บทที่ 28 เสนอตัว
หากต้นหนาวได้ยินความคิดนี้ เขาคงจะหัวเราะออกมาอย่างดูแคลนเป็แน่ คนบ้านใหญ่มีความคิดโง่งม คิดว่าตนเองยังอยู่เหนือพวกเขาได้อย่างไร? ขนาดทางสว่าง...เขายังกลายเป็คนที่รวยอันดับหนึ่งได้ แล้วคิดว่าคนที่มีเงินมากมายอย่างเขาจะทางที่มืดมิดไม่ได้หรอ? คิดอยู่หรอว่าธุรกิจสีเทาของตนเอง แก๊งค์อันธพาลของตนเองยังอยู่ในสายตาของเขาน่ะ
ั้แ่ที่แยกบ้านจากมา คิดว่าพวกเขาไม่ได้ทำอะไรเลยหรอ?
พวกมันคิดตื้นๆไปแล้ว ความคิดพวกนี้ถูกพ่อของเขามองออกั้แ่แรก แล้วอยากรู้ไหมว่าทำไมพ่อของเขาถึงได้กลายเป็ที่สนใจของทวดจอมเ้าเล่ห์นั่นน่ะ?
ก็เพราะพ่อของเขาฉลาดเกินไป อำมหิตเกินไปอย่างไรล่ะ!
ชายชราที่จิตใจมีเมตตาคนนั้นจึงได้จับตามองพ่อของเขา คาดหวังจะให้พ่อของเขาพาตระกูลไปสู่จุดที่สูงขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่ามีสายตาที่ดีจริงๆ แต่ตอนนี้มันก็ไม่ได้เป็แบบนั้นแล้ว ตอนนี้พวกเขาเหมือนกับหอกข้างแคร่ที่คนรุ่นใหม่ไม่ได้คิดว่ามีกำลังอะไร
ทั้งที่จริงๆแล้ว เขานี่แหละ...ที่เป็คนสร้างลู่วิ่งให้พวกมันเล่นสนุกกันอยู่น่ะ
โอ่อ่ากันเหลือเกิน นักเลงกันเหลือเกิน แค่กลุ่มคนที่พ่อของเขาสร้างไว้ในเงามืด พวกมันก็ไม่นับว่าเป็คู่มือด้วยซ้ำ แล้วตอนนี้เขามีเงินทุนมากมาย อยากจะสร้างนักสู้สักกี่หมื่นคน มือสไนเปอร์สักพันคน นักแม่นปืนกี่หมื่นคน มันก็ไม่ได้นับว่าเป็อะไรเลย
คนมากมายที่มีฝีมือ เขาเลี้ยงเอาไว้ ใช้เวลาไม่กี่เดือนก็แทรกอยู่ในทุกวงการ ถ้าสู้กันขึ้นมาจริงๆ พวกฝ่ายบ้านใหญ่ของอธิบรักขณกุลนั่นแหละที่จะราบเป็หน้ากลอง
แน่นอนว่าความไม่รู้ก็คือบาปที่ต้องรับกรรม พวกคนที่กำลังหัวร้อนได้ด่าทอเ้าของบ้านอย่างหงุดหงิด กระทั่งพวกเขาได้มองเห็นเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่เดินกรีดกรายเข้ามาหา
“เธอเป็ใคร” ลุงสามที่แสนจะเ้าชู้และมีรสนิยมไม่ได้เลือกเพศเอ่ยทักเป็คนแรก เดิมทีแล้วตอนที่อยู่ในบ้าน ตัวเขาก็ลอบมองหลานชายที่เป็เด็กกำพร้าคนนั้นอยู่หลายครั้งเหมือนกัน เพียงแต่ร่างใหญ่โตของเ้าหลานชายสารเลวนั้นชอบที่จะบดบังอยู่ เขาจึงไม่สามารถมองได้ชัดเจนนัก แต่เมื่อเทียบกับเด็กหนุ่มที่ยิ้มหวานให้ตรงหน้าแล้ว คนตรงหน้าของเขานี้เห็นได้ชัดกว่า ทั้งยังมีท่าทางเ้าเล่ห์เหมือนกับพวกเขาอีกด้วย
แบบนี้ก็น่าสนใจไม่น้อยเหมือนกัน
“สวัสดีครับคุณลุงคุณป้า ผมชื่อว่านะโมครับ ผมอาศัยอยู่กับคุณชายใหญ่คุณชายรองในบ้านนี้น่ะครับ” นะโมยกมือไหว้ ท่าทางเป็เด็กดีเสียเหลือเกิน
“สวัสดี”
“อืม”
“แล้วเธอมาทักทายพวกเราทำไม” ป้าใหญ่เอ่ยขึ้นอย่างระแวดระวัง
“ก็ไม่มีอะไรมากครับ แค่จะบอกว่าผมทำงานอยู่ “ในบ้านหลังนี้” แค่นี้แหละครับ” นะโมยิ้มร่า ท่าทางสดใสเสียเหลือเกิน
คนสูงวัยทั้ง 4 ไม่ได้โง่อย่างแน่นอน เห็นสายตาแบบนั้นของนะโมก็เข้าใจว่าอีกฝ่าย้าอะไร ใบหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนหน้านี้พวกเขาก็พยายามแอบลอบติดต่อผู้คนในบ้านหลังนี้ด้วย แต่คนอื่นๆต่างก็หวาดกลัวที่จะถูกจับได้ พวกเขาบอกว่าโทษของการเป็คนทรยศในบ้านนั้นรุนแรงมากๆ และไม่มีใครกล้าที่จะทำมัน
ตอนที่คิดว่าจะต้องหาวิธีอื่นเพื่อเอาสัญญาฉบับนั้นมาทำลายก็ได้ละทิ้งวิธีการนี้ไปแล้ว ใครจะคิดว่าจู่ๆคนในบ้านจะเสนอตัวขึ้นมาเองโดยที่พวกเขาไม่ต้องพยายามอะไรเลยแบบนี้
“เธอเสนอตัวแบบนี้ คงไม่ใช่ว่าแค่อยากช่วยพวกเราหรอกนะ”
“อ๋อ แน่นอนว่าไม่ครับ ผมแค่อยากได้ค่าตอบแทน....เล็กๆน้อยๆ” นะโมพูดจุดประสงค์ของเขาขึ้นมา ตัวเขานั้นแม้จะชอบคุณชายใหญ่เพราะรูปงามและมากความสามารถ กระทั่งบอกได้เลยว่าหลังรักั้แ่แรกพบ กระนั้นเขาก็รู้ว่าความรักมันทำอะไรไม่ได้ ที่ผ่านๆมาเขาพยายามที่จะเอาตัวเองเข้าไปใกล้แล้วแต่ก็ไม่มีโอกาสเลย คุณชายใหญ่และคนในบ้านนั้นเข้มงวดมาก ไม่มีใครหลงไปกับแผนการของเขา
ยิ่งตอนที่จะเป่าหูคุณชายรองเหมือนที่ป้านิ่มบอก ยังไม่ทันที่จะเข้าไปข้างใน 4 สาวที่ตามติดคอยตรวจดูเสื้อผ้าหน้าผมก็เข้ามาขวางเขาเสียทุกครั้ง แม้แต่ป้านิ่มที่เห็นว่าเขานั้นลงมือไปได้ไม่ถึงไหนแล้วจะเข้ามาช่วย ก็ถูกขัดขวางออกไปด้วยเช่นกัน ทุกวันนี้แค่จะได้เห็นหน้าคุณชายทั้งสองก็ต้องเป็ระยะห่างที่ไกลแสนไกล
แม้ว่าป้านิ่มบอกว่าจะรอโอกาส ทว่าเขาไม่คิดว่ามันจะมีโอกาสได้อีก ดูเหมือนทุกคนในบ้านรวมถึงคุณชายใหญ่จะรู้อยู่แล้วว่าป้านิ่มไม่ได้มีเจตนาดี เขาไม่รู้ว่าคุณชายรองรู้เื่นี้ด้วยหรือไม่ แต่ลำพังคุณชายรองที่หัวอ่อนขนาดนั้น คิดแล้วคงไม่มีปัญญาที่จะพาเขาไปยังจุดที่เขา้าได้
ทางที่เขาต้องเลิกเดินใหม่นั้นยากลำบากมาก จนวันนี้ที่เขาได้รับโอกาสนั้นเสียที
ถ้าเอาเงินจากคุณชายใหญ่ตรงๆไม่ได้ ก็รับเงินจากเส้นทางที่อ้อมอีกหน่อยแล้วกัน
“หึ เล็กๆน้อยๆงั้นหรอ? ฉันไม่คิดว่ามันเล็กๆน้อยๆอย่างที่เธอว่าหรอกนะ” ป้าใหญ่ดูถูกอย่างชัดเจน ลุงใหญ่และลุงรองเองก็เช่นกัน
“แต่ฉันสนใจนะ ไม่ใช่แค่เื่ที่เธออยู่ในบ้านนี้เท่านั้น แต่สนใจ...ทั้งตัวของเธอด้วย” ชายวัยกลางคนยิ้มเ้าเล่ห์ กวาดสายตามองเรือนร่างบอบบางของอีกฝ่ายด้วยความใคร่ที่ไม่ปิดบังเลย
“ถ้าอย่างนั้น คุณก็ต้องจ่ายเยอะหน่อยนะครับ” นะโมเลียริมฝีปากของตนเองเป็การยั่วเย้าให้คนมีอารมณ์มากขึ้น ลุงสามหัวเราะอย่างชอบใจก่อนจะเอ่ย
“เอาสิ อยากรู้ว่าเธอจะเรียกเท่าไร แล้วมันจะสมราคาไหม” เมื่อเห็นเฒ่าหัวงูกับเด็กเ้ามารยาต่อรองกัน คนอีก 3 คนก็ได้แต่มองอย่างรังเกียจ
ชื่อเสียงของลุงสามนั้นย่ำแย่ในด้านนี้มาก นักธุรกิจหลายๆคนเองก็ไม่ชอบใจที่เขาเป็เช่นนี้ แต่เพราะเขามีนามสกุลอธิบรักขณกุลอยู่ท้ายชื่อ ดังนั้นจึงต้องให้เกียรติคนไม่น้อย ถ้านับๆดู...ลุงสามคนนี้เลี้ยงเด็กอยู่ไม่ต่ำว่า 7 คน สร้างความปวดหัวให้กับภรรยาตามกฎหมายของเ้าตัวอย่างมาก นี่ทำให้บ้านของลุงสามนั้นมีแต่ความระหองระแหง แน่นอนว่าพี่น้องคนอื่นๆย่อมต้องชอบใจที่เป็เช่นนี้ เพราะมันหมายถึงว่าตัวเลือกของผู้นำตระกูลถูกตัดไปแล้วคนหนึ่งอย่างง่ายดาย
ท้ายที่สุดแล้วะเิลูกใหญ่ลูกใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิมก็ได้ขึ้นรถของลุงสามไป แน่นอนว่าไปที่ไหนย่อมไม่มีใครทราบ แต่พวกเขารู้ว่าไปเพื่อทำอะไรกันอย่างแน่นอน
ในอนาคต แทนที่นะโมคนนี้จะกลายเป็สายสืบให้กับพวกบ้านใหญ่ตามที่พวกเขาคาดหวัง กลับกลายว่าเ้าตัวจะกลายเป็คนสาวไส้ของคนบ้านใหญ่ให้ชาวโลกได้รับรู้เพราะความมักใหญ่ใฝ่สูง พอได้เป็ของเล่นแล้วได้รับเงินเยอะ ก็เลยอยากจะกลายเป็ตัวจริงขึ้นมาบ้าง ด้วยทักษะหลอกล่อเอาอกเอาใจที่เหนือชั้น ลุงสามที่มากคู่นอนก็ยังต้องหลงใหล
ในตัวบ้านหลังใหญ่
ปลายฝนมองตามคนบ้านใหญ่ไปจนลับสายตา เขาหันกลับมาอีกทีก็เห็นคนอายุมากกว่ามองอย่างเป็ห่วง เด็กน้อยส่งรอยยิ้มสดใสให้อย่างเอาอกเอาใจทันที
“พี่” เสียงหวานที่เอ่ยเรียกจนคุ้นหูทำให้ต้นหนาวยกยิ้มอย่างพึงพอใจ
“อืม” คนตัวสูงรับคำในลำคอ
กระนั้นั้แ่ต้นจนจบก็ยังคงกอดเอวเล็กไว้ไม่ยอมปล่อย คนเป็พี่ชอบความใกล้ชิดเช่นนี้มาก แม้ว่าบางครั้งมันจะเกินเลยไปบ้าง ทว่าเขาก็ยังชอบที่จะให้ร่างกายของเด็กน้อยอยู่ในปราการของเขา ปลายฝนที่มักจะถูกรวบเข้าอ้อมแขน แรกๆก็ดีดดิ้นพอเป็พิธี หลังๆมานี้เริ่มเคยชินแล้วก็ปล่อยเลยตามเลย ให้คนตัวโตกอดจนกว่าจะพอใจแล้วก็เบื่อหน่ายไปเอง
ซึ่งก็ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือไม่ที่ตัดสินใจปล่อยให้คนพี่ได้กอดเขาจนเคยตัวแบบนี้ ท้ายที่สุดนอกจากคนจะไม่เบื่อแล้ว ยังตามติดเขา คว้าเขาจับใส่อ้อมแขนตลอดเวลา ต่อไปในอนาคตยังพาเขาไปนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานเพื่อที่จะได้คลอเคลียกันทั้งวัน ไม่อายสายตาของเหล่าพนักงานเลยแม้แต่น้อย มีเพียงปลายฝนนั่นแหละที่อยากจะมุดหนีไปให้ไกล แต่ก็ไม่สามารถจะเลี่ยงได้เลย นี่เป็เพราะเขาเองที่ทำให้พี่ชายเคยตัว
“พี่ว่า....ถ้าผมไปบ้านใหญ่ พวกเขาจะรังเกียจผมไหมครับ...” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความไม่มั่นใจ
“งั้นเราไม่ต้องไปดีไหม” ต้นหนาวเอ่ยถาม ใจจริงเขาไม่อยากพาน้องน้อยไปเจอสภาพแบบเดิมๆที่เคยเจอเลย แต่เมื่อครู่ก็ได้เห็นน้องชายที่ร่ำไห้ออกมา ไม่อย่างนั้นคงไม่คิดจะพาไปเหยียบบ้านที่มีแต่รอยเืพวกนั้นหรอก
“แต่ผมอยากเจอทวดนี่ครับ” ปลายฝนชะงัก ถ้าพี่ชายไม่พาไป แล้วเขาจะเล่นสนุกกับคนพวกนั้นได้ยังไงล่ะ?
“งั้นก็ไม่ต้องสนใจ พี่จะปกป้องเราเอง” คนเป็พี่พูดออกมาอย่างจริงจัง เหมือนกับคิดว่าคนอายุน้อยกว่าจะยังดูแลตัวเองไม่ได้เหมือนตอนเด็กๆ ซึ่งปลายฝนก็ไม่ได้ทำให้พี่ชายผิดหวัง เด็กน้อยเอนกายเข้าพิงอกของคนอายุมากกว่าเหมือน้าหาที่พึ่ง เนื่องจากแขนแกร่งของพี่ชายนั้นยังโอบเอวของเขาตลอดเวลา ดังนั้นการที่เขาใช้หัวของตนเองซบลงไปที่อกจึงไม่ได้เป็ท่าทางที่มารยาเกินไปในสายตาคนอื่น
เห็นสองพี่น้องยืนกอดกันเหมือนรักใคร่ เหล่าคนงานก็ลอบมองหน้ากัน แก้มของใครบางคนขึ้นสีระเรื่อเพราะทุกคนรู้ดีว่านายของตนเองนั้นไม่ได้คิดดีกับหนุ่มน้อยเลย
ดาว แยมมี่ และผู้ช่วยอีกสองคนปิดปากแอบกรี้ดกันอยู่ในมุมหนึ่ง พวกเธอทำงานที่นี่มานานและถึงจะรู้ว่าความสัมพันธ์ของสองพี่น้องนั้นดีขึ้นเรื่อยๆจากปากของคุณเชษ แต่ก็ยังไม่มีใครเคยเห็นว่าพวกเขาสนิทกันมากขนาดไหน มาตอนนี้ได้เห็นกับตาแล้ว พวกเขาจึงเข้าใจว่าทำไมคุณชายใหญ่จึงได้อารมณ์ดีผิดปกติไปในหลายๆวันที่ผ่านมา
“ทำไมมันเป็แบบนี้ได้กัน ไอ้เด็กโง่นั่นทำไมถึงไม่เกลียดคุณชายใหญ่ล่ะ!” ป้านิ่มที่มองไกลๆพึมพำออกมา เธอไม่ได้ฉลาดเหมือนหลานชายของเธอ ทั้งยังมั่นใจในตนเองมาก เพราะเธอนั้นเชื่อว่าคุณชายรองจะเชื่อถือเธอมากที่สุด ตอนที่เธอบอกว่าคุณชายใหญ่ชอบใช้อำนาจและมองว่าคุณชายรองเป็แค่ลูกไล่ที่ต้องทำตามคำสั่งไปตลอดชีวิตนั้น คุณชายรองยังโกรธอยู่เลยไม่ใช่หรือไง แล้วตอนนี้ทำไมถึงได้ให้ความสนิทสนมขนาดนั้นกันล่ะ
“ฉันต้องหาโอกาสเข้าหาเ้าโง่นั่นให้ได้ ดูเหมือนเด็กคนนั้นจะโง่จริงๆ ไม่อย่างนั้นจะลืมที่เธอบอกได้อย่างรวดเร็วได้อย่างไร” ป้านิ่มพึมพำ มือก็จับไม้กวาดแน่นด้วยความไม่พอใจที่อะไรๆก็ไม่เป็ไปตามแผน
ขณะที่ป้านิ่มกำลังคิดกับตนเองอยู่นั้นเอง ไหล่ของเธอก็ถูกบีบโดยใครบางคนซึ่งเข้ามาั้แ่เมื่อไรก็ไม่ทราบ ทำให้ร่างของหญิงวัยกลางคนสะดุ้งโหยง
“ฮะ ฮะ คุณทัพ” ป้านิ่มเหงื่อตก คนตรงหน้านี้คือหัวหน้าบอดี้การ์ดที่ขึ้นตรงกับคุณชายใหญ่ แม้ว่าจะไม่ค่อยเห็นตัวนัก ถึงอย่างนั้นทุกคนก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งขนาดไหน เป็คนที่พ่อของคุณชายใหญ่ชุบเลี้ยงไว้ั้แ่ยังเด็ก ดังนั้นจึงมีความซื่อสัตย์และเคารพคนเป็นายอย่างมาก
เมื่อป้านิ่มเห็นเขาเข้า ก็รู้สึกเหมือนกับว่าความชั่วร้ายของตนเองถูกเปิดโปงอย่างไรอย่างนั้น
“ตามมา” คนพูดสั้นๆ ดวงตาเหยี่ยวกดดันคนสูงวัยได้ชะงัด ท่าทางเช่นนั้นทำให้ป้านิ่มไม่กล้าพูดอะไร ทั้งยังไม่กล้าคิดหนีไปด้วย ได้เพียงเดินตามด้วยร่างกายที่สั่นเทา เธอกำลังหวาดกลัว
หลังจากที่เดินตามทัพมาถึงห้องแห่งหนึ่ง มันอยู่ในอาคารของเหล่าบอดี้การ์ด ทันทีที่เข้ามาก็จะเห็นพนักงานหลายคนกำลังทำงานอยู่เื้ั โต๊ะตัวแรกมีเปิดให้ลงทะเบียน หลังจากนั้นก็จะมีห้องทำงานแยกกันไป มีทั้งห้องควบคุม ห้องตรวจสอบ และอื่นๆ
ทัพพาป้านิ่มไปที่ห้องตรวจสอบ ซึ่งมีคนทำงานกว่า 20 คน หนึ่งคนควบคุมกล้องวงจรปิดในบ้าน 5 ตัวตลอดเวลาเพื่อไม่ให้มีอะไรหลุดรอดสายตาไปได้ ที่หูของพวกเขาสวมหูฟังเอาไว้ รอคำสั่งจากเหล่าหัวหน้าทั้งหลาย ที่มือก็ยังเป็โน๊ตบุคคุณภาพสูงที่เอาไว้จด่เวลาแปลกๆรวมถึงการกระทำของคนเอาไว้ ครั้นเมื่อ้าหาข้อมูลจะได้ไม่เสียเวลาในการย้อนหาดูเวลา
คนที่เคยมาที่นี่ครั้งแรกได้แต่ยืนอึ้ง เธอไม่เคยรู้มาก่อน และเชื่อว่าคนในบ้านก็ไม่รู้ห้องปฎิบัติการณ์นี้มาก่อนเช่นกัน เหงื่อเย็นไหลซึมตามกรอบหน้าอย่างช่วยไม่ได้ จากที่ตอนแรกเธอก็หวาดกลัวอยู่แล้ว ตอนนี้ยังหวาดกลัวมากกว่าเดิมอีก
ทัพยืนหลังตรงตระหง่าน มองไปยังพนักงานคนหนึ่งแล้วเรียกให้เขาเข้ามา พนักงานคนนั้นเหลือบมองป้านิ่มพร้อมกับแสยะยิ้มอย่างดูถูก เขาเปิดภาพขึ้นจอใหญ่ ภาพนั้นเป็ภาพของหลานชายตัวแสบที่ทำอะไรไม่ปรึกษากำลังพูดคุยกับพวกคนจากบ้านใหญ่ ทั้งเสียงพูดและภาพนั้นชัดเจนจนทำให้คนอายุมากได้แต่ตัวสั่นเทา
“ฉะ ฉัน ฉันไม่รู้นะคะ ฉันไม่ได้สั่งให้หลานทำแบบนั้น ถ้ากลับมาแล้วฉันจะเตือนเขา ได้โปรดเถอะค่ะ อย่าทำร้ายพวกเราเลย” ป้านิ่มคุกเข่าร้องขอ พูดไปน้ำตาไหลเป็สาย เธอไม่เคยคิดว่าในบ้านของคุณชายใหญ่จะน่ากลัวขนาดนี้ ที่ผ่านมาเธอยุยงคุณชายรองมาตลอดก็ไม่เคยเห็นถูกตำหนิอะไร คิดว่าสิ่งที่ตนเองทำเป็ความลับเสียอีก ใครจะคิดว่าแท้จริงแล้วทุกอย่างมันปรากฏอยู่ที่หน้าจอนี้ทั้งหมดกันเล่า
ถ้ารู้แบบนี้ ต่อให้กล้าหาญอีกสัก 10 เท่าก็ไม่กล้าทำจริงๆ
“เื่นี้ได้รับคำสั่งมาแล้ว ห้ามคุณบอกหลานชายว่าพวกเรารู้เื่ แล้วก็มอบงานให้กับคุณอีกหนึ่งอย่างด้วย”
“มะ มอบงาน” ป้านิ่มเงยหน้ามองคนพูด
ทัพแย้มยิ้มที่ใบหน้าหล่อเหลาของเขา แต่มันกลับทำให้คนอายุมากรู้สึกเหมือนกับตนเองโดนดูแคลน เหมือนกับเป็เพียงของเล่นชิ้นหนึ่งที่คนเหล่านี้จะคอยควบคุมอยู่ไกลๆ เป็เพียงตุ๊กตาหุ่นเชิดของพวกเขาเท่านั้น
ความรู้สึกว่าชีวิตไร้ค่านี้ของตนเองทำให้ป้านิ่มเหมือนเป็โรคซึมเศร้า ความกดดันทำให้เธอจ้องไปยังใบหน้าของทัพแน่นิ่ง
“ไม่มีอะไรมาก แค่หลังจากนี้คุณต้องสืบว่าหลานชายของคุณทำอะไร ที่ไหน แล้วเมื่อไรบ้าง นอกจากนี้....งานอีกอย่างที่สำคัญคือคุณต้องเอาเครื่องบันทึกเสียงนี้ไปติดกับของที่เด็กคนนั้นเอาติดตัวไปทุกวัน แค่นี้เอง....ทำได้ไหมครับ ป้านิ่ม” ทัพพูดชื่อป้านิ่มด้วยเสียงราบเรียบ แม้รูปประโยคจะเป็การตั้งคำถาม ทว่าสิ่งที่ป้านิ่มรับรู้ก็คือการข่มขูแกมบังคับ เื่นี้ไม่มีตัวเลือกอื่นให้เธออย่างแท้จริง
“แล้วหลานของฉันจะเป็อย่างไร...เขา...”
“พวกเราไม่เข้าไปยุ่งเื่ของเขา ทั้งยังจะสนับสนุนเื่ที่เขากำลังทำด้วย อีกหน่อยคงจะได้ตำแหน่งนายหญิงสามมาครอง ไม่ชอบหรือไง?” ทัพหัวเราะออกมา ป้านิ่มอึ้งงันไป ขนาดตัวเธอยังไม่คิดถึงขนาดนั้น และเชื่อว่าหลานชายก็ยังไม่ได้คิดขนาดนั้นด้วยในตอนนี้
แน่นอนว่าอะไรที่พวกเขาวางแผนเอาไว้แล้ว ทัพและคนของเขาสามารถทำมันได้อย่างแน่นอน แค่พวกเขาลงมือทำให้เด็กหนุ่มคนนั้นรับรู้ว่าความสุขของการได้เป็นายหญิงสามนั้นมากมายขนาดไหน พวกเขาทำเพียงชี้ทางให้อีกฝ่ายได้เดินตาม ถ้านะโมไม่เล่นด้วยก็แล้วไป ทว่าหากเขาเล่นด้วย ..... เขาก็จะกลายเป็หมากชั้นดี เป็ตัวบ่อนทำลายพวกบ้านใหญ่เริ่มจากทีละเล็กทีละน้อย!
.................................