปวด
“หลินรั่วเอ๋อร์ บางครั้งฉันเห็นหน้าเธอก็รู้สึกสะอิดสะเอียนมากจริงๆวันนี้ฉันอยากจะกรีดมันนัก ฉันว่าพี่เฉินซีคงไม่ว่าอะไรฉันหรอก!”
มู่ซืออวี่กล่าวอย่างโหดเหี้ยม คว้ามีดปอกผลไม้ข้างๆ ขึ้นมา หมายจะกรีดหน้าหลินรั่วเอ๋อร์
ทันใดนั้นก็มีคนพุ่งเข้ามาจากข้างนอกแล้วผลักมู่ซืออวี่ออกอย่างแรง “มู่ซืออวี่เธอห้ามทำร้ายรั่วเอ๋อร์!”
มู่ซืออวี่เจ็บจนล้มไปข้างๆ โกรธจนต้องกัดฟันกรอด เมื่อกี้อีกแค่นิดเดียวเท่านั้นคมมีดก็จะกรีดลงบนหน้าหลินรั่วเอ๋อร์แล้ว
หลินรั่วเอ๋อร์เงยหน้ามองคนที่อยู่ๆ ก็พุ่งเข้ามา สีหน้าเวทนาของเธอเปลี่ยนไปทันทีกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ“ลู่ชวน ช่วยฉัน เก็บลูกขึ้นมาหน่อย”
ตอนสมัยเรียนลู่ชวนคอยปกป้องเธอตลอด เขาเหมือนอัศวินขี่ม้าขาว แม้เธอจะปฏิเสธเขาแต่เขาก็ไม่เคยโทษเธอ
“ได้สิ รั่วเอ๋อร์ ฉันจะช่วยเธอเอง” ลู่ชวนพยักหน้าอย่างปวดใจ
“โอ๊ะ นึกว่าใครซะอีกลู่ชวนเป็นห่วงหลินรั่วเอ๋อร์ขนาดนี้ นายคงไม่ได้แอบเป็นชู้กับเธอหรอกนะ! หรือว่าลูกของหลินรั่วเอ๋อร์ไม่ใช่ลูกของพี่เฉินซีจริงๆแต่เป็นลูกของชายชู้!” มู่ซืออวี่พูดจาคลุมเครือ
ถ้าไม่ใช่เพราะลู่ชวนไม่ทำร้ายผู้หญิง เขาคงตบหน้ามู่ซืออวีไปแล้ว
“ใช่ ลูกของรั่วเอ๋อร์เป็นของฉันถ้าต่อไปเธอกล้ารังแกรั่วเอ๋อร์อีก ฉันไม่ยกโทษให้เธอแน่!” เขาขมวดคิ้วพร้อมเอ่ยเตือน
“ลู่ชวน นายพูดใหม่สิ!”ตอนนี้ เสียงเย็นชาของชายหนุ่มคนหนึ่งดังมาจากข้างนอก
ร่างสูงใหญ่ของเจียงเฉินซียืนอยู่หน้าประตู
มู่ซืออวี่ตกใจ เธอไม่รู้ว่าเจียงเฉินซีได้ยินอะไรไปมากน้อยเท่าไหร่ เธอรีบพูดต่อทันที“พี่เฉินซี ที่แท้ลูกของรั่วเอ๋อร์ก็เป็นลูกนอกไส้จริงๆ ด้วย เมื่อกี้ลู่ชวนยอมรับแล้วมิน่าล่ะหลินรั่วเอ๋อร์ถึงยอมเซ็นใบหย่าอย่างสบายใจ ที่แท้จะหนีไปอยู่กับชายชู้นี่เอง!”
พูดจบเธอก็หยิบใบหย่าที่หลินรั่วเอ๋อร์เพิ่งเซ็นออกมาส่งให้เจียงเฉินซี “พี่เฉินซีดูสิในเมื่อรั่วเอ๋อร์เซ็นใบหย่าแล้ว พวกเราปล่อยพวกเขาไปกันดีกว่า!”
“ปล่อยคู่ชู้คู่นี้ไปน่ะเหรอ?ไม่มีทาง!” เจียงเฉินซีไม่ดูใบหย่าเลยแม้แต่น้อย หลังจากที่เขารับใบหย่าไปก็ฉีกมันออกเป็นชิ้นๆ
มู่ซืออวี่เบิกตากว้าง กำมือแน่นด้วยความริษยา ดูเหมือนในใจพี่เฉินซียังมีหลินรั่วเอ๋อร์ผู้หญิงแพศยาคนนี้อยู่เขาถึงไม่ยอมหย่า!
“นอกจากหลินรั่วเอ๋อร์แล้วพวกเธอออกไปให้หมด!”
ดวงตาลึกล้ำของเจียงเฉินซีจ้องมองหลินรั่วเอ๋อร์ พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ลู่ชวนโกรธมากจนเอ่ยด่าเขาออกไป “เจียงเฉินซี นายยังมีหัวใจอยู่ไหม นายทำร้ายรั่วเอ๋อร์จนเป็นแบบนี้แล้วนายยังอยากจะรังแกเธออีกเหรอ? นายรู้หรือเปล่า อุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสองปีก่อน รั่วเอ๋อร์เป็นคน...”
“ลู่ชวน!” หลินรั่วเอ๋อร์เรียกเขาไว้ทันที“นายไม่ต้องพูดแล้ว”
แม้จะพูดความจริง ว่าในตอนนั้นเธอเป็นคนเปลี่ยนถ่ายไตของตนเองให้เขา เจียงเฉินซีก็ไม่มีทางเชื่อเธอไม่อยากหาเรื่องให้ลำบากใจ
“รั่วเอ๋อร์ เธอยังจะปิดบังต่อไปอีกเหรอ?ทุกอย่างที่เธอทำเพื่อเขา...” ลู่ชวนพูดอย่างเดือดดาล
“นายออกไปเถอะ ให้ฉันคุยกับเขาให้เข้าใจเพียงลำพังเถอะนะ” หลินรั่วเอ๋อร์ส่ายหน้า พยายามกล่อมไม่ให้ลู่ชวนพูดต่อ
หลังจากลู่ชวนและมู่ซืออวี่ออกไป ในห้องก็เหลือเพียงสองสามีภรรยา
เจียงเฉินซีประคองหลินรั่วเอ๋อร์ขึ้นมาจากพื้น เธอพิงหัวเตียง ในมือกำเศษแก้วเอาไว้เงียบๆ
“เจียงเฉินซี ฉันยอมหย่าแล้วต่อไปพวกเราต่างคนต่างไม่เกี่ยวข้องกันอีก คุณแต่งงานกับมู่ซืออวี่ของคุณได้แล้ว ฉันขอแค่คุณปล่อยฉันไปก็พอ”
“เหอะ อยากจะหย่าเพื่อให้ฉันทำให้เธอกับชู้ของเธอสมปรารถนางั้นเหรอ?หลินรั่วเอ๋อร์ฝันไปเถอะ!” เจียงเฉินซีจำได้ว่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยลู่ชวนตามจีบหลินรั่วเอ๋อร์มาตลอดคิดไม่ถึงว่าตอนนี้พวกเขาสองคนจะยังอาลัยอาวรณ์กันอยู่ ถึงขนาดตั้งท้องลูกนอกไส้!
“แล้วแต่คุณจะคิดเถอะ” หลินรั่วเอ๋อร์หลับตาลง ไม่อยากเห็นหน้าเขาอีก
“หลินรั่วเอ๋อร์ เธอใจร้อนอยากจนทนไม่ไหวขนาดนี้เลยเหรอ? ฉันไม่มาหาเธอแค่หนึ่งเดือน เธอก็ใจร้อนอยากจะให้ชายชู้มาเอาเธอถึงที่เลยสินะ!”
เจียงเฉินซีสาวเท้าเดินมาข้างเตียง เหยียดหยามเธออย่างรุนแรง
ผ่านไปครู่ใหญ่ เมื่อเขาไม่ได้คำตอบจากเธอ ก็ยิ่งร้อนใจ
เขาตะคอกเหมือนสิงโตที่กำลังโกรธ “เธออยากให้มันมาเอาเธอไม่ใช่รึไง? ถ้างั้นตอนนี้ฉันจะทำให้เธอพอใจเอง!”
เจียงเฉินซีกดหลินรั่วเอ๋อร์ลงไป ฝ่ามือใหญ่ดึงกางเกงคนไข้ของเธอลง
เขาระดมจูบไปตามลำคอ พวงแก้มและไหปลาร้าของเธอ
คิดไม่ถึงเลย ว่าไม่ได้แตะต้องเธอเพียงแค่หนึ่งเดือน เขาจะคิดถึงร่างกายเธอมากขนาดนี้ต้องการร่วมรักกับเธอ
‘ครืด’ ความรู้สึกปวดแปลบจากการถูกแทงแล่นขึ้นมา เจียงเฉินซีตกใจมากจนดึงมือที่จับหน้าอกเธอไว้กลับมา
เธอใช้เศษแก้วที่กำไว้ในมือกรีดลงบนแขนเขาจนเกิดเป็นทางยาว
“หลินรั่วเอ๋อร์ ตอนนี้เธอไม่อยากให้ฉันแตะต้องขนาดนี้เลยเหรอ?เธออยากให้ชายชู้นอนกับเธอใช่ไหม!” เจียงเฉินซีโกรธขึ้นมาทันที
“เจียงเฉินซี คุณอยากทำร้ายฉันไปถึงตอนไหนเมื่อไหร่คุณถึงจะยอมหยุด! ต้องให้ฉันตายก่อนใช่ไหม คุณถึงจะยอมปล่อยฉันไป?”
เสื้อผ้าของเธอหลุดลุ่ย ตะคอกใส่เขาสุดเสียง
ทันใดนั้น เธอก็ยกเศษแก้วในมือขึ้นมา คมแก้วนั้นกรีดลงบนข้อมือเธอทันที เลือดจำนวนมากพุ่งออกมาหยดลงพื้นไม่หยุด
“แบบนี้ยังไม่พอใช่ไหม?”หลินรั่วเอ๋อร์เลิกคิ้ว ถามเสียงเบา
“ครืด” เศษแก้วกรีดแทงลงไปอีกครั้ง
“พอแล้ว หลินรั่วเอ๋อร์!”เจียงเฉินซีตะโกน เขาอยากจะแย่งเศษแก้วมาจากในมือเธอ
ทว่าเธอกลับไม่ยอมปล่อยมือ แล้วกรีดข้อมือตัวเองอีกครั้ง ครั้งนี้เธอกรีดมาจนถึงข้อศอกจนเกิดเป็นบาดแผลยาว
หลังจากนั้นหลินรั่วเอ๋อร์ก็แทงลงไปบนข้อมือที่มีชีพจรของตัวเองอยู่อย่างแม่นยำแล้วกรีดเศษแก้วลงบนเส้นเลือดใหญ่...