เกิดปรากฏการณ์ไม่คาดฝันขึ้น
ลัคนาลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความสับสน นอกบาเรียมีเสียงประหลาดเหมือนมีอะไรร่วงหล่นลงพื้นรัวๆแต่ก็เป็เสียงที่ทำให้ผ่อนคลายอย่างประหลาด มองรอบตัวก็เห็นว่าผู้หญิงทุกคนยังหลับอยู่ซึ่งเป็เื่ประหลาดเช่นกันเพราะปกติแล้วทุกคนจะตื่นแล้ว
เธอเดินลงไปชั้นหนึ่งก็เจอกับผู้ชายที่ยังไม่ตื่นกัน และที่นอนที่ว่างเหมือนเคย...
“ฮิบิคิ”
เมื่อออกมาข้างนอก เธอเรียกชื่อของเด็กหนุ่มที่เริ่มแข็งแรงพอจะเดินได้
“ว่าแล้วว่าต้องมา...เธอเองก็ออกมาดู ‘ฝน’ ล่ะสิ” เขากอดอกพิงผนังบ้านสายตามองโลกนอกบาเรีย บนบาเรียมีระลอกเล็กๆ เกิดจากการตกกระทบของน้ำฝนอยู่
โลกภายนอกถูกฉาบเป็สีเทา เหมือนมีหมอกมาบดบังทิวทัศน์ข้างนอกทำให้มองเห็นได้ไม่ไกลเหมือนปกติเหนือศีรษะที่เคยมีเมฆและท้องฟ้ากลับเหลือเพียงสีเทาเรียบๆ อากาศชื้นจนรู้สึกได้
ผ่านไปสักพักก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้น เหล่าคนจากหน่วยลาดตระเวนจับกลุ่มเดินมา
“มองกี่ครั้งก็สุดยอดเลย ทุกอย่างกลายเป็สีเทา” อุลริกมองไปรอบตัว
“ก็แหงอะดิ” ปีพูดเสียงดัง
อรุโณทัยมีสีหน้าครุ่นคิด เธอหยิบแผนที่ออกมาดู
“วันสองวันมานี้ เราสำรวจแล้วได้ข้อมูลพื้นที่มาพอสมควรแล้วก็เกิดอะไรแบบนี้ขึ้น...คิดว่ามีความหมายพิเศษอะไรหรือเปล่า...?”
“ฉันอยากออกไปข้างนอกค่ะ” ลัคนาขอ “วันนี้อาจจะได้ข้อมูลที่หายากก็ได้...”
“ถ้ายัยนี่ไปฉันจะไปด้วย” ฮิบิคิยืนประจันหน้ากับอรุโณทัย เหมือนรู้อยู่แล้วว่าตัวเองจะต้องถูกห้ามแน่
“ไม่ได้ก็คือไม่ได้ไงฮิบิคิ นายยังไม่หายดีเลย”
เปลวเพลิงของความมุ่งมั่นลุกโชนในดวงตาของเด็กหนุ่มอีกครั้ง เขามองหน้าอรุโณทัยโดยไม่พูดอะไรฝ่ายหัวหน้าสาวก็จ้องกลับด้วยความเข้มงวดพอกัน าจ้องตาดำเนินไปพักใหญ่อรุโณทัยก็เป็ฝ่ายยอมแพ้
“ปี ฮิบิคิออกไปได้หรือเปล่า?”
“ก็ออกได้ถ้าอยากออก แต่ไม่รับประกันหรอก” เด็กชายตอบ สายตามองไปที่ผ้าพันแผล“ถ้าอยากไปวิ่งให้เจ็บตัวเล่นก็ไปดิ”
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะไปด้วยค่ะ” นิชพรก้าวออกมาพร้อมกับลอร์น่า
“ไม่ต้องเสนอตัว ไปกันทุกคน” ยูริยิ้มอารมณ์ดีกว่าปกติ คนอื่นเห็นก็พยักหน้าด้วย
“ลัคนา มีที่ไหนที่อยากไปบ้างไหม?” อรุโณทัยใช้คำถามที่น่าจะดึงตัวตนที่สองของลัคนาออกมาได้ดีที่สุด
หลังจากวันที่พบแผนที่ เมื่อลัคนากลับเข้าไปหาฮิบิคิที่บ้านพัก เหล่าสมาชิกหน่วยลาดตระเวนก็คุยเื่ที่เธอชอบหลุดปากพูดในน้ำเสียงประหลาดแถมยังรู้เื่ของมอนสเตอร์
ทุกคนเห็นด้วยว่าลัคนาอาจจะมีสองตัวตน หนึ่งคือตัวตนของลัคนาตามปกติ สองคือตัวตนของ‘กุญแจ’ ที่หลับใหลลึกๆ อยู่ในตัวเธอ และคอยบอกใบ้เหล่า MT ทุกคนอยู่นั่นเอง
เด็กสาวครุ่นคิด แผนที่ตอนนี้มีสีสันมากกว่าเดิม เธอจิ้มนิ้วลงไปบนจุดที่เป็พื้นทีู่เาเตี้ยๆลักษณะเป็ทุ่งนาขั้นบันไดอุดมสมบูรณ์แต่ตรงยอดกลับเป็พื้นที่อากาศแห้ง อยู่ไม่ห่างจากป่าต้นหลิวมากนักแต่ยังถือว่าไกลอยู่ดี
“ตรงนี้...ไปตอนฝนตกเหรอ...? อันตรายนะนั่น”อุลริกลูบคางแล้วมองใบหน้าของเด็กสาวที่นิ่งสนิท นิ้วมือไม่มีทีท่าว่าจะขยับ ทุกคนจึงคิดว่าคนที่เลือกคงจะไม่ใช่ลัคนาแต่เป็‘กุญแจ’
“ลัคนา...” ฮิบิคิเขย่าไหล่ของเธอเบาๆ ลัคนาสะดุ้งแล้วจับไหล่ในจุดที่มีคำว่ากุญแจเขียนอยู่
“แสดงว่าตรงนี้ ในวันนี้จะมีอะไรพิเศษ ไปกันเลยไหม?” ลอร์น่าถามอย่างกระตือรือร้น เหล่าสมาชิกทีมพยักหน้าแล้วเตรียมอาวุธของตัวเองมุ่งหน้าไปยังทุ่งนาขั้นบันไดด้วยกันหมดทุกคน
เพียงแค่ก้าวออกจากบาเรีย น้ำฝนเย็นเยือกก็ตกกระทบผิวทันที ลัคนายื่นมือออกไปข้างหน้าฝนหล่นเปาะแปะลงบนฝ่ามือของเธอแล้วก็หายไป ทางลาดที่ลงจากบาเรียลื่นมาก ทุกคนจึงเดินกันอย่างระมัดระวัง
“ขอบอกอะไรไว้ก่อน ไอ้ตรงที่เราจะไปนี้มันขยะมาก” ยูริพูดขณะเดินลงอย่างใจเย็น“ตอนแรกเป็นาขั้นบันไดชื้นๆ ขึ้นไปอีกนิดเป็สวนผลไม้แห้งๆ ขึ้นไปอีกนิดดันมีหิมะ”
“ปกติแล้วยูริไปแถวๆ นี้เหรอ?” ลัคนาเลิกคิ้วถาม
“Da. แต่เดี๋ยวนี้ไม่” เขาตอบโดยใช้ภาษาอื่นปน
“ว้าว หิมะ” ลอร์น่าพูดอย่างตื่นเต้น มือคอยจับด้ามขวานยาวๆ ไม่ให้ไปกระแทกอะไรเข้า“ฉันอยากเห็นจัง”
นิโคไลฟาดค้อนาลงบนปูสีแดงตัวหนึ่ง มันหายไปในทรายเปียกๆ
“ยังอุตส่าห์โผล่มาอีก ทุกคน อย่ามัวแต่ตื่นเต้นเป็เด็กๆ ระวังตัวด้วย”อรุโณทัยกล่าวเตือน จากนั้นก็ไม่มีใครพูดอะไรอีก
กลุ่มหน่วยลาดตระเวนวิ่งฝ่าฝนผ่านทุ่งร้าง ความเย็นของน้ำฝนกระจายทั่วร่างลัคนาอดแหงนหน้าขึ้นมองน้ำฝนร่วงจากบนท้องฟ้าไม่ได้ แล้วบนนั้นเองที่เธอเห็นผู้เล่นบางคนกำลังบินเล่นอยู่
“หัวหน้าคะ! ผู้เล่น!” เธอร้องเตือน
“ทุกคน เข้าไปในป่าเร็วเข้า พวกเราจะวิ่งผ่านป่ากัน!”
สมาชิกหน่วยลาดตระเวนผลุบหายเข้าไปในป่า ลัคนามองทางที่คุ้นตา ใบไม้เหนือศีรษะกันไม่ให้น้ำฝนไม่เทลงมามากนักมีเสียงแฉะๆ ยามที่รองเท้าย่ำลงบนพื้นหญ้า หยดน้ำกระจายเมื่อใบไม้ถูกปัดออกพ้นทาง
หลังวิ่งมาได้สักพัก ูเาที่มีลักษณะเป็ทุ่งนาลดหลั่นกันเข้ามาในสายตาูเาลูกนั้นเหมือนนำกระดาษแข็งมาวางซ้อนกันหลายๆ ชั้นเกิดเป็รูปร่างสวยงาม ตรงเกือบยอดมีต้นไม้เตี้ยๆขึ้นเขียวขจี และตรงยอดก็มีหิมะตก
“ลัคนา เราต้องขึ้นไปถึงไหนเหรอ?” อรุโณทัยถาม เด็กสาวส่ายหน้าไม่รู้
“มาแล้วก็ต้องขึ้นให้ถึงยอดเลยสิ!” ลอร์น่าเสนอ
“เราไม่ได้มาเที่ยวเล่นนะลอร์น่า” หญิงสาวแย้งทำเอาลอร์น่าจ๋อยไปทันใดนิชพรตบไหล่ปลอบใจ
“เอาเป็ว่า...ไปถึงแค่สวนต้นไม้บนนั้นดีไหมคะ?” ลัคนาชี้ไปที่กลุ่มต้นไม้ที่มีลูกสีส้มอยู่
“ตรงนั้นมีผู้เล่นโผล่มาบ่อย ระวังไว้ด้วย” ยูริบอก เธอเดาว่าก่อนหน้าจะได้รับมอบหมายให้สำรวจแถวทะเลเขาเคยมาลาดตระเวนแถวนี้บ่อยๆ
“แถวนี้ไม่มีพวกเราโผล่มา เลยไม่คุ้มจะเสี่ยงลาดตระเวนต่อ” นิโคไลเสริมปกติเขาเงียบมาก ฉะนั้นเวลาเขาพูดอะไรทีลัคนาก็อดในิดๆ ไม่ได้
สมาชิกหน่วยลาดตระเวนไต่เขาเรื่อยๆ ดูเหมือนวันนี้ผู้เล่นจะไม่ค่อยอยู่มีหลายคนที่เห็นผู้เล่นแวบๆ อีกฟากของทุ่งนา แต่พวกเขาก็ดูเหมือนจะรีบไปไหนจนไม่ทันสังเกตคนกลุ่มใหญ่จึงไม่ถูกเห็นเลย
ไม่นานก็มาถึงจุดที่ต้นไม้ที่มีผลสีส้มขึ้นอยู่
ต้นไม้แต่ละต้นค่อนข้างเตี้ย มีผลสีส้มปนชมพูอยู่เต็มกิ่ง แต่ละต้นก็ห่างกันอย่างเป็ระเบียบถึงจะฝนตกแต่อากาศข้างบนนี้แห้งกว่าข้างล่างจนรู้สึกได้ ลมพัดแรงจนต้องหลับตา ลัคนาปัดผมยาวของตัวเองไปข้างหลังไม่ให้เกะกะสมาชิกทุกคนเริ่มมองไปรอบๆ
“...นั่นมัน...?”
“มิ้งๆๆๆๆ” ผลกลมๆ สีส้มร่วงจากต้น มันงอกแขนขากลมๆ ออกมา มีตาและปากปรากฏขึ้นส่วนหนึ่งแยกร่างแล้วกลายเป็ผลไม้ครึ่งซีกที่มีเมล็ดเม็ดใหญ่ตรงกลางเป็จมูก ผลไม้สีส้มพวกนั้นกลิ้งเข้ามาหมายจะทำร้าย
ฉึก
ฮิบิคิปักมีดลงกลางกบาลของผลไม้เดินได้ผลหนึ่ง มันส่งเสียงหวีดดังลั่นเหมือนสัตว์เล็กๆแล้วเปลี่ยนร่างเป็ผลไม้ลูกเล็กธรรมดา ลัคนาจ้องตาไม่กะพริบ
“ถึงบอกไง มีอะไรที่เธอไม่รู้อีกเยอะ” เขาพูดแล้วเดินไปหาเหยื่อต่อ
ระหว่างที่จำนวนผลไม้เดินได้ลดลงไปเรื่อยๆ ลัคนาก็มองเห็นเงาของบางอย่างลอยบนอากาศเธอรีบแหงนหน้าขึ้น หิมะก้อนใหญ่กำลังพุ่งมาทางที่พวกเขาอยู่ เหล่าคนที่กำลังไล่แทงผลไม้รีบวิ่งหลบไปทางตรงข้ามกับจุดที่คิดว่ามันจะตกทันทีหิมะหล่นลงพื้นด้วยเสียงดังสนั่น
“นี่มัน....?”
“หิมะล่ะ...” ลอร์น่ามองอย่างตื่นตาตื่นใจ
“อะไรกัน ไม่เคยเจอขยะอะไรแบบนี้มาก่อนเลย” ยูริมองกองหิมะบนพื้นอึ้งๆ
กองหิมะสีขาวเริ่มมีวงแหวนจางๆ ปรากฏขึ้น ลักษณะเหมือนวงเวทบนพื้นตอนที่ซอร์ดแพนด้าปรากฏตัวไม่มีผิดลัคนาแทบลืมหายใจ เธอรู้ได้เลยว่าไม่ว่าอะไรจะโผล่ออกมา มันต้องแข็งแกร่งมากแน่
“ถอยออกมาค่ะ ทุกคน” ลัคนาเตือน ทุกคนทำตาม ผลไม้กลมๆ ที่เหลือกลิ้งเข้าไปในกองหิมะราวกับจะรวมร่างกองสีขาวขยับไปมา
เปลวไฟสีส้มพุ่งออกมา มันลอยอยู่ในอากาศเหนือกองหิมะพักหนึ่งก่อนจะรวมเป็รูปร่าง
ร่างที่ปรากฏเป็หญิง ผมยาวสลวยสีส้มไล่เป็สีชมพูตรงปลาย มีขั้วและใบไม้อยู่บนศีรษะสวมเสื้อเปิดหน้าท้อง ลำคอมีสร้อยผลไม้ กระโปรงยาวเหมือนกับชุดของนางฟ้าสีส้มปิด่ขาไว้ทั้งหมดคาดทับด้วยเข็มขัดทอง ใบหน้ามนสวยงาม หูแหลมใส่ต่างหู ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความไร้เดียงสาและความอยากรู้อยากเห็น
อีกครั้งที่ลัคนาต้องแปลกใจ เพราะเธอรู้จักสิ่งนี้
“แอวาแลนช์ แอปริคอต เลเวล 55มินิบอส ูเาสามฤดู”
“แล้วมัน...อันตรายหรือเปล่า...?” อรุโณทัยถาม ลัคนาได้แต่นิ่งเพราะเธอไม่มีคำตอบก็จริงอยู่ที่ ‘แอวาแลนช์ แอปริคอต’ ดูท่าทางไม่มีพิษมีภัยต่างจากซอร์ดแพนด้าแต่ไม่มีอะไรนอกบาเรียที่ไว้ใจได้
“ปี!” อึนริวรีบปรามเด็กชายที่ทำท่าจะยิงหน้าไม้ใส่
“ทำไม แค่ดูก็รู้ว่าไอ้เนี่ยมันอันตราย” เขาเถียง
แอปริคอตลอยตัวขึ้นสูง มองดูผู้คนที่รายล้อมตนเอง แล้วก็พุ่งเข้าหานิชพรด้วยความเร็วน่ากลัว
นิชพรสามารถใช้ดาบกันเอาไว้ก่อนที่แอปริคอตจะใช้นิ้วแตะเธอได้ แต่ดาบก็ร้าวทันทีเรืองฤทธิ์ที่ยืนอยู่ข้างๆ เห็นท่าไม่ดีใช้พลองฟาดเข้าที่หลังของมินิบอส แต่เส้นผมหนานั้นก็เป็เหมือนเปลือกผลไม้ที่ยืดหยุ่นทำให้การโจมตีไปไม่ถึงตัวเขาจึงต้องกลับไปตั้งหลักใหม่
นิชพรฟันสวน แอปริคอตพลิกตัวหลบการโจมตีอย่างงดงาม ชายผ้าพลิ้วไสวกับสายลมแรง
“เ้านี่เป็อะไรกันแน่?” ฮิบิคิถามขึ้น
อุลริกรุกทันทีโดยไม่ให้เสียจังหวะ ก้าวเข้าไปข้างหลังแล้วฟันเคียวหมายจะลำคอแต่แค่นิ้วที่สวมแหวนทั้งห้าแตะลงบนใบมีด เคียวก็โดนแรงมหาศาลดันใส่จนอุลริกที่กำด้ามไว้หน้าทิ่มถูกซัดกระเด็นไปอีกทาง
หยางที่ยืนอยู่ตรงข้ามรับเขาไว้ก่อนร่างจะกระแทกกับต้นไม้ ชายหนุ่มหยิบอาวุธของตัวเองออกมาโดยอาศัยร่างของอุลริกบัง
เข็มหนาประมาณครึ่งเิเ
ลัคนามองอาวุธในมือหยางและลอบกลืนน้ำลาย
ชายหนุ่มส่งสายตาให้ปีและอรุโณทัย ปียกหน้าไม้ยิงศีรษะของศัตรู แต่ร่างเพรียวบางก็โยกหลบอรุโณทัยควงดาบสั้นคู่เข้าโจมตีประสาน เธอฟันโดนแต่ก็ดูจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนักหญิงสาวถอยออกมาหยั่งเชิง สบสายตาไร้ความมุ่งร้ายของแอปริคอต อึนริวพุ่งเข้าจากด้านข้างแอปริคอตหลบไปถอยหลังไป เมื่อเธอเข้าใกล้นิโคไลที่ขยับเข้ามายืนข้างหลังมากพอ เขาก็เหวี่ยงค้อนเหล็กเข้าใส่อาวุธที่ค่อนข้างช้าทำได้เพียงตรึงชายกระโปรงไว้กับพื้น
“หมอบ!” ลอร์น่าขอใช้ไหล่นิโคไลเป็แท่นเหยียบแล้วเหวี่ยงขวานเป็วงโค้งแอปริคอตทำท่าสะพานโค้งหลบ แต่ท้องของเธอก็โดนกรีดอยู่ดี เืที่ออกมามีสีส้ม ลักษณะเหมือนน้ำหวานมากกว่าจะเป็เืจริงๆ
หยางรอจังหวะนี้อยู่ ลอร์น่าลงพื้นแล้วะโถอย ชายหนุ่มแทบไม่ขยับมือแต่เข็มก็พุ่งเข้าปักที่ศีรษะที่เพิ่งเงยขึ้นมาของแอปริคอต คิ้วทั้งสองข้างของมินิบอสเลิกขึ้นเข็มจมลงไปในหน้าผากโดยที่เ้าตัวไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย
“บ้าน่า ไอ้ขยะนี่ไม่มีจุดตายรึไงกัน?!” ยูริใช้มีดสั้นเข้าประชิด แต่ก็มีเสียงผ้าฉีกขาด
แอปริคอตฉีกกระโปรงส่วนที่โดนค้อนทับไว้ทิ้งแล้วลอยตีลังกาหลบทำให้ยูริพลาดแต่เขาก็พลิกตัวฟันอีกตลบ สร้างแผลถลอกอีกแผลให้แอปริคอต มอนสเตอร์ทำหน้ามุ่ย ััเบาๆที่ศีรษะของยูริที่ยังถอยกลับไม่ทัน แล้วเขาก็กระเด็นตามอุลริกไปอีกคน
“เข้าประชิดมากก็ไม่ได้เหรอ?!” ฮิบิคิสบถ อาวุธของเขา ถึงจะมีความยาวใบดาบมากกว่ายูริแต่ยังถือว่าต้องเข้าไปประชิดมากอยู่ดีปีที่รู้หน้าที่จึงพยายามยิงให้โดนมากที่สุด
“อุลริก” หยางมองชายหนุ่มที่ทรุดลงไป กุมศีรษะอย่างเ็ป
“ปวด...ปวดหัว...โลก...หมุนไปหมด....อึก!”
“โธ่เว้ย...อะไรอีกเนี่ย....?” ยูริเองก็เริ่มมีอาการเดียวกัน
เข็มแปดเล่มอยู่ในมือของหยาง แอปริคอตหันขวับมามอง เขาสะบัดข้อมือทีหนึ่งแอปริคอตก็โยกหลบเหมือนกับคำนวณทิศทางเอาไว้แล้ว...แต่ก็ไม่มีอะไรออกมาจากมือของหยางเข็มทั้งแปดยังอยู่ที่มือเช่นเดิม
แอปริคอตทำหน้ามุ่ยอีกครั้ง คราวนี้ลัคนาจึงดึงความสนใจโดยการพุ่งเข้าไปตรงๆ
แอปริคอตยกมือขึ้นรับดาบ มืออีกข้างััข้างแก้มตัวเองขณะที่ดวงตาสำรวจร่างเด็กสาวตรงหน้าลัคนาขมวดคิ้ว
ระหว่างศัตรูมัวแต่สนใจลัคนา เข็มทั้งแปดถูกปล่อยออกมาพร้อมกัน ที่ศีรษะหน้าท้อง ไหล่ แขน คอ และอก แอปริคอตนิ่งค้างกลางอากาศ ลัคนาจึงแทงซ้ำเข้าไปอีกที หน้าท้องอันไร้การป้องกันถูกแทงทะลุง่ายดายแต่เด็กสาวรีบถอยมาเพราะรู้สึกถึงความผิดปกติผ่านใบดาบ
มอนสเตอร์เลเวล 55 ตอนนี้เริ่มมีสีหน้าตื่นตระหนกแต่ขยับหัวไหล่ไม่ได้จึงนิ่งค้างอยู่ตรงนั้นดวงตาเบิกโพลง ฮิบิคิดึงลัคนาและคนอื่นๆ ให้ถอยห่างออกมา สภาพเขาในตอนนี้ไม่ได้เต็มร้อยฉะนั้นจะให้ไปเสี่ยงสู้กับท่าอะไรก็ตามที่มันจะปล่อยออกมาคงไม่ดีแน่อุลริกและยูริที่มีอาการปวดศีรษะถูกอรุโณทัยและหยางดึงให้หลบไปอีกด้าน ทุกคนที่เหลือตั้งอาวุธเตรียมพร้อม
เป้าหมายคราวนี้คือเรืองฤทธิ์ ร่างที่ตอนนี้เคลื่อนไหวช้าพุ่งตัวเข้าใส่ดวงตาเบิกค้างมองหน้าชายหนุ่มแวบหนึ่งแล้วเอาศีรษะพุ่งเข้าชน เขาใช้พลองปัดป้องได้แต่แอปริคอตก็ดูไม่ใส่ใจนัก ลอยตัวขึ้นสูงกลางอากาศเหนือเรืองฤทธิ์ พยายามอ้าแขนราวกับกำลังสยายปีก
ท่วงท่านั้นเหมือนตุ๊กตาลานหมด แต่ก็เพียงพอแล้ว...
พื้นดินสั่นรุนแรง และจากยอดเขา หิมะปริมาณมหาศาลก็ไหลทะลักลงมาอย่างรวดเร็วเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ลัคนาได้แต่มองตัวแข็ง นี่คือ “หิมะถล่ม”
นี่คือเหตุผลที่มอนสเตอร์ตัวนี้มีชื่อว่า “Avalanche Apricot”
“อ๊ะ...”
“หลบเร็ว!!!”
พร้อมกับที่อรุโณทัยร้องเตือน เรืองฤทธิ์ก็ถูกหิมะกลืนไปเสียแล้ว
พื้นดินสนั่นหวั่นไหว หิมะถล่มลงมาจากทุกทิศทุกทางจนไม่มีทางหนี มวลสีขาวไหลเร็วจนตั้งตัวไม่ทันลัคนาเป็ฝ่ายกระชากฮิบิคิให้หันหลังวิ่ง เธอรู้สึกได้โดยไม่หันไปมองว่าหิมะใกล้เข้ามาทุกทีถ้าโดนเข้ามีหวังทุกคนอาจจะจบชีวิตตรงนี้ก็ได้ เหนือศีรษะ แอปริคอตลอยไปลอยมาอย่างร่าเริงแขนกางออกเหมือนกำลังรับพลังจากท้องฟ้า ริมฝีปากยิ้มบิดเบี้ยว
ไอเย็นเริ่มกัดกินขา เธอยิ่งเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นไปอีก แต่ไม่นานก็เริ่มมีก้อนหิมะตกกระทบลำตัวและทางตรงหน้าของเธอ
ถ้าไม่ได้เลือกมาที่นี่ล่ะก็...
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา ทันทีที่ความหมายของมันซึมซับเข้าไปในใจ ขอบตาของเด็กสาวก็ร้อนผ่าว
ขอโทษ...
“ลัคนา!” ฮิบิคิที่ถูกดึงให้วิ่งมาตลอดทางตะครุบตัวเธอจากด้านหลัง
และความเย็นะเืก็กัดกินร่างกายของเธอ น้ำหนักปริมาณมหาศาลไหลทับร่างแล้วทุกอย่างก็ดับวูบ
...
เพดานสีขาว
ฟองสบู่
ล่องลอยในน้ำ
สองหูอื้ออึง
แสงไฟเทียม
คลื่น
จมน้ำ
ของเหลว
แก้ว
ที่นี่ที่ไหน?
อ๋อ รู้แล้ว...
ที่นี่นี่เอง...
เราอยู่ที่นี่....
...
เด็กสาวลืมตา เธอขยับตัวไม่ได้ ลำตัวและแขนขารู้สึกถึงน้ำหนักที่กดทับอยู่บนร่างลมหายใจเข้าออกยากลำบาก ความเย็นทำให้แสบตาแสบจมูก
เธอเริ่มขยับ รู้สึกได้ว่าบางสิ่งที่อยู่บนร่างเธอก็ขยับ เมื่อค่อยๆ ลำดับเหตุการณ์ก็พอจะจับต้นชนปลายถูกว่าเกิดอะไรขึ้น
เธอติดอยู่ในหิมะถล่ม
“เธอ...นี่...ปลอดภัยรึเปล่า...?” เสียงแหบกระซิบข้างหู
“ฮิบิคิ...” หลังจากคนข้างบนขยับไปมาสักพัก น้ำหนักที่อยู่บนตัวเธอก็ถูกยกออกลัคนาลุกขึ้น เห็นฮิบิคิมีใบหน้าซีดกว่าทุกครั้ง และทุกอย่างรอบตัวเธอกลายเป็สีขาวจนต้องหรี่ตาเพราะความสว่าง
“ขอโทษ...” เด็กหนุ่มกล่าว “ที่...ทับเธอแล้วก็...ดึงเธอจนล้มหน้าคว่ำ”
ลัคนาส่ายหน้ารัวๆ แต่ยังดีที่ใบหน้าเขาเริ่มมีเืฝาด ทั้งสองมองรอบตัวไม่นานก็ได้ยินเสียงะโ
“นิช! นิชพร!” ลอร์น่าย่ำหิมะเก้ๆ กังๆ พลางะโเรียกชื่อเพื่อนสนิท
“ลอร์น่า!” ลัคนาร้องเรียก เด็กสาวผมดำรีบมาหาทันที
“ดีจัง เจอเพื่อนเพิ่มแล้ว เห็นคนอื่นบ้างไหม...?”
คำตอบที่ได้รับคือส่ายหน้า
“คงถูกหิมะหอบไป...” ลัคนามองรอบตัวอีกครั้ง นอกจากฝนที่หยุดไป ลมก็ยังพัดแรงและพื้นก็กลายเป็สีขาว ไม่มีมีวี่แววของแอปริคอตอยู่ที่ไหนเลย
“ถ้าติดอยู่ข้างใต้ก็ต้องรีบหาก่อนหิมะจะจับตัวแข็ง เร็วเข้า!” ฮิบิคิพูดจ้ำหิมะรีบเดินไปก่อน ลอร์น่าแบกขวานตามมาอย่างร้อนรน
คนต่อไปที่ลุกขึ้นมาจากพื้นที่ปกคลุมด้วยหิมะเหมือนฟื้นจากความตายคืออรุโณทัยหญิงสาวมีสีหน้าไม่สู้ดี ลัคนาก็พร่ำบอกขอโทษจนเธอต้องขอให้หยุด
“ไม่เป็ไร” หัวหน้าหน่วยพูดแค่นั้น เท้าของเธอััอะไรบางอย่าง แล้วหยางก็เป็คนต่อไปที่ถูกพบและปลอดภัยดี
อุลริกและยูริได้รับผลกระทบจากหิมะถล่มน้อยที่สุด คงเพราะพวกเขาถูกดึงไปหลบใต้ชะง่อนหินทั้งสองจึงยังปลอดภัยและหายจากอาการปวดหัวแล้ว ทุกคนใช้เท้าย่ำหิมะหาพรรคพวกต่อไปอีกสักพักก็พบนิโคไลอึนริวและปี
“นิชพร...นิชพร...!” ลอร์น่าะโพลางเดินไปมาเป็วงกลม เหยียบหิมะทุกตารางนิ้วเพื่อให้แน่ใจว่านิชพรไม่ได้อยู่ใต้เท้าจริงๆทุกคนกระจุกตัวอยู่ด้วยกันเว้นแต่อุลริกที่เดินกลับไปยังจุดที่แอปริคอตเคยอยู่
“ไอ้เรือง...อย่าเพิ่งตายล่ะ” อุลริกย่ำหิมะสวบสาบ
ยิ่งเดินเข้าไปใกล้จุดที่แอปริคอตเคยลอยวนเวียนอยู่เท่าไหร่ หิมะก็ยิ่งจับตัวเป็น้ำแข็งมากขึ้นทุกคนที่เหลือเดินโซเซตามเขา หวังว่าใต้พื้นน้ำแข็งจะเจอเรืองฤทธิ์หรือนิชพรอยู่
อุลริกหยุดเดิน ใต้พื้นลื่นมีเงาสีออกน้ำตาลอยู่ เมื่อมองลงไปก็เห็นว่ามีศีรษะแขน และขา...
อุลริกใช้ด้ามเคียวกระทุ้งใส่น้ำแข็ง แต่ก็ไม่มีแม้แต่รอยร้าวปรากฏ แม้แต่ค้อนที่นิโคไลฟาดสุดแรงก็ไม่มีผลอะไรทั้งสิ้น
“ไอ้เรือง... ทนไว้ก่อนนะ โธ่เว้ย!”
“อ๊ะ...เจอแล้ว...”
สมาชิกหน่วยลาดตระเวนที่เหลือทุกคนหันขวับไปทางต้นเสียงที่ไม่คุ้นเคย เด็กสาวสามคนยืนอยู่ตรงนั้น
ดูจากท่าทางและการแต่งกายแล้ว พวกเธอคือผู้เล่นไม่ผิดแน่