ยามเช้าอันสดใส สายลมเย็นพัดผ่านยอดไม้เสียงใบไม้กระซิบกับความเงียบงันที่ปกคลุมทั่วป่ารอบนอกร่างของหลี่หยางนั่งขัดสมาธิอยู่กลางป่าอันมืดมิด กลางอกของเขาเรืองแสงจาง ๆ จิติญญาของเขากำลังหมุนวนด้วยความเร็วสูงสุด
“อีกนิดเดียว… อีกเพียงก้าวเดียวก็จะทะลวงผ่านได้แล้ว…”
พลังงานในร่างกายพลุ่งพล่านกดดันอย่างหนักราวกับคลื่นทะเลซัดโถมไม่หยุด ร่างของเขาสั่นเทิ้มเหงื่อไหลอาบทั่วตัว เสียงคำรามเบา ๆ ดังขึ้นในจิตใจ—
ไมยราพหนามแดงใช้เถาวัลย์ของมันค่อย ๆ โอบรัดร่างเขาอย่างแ่าเปล่งพลังเย็นเยียบเข้าสู่ร่างของหลี่หยาง ทำให้พลังงานในกายเริ่มนิ่งและควบคุมได้
จากนั้น—ฟู่วววววววววววววว!!!
เส้นพลังบางอย่างในจิตใจขาดสะบั้นพลังิญญาภายในไหลทะลักออกมาจากจุดตันเถียนทั้งหมดเสียงคำรามดังกึกก้องในหัวของเขา
“ในที่สุด… ข้าก็ทะลวงผ่านแล้ว!”
หลี่หยาง ทะลวงผ่านเข้าสู่ขั้นรวมจิต! ระดับ 1
และนั่นหมายความว่า…เขาสามารถทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรตัวที่ 2 ได้แล้ว
หลังจากทะลวงผ่านคอขวดพลังสู่ขั้นรวมจิต ระดับที่ 1 สำเร็จพลังิญญาของหลี่หยางพลุ่งพล่านอย่างมั่นคง การผสานของพลังิญญากับคัมภีร์“หงส์เจ็ดสีกรีดนภา” ทำให้ทุกลมหายใจของเขาราวกับเชื่อมต่อกับพลังแห่งธรรมชาติ
หลังจากที่หลี่หยางสามารถ ทะลวงพลังสู่ระดับควบคุมจิติญญาขั้นที่1 ได้สำเร็จ ภายในใจของเขาก็ยิ่งแน่วแน่กว่าเดิม —ถึงเวลาแล้วที่จะเข้าสู่เขตส่วนกลางของป่าอสูรเพื่อเผชิญหน้ากับอสูรที่แข็งแกร่งกว่าเดิม และค้นหา พันธมิตรคนต่อไป ที่จะร่วมต่อสู้ไปกับเขา
”ระดับของข้าในตอนนี้ยังอ่อนแอนักหากต้องเทียบกับอัฉริยะในตระกูลหากไม่มีสัตว์อสูรที่เน้นการโจมตี คงไม่สามารถสู้กับคนเ่าั้ได้“
“เขากับไมยราพหนามแดงเดินทางลึกเข้าสู่ส่วนกลางของป่าอสูรเพื่อล่ามอนสเตอร์และเก็บสะสมประสบการณ์ เสริมความแข็งแกร่งให้สัตว์อสูรคู่ใจและหาสัตว์อสูรตนที่2 ของเขาระดับของข้าในตอนนี้ยังอ่อนนักหากไม่มีสัตว์อสูรที่เน้นพลังโจมตีโดยตรง จะสู้กับเหล่าอัจฉริยะของตระกูลในวันประลองไม่ได้แน่…”
แม้ในใจจะรู้ดีถึงความอันตรายของเขตส่วนกลางแต่ความกล้าหาญและความเชื่อมั่นในตนเองกลับมีมากยิ่งกว่าเกรงกลัว
เมื่อเดินลึกเข้าไปลมกลิ่นสาปสัตว์ปะทะจมูกอย่างชัดเจน เสียงฝีเท้าแ่เบากึกก้องกลางพงหญ้า —สายตาของหลี่หยางว่องไว เขาหยุดนิ่งทันทีเมื่อพบกับร่างของ “หมาป่าวายุ”ระดับนักรบขั้น 2 ยืนจ้องมองเขาอย่างคุกคาม
การต่อสู้เริ่มขึ้นทันทีไมยราบหนามแดงกระโจนออกมาทันที ใช้แส้หนามพุ่งรัดเป้าหมายอย่างแม่นยำหมาป่าขู่คำรามสะบัดร่างออก แยกเขี้ยววาววับขู่คำ
ราม สะบัดร่างหลบ และพุ่งเข้าพร้อมเขี้ยววาว
การต่อสู้เป็ไปอย่างยากลำบากหลี่หยางต้องผสานการโจมตีระหว่างมีดสั้นิญญากับสกิลรัดของไมยราพกระทั่งสามารถปราบหมาป่าได้
แต่ยังไม่จบ —
ไม่กี่ชั่วยามถัดมา เขาเผชิญหน้ากับ แมงมุมหน้าคนและ อสรพิษเกล็ดฟ้า ระดับสูง อสูรแต่ละตัวล้วนมีสกิลที่โเี้ เช่น เขี้ยวพิษ,ใยพันธนาการ, และเกล็ดสะท้อนพลังโจมตี
ทุกครั้งที่ต่อสู้ หลี่หยางจดจำลองผิดลองถูก ร่วมมือกับไมยราพหนามแดงได้อย่างเข้าขามากขึ้นจิติญญาของทั้งสองเริ่มประสานกันอย่างแน่นแฟ้น
จนกระทั่ง…
ร่างของ “จิ้งจอกเงาจันทร์”ระดับนักรบขั้น 3 ปรากฏตัวอย่างสง่างาม ขนสีเงินขาวเป็เงาวาวดวงตาสีฟ้าประกายจันทราส่องแสงเยือกเย็น ใบหน้าเฉียบคมและสงบ แต่ซ่อนความดุดัน
“สัตว์อสูรตนนี้ สมบูรแบบ____ สำหรับการโจมตีที่หนักหน่วงและว่องไวแต่จะยอมทำสัญญาด้วยหรือไม่นั้น คงต้องลองดูถึงจะรู้“อสูรนี้… สมบูรณ์แบบสำหรับการโจมตีว่องไว”
“แต่จะยอมทำพันธะกับข้าหรือไม่นั่นคืออีกเื่หนึ่ง…”
การเผชิญหน้าเริ่มต้นขึ้น
ไมยราพรัดหนามและหลี่หยางปะทะกับจิ้งจอกเงาจันทร์อย่างดุเดือด
จิ้งจอกใช้ “เร้นกาย” หลบการโจมตีและสวนกลับด้วย “แยกเงาจู่โจม” อย่างร้ายกาจ
การโจมตีปลอม ๆ และตัวจริงที่ซ่อนอยู่ทำให้หลี่หยางเกือบรับมือไม่ทัน
เสียงพริ้วไหวของเงาร่างบางพุ่งเข้ามาโดยไร้สุ้มเสียง
หลี่หยางสะบัดมีดสั้นิญญาในมือหวังปัดป้องแต่กลับแทงใส่เพียง “เงา” บางเบาที่จางหายไปต่อหน้าต่อตา
“สกิลเร้นกาย… ไม่ใช่แค่ล่องหนทั้งยังเร็วเกินไป!”
เขากัดฟันสายตามองสอดส่องอย่างระแวดระวัง แต่ไม่ทันไร เสียงกระซิบแ่เบาก็ดังจากด้านหลัง
ฉัวะ!
กรงเล็บของจิ้งจอกเงาจันทร์กรีดเสื้อของหลี่หยางเป็ทางยาวเืซึมจากาแ แม้ไม่ลึก แต่เพียงพอให้เขารู้ว่า…หากประมาทอีกครั้งอาจเป็ชีวิตที่ต้องจ่ายแทน!
“ไมยราพ! ใช้ฟาดวง!”
“รัดบริเวณรอบตัวข้า!เราต้องจำกัดระยะมันให้ได้ก่อน!”
หนามแดงแหวกอากาศฉวัดเฉวียนเป็วงโจมตีเป็แนวกว้างหวังหยุดการเคลื่อนไหว แต่กลับไม่มีผล
จิ้งจอกเงาจันทร์ใช้สกิล “แยกเงาจู่โจม”แตกเป็สองร่าง
ทั้งสองพุ่งเข้าโจมตีจากคนละทิศราวกับเป็ตัวจริงทั้งคู่!
หลี่หยางสะบัดฝ่ามือใส่ร่างซ้าย —กลายเป็เงา
อีกด้านหนึ่ง กรงเล็บของร่างจริงฟาดเข้าที่แขนเต็มแรง
อั๊ก….!
เร็วเกินไปข้าอ่านความเคลื่อนไหวของมันไม่ทันเลย
“เร็วเกินไป…ข้าอ่านการเคลื่อนไหวมันไม่ได้เลย…”
ในขณะที่เืซึมจากแผลที่สองไมยราพหนามแดงที่เพิ่งฟาดพลาด เริ่มจับสังเกตทิศทางการเร้นเงาได้
มันกระชับลำต้นตวัดแส้หนามซัดตามสัญชาตญาณ
ปัง!
ปลายแส้ฟาดโดนเงาอีกตัว —กลายเป็ร่างจริงที่เสียการทรงตัวในเสี้ยววินาที!
“โอกาสมาแล้ว“
หลี่หยางใช้พลังิญญาไหลเข้าสู่มือทั้งสองข้าง
เขาใช้วิชา “ฝ่ามือกระแทกิญญา” ใส่ร่างจิ้งจอกที่กำลังจะดีดตัวหนี
ปั้ง!
ฝ่ามือกระแทกเข้าที่ไหล่ของจิ้งจอกเงาจันทร์เืสีเงินพุ่งออกร่างของมันถอยกรูดไปสองก้าวก่อนจ้องเขาด้วยดวงตาเยือกเย็น…แต่เปี่ยมด้วยความยอมรับ
ในที่สุด หลังจากการต่อสู้อันยาวนาน —
จิ้งจอกได้รับาเ็สาหัส และแทบสิ้นใจหลี่หยางจึงใช้พลังิญญาพยายามทำพันธะสัญญา ทว่าอสูรจิ้งจอกนั้นหยิ่งยโสไม่ยอมง่าย ๆ จนหลี่หยางต้องเอ่ยคำสัตย์“หากเ้าร่วมมือกับข้า ข้าสาบานว่าจะทำให้เ้าแข็งแกร่งที่สุด —ไม่ใช่ในป่าแห่งนี้ แต่ทั่วทั้งแผ่นดิน”
“หากเ้าร่วมมือกับข้าข้าสัญญาว่าจะทำให้เ้าแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปไม่ใช่แค่ภายในป่าแห่งนี้แต่เ้าจะแข็งแกร่งยิ่งกว่านั้นมาก
คำพูดนั้นทำให้ดวงตาของจิ้งจอกเงาจันทร์สั่นไหว
หลังจากที่จิ้งจอกเงาจันทร์พ่ายแพ้และยอมรับข้อเสนอของหลี่หยาง เส้นแสงสีฟ้าเงินสว่างวาบออกจากกึ่งกลางระหว่างหน้าผากของทั้งสอง
วงแหวนแห่งพันธสัญญาเรืองขึ้นชั่วขณะก่อนจะหายวับเข้าไปในร่างของทั้งคู่
“สัตว์อสูรทำสัญญาแล้ว…”
ในเสี้ยววินาทีนั้น ร่างของจิ้งจอกเงาจันทร์ถูกแปรเปลี่ยนเป็พลังจิติญญาบริสุทธิ์
แสงสีเงินพริ้วไหว ปลิวเข้าสู่ร่างของหลี่หยางและพุ่งตรงไปยังส่วนลึกของสติสัมปชัญญะ…
ทะเลแห่งจิต——-โลกภายในของผู้ใช้ที่มีเพียงตนเองและสัตว์อสูรที่ทำพันธะสัญญาเท่านั้นที่ดำรงอยู่ได้
จิ้งจอกเงาจันทร์ปรากฏในท่ามกลางพื้นน้ำกว้างไกลเงาสะท้อนจากดวงจิตของหลี่หยางก่อร่างสร้างเวทีพักฟื้น
เพียงก้าวย่างแรกสายพลังแห่งิญญาของหลี่หยางก็เริ่มไหลหล่อเลี้ยงาแของมันอย่างอ่อนโยน
“ที่นี่อบอุ่น….!”
“จิตของเ้ามั่นคงกว่าที่ข้าคิดไว้” จิ้งจอกน้อยคุยกับหลี่หยางผ่านกระแสะจิตภายใต้พันธะสัญญา
ด้วยคุณสมบัติของพันธะสัญญาที่แท้จริง
เมื่อสัตว์อสูรเข้าสู่ทะเลแห่งจิตของผู้ทำพันธสัญญามันจะเข้าสู่สถานะการพักฟื้นทันที
— พลังชีวิตจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
— าแจะสมานอย่างรวดเร็ว
— ิญญาที่แตกร้าวจะได้รับการเยียวยาจากจิตอันมั่นคงของเ้าของ
นั่นจึงเป็สาเหตุที่ทำให้ผู้มีจิติญญาแข็งแกร่ง…สามารถฟื้นฟูสัตว์อสูรให้กลับมาสู่สภาพพร้อมรบได้ในเวลาอันสั้น